| 个人资料: ll You're now in 13th ...照片日志列表 | 帮助 |
|
7月24日 : : BlUE : : [ SF ]» Title : : : BlUE : : [ShORT FiCTiON#REGRET Matsumoto's part]
» Cast : Matsumoto Jun » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
" ขอโทษนะครับ... ตรงนี้ว่างรึเปล่า ? " เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังขึ้นเบาๆ เรียกสติคนตัวเล็กข้างหน้าให้กลับสู่โลกของความเป็นจริงซักที
... นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่เป็นครั้งแรกที่กล้ามากพอ เพียงพอที่จะสบกับสายตาเหม่อลอยขุ่นมัวของคนๆนี้ ...
" คบกันได้มั้ยครับนิโนมิยะ... " ในที่สุดก็เอ่ยมันออกมา จะเพียงความเพ้อฝันหรืออะไรก็ช่างเถอะ จะทำให้ได้... จะทำให้รักกันให้ได้...
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
. . . สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา มีเพียงความเม่อลอย และรอยยิ้มจางๆเท่านั้น . . .
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว แต่ไม่ว่ายังไงก็จะทำให้รักให้ได้ . . .
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว ว่าต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็กอดเก็บเธอไว้ไม่ได้ . . .
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
" นี่จุนคุง.. "
" . . . " " จุนคุง!!!!!!!! " " ครับ !??! " เสียงทุ้มขึ้นจมูกตอบกลับมาอย่างตกอกจกใจ .. เหม่อมองอะไรอยู่นะ. .. เหม่อมองคนตัวเล็กคนนั้นอยู่รึเปล่า ? .. " เหม่ออะไรของเราน่ะ.. หนังสือหนังหาไม่อ่านหรอ ? เปิดหน้านั้นมา 3ชั่วโมงแล้วนะ !! " เสียงเจ้าของร้านกาแฟคุ้นหูที่ชายหนุ่มมักมาพักพงก่อนสอบเสมอๆ กร่นด่า..ไม่สิ! บ่นอย่างเป็นห่วงเหมือนทุกวัน แต่"จุนคุง"ที่ว่าก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเหมือนทุกวัน.. " ข้างนอกนั่นมีอะไรน่าสนใจหรอครับ ? " ในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา แต่ก็ไม่ใช่กับคนที่ต้องการสื่อสารด้วย... แบบนั้นจะได้อะไร ... " จุนคุงสนใจอะไรล่ะ.. -คน- หรือ -วิว- " " . . . " เด็กหนุ่มยังคงไม่ตอบอะไรเพียงยิ้มให้จางๆ ก่อนจะชายตากลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่เดิมเหมือนทุกวัน .. 2 อาทิตย์แล้วนะ ผมมาที่นี่ 2อาทิตย์ และเห็นคุณอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิมทุกวัน.. ข้างนอกนั้น.. มันมีอะไรกัน .. . . . " โช.. . .. " เสียงพึมพำเบาๆจากคนที่เฝ้าสนใจ สายตาที่มักเหม่อลอยกลับเผยความไหวหวั่นระริก .. .. อะไรที่สำคัญกับนัยน์ตาสวยคู่นี้กัน .. .. ร่างสูงค่อยๆเลียบเคียงไปกับหน้าต่างใหญ่บานเดียวกัน เห็นเพียงแค่เด็กหนุ่มท่าทางอายุน้อยกว่าตนเอง 2คน นั่งเคียงกัน ..ก็แค่นั้น.. . . . แค่นั้นสำหรับมัตซึโมโต้ . . . . . . มันแค่ไหนของคนตัวเล็กตรงหน้านี้กันนะ . . . . . . " ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ ? " เอ่ยไปอย่างไม่ทันได้สติ ทำให้ตกใจในคำพูดของตัวเอง ผงะจนสบกับดวงตาอีกคนเข้าจนได้ " . . . " " นะครับ ... " รุกไล่อีกคนด้วยสำเนียงอ่อนโยนให้อีกฝ่ายไว้ใจ แล้วถือวิสาสะนั่งเอาดื้อๆ ก่อนทันได้ปฏิเสธ " ข้างนอกมีอะไรน่าสนใจหรอครับ " . . ไม่ได้คำตอบใดๆจากริมฝีปากบางนอกจากการถอนสายตาจากตัวเองไปยังงนอกหน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมายิ้มเบาบางให้กัน . . " . ..เปล่าครับ.. . " น้ำเสียงเล็กใสไม่ต่างจากตัวเจ้าของ บวกรวมกับรอยยิ้มเงียบๆและดวงตาสีอ่อนที่หันมาสบกันอย่างไร้วี่แววหวาดกลัว .. . . . บอกให้รู้กันโต้งๆไปเลยว่า - ผมไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นหรอกนะ - . . . . . . แต่ถ้าจะตอบกลับให้รู้ว่า - สนใจไปแล้ว - จะปฏิเสธกันยังไง ? . . . " มัตซึโมโต้ จุนครับ... เรียก - จุน - ก็ได้นะครับ.. ." " . . . " คนตัวเล็กไม่มีท่าทีใส่ใจนัก จนต้องเล่นจ้องตากันอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดอะไรออกมาซักที " นิโนมิยะ คาซึนาริครับ " " คาซึน... " " ขอโทษนะครับ สะดวกให้เรียก --นิโนะ-- มากกว่า " ถูกโต้กลับมานิ่งๆก่อนจะมีโอกาสทวนชื่อคนตรงหน้า . . . ยังไงก็ก้าวข้ามมันไปไม่ได้ . . . . . . " ว่างอยู่รึเปล่าครับ " " ครับ " เสียงนุ่มเรียบดังขึ้นเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ..ไม่จำเป็น เพราะมันเป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน .. " งั้นไปกับผมนะ " ลำแขนแกร่งฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้นตามอย่างถือสิทธิ์ " . . . " " ลุกสิครับ ! ก็คุณบอกเองว่าว่างไม่ใช่หรอ ? " " ผมหมายถึงเก้าอี้ว่างครับ.. ไม่ใช่ผม " " นิโนะ... " " ครับ... " การเล่น20คำถาม ทำเอาคนตัวสูงอ่อนใจ จนต้องใช่น้ำเสียงอ้อนๆเรียกร้องอีกฝ่าย " ไปกับผมนะครับ.. ไปเป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากมองดูอีกฝ่ายเงียบๆแล้วลุกตาม .. . . . นิโนะก็เป็นแบบนั้น ต่อให้ไม่ชอบใจก็ไม่พูดออกมา ได้แต่ยิ้มเงียบๆเท่านั้นเอง . . . " มัตซึโมโต้ซัง... "
" จุน.. "
" มัตซึ.. "
" จุนครับ.. เรียกผมว่าจุนเถอะ.. นะนิโนะ "
" ... " น้ำเสียงลำบากใจ แม้จะเคยทำให้ใจอ่อนกันมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ของซักครั้งได้มั้ย ?
" ผมอยากให้นิโนะ เรียกผมแบบนั้น.. ให้นิโนะคนเดียว ..นะครับ " สายตาอ้อนวอนส่งไปเพื่อยืนยันคำอธิษฐานนั้น
" จุน... คุง .. "
" ฮ่ะ ฮะ ฮะ จุนเฉยๆสิครับ " " ... "
" ... "
" .. . ...จุน . .... " เสียงตอบกลับมาแม้เพียงบางเบากับรอยยิ้มจางๆ ทำให้มีรอยยิ้มกว้างบนหน้าของคนพยายาม
.. หลายครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่าพยายามไปมากมายแค่ไหน และแม้คนตัวเล็กจะบ่งบอกชัดเเจ้งทางสายตาขนาดไหนว่าลำบากใจ แต่คงเพราะเห็นใจกัน ทำให้ตอบรับความหวังดีนั้นไปทุกครั้ง ..
.. ใจดีหรือใจร้ายกันนะ เห็นใจกันแบบนี้ มีแต่จะทำให้ความหวังเพิ่มมากขึ้นทุกที แล้วก็เจ็บทุกทีที่เห็นว่า " ไม่รักกัน " ..
" หลับรึยัง ? " คนตัวสูงมองใบหน้าอีกคนในอ้อมกอด ทำแบบนั้นทุกคืน เฝ้ามองริมฝีปากสวยที่มักคลี่ยิ้มอ่อนๆอยู่เสมอกับสายลมแผ่วเบา จมูกเล็กรั้นตามนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครขัดใจแต่ก็ไม่เคยพูดต่อว่าอีกฝ่ายกลับไปซักครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมเล็กนุ่มมือให้พ้นจากใบหน้าอ่อนใส ให้พ้นไปจากสายตาอ่อนโยนที่ส่งให้อีกฝ่ายไปไม่เคยขาด
" หลับแล้วหรอ... คาซึนาริ " เรียกเพราะใจหวัง..ซักวันใจดวงเล็กคนเห็นค่า คนตัวเล็กจะหันกลับมามอง
" เรียกว่า --นิโนะ--ได้มั้ย..จุน " เสียงแหบเล็กกังวาลขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่นในใจอีกคน
" ขอโทษนะนิโนะ นึกว่าหลับไปแล้ว นอนเถอะ... ผมจะอยู่เป็นเพื่อน " หนักแน่นในใจว่าไม่ได้รักกัน ขาดแค่ใจอีกดวงไม่เคยส่งความอ่อนโยนกลับมา ..ก็เท่านั้นเอง
.. จะต้องพยายามอีกเท่าไหร่ ถึงทำให้รักกัน ให้ความรักของนิโนมิยะ หล่อเลี้ยงให้ใจแกร่งของคนๆนี้ ซับสีเลือดซักที ..
.. แล้วต่อจากนี้.. จะต้องพยายามอีกแค่ไหน จะต้องส่งความรักผ่านอะไร ถึงจะไปถึงใจบอบบางของ --นิโนะ-- ซักที ..
" เสียใจด้วยครับ "
" เห...!?! อย่ามาล้อเล่นน่ะหมอ.. ไม่ขำนะ !!!!! " น้ำเสียงร้อนรนที่นิโนะไม่เคยได้ยินจากริมฝีปากแดงสดนี้ คำพูดสุภาพที่เคยได้ยินจนติดหู... หายไปไหนกันนะ..
" ทางเรา... พยายามสุดความสามารถแล้วครับ.. "
" .. .. .....ทำไม.. " น้ำเสียงแผ่วไม่หนักแน่นเหมือนที่ให้ยืนยันว่ารักนิโนมิยะมันดังขึ้น
" ทำไมล่ะหมอ... ถ้าเลือดไม่พอ จะเอาเลือดผมไปกี่ลิตรก็ได้ถ้าให้นิโนะ ถ้าหัวใจล้มเหลวก็เอาหัวใจผมไปใส่แทนก็ได้ถ้าทำให้นิโนะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผมจะปกป้องไม่ให้อะไรมาเข้าใกล้นิโนะได้ บอกผมสิ บอกมาเซ่!!!!!!!!!!!!!! จะให้ทำยังไงเค้าถึงจะไม่ไป หรือถ้าไปแล้วทำยังไงเค้าถึงจะกลับมา!!! บอกมาซิโว้ยยยยยยยย!!!!!!! " ร่างสูงที่เคยเป็นเหมือนเกราะกำบังคนตัวเล็กมันทรุดลงไปกอง มีเพียงแค่เข่าสองข้างที่รับน้ำหนักเอาไว้ก็เท่านั้น มือสองข้างที่เคยโอบกอดอีกคนให้อบอุ่นกำลังเหนี่ยวรั้งขาสองข้างของคนที่เป็นหมอเพื่อยึดเหนี่ยว.. ยึดเหนี่ยวหนทางเดียวที่จะทำให้คนที่รักกลับมา...คนที่รัก..ไม่ใช่คนรัก.. ... . . .
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
. . . ต่อให้รักแค่ไหน . . . เธอก็ไม่ใช่ของผม . . .
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
.. ผมรู้ดีว่าที่คุณจับมือของผม เพราะคุณชินกับการจับมือเดินไปกับใครซักคนแม้ว่าคนๆนั้นจะไม่ใช่คนที่คุณต้องการ แม้ว่าคนๆนี้จะไม่ใช่ "โช" ..
.. ผมหนุนนอนบนตักของผมด้วยความคุ้นชินเหมือนที่คุณเคยหนุนตักอบอุ่นของเค้า แต่มันต่าง... ตรงที่คุณหนุนตักของชั้นพร้อมรอยน้ำตา แต่ริมฝีปากสวยนี้คลี่ยิ้มสดใสทุกครั้งบนตักของ "โช" ..
.. คุณดีดกีต้าร์เพลงเดียวกับที่คุณเล่นกับเค้าให้ชั้นฟัง แต่คุณหันไปมองท้องฟ้าสีส้มที่คุณชอบมากกว่ามองชั้น ทั้งๆที่ผมเคยฟังเพลงนี้พร้อมเสียงหัวเราะสดใสและใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อคุณเล่นเพลงนี้กับ "โช" ..
.. คุณไม่เคยเป็นตัวเเทนของเค้า เพราะคุณไม่เคยหันกลับมามองเพื่อหาภาพซ้อนของผมกับเค้า แต่คุณมองหาแค่ "โช" ..
.. ผมอยากเรียกคุณซักครั้งด้วยเสียงของผมว่า .."คาซึนาริ" ..
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = = : : DREAMLIFE 6: 13 : :» Title : DREAMLIFE 6:13 ------------------------------------------------------------------------------------------------- dreamlife 6: 13 --------------
R r r … “ครับ. . .” “ยังอยู่ดีน่า. . . KAZ” ตอบกลับเสียงของเพื่อนเก่าที่ยังคงความเป็นห่วงเป็นใยไม่เปลี่ยน “ผมอยู่คนเดียวได้” ... ผมอยู่คนเดียว...ได้....จะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ พูดไปอย่างงั้น... “. . .” “ผมอยู่ได้จริงๆ . . .” ถึงจะยืนยันออกไป แต่ความอ่อนไหวก็ไม่เคยลดลง “ยังไง...ผมก็จะทำFAKE?ต่อไป . . . พวกวงsupportก็ยังอยู่ ผมไม่ได้ทำคนเดียวซักหน่อย. . .” ทำเสียงติดตลก กลั้นยิ้มกับน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจนดูเว่อร์เกินจริงของเพื่อนคนนี้ “ทีKAZยังเคยทิ้งผมไปเลย เรื่องแค่นี้. . .ผมไม่เป็นไร . .”
. . . เราสองคนเจาะคิ้วกันคนละข้าง . . ถ้าจูบกัน ห่วงที่คิ้วมันจะพันกันมั้ยนะ ? ? . . . ประโยคแรกที่อ้าปากพูดออกไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันแท้ๆ . . . ลองทำงานด้วยกันมั้ย เห็นพี่ฮิเดะชื่นชมนายเอาเรื่องเลยนี่ ลองมาทำด้วยกันมั้ยล่ะ ?? . . . นั่นเป็นคำพูดที่ทำให้เราสองคนทำงานร่วมกัน
คุณจะยังจำคำพูดพวกนั้นได้บ้างรึเปล่า . . . I N O R A N . . .
“ต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้วหรอน้า . . .” คำพูดติดตลกเปรยเบาๆผ่านริมฝีปากสวย ขาสองข้างเดินไปเปิดตู้เย็นขนาด 2 คิว หยิบขวดน้ำเปล่าเย็นเฉียบ ก่อนจะลำเลียงของเหลวพวกน้ำผ่านลำคอ อากาศช่วงหน้าร้อนนี่มันร้อนสะใจจริงๆ ร้อนเหมือนจะเผาทุกอย่าง แต่ในใจกลับเย็นอย่างกับหน้าหนาวที่ลอนดอน. . ปวดใจทุกครั้งที่คิดถึง ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว ครอบครัวที่ไม่เหมือนครอบครัว เพื่อนซักคนก็ไม่มี ทำให้เข้าใจคำว่า ..คนเดียว..ได้ดีจริงๆ “ตอนที่ต้องมาอยู่ญี่ปุ่น. . . เป็นยังไงนะ. . .” ควันสีเทาขมุกขมัวคละคลุ้งจากปลายนิ้วเรียว ขณะที่สมองยังคงแล่นกลับสู่อดีต แอบยิ้มจางๆให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงเพื่อนกลุ่มแรก KAZ masaru และครั้งแรกที่มีเพื่อนก็เพราะผู้ชายที่ชื่อ hide . . . . . . ก่อนที่ดวงตาคมจะอ่อนแสงลง ทั้งที่ริมฝีปากบางยังคงหยักยิ้ม
. . คนต่อมาที่ยอมลงให้ก็. . . INORAN สินะ . .
Deaeta koto kitto subete deFureta kotoba kisetsu wo irotta to“ Shinjiru koto wo kimi ga oshite kureta ”Asa ga kuru mae ni sotto nuke dashiteikuFuri kaerazuniSabita keshiki no mukou woMitsumeteta mono-tachi wa Kagayaite tadori tsukeru hazusa Nidoto wa nai kono toki wo dakishimeteShizuka ni hikari wa taemanaku nagarete yuku“ Aisuru koto wo kimi ga oshiete kureta to me ” Asa ga kuru mae ni sotto nuke dashiteikuFuri kaerazuniSabita keshiki no mukou woMitsumeteta mono-tachi waKagayaite tadori tsuku darouAsa ga kuru mae ni sotto nuke dashiteikuKagayaite tadori tsukeru hazusaZutto soba ni ite yume nara samenai deOwaranai deLife's like a dreamSometimes I wonder when I'll be waking up “. . .สำหรับFAKE? ผมจะทำมันต่อไป แต่ได้โปรดอย่าโทษอิโนรันเลยนะครับ. . .” คำพูดที่พูดออกไปตามที่คิด เพราะไม่อยากให้คุณเป็นคนผิดในสายตาของใคร เพราะคุณเป็นคน..สำคัญ: : 1st KISS : : [SF]
: : I'm sorry : : [ SF MODE SK ]
: : I'm SORRY : : [1][SF]» Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON] ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
ll ได้โปรดอย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่า - เสียใจ - จากชั้นเลยนะ ll
---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
" ขอโทษษษษษษษษษ นะๆๆๆ หมวยน้า.. ขอโทษจริงๆอ่ะ เมื่อเช้าตื่นสายไปหน่อยเลยไม่ทันได้หยิบมาให้ ขอโทษน้า " เสียงแหบที่คุ้นหูเพื่อนอีกสี่คนดังขึ้นไม่ขาด ขายาวๆเดินจ้ำตามคนตัวเล็กที่พยายามจะไล่ควายเข้าคอก มือเรียวพนมยกขึ้นยกลงไม่หยุด " ก็บอกแล้วว่าให้เตรียมของที่ต้องใช้ไว้ตั้งแต่กลางคืน แล้วเมื่อวานชั้นก็ย้ำนักย้ำหนาแล้วนะไอบะจัง " คนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าก็ตวาดกลับไปมาล้งเล้งด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างกัน ทั้งที่จริงๆแล้วของที่เพื่อนสนิทยืมไปก็ไม่ได้ใช้ในการซ้อมวันนี้ซักหน่อย แค่แผ่นเกมส์ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานแล้วยังเคลียร์ไม่ผ่านก็เท่านั้นเอง ไม่รู้จะสำนึกผิดอะไรมากมาย... แต่ก็นิสัยคนตัวสูงคนนี้นี่น้า...@(^__________^ )@ " เฮ้ย ! แล้วจะเดินตามไปถึงไหน ไม่เอามาก็ไม่เอามา ไม่คิดจะซ้อมรึไง " ในที่สุดคนตัวเล็กก็หมดความอดทนเข้าซะแล้ว หันกลับมายืนประจันหน้าเท้าเอวเผื่อว่าตัวมันจะสูงขึ้น ทำเอาคนที่เดินตามอยู่หยุดขาตัวเองไม่ทันแทบจะล้มทับนิโนมิยะเข้า ถ้าไม่ติดว่ามีมือดีเข้ามาช่วยไว้ซะก่อน " เอ้า ! จะล้มทับเพื่อนหรอคุณ ! " มือใหญ่ขวางเข้าที่หน้าท้องแบนราบแต่ไอ่การหยุดเดิน 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยฝ่ามือกลางหน้าท้องมันก็จุกเอาเหมือนกันนะ ! " จุนอ่า... " นั่นไง... เอามือกุมท้องแล้วตั้งท่าจะบ่นซะแล้ว แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าไม่ได้จุน ก็ล้มคะมำทับเพื่อนก็เลยต้องพูดออกไปว่า " ขอโทษ.. " ..จริงๆแล้วมันต้องพูดคำว่าขอบคุณไม่ใช่หรอ ? ไอบะจัง ? .. (;^_____^ A ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
" เฮ้ออออ.... " เสียงถอนหายใจหนักหน่วงแผ่วผ่านรูจมูก จนขนจมูกสั่นไหว ( บรรยายทำไม ? ) นิ้วเรียวสวยค่อยๆเอื้อมมา...แหย่รู้จมูกตัวเอง แคะเอาก้อนเขียวๆออกมา - -" ทำแบบนั้นซ้ำๆจน... " พอซักทีเหอะลีดเดอร์ สกปรกอ่ะ " ร่างบอบบางข้างเคียงที่เฝ้าสังเกตสังกาอากัปกิริยาเหล่านั้นเริ่มทำหน้าเบะๆ แล้วก็หันไปตะกุยเสื้อร่างสูงข้างๆทุกครั้งที่ไอ่ก้อนเขียวๆออกมาก้อนหนึ่ง จนนับได้จะครบโหลเสื้อจุนแทบขาด จุนถึงตัดสินใจบอกความในใจออกไปซักที แล้วพยายามแกะเอามือเหนียวๆที่เกาะสีข้างตัวเองออกไปพร้อมๆกัน " นายจะเกาะให้ได้อะไรขึ้นมาไอบะจัง ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องดู ชั้นก็เห็นลีดเดอร์แคะจมูกอย่างงี้ทุกวัน " " ขอโทษอ่ะ " " . . . " "เฮ้ยย.. จะไปขอโทษมันทำไมไอบะจัง ไอ่จุนมันดุไม่เข้าเรื่อง ดูดิ๊เสื้อมันตัวละกี่แสนจะมาขาดเพราะนายเกาะล่ะก็ ไม่มีทางอ่ะ ผ้าอย่างหนา ศูนย์องศาคนใส่ยังอุ่น ! " " อื่อ ขอโทษ " " ขอโทษ " " ขอโทษนะจุน " .. และ .. " ขอโทษอ่ะ " ... สรุปว่าตลอดบทสนทนานี้ นิโนมิยะที่นั่งห่างออกไปสองไมล์ทะเลนับคำว่าขอโทษของเพื่อนสนิทได้ 24ครั้ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ตัองขอโทษจริงๆแค่.... 3ครั้ง ส่วนที่เหลือคนที่คบกับไอบะ มาซากิมาเป็นสิบปีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า..มันจะขอโทษทำไม ? .. " ทำอะไรอยู่ครับคาซึนาริ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คนตัวเล็กคุ้นเคยดังขึ้นเบาๆข้างใบหู พร้อมมือใหญ่อบอุ่นลูบเส้นผมเบาๆอย่าคุ้นชิน บรรยากาศที่น่าโรแมนติก แต่... " ทำเรื่องบ้าบอ " คนตัวเล็กมันโรแมนติกเป็นที่ไหนกันเล่า ! แต่ซากุไร โชไม่เคยท้อถอยเลยซักครั้ง มองตามไปที่มือเล็กจิ้มอยู่บนกระดาษ " เห ? " " วันนี้กี่ครั้งแล้วล่ะ ? " " ตั้งแต่เช้าก็ 15 เมื่อกี้เพิ่มมาอีก 24 ตัดทอนจากที่ต้องใช้จริงไปอีก 6 ยอดเหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 33 ครั้ง นับเป็น 84.615 %ของวัน แล้วเป็น 78.894 % ของทั้งหมดที่ชั้นนับมาตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ต้องห่วงหรอกโชมันยังเคยมีวันที่ยอดฟุ่มเฟือยมากตั้ง 65 ครั้งหรือ 98.256% มาแล้วนะ " น้ำเสียงเล็กเรียบตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เพราะทั้งมือ ทั้งหูรอนับคำว่า -ขอโทษ- ของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ต้นเดือน เพราะนับวันดูมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก แถมช่วงนี้ก็ว่างๆ เลยลองนับดู ส่วนไอ่ที่คิดเป็นยอดฉล่งเฉลี่ยนั่นมันแค่เพิ่มความแอดวานซ์ให้สมกับความเป็นนิโนมิยะก็เท่านั้นเอง... . .. แต่ก่อนที่คาซึนาริของซากุไรจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงดังเพล้ง ! พร้อมภาพกระจกห้องซ้อมแต่ร้าวเป็นทางยาว เมื่อเหลือบไปทางซ้ายจะเห็นคนตัวสูงหนึ่งคนที่ถูกประคองโดยคนตัวสูงอีกคนหนึ่ง โดยคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำหน้าตกใจแทบสิ้นสติแล้วหันกลับมามองหน้าคนที่กระชับกอดตัวเอง ยิ้มแหยๆ และ.. . " ขอโทษน้า จุน " " เฮ้ออออออออออออ... .. " คราวนี้เสียงถอนหายใจหนักหน่วงเลยย้ายมาที่ร่างสูงแทนซะแล้ว " ขอโทษจริงๆน้า.. " .. แต่ถ้ามองดีๆ อีกหน่อยจะเห็นผู้ชายแก้มกลมที่อยู่นอกวงสนทนาหวานซึ้งเก็บกวาดเศษกระจกที่แอบแตกร่วงลงมาอย่างปลงๆว่า... " ทำไมชั้นต้องเก็บให้ด้วยวะ หรือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าวง " ( T____T) " อ๊ะ ! ขอโทษนะโอจัง เดี๋ยวชั้นเก็บเองๆๆ " นั่นเป็นสิ่งที่ซากุไรได้ยินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันมาเห็นคนรักที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มมุมปากให้โชอย่างขันๆ พร้อมชูสองนิ้วทาบบนฝ่ามืออีกข้างเชิงว่า ...27แล้วล่ะ... !! . . . เห็นเพื่อนสนิทตัวเองเป็นของเล่นไปซะแล้วล่ะ นิโนมิยะคุง . . . (;^____^ A ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
" คาซึนาริครับ... " น้าเสียงทุ้มอุ่นเลียบเคียงขึ้นเหงาๆ เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเอาแต่จดๆคิดๆอะไรไม่รู้อยู่ในกระดาษ ทิ้งให้กาแฟที่อุตส่าห์สั่งมาให้เย็นชืดตกตะกอนไปหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้น.. . " . . . " " คาซึนาริ " ..ทำไมถึงไม่สนใจกันน้าทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่คาซึนาริก็ได้ยินเสียงซากุไรเสมอนี่ ! " ... . คาซึ ... " " อะไรโช นายเรียกชั้นมา 13ครั้งแล้วนะ จะให้ทำสถิติเหมือนของไอบะจังรึไง เพิ่มภาระกันนี่ ! แบบนี้ต้องเลี้ยงข้าวนะ ! " น้ำเสียงหาเรื่องเล็กน้อยตามนิสัยแว๊ดเข้า แต่ใบหน้าอ่อนใสเปื้อนยิ้มตรงหน้าก็ทำให้ซากุไรโกรธไม่ลง ถ้าไม่ติดประโยคถัดมามันคือ " กลับบ้านเหอะ ชั้นอยากเอาสถิติที่ได้วันนี้คีย์เข้าคอม เดี๋ยวต้องเปรียบเทียบด้วยว่ามันเพิ่มจากเมื่อวานมากี่เปอร์เซนต์ " แค่ประโยคนั่นเท่านั้นแหละ ซากุไรก็นั่งทำตัวแข็งลากไปไหนก็ไม่ไป แสดงให้เห็นขีดสุดของอาการ -หัวล้านใจน้อย- ไม่สิ -หัวเหม่งใจน้อย-ขึ้นในทันควัน ! " โช.. ไม่กลับหรอ ?? เป็นอะไร ??? " และแน่นอน....คาซึนาริจับความรู้สึกใจน้อยพวกนั้น..ไม่ได้เลย ! " เป็นอะไร ?? เร็วหน่อยได้มั้ยชั้นนั่งคิดตั้งนานเชียวนะ เดี๋ยวถึงบ้านก็ลืมข้อมูลกันหมดพอดี ! " เห็นมั้ยเล่า ! แต่คาซึนาริจับไม่ได้จริงๆหรอ ? ไม่หรอก... ไม่งั้นซากุไร โชจะได้อมยิ้มจางๆกับประโยคถัดมาที่คาซึนาริมอบให้เบาๆข้างใบหูหรอว่า ...อย่าโกรธกันเลย รักโชที่สุดนะ... .. แต่ก่อนที่บรรยากาศแสนหวานมันจะดำเนินต่อไป คนที่เริ่มหวานก่อนก็โพล่งขึ้นอย่างไมมีปี่มีขลุ่ย .. " เฮ้ย ! " ..แต่อย่าลืมสิว่าริมฝีปากบางมันห่างจากใบหูโชไม่ถึง 5เซนติเมตร แล้วไอ่ความเข้มเสียงเฉียด 120เดซิเบลน่ะ ทำเอาแก้วหูแตกได้นะ ! " อะไรครับ ??? " " โช ! ชั้นเป็นภาพหลอน " " เห ? " " มันยังหลอนอยู่... " " คาซึนาริ ? เป็นอะไรรึเปล่า " " . . . " ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมาให้เข้าใจกัน โชเลยตัดสินใจมองตาสายตานั่นเพื่อไปหยุดที่.. " คาซึ.. ผมก็เห็นภาพหลอน " หา ??? เฮ้ย ??? อะไร ??? " เห็นเหมือนกันรึเปล่าโช ? " ..เดี๋ยววว ! เห็นอะไรบอกกันด้วยดิ ... " คิดว่าใช่นะ " " นายเห็นมาซากิ... กับ.. ผู้หญิง เดินควงกันเหมือนชั้นรึเปล่าโช " " .. . ...ครับ.. . .. " .. เห ???????????????????????????????????????????????????? ... ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
... สิ่งที่เห็นอยู่ในสายตามันเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะมี เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่มาซากิก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ดวงหน้าหวานใสที่เคยสัมผัสกำลังหันเบนไปหาคนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก ริมฝีปากหวานนุ่มกำลังหัวร่อต่อกระซิกกับใครคนอื่น มือบอบบางที่เคยกระชับโอบกอดกันกำลังจับมั่นไว้ที่มือใครอีกคน ทั้งที่ผ่านมา...จุนไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติอะไรเลย ! .. . . . นี่มันอะไรกัน . . . " กลับมาแล้ว ! " ฉับพลันที่สติถูกดึงกลับมาให้อยู่ในความเป็นจริง ได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างเข้าไม่ถึงทั้งที่ทุกเวลาเป็นเหมือนคนๆเดียวกัน " จุนเป็นอะไรไป ? ดึกแล้วนะทำไมไม่นอนล่ะ นอนดึกมากเดี๋ยวไม่สบายเอานะ " " มาซากิ " " หืม ? " " วันนี้...เอ่อ.. ไปไหนมาหรอ ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบพัง ความจริงบางอย่างกล้ำกึ่งอยู่ระหว่าความอยากและไม่อยากรับรู้ " ไปซื้อของมาน่ะ นี่ไง ! มีเสื้อเชิ้ตมาฝากจุนด้วยนะ ! " มือเรียวคว้าเอาเสื้อตัวสวยตัดเย็บประณีตออกมาคลี่ช้าๆ แล้วยื่นมาแทบชนหน้าอีกคนเพื่ออวดของฝากอย่างภาคภูมิใจ แต่จุนไม่ได้คว้าไปสำรวจความชอบของตัวเองแล้วบ่นว่าเปลืองทั้งๆที่ดูแลเสื้อทุกตัวที่มาซากิให้เป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้ง มือแกร่งคว้าจับมือเล็กผ่านเนื้อผ้าบางเบา กระชับจุบเบาๆบนมือของไอบะแล้วเสยตาขึ้นสบกันเบาๆจนใจดวงเล็กของมาซากิเต้นถี่แรงขึ้นวัดระดับได้7.5ริกเตอร์ " ขอโทษนะ ไม่ชอบหรอจุน " " มีอะไรรึเปล่า ? เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่าจุน ? " น้ำเสียงห่วงใยดังขึ้นเบาๆพร้อมยอมเอนตัวเข้าซุกอกกว้างตามที่อ้อมแขนแกร่งนำพาอย่างไม่อิดออด " ชั้นรักมาซากินะ " " จุน ? " " . . . " " ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงจุนก็ยังมีชั้นเสมอนะ " คำปลอบใจที่แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความอบอุ่นในวงแขนเล็กที่ไม่เคยเปลี่ยนไปทำให้หัวใจแข็งแร่งของจุนอ่อนยวบ ความสับสนลังเลจากสิ่งที่เห็นค่อยๆจางหายไปจนเหลือแค่ความคิดที่ว่า...คงมองผิดคนไป... . . . . ... เสียงหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอทำให้มั่นใจได้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังหลับสนิท รอยยิ้มจางๆผลิบานอ่อนๆบนริมฝีปากแดงสดสวย ก้มลงจรดไปบนขมับอ่อนของคนข้างหน้าเบาๆอย่างรักใคร่ แอบอมยิ้มขำเมื่อนึกถึงใบหน้าแบบต่างๆที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ . . . เอ้ยจุน ! เอ้ยโทษที ชั้นเผลอหยิบมาให้อ่ะ . . . . . . จะคบกับชั้นจริงๆหรอ ชั้น..ขอโทษนะคือ ชั้นดีจริงๆหรอ ? . . . ..ในที่สุดร่างสูงก็อดไม่ได้ หลุดขำออกมาเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาซากิก็ต้องพูดคำว่า -ขอโทษ-ออกมาก่อน เพราะด้วยพื้นนิสัยซุ่มซ่ามเลยทำให้ต้องขอโทษบ่อยๆจนเกิดความเคยชิน แต่สงสัยจะหัวเราะดังไปล่ะมั้ง เพราะคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวหยุกหยิกซะแล้ว.. " จุน ? " " อ่ะ ! ขอโทษนะทำให้ตื่นรึเปล่า " เสียงอบอุ่นที่มาซากิคุ้นหูทุกเช้าดังขึ้นผิดเวลาแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ผิดแปลกไป แต่รู้สึกว่า...มันจะสั่นๆ ยังไงชอบกลนะ ? ... " อะไรอ่ะจุน ? " " เปล่า.. นอนต่อเถอะ " และแน่นอนที่ไอบะ มาซากิจะยอมทำตามมันง่ายๆโดยไม่โต้เถียง ก็เล่นตาจะปิดซะขนาดนั้น แถม... ริมฝีปากอุ่นยังคอยป้อนความหวานแบบปากต่อปากไม่หยุดแบบนี้ รู้สึกดีเกินไปแล้ว ! เอ๊ะ ! หลังจากนั้นน่ะหรอ ??? ไม่รู้สิ เค้าปิดไฟแล้วอ่ะ ไม่เห็นแฮะ เห็นแต่ก้อนกลมๆดุ๊กๆอยูบนเตียง แถมมีเสียงสั่นๆ พร่าๆ ออกมาด้วย ... ทำอะไรกันนะ ? .. ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
. . . มันคงจะจบลงด้วยดี แต่ก็เป็นได้แค่ "คง" เพราะ..มันไม่จบง่ายๆแค่ว่ามองผิดแน่ๆ . . .
---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
" คาซึนาริครับ ? " " เอ่อ... คาซึ.. " ซุ่มเสียงอบอุ่นเรียกเตือนเบาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากคนตัวเล็กเลย " . . . " .. แล้วอะไรที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองก็คือ.. " ขอโทษนะจุน " " อ๊ะ ! เอ้ย ! ขอโทษ " ... นั่นไง ! ก็งานอดิเรกใหม่ในการนับคำขอโทษของไอบะ มาซากิ ที่หลุดขอโทษขอโพยมาจะครึ่งร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็ไม่มีวี่แววจะกลับลงไปจดเลยซักที ไหงว่าจะเอาให้ครบเดือนไง ??? " คาซึครับ.. " " หือ ? อื่อ ! อะไรโช ? " " วันนี้นับได้เท่าไหร่ครับ ? " นิ้วยาวจิ้มแปะลงบนแผ่นกระดาษที่ร่างเล็กมีไว้จดสถิติ ที่วันนี้มัน.. ว่างเปล่า.. " เอ๋ ! เฮ้ยยยย ! ลืมจดไปเลยอ่ะ ดูดิ๊ ! ไม่รู้จักเตือนกันเลยโช ไหนว่าจะเศรษฐศาสตร์ น่าจะรู้ถึงความสำคัญของการเก็บสถิติไม่ใช่หรอ ???? " ...เลยโดนเค้าโบ๊ยความผิดมาให้ซะเลยนะซากุไรคุง (;--_____-- A " แล้ว..คาซึทำไมใจลอยอย่างงั้นล่ะครับ คิดถึงคนอื่นอยู่รึไง ? " ...เอ่ยๆ อย่าไปถามอะไรจุดชนวนแบบนั้นสิโชคุง " อื่อ ! คิดถึงคนนั้นอยู่ " เห้ย ! แล้วไปตอบอย่างงั้นได้ยังง้าย คุณชายเค้าเลยออกอาการจะงอนๆอยู่รอมร่อแล้วน้า นิโนมิยะ " คิดถึงมาซากิกับผู้หญิงคนนั้นไง โชไม่สงสัยมั่งหรอ ?? " " ชั้นว่าชั้นคุ้นๆ... " " ขอโทษนะ ! " เสียงแหบเรียกสติของคนตัวเล็กในพลัน ! ความสนใจทั้งหมดในห้องพุ่งไปที่ร่างบางที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นพร้อมภาพอีกคนที่กำลังวิ่งเข้าไปทำหน้าที่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ( ซึ่งเป็นภาพที่ท้งห้องคุ้นเคยไปแล้ว ) และได้ยินเสียงเกือบลั่นของคนตัวเล็กว่า ! " เท่าไหร่แล้วโช ! เมื่อเช้านายนั่งนับมั่งป่ะ ??? " " 27ครั้งครับ ตัดยอดใช้จริง 2ครั้ง เหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 25ครั้ง ครับผม " ...น้ำเสียงโชยังอบอุ่นเสมอเมื่อครั้งพูดกับคาซึนาริ แต่เนื้อหาที่แกสองคนพูดกันมัน...ทะแม่งๆนะพ่อหนุ่ม -- -- ... สรุปเห็นเพื่อนเป็นของเล่นทั้งคู่ไปแล้ว ... . . . " อ๊า... กินข้าวๆๆ หิวแล้วๆๆ ได้พักซักที " น้ำเสียงทรงพลัง(เฉพาะเวลากิน) ของหัวหน้าวงกังวานสดใสในร้านราเม็งเล็กๆหน้าสถานี ในเวลาสองทุ่มยี่สิบ ท่ามกลางบรรยากาศช้งเช้งของผู้คนในร้านแล้ว..เพื่อนๆในวงตัวเอง " เฮ้ย ! รอเพื่อนก่อนดิ ไอ่จุนกับไอบะจังยังมาไม่ถึงเลย ! " เสียงที่เคยอบอุ่นของโชหายไปแล้ว... ทำไม ??? เพราะมันไม่ได้ใช้กับคาซึนาริไง ! " ไมช้านักอ่ะ ชั้นหิวแล้วนะ ! แล้วนิโนะจะเล่นอีกนานมั้ยเกมส์น่ะ รีบๆคิดหน่อยไม่ได้หรอว่าจะสั่งอะไร เด๋วพนักงานเค้ามาจะได้สั่งได้เลย " " โอ้ย ! โวยวายจริง โชโทรไปถามหน่อยดิว่าเมื่อไหร่จะมารำคาญคนแก่ ! "เพราะเสียงจากหัวใจเรียกร้องให้ซากุไร โชทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น สายตาว่องไวปานลิงวอกของนิโนมิยะที่เพิ่งพ้นจากเกมส์ขึ้นมา 3.33 วินาทีก็เหลือบไปเห็น ... " ฮ้า....... " และแน่นอนเป็นที่สุด คาซึนาริไม่เคยเปล่งเสียงได้เบาว่า 120เดซิเบล ทำเอาสิ่งมีชีวิตวงเดียวกัน และสิ่งมีชีวิตส่วนเกินอื่นๆในร้าน หันไปมองตาสายตาเล็กเป็นจุดเดียว ! ... ภาพหลอน ! เดจาวู ! มินวู ! (ไม่เกี่ยว) ชางมิน ! ( ไม่เกี่ยวโว้ย ) ... ... ไอบะ มาซากิ กับผู้หญิง !!!!! ... " เฮ้ย !! " อีกสองเสียงที่เหลือดังขึ้นไม่เบาไปกว่า 120เดซิเบลพร้อมๆกัน ทำเอาคนมาใหม่อุดหูแน่นแล้วเอ็ดขึ้นว่า " จะบ้าหรอ ? ไม่มีมารยาท นี่มันร้านอาหารนะ แหกปากเสียงดังให้ได้อะไรขึ้นมา " " จุน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " " อะไร !?! " " เฮ้ย ! " " อะไร ! " ในที่สุดมัตซึโมโต้ซังก็หมดความอดทนตวาดลั่นเข้าจนได้ " ทำไม ... เอ่อ.. ทำไมแกมาคนเดียวอ่ะ แล้วไอบะจัง ? " คนตัวเล็กที่ได้สติก่อนเพื่อนถามขึ้น พลางเอาตัวดันๆปิดๆช่องหน้าต่างขนาดกว้าง 0.6 เมตร สูงสุทธิจากพื้น 2 เมตร ทั้งที่น่าจะรู้ตัวซักทีว่ามันไม่มิด ! " มาซากิติดธุระ อาจจะมาช้า เค้าโทรมาบอกชั้นแล้ว แล้วนี่พวกนายเป็นอะไร หน้าตายังกะเป็นผี ทำไมเรตติ้งวงมันตกรึไง " " แล้วนี่นายจะบังอะไรนิโนมิยะ ตัวมีอยู่แค่นี้ ไหนดูเด๊ะ มีไรวะ ? " ..มือใหญ่ที่ไม่ใช่มือซากุไรสัมผัสเข้ากับตัวนิโนมิยะ พลางดัน ดัน ดันๆๆๆๆ แต่ถึงอย่างนั้นซากุไร โชก็ไม่มีอารมณ์มานั่งหึงไม่เข้าเรื่อง เพราะถ้านิโนะหลุดออกมาจากหน้าต่างล่ะก็ วงอาจจะแตกก็ได้ ! " เฮ้ยๆๆ แฟนกรูๆ อย่าเอามือมาจับนะ " คุณชายรีบหาข้ออ้างที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อให้นิโนมิยะคงตำแหน่งปิดบังหน้าต่าง และเพื่อให้เนื้อตัวนิโนมิยะไม่ต้องมีใครคนอื่นมาแตะต้อง ! ... และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ! อยู่ในวินาทีเดียวกับที่ชายแก้มกลมโอโนะ ซาโตชิ ฟาดชาชูราเม็งไปสามถ้วยแล้ว ! ... . . . " มาซากิ .. " " . . . " " . . . " นั่นเป็นคำพูดเดียวที่หลุดออกจากริมฝีปากสวยเมื่อนิโนมิยะไม่สามารถครองตำแหน่งนางงามหน้าต่างไว้ได้ ไม่มีอารมณ์ใดๆหลุดแสดงออกผ่านใบหน้าคมสัน .. สองเท้าซอยถี่ ดวงตาพร่าเรือน จดจำรับรู้แค่ภาพของมาซากิที่กำลังหยอกล้อกับคนอื่น เป็นภาพเดียวกับที่เห็นเมื่อวันก่อน คราวนี้จะให้หลอกตัวเองไปอีกหรอว่ามองคนผิดไป ไม่ใช่มาซากิหรอก ในเมื่อรู้สึกตัวอีกทัก็วิ่งไปคว้าข้อมือบอบบางที่เคยทนุถนอมมากำไว้จนแน่น น้ำเสียงที่เคยทุ้มขึ้นจมูกน่าฟังกลายเป็นเสียงแหบแห้งจากลำคอแห้งผาก และเมื่อสุดท้ายเปล่งเสียงแหบนั้นออกไปว่า..มาซากิ.. คนที่คิดว่าอาจจะไม่ใช่มาซากิของจุนกลับหันกลับมาแล้วขานตอบชื่อตัวเองว่า.. " จุน " " นี่มันอะไรกัน มาซากิ... " ดวงตาคมส่อแววตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่เรื่องของคนๆเดียว จิตใจที่เคยเข้มแข็งมันกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ " เอ่อ... " " โกหกใช่มั้ย ? ไม่ใช่ใช่มั้ย ? " " จุน.. ฟังชั้นก่อน... " " จุน ! " . . . ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----
KIOKU [ 4 ] - DEPOISE -» Title : KIOKU [ 4 ] - DEPOISE - KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! -แอบไม่เกี่ยวแต่... 06.06.17 HAPPY BIRTHDAY to Ninomiya Kazunari » Title : KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! - » Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== แสงอ่อนลอดผ่านม่านกรองแสงบางๆ กระทบเปลือกตาบางเบา ปลุกให้คนตัวเล็กตื่นจากนิทรา หลังจากหลับลึกหลับตื้นสับไปมาจนได้ที่ ดวงตาคู่สวยก็เผยตัวแผ่วๆ คิ้วเรียวขมวดปมเล็กน้อยจากความปวดมึนที่ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เกิดจากความจริงที่ประสบพบเอาเมื่อคืน ถึงจะบอกว่าหลับไปแล้วแต่ก็ไม่สนิทเสียสักทีเดียว ถึงไม่ฝันแต่ก็ดูว่าหลับไม่ลึกพอจะให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลำแขนเล็กค้ำตัวเองให้ลุกขึ้นเดินลากขาเปลี้ยๆไปยังหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียง เปิดรับเอาแสงอาทิตย์จัดจ้ายามเช้าให้แทรกตัวผ่านอณูอากาศเข้ามาอย่างเต็มที่จนต้องหยีตามองลอดออกไป พิงตัวอยู่แบบนั้นซักพักก็เปลี่ยนใจ เดินกลับมาทำท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงตามเดิม " รัก..คาซึนาริ " .. เสียงแหบห้าวยังตามรังควาญไม่เลิกตั้งแต่เมื่อคืน ลิ้นเล็กคลอเคลียริมฝีปากแห้งผาก ชั่งใจว่าจะลุกไปกินน้ำดี หรือปล่อยมันเอาไว้ทั้งๆแบบนี้ดี แล้วก็ตัดใจช่างมันเสียแบบนั้น .. " เฮ้อ.. " ทอดถอนใจเหนื่อยหน่าย แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้งในท่าตะแคงคุดคู้กอดผ้าห่มนุ่ม ดวงตาสดใสหม่นหมองไปด้วยการร้องไห้ ปิดเปลือกตาซ้ำลงแผ่วเบาตั้งท่าว่าจะหลับไปอีกรอบ .. . . . แอ๊ดดดดดดดดดด . . . .. เสียงประตูห้องลั่นเบาๆ พร้อมเสียงฝีเท้าแผ่วๆ แต่มีระเบียบในจังหวะ ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมาอีกรอบ แต่ความเหนื่อยหน่ายมันมากเกินกว่าจะใส่ใจอะไร เพราะสุดท้ายคนที่เดินเข้ามาเหมือนเดิมทุกวันก็มีแต่ -หมอ- .. .. ไม่จำเป็นต้องตกใจ เสียใจ หรือสับสนอะไรอีก อย่างไรก็ดี.. ไม่มีที่ไป .. " นิโนะคุง ตื่นเถอะ กินข้าวเช้ากัน " น้ำเสียงใจดีกับวิธีเรียกที่ผิดแปลกไปทำให้อดสงสัยไม่ได้ ยืนตัวขึ้นมองไปทางต้นเสียงช้าๆ ปรากฏภาพไม่คุ้นตา " จุน ? " น้ำเสียงเล็กแหบจนเกือบผิดวิสัย ทำให้หมอใจดีที่นิโนมิยะติดอกติดใจหนักหนายิ้มให้อ่อนๆ เดินถือถาดข้าวต้มมาเอาใจถึงข้างเตียง " หมอล่ะ ? " " ไอบะคุง กลับไปพักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืนตอนดึกแล้วล่ะ ตกใจหรอที่เป็นชั้น ? " ตาสวยทอประกายกังวลจนคาซึนาริไม่กล้าเอาความต่อ " กลัวรึเปล่า ? ให้เรียกไอบะคุงให้มั้ย ? " น้ำเสียงหวานอ่อนลงเล็กน้อย ซึ่งนิโนมิยะก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ส่ายหัวเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ท่าทีที่เงียบผิดวิสัยของนิโนะคุงที่เจอกันเมื่อวานก็ทำให้หมอคนสวยอดเป็นห่วงไม่ได้ " เป็นอะไรรึเปล่า ? " " จุน.. พอมีเวลารึเปล่า ? " น้ำเสียงอ่อนล้าขาดห้วง รอยยิ้มระเรื่อแต่งแต้มตามนิสัย . . . พอกันทีกับความทรงจำว่างเปล่า ถ้ามันนึกไม่ออกซักที ชั้นก็จะยัดมันเข้าไปใหม่ ! ! ! . . . ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== . . . " จุนว่างมั้ย ? ถ้าว่างช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ด้วยน้ำเสียงเชิงอ้อน " เหงาหรอ ? " " เปล่า.. ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร " " อ่ะ ! ก็ว่างนะ " หมอคนสวยของนิโนมิยะยิ้มให้อ่อนๆ " ผมมาตรวจนิโนะเป็นคนสุดท้าย จะได้ดูแลได้ใกล้ชิดไง " " ทำไมต้องใกล้ชิด ? หลงรักผมแล้วหรอ ? " นิโนมิยะหยอกล้อตามนิสัย ปากร้ายไปตามเรื่อง " ก็ไอบะคุงกำชับไว้นี่ครับ ทั้งหวงทั้งห่วงนิโนะคุงจะเป็นจะตาย " รอยยิ้มเผล่ล้อเลียนแต่งแต้มบนใบหน้าสวยหวาน ทั้งที่เป็นรอยยิ้มที่นิโนมิยะติดใจ แต่คนตัวเล็กกลับเงียบไปไม่เหมือนทุกที " จุน.. เล่าเรื่องหมอให้ฟังหน่อย.. " " เอ๊ะ ! มีอะไรรึเปล่า ? " น้ำเสียงหวานนุ่มหู ละเลียดซึมซับให้หัวใจอบอุ่น เกิดรอยยิ้มใสๆบนใบหน้าอ่อนวัย " ไหนๆก็ว่าง ..นะ " สำเนียงอ้อนๆ จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอบะ มาซากิถึงรักนักรักหนา ทำให้หมอคนสวยยิ้มระเรื่อ ลากเก้าอี้สแตนเลสมุมห้อง มานั่งไขว่ห้างสง่าอยู่ข้างๆ " เอาไงดีล่ะ.. ไอบะจังเป็นคนใจดี.. นิโนะเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดนะ " ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก็วางทาบมือเรียวสวยบนกลุ่มผมนุ่มอ่อนโยน โยกศีรษะเล็กไปมาก่อนจะชักมันกลับมาประสานที่หน้าตักตามเดิม " ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆน้า... จริงๆแล้วต้องเป็นนิโนะคุงซะอีกที่เล่าให้ผมฟัง เพราะนิโนะเองต่างหากที่รู้จัก - ไอบะ มาซากิ - ดีที่สุด " " แต่ผมจำอะไรไม่ได้ " " ไม่แปลก... ถ้าคนความจำเสื่อมเกิดจำอะไรได้ง่ายๆขึ้นมาล่ะก็ พวกชั้นคงตกงาน " ..ดูเหมือนไม่ว่าเมื่อไหร่ มัตซึโมโตะก็ยังเรียกเสียงหัวเราะของนิโนมิยะได้เสมอ แต่มันคงไม่มากพอ.. " . . . ไอบะ มาซากิเป็นใครกันแน่จุน ? เค้าเป็นอะไรกับผม ? " น้ำเสียงหม่นหมอง รอยยิ้มจืดจางไปจากใบหน้าใส ทำให้จุนต้องเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวตอบด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน " เค้าเป็นคนรักของนิโนะคุงน่ะ .. " " จำไม่ได้สินะ " " อื้ม.. นึกอะไรไม่ออก อาจจะคุ้นๆบ้างในความรู้สึกแต่.. " " ไอบะจังน่ะรักนิโนะมากนะ ทำทุกอย่างให้นิโนะตื่น ตอนดึกๆก็มาเฝ้านิโนะแทบทุกคืน " ..คงเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้ ที่ดวงตาอ่อนใสได้สบพอดีกับดวงตาหวานสวยอย่างจัง .. " . . . " " ไม่เป็นไรหรอก.. ยังไงเค้าก็รอนิโนะเสมอ " .. บางทีถ้าจุนพูดประโยคนี้มาเมื่อ 13ชั่วโมงที่แล้ว มันคงเป็นคำพูดที่ทำให้คาซึนาริอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก แต่ในตอนนี้..มันกลับทำให้หัวใจของนิโนมิยะเยือกแข็ง .. " บางที ที่วันนี้ไอบะจังไม่มาป้วนเปี้ยนกระดิกหางแถวนี้ อาจเป็นเพราะไอ่นี้ก็ได้ " มือเรียวยื่นกระดาษขนาดตามโมดุลามาตรฐานตีพิมพ์เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการให้คนป่วยได้อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วหยิกกัดเบาๆพอเรียกเสียงสดใสจากคนตัวเล็กว่า...ยังจำวิธีอ่านหนังสือได้มั้ยครับ คุณหนู... " เอกสารอนุญาต ? " " อื้ม ! กลับบ้านได้แล้วนะ " " . . . " " ถ้ากลับบ้าน นิโนะก็จะเจอของที่สัมพันธ์กับนิโนะอยู่เต็มไปหมด ดีใจมั้ย ? " หมอใจดียิ้มหวานๆให้คนป่วย แต่ก็อดสงสัยในท่าทางชะงักงันของแฟนคลับอันดับหนึ่งไปไม่ได้ " จุน.. ผมจำอะไรไม่ได้ " " . . . " " แล้วผมจะกลับยังไงอ่ะ ? ผมไม่รู้ทางกลับบ้าน " สิ้นเสียงใส คุณหมอคนสวยก็ได้แต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งกับความน่ารักของนิโนมิยะ " ใครเค้าจะให้เรากลับเองกัน ? " " เดี๋ยวไอบะจังคงมารับแหละ.. จำไม่ได้ล่ะสิ ? เราน่ะอยู่กับไอบะจังไง " . . . ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม . . . .. บรรยากาศเริ่มคลายอึดอัดลงไปบ้าง แม้ว่าความขุ่นข้องใจของนิโนมิยะจะยังไม่หมดไป แต่น้ำเสียงสดใสเริ่มกลับมาสู่สภาพเกือบปกติในที่สุด .. . . . ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== . . . .. ร่างสูงสันทัดยิ้มเยียบ พิงกำแพงข้างประตูห้องคนป่วยด้วยท่าทีผ่อนคลาย เดาะช่อดอกไม้สวยในฝ่ามือเป็นจังหวะเบาๆ สบตาเพียงครู่เดียวกับอีกคนที่เดินสวนมา .. . . . เหมือนไร้ความหมาย อาจไร้ หรืออาจมี . . . .. ละดวงตาคมกลับมามองช่อกุหลาบขาวในมือ แล้วคลี่ยิ้มอบอุ่น จนอีกคนอดถามออกมาไม่ได้ .. " กุหลาบขาว คิดว่าเหมาะหรอ ? " " ไม่รู้สิ.. แต่สำหรับชั้น ชั้นว่าเหมาะ .. " .. ร่างโปร่งบางเลิกคิ้วสูงเชิงสงสัย ทำให้ดวงตาอบอุ่นสะท้อนไฟเล็กน้อย กดมุมปากแน่นนิ่งไม่เปรยเสียงใดให้หลุดลอด แล้วเดินสวนทางไปโดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้อีกคนเดินกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมของตัวเองอีกครั้ง สองฝีเท้าประสานกันอย่างสงบ เป็นระเบียบหนักแน่น ตัดเด็ดขาดกับความสงัดเงียบของโรงพยาบาล .. . . . นิโนมิยะ คาซึนาริ ที่เป็นแค่ นิโนมิยะ คาซึนาริ . . . . . . ไม่ใช่ - คาซึนาริ - ของ ไอบะ มาซากิ . . . . . . แต่เป็นแค่ คาซึนาริที่ขาวสะอาดเหมือนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ไร้การครอบครองและตีตรา . . . . . . ไม่จำเป็นต้อง - แย่ง - เพราะตอนนี้ นิโนมิยะ ไม่ใช่ของ ไอบะ อีกต่อไป . . . . . . ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== .. แอ๊ดดดดดดดดดดด .. .. สิ้นเสียงประตูลั่น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเป็นผู้ชายอบอุ่นที่นิโนมิยะเจอเมื่อวาน หอบหิ้วช่อดอกไม้สวยอยู่ในมือ ก่อนยื่นให้อย่างเงียบเชียบแต่เพียบพร้อมด้วยความอ่อนโยนในสายตา .. " ว่าไงตัวเล็ก ? " น้ำเสียงอบอุ่นไม่ต่างจากเมื่อวาน ทำให้คนตัวเล็กยิ้มเผล่ สดใส " ให้ดอกไม้ทำไม ไม่ใช่ผู้หญิง ? " น้ำเสียงกระเง้ากระงอดลอดผ่านริมฝีปากเล็ก " ก็เห็นว่าเหมาะ ก็เลยให้ ไม่ได้หรอ ? " ซากุไรยิ้มตอบกลับไปจางๆ ขยี้หัวเล็กอย่าเอ็นดูก่อนจะลากเก้าอี้แสตนเลสตัวเดิมมานั่งข้างเตียงที่เดิม และท่าเดิม " มีอะไร ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น ? " น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้ใจดวงเล็กอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทำให้หัวใจยังหวังได้ว่าพอมีที่พึ่งพิงอยู่บ้าง " โช.. เป็นเพื่อนกับชั้นมาก่อนหรอ ? " " หืม ? ..ก็เหมือนจะใช่นะ " " อะไรคือเหมือนจะ ? สรุปไม่ได้หรอว่าใช่หรือไม่ใช่ ? " " ก็ได้ทั้งสองอย่าง เพราะนิโนะเป็นเพื่อนชั้นก็ใช่ แต่อยู่แต่กับไอบะเลยไม่รู้ว่าสรุปจริงๆควรเรียกว่าเพื่อนรึเปล่า " " ชั้นกับหมอตัวติดกันหรอไง ? " " ฮ่ะ ๆ สรุปอยากรู้อะไร ? " ร่างสูงหัวเราะขำๆกับการตั้งแง่ของคนตัวเล็กที่ทำหน้าบู้ๆ ปากยื่นๆขัดใจ " ก็นึกอะไรไม่ออก เลยจะใส่เข้าไปใหม่ เลยอยากให้นายเล่าให้ฟัง... แค่นี้เอง แต่ถ้าไม่มีน้ำใจไม่ต้องก็ได้ " " ก็ไม่ใช่.. อยากรู้ก็จะบอก แต่ขอประเด็นด้วยไม่งั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง " น้ำสียงยียวนทำให้นิโนมิยะได้แต่กร่นด่าอย่างขัดใจว่า ..อะไรก็เล่าๆมาเหอะ.. " ไอบะเป็นเพื่อนสนิทของชั้น อยู่มาวันนึงก็พานายมาที่คณะชั้น อุตส่าห์เดินหน้าบานตากแดดข้ามมาตึกเศรษฐศาสตร์เลยนะว่า...นี่ ! คนนี้แฟนชั้น ชื่อนิโนมิยะ คาซึนาริ น่ารักใช่มั้ย..แล้วก็ชมนายอย่างงั้นอย่างงี้ ทำให้เรารู้จักกันตั้งแต่วันนั้น " โชเล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆ จนร่างเล็กทำหน้าเบ้แล้วตอกกลับไปว่า.. ใส่รายละเอียดลงไปบ้างก็ได้นะไม่ต้องกลัวเปลืองทรัพยากรนักหรอก พ่อนักเศรษฐศาสตร์... ทำให้ซากุไรโชหัวเราะลั่น " หลังจากนั้น สิ่งที่ชั้นเห็นอยู่ทุกวันคือ นิโนะที่เดินข้างไอบะ ยิ้มให้แต่ไอบะ คุยเล่นแต่กับไอบะ เหมือนทั้งชีวิตมีแต่ไอบะ พอชั้นเข้าไปคุยด้วยก็เอาแต่ยิ้มจางๆกลับมาจนบางทีชั้นก็อยากทำศัลยกรรมให้ออกมาหน้าเหมือนไอบะ จะได้คุยกับนายได้บ้าง แต่ถ้าทำแบบนั้นมันเปลืองงบประมาณ " " จากนั้นนายก็ย้ายไปอยู่กับไอบะ ในที่ๆชั้นหานายไม่เจออีกต่อไป " ฉับพลันความเงียบชวนอึดอัดก็แผ่เข้ามาในบทสนทนาอย่างไม่น่าให้อภัย รอยยิ้มอบอุ่นของซากุไรหายไปชั่วครู่เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรอยยิ้มเหยียดนิ่ง แล้วกลับมาสู่สภาพอบอุ่นในนาทีถัดมา จนนิโนมิยะไม่ทันได้สังเกตเห็น " แต่ตอนนี้ก็หาเจอแล้ว " ถึงแม้คนตัวเล็กจะไม่เข้าใจมันดีนัก แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ..ใจเต้นแปลกๆ..จนไม่กล้าต่อความอะไร " แล้วเรื่องที่ชั้นจำอะไรไม่ได้ล่ะ ? " น้ำเสียงใสถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น " อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุ นิโนะหลับไปนานมาก คงเป็นเรื่องปกติที่จะลืมๆอะไรไปบ้าง ข้อนี้คงต้องถามหมอแล้วล่ะ " " มีเรื่องอะไรสงสัยอีกมั้ย ? " " อย่างที่นายบอก ไม่มีประเด็นก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง.. แล้วเรื่องชั้นกับหมอ พอรู้อะไรบ้างมั้ย ? " ..น้ำเสียงเล็กอ่อนลงเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงความหวั่นไหว " รู้เท่าที่บอก เห็นแค่นิโนมิยะตัวเล็กๆที่วิ่งไปวิ่งมา ข้างๆไอบะ มาซากิ " " ชั้นไม่ใช่หมานะ ! แล้วเรื่องอุบัติเหตุ.. ชั้นโง่ขนาดยืนให้รถชนเลยหรอ ? " มืออุ่นวางบนตำแหน่งหัวเดิมของนิโนมิยะที่เริ่มเลิกต่อต้านไปด้วยความเคยชิน ซึ่งโชก็ไม่ได้ต่อความอะไรมากมายได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าคลอบคลุมอย่างช้าๆ แต่ทำไมคาซึนาริถึงได้รู้สึกอบอุ่น .. ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== . . . .. จวบจนโพล้เพล้ แสงสีส้มเริ่มทอดต่ำ เงาของคนสองคนที่กำลังเดินออกจากตัวอาคารทอดตัวยาวไปตามถนน มือใหญ่กระชับเข้าที่มือเล็กบอบบาง สองร่างเดินเคียงคู่กัน .. . . . .. มือหมอดูจะเย็นเยียบต่างไปจากทุกครั้ง หมอยังคงยิ้มเงียบๆไม่ต่างจากรอยยิ้มสุดท้ายของหมอเมื่อคืน ..หมอคงเจ็บ.. ผมคิด แต่ผมก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าต้องทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น .. .. ความสูงของเราสองคนในความเป็นจริงแล้ว คงไม่ต่างกันมากนักประมาณ 10เซนต์ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ น่าจะเพราะปกติแล้วผมมักนั่งๆนอนๆ อยู่บนเตียงเสมอ ผมเลยรู้สึกว่าหมอสูงมากกว่าตอนที่รู้สึกอยู่ตอนนี้พอสมควร .. .. เราสองคนเดินไปขึ้นรถสปอร์ตสีดำทันสมัย ฉับพลันผมหันไปเห็นชายหนุ่มคุ้นตา กับรอยยิ้มคุ้นเคย และดูท่าทางไอบะคงจะสังเกตเห็นเค้าเช่นกัน .. " โช.. " น้ำเสียงเล็กเปรยแผ่วเบา อาจคิดไปเองแต่รู้สึกถนัดใจยังไงไม่รู้ว่ามืหมอที่จับกับมือของผม มันกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย " คาซึนาริอยากให้โชไปด้วยรึเปล่า ? " น้ำเสียงซักถามเรียบนิ่ง ทำให้คาซึนาริหันกลับไปจับสังเกตไอบะ มาซากิให้ชัดขึ้น " หมอ.. โชกับหมอเป็นเพื่อนกันใช่รึเปล่า ? " " มีอะไรรึเปล่า ? " " เปล่า.. แค่อยากรู้.. ทำไมเพื่อนหมอต้องมาเยี่ยมผม ผมอยากรู้.. " น้ำเสียงเล็กไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ สบตากันหนักแน่น ทำให้ไอบะอึดอัดใจเล็กๆ " ..เราสองคนเคยรักกัน.. ข้อนั้นผมรู้แล้ว หมอไม่ต้องปิดบังให้อึดอัดใจอีก เพราะงั้นตัดประเด็นนี้ทิ้ง " " แต่ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่า เพื่อนหมอเกี่ยวอะไรกับผม หรือโชเกี่ยวกับเราสองคน ? " ..ยิงกลางเป้า ตีแสกหน้า.. นิสัยคาซึนาริคนเดิม แต่คาซึนาริคนเดิมรู้จักไอบะดี และรู้จักโชดี เพราะงั้นคาซึนาริคนเดิมไม่ชอบพูดเรื่องนี้ซ้ำซาก ..แต่ตอนนี้ไม่มีคาซึนาริคนนั้น.. " กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันดีมั้ย " ไอบะตัดบทสั้นๆ จูงมือเล็กให้อีกคนเดินตามมาก่อนจะชะลอจังหวะก้าวลงให้คาซึนาริตามมาทัน เพื่อให้เดินเคียงกันไปขึ้นรถ ..แต่คนตัวเล็กก็ขืนตัวไว้แล้วปฏิเสธคำค้าน " หมอ.. ผมอึดอัดนะ " น้ำเสียงเล็กแข็งขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ ทำให้ไอบะได้แต่ส่ายหัวระอาใจตัวเอง ปลดปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระ มือแกร่งคว้าเอาไหล่ร่างเล็กแล้วกระชับแน่น มองตากันให้เข้าใจ " ให้พูดอะไร ? คาซึนาริก็รู้แล้วว่าเราเคยรักกัน แล้วโชก็เป็นเพื่อนชั้น คาซึนาริอยากรู้อะไรอีก ? " " เพื่อนหมอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ถามโช โชก็ไม่บอกอะไรนอกจากเป็นเพื่อนหมอ แต่เพื่อนหมอจะมาตีสนิทกับผมทำไมต่างหาก นั่นแหละประเด็น ! " " แล้วจะให้ชั้นทำยังไง ! ให้พูดว่าอะไร ? ตื่นมาก็จำกันไม่ได้ แล้วจะให้โพล่งออกไปหรอ ว่า -นี่ เรารักกันนะ- ชั้นรู้จักคาซึนาริดี ถ้าทำแบบนั้นคาซึนาริก็จะเถียงแล้วไม่ยอมฟังอะไรอีก แล้วไงต่อจำได้มั้ย ? อยู่ดีๆก็มีวันนึงเพื่อนชั้นก็เข้ามาในห้อง เอามือจับหัวคาซึนาริไว้ ทำท่าเหมือนสนิทสนมกันซะเต็มประดา จะให้พูดไปหรอว่า -อย่านะชั้นหึง- ? ทั้งที่คาซึนาริยังจำเรื่องของเราสองคนไม่ได้เลย แล้วยิ่งนานวันก็ถูกคอกันมากขึ้น แบบนี้จะให้พูดหรอว่า -เฮ้ย ! หมอนี่จะมาตีท้ายครัวชั้น เค้าจะมาแย่งคาซึนาริไป - ทั้งที่ยังไงซะ หมอนั่นก็เพื่อนชั้น แบบนี้หรอที่คาซึนาริต้องการ ? " คำพูดยาวเหยียดพร้อมสีหน้าไม่สู้จะดีนักของไอบะ ทำให้คาซึนาริได้แต่นิ่งอึ้ง " ขออย่าให้ชั้นต้องเหนื่อยใจไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ก็เริ่มเบื่อเรื่องนี้ไปแล้วทุกที " " คราวนี้จะกลับบ้านกันได้รึยัง ? " มือใหญ่ยื่นกลับไปอีกครั้ง รอให้มือเล็กบอบบางทาบทับกันอีกครั้ง แล้วดึงเร่งไปที่รถให้เร็วกว่าเดิม และรอยยิ้มอบอุ่นของหมอที่เกือบหายไปทั้งหมด . . . .. ความเงียบชวนอึดอัดกัดกร่อนหัวใจไปจนสุดทาง และแม้ว่าคนป่วยจะอยากซักอยากถามแค่ไหน ความง่วงงุนจากอาการเพลียแดดก็ทำให้ร่างเล็กผล็อยหลับไปในที่สุด ชะรอยทิ้งจังหวะให้คนขับหันกลับมามองใบหน้าอ่อนใสของคาซึนาริอย่างเต็มตา เอื้อมมือข้างที่ว่างเว้นจากกันปรับพวงมาลัยโฉบไล้ใบหน้าอ่อนเยาว์ โน้มตัวมามองคนตัวเล็กใกล้ๆจนแทบหายใจอากาศเดียวกัน ริมฝีปากอุ่นร้อนฉวยโอกาสลิ้มรสกลีบปากบางเฉียบอย่างเงียบงัน เรียวลิ้นชื้นเปิดช่องทางอย่างถือเอาวิสาสะ ควานค้นความหวานคุ้นลิ้นอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งหลักฐานเม็ดสีขาวขุ่น เฝื่อนคออย่างจงใจในช่องปากเล็ก ลิ้นเรียวดุนดันยาเม็ดนั้นให้คนตัวเล็กกลืนกินอย่างจำยอมทั้งที่คาซึนาริยังไม่ทันรู้สึกตัว จากนั้นจึงเว้นจังหวะให้ร่างเล็กผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ละริมฝีปากเชื่องช้าอ้อยอิ่ง ลอบมองในหน้าหวานใส แล้วสมทบทับซ้ำจูบลงไปบนริมฝีปากสวยบางเบา .. " .. เล่นเกมส์กันดีมั้ยคาซึนาริ เกมส์เหมือนที่คาซึนาริชอบ .. " . . . " อืม.. หมอ.. " เสียงแผ่วพร่าต่างไปจากทุกที พึงรู้สึกถึงความร้อนแปลกแยกต่างจากทุกครั้ง ..เกิดอะไรขึ้น ? .. " ร้อน... " ลิ้นเรียวเล็กคลอเคลียริมฝีปากบางของตัวเองช้าๆ ลมหายใจติดขัดถี่กระชั้นจนริมฝีปากอุ่นประกบทับนุ่มนวล ทำให้คาซึนาริดิ้นรนหลบหนีจากการลุกล้ำ ทั้งที่ร่างกายกำลังตอบสนองไปในทางตรงกันข้าม ภาพที่เห็นเหมือนเพดานห้องสีขาวคล้ายคุ้นตา แต่ที่แน่ๆไม่ใช่โรงพยาบาล สัมผัสที่แผ่นหลังรู้สึกเปลือยเปล่า แต่อ่อนนุ่มที่เบาะรองรับ..เตียง ? ห้องนอน ? .. " อ่ะ !.. อย่า.. " สะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นอุ่นชิ้นโฉบไล้แผ่วเบาผ่านใบหู มือใหญ่ลากไล้ทาบทับแผ่นอกบาง ปรากฏรอยแดงในทุกพื้นที่ที่มือนั้นลากผ่าน มือเล็กปัดป่ายเปะปะ ปฏิเสธสัมผัสทั้งหมดสุดแรง ที่ผลที่ได้ก็แค่จับผ่านทุกอย่างแผ่วเบา ยิ่งเร่งให้ร่างสูงตรงหน้าใจเต้นแรงกว่าเดิม ส่งผลให้การกระทำต่อมาร้อนแรงเร่งเร้า ริมฝีปากสีแดงสดกลืนกินซุกซ่อนที่ซอกคอเล็ก ผิวอ่อนนุ่มขาวใสสะท้อนตา มืออุ่นลากไล้ต่ำลงเรื่อยๆ ริ้วเรียวปลดกางเกงยีนส์ที่คาซึนาริเพิ่งใส่ไปเมื่อเช้าก่อนรับกลับบ้านให้หลุดร่วงเพียงครึ่งทาง เกาะเกี่ยวขอบบ็อกเซอร์ตัวโปรดของคนตัวเล็กให้ลดต่ำลงอย่างหมิ่นเหม่ เปิดให้เห็นแก่นกลางกายแค่เพียงสัมผัสผ่าน นวดคลึงเบาหนักสับกันผ่านเนื้อผ้าหยาบมือ ทำเอาเสียงเล็กสั่นพร่า ความร้อนที่สะสมจากฤทธิ์ยาเร่งให้ร่างกายต้องการ ทั้งที่ใจคัดค้าน ทะยานอยากปลดปล่อยอยู่ทุกวินาที จนไอบะรู้สึกชื้นที่ฝ่ามือซึมซาบผ่านเนื้อผ้าที่กั้นคาซึนาริอยู่ " มะ.. หมอ..อย่า " แม้จะต้องการห้ามปรามอย่างสุดชีวิต แต่น้ำเสียงที่แปร่งออกมาช่างแผ่วเบาเสียแม้แต่ตัวเองก็แทบไม่ได้ยิน กลีบปากอุ่นยังคงสานต่อเจตนารมณ์เดิมด้วยลากจนต่ำลง หยอกเย้ายอดอกเล็กจนลำตัวบางสะดุ้ง มือแกร่งข้างที่ว่างเว้นจากการหยอกล้อก็โอบพยุงลำตัวเล็กให้รับสัมผัสอุ่นชื้นอย่างจงใจ จนเห็นได้ชัดว่าคนตัวเล็กที่ถูกทาบทับสั่นสะท้านอย่างหยุดไม่อยู่ ราวกับรู้ซึ้งถึงทุกตารางพื้นที่ของคนตัวเล็กดีเหลือเกิน ปลายเท้าเล็กจิกบนผืนเตียงอย่างกลั้นไม่ไหว " หมอ.. " " มาซากิ " น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ต่างจากทุกครั้งของคนตรงหน้าเรียกร้องเว้าวอน " เรียกชั้นว่า..มาซากิ.. " ฝ่ามืออุ่นทิ้งสัมผัสเชื่องช้าอย่างจงใจแกล้ง สบตาร่างเล็กตรงหน้าอย่างมีอำนาจ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหรี่ปรือแทบไร้สติ " มา..มาซากิ " ร่ำร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ใจไม่ต้องการแต่ทำไมมันทรมานเหลือเกิน ทั้งความร้อนความหวามวาบทำเอาคาซึนาริแสนรั้นกลายเป็นแค่เด็กน้อยในกำมือของไอบะ มาซากิอย่างช่วยไม่ได้ นิ้วเรียวปลดบอกเซอร์ของคนตัวเล็กให้หลุดลอดออกจากที่ๆควรจะอยู่โดยปกติ กอบกำคาซึนาริเอาไว้แทบทั้งหมด บีบเค้นคนตรงหน้าหอบจนตัวโยน " มาซากิ.. มาซากิ.. อ๊ะ ! " มือเปียกชื้นปล่อยทิ้งให้คาซึนาริอารมณ์ค้างไปอีกครั้ง ด้วยหันมาลูบไล้โคนขาด้านในอย่างหนักหน่วง ลิ้นอุ่นลากต่ำลงมาถึงช่องน้อย วนเวียนเชื่องช้าจนมือเล็กต้องกดให้ศีรษะร่างสูงลดต่ำลงเป็นเชิงบังคับทำให้ไอบะเสยตาขึ้นมองอย่างสมใจ แล้วละกลับไปสนใจร่างกายของคาซึนาริต่ออย่างไม่ลดละ ช่องปากอุ่นร้อนควบคุมร่างของคาซึนาริอย่างย่ามใจ " อ๊าาาาาาา... . . " คาซึนาริปลดปล่อยทั้งหมดที่มี หอบหิ้วเอาความร้อนจากพิษยาไปได้ไม่น้อย แต่ถ้ามันยังคงเหลืออยู่ล่ะ .. .. คนที่ชื่อมาซากิกลืนกินคราบคาวไปเกือบทั้งหมด ปล่อยให้ส่วนที่เหลืออาบไหลมุมปากบ้างเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วดูดกลืนคาซึนาริอีกครั้งอย่างเร่งเร้าทำให้อารมณ์ของคนตัวเล็กปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงเปียกชื้นตามผลพวงของการปลดปล่อยเมื่อครู่ลากวนปากทางนุ่มนิ่มก่อนจะดึนตัวเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว " ฮ้าาาาาา... . . " ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยนทั้งเสียววาบทั้งเจ็บปวดในคราวเดียว นิ้วเรียวยังคงฝังตัวแน่นอยู่ไม่ห่าง แล้วค่อยๆเคลื่อนไหวให้ความหวามหวานกระพือขึ้นอีกครั้ง จนช่องทางที่ไอบะ มาซากิต้องการก็พร้อมพอ ริมฝีปากอุ่นละจากแก่นกลางกลับไปประกบจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากบางเฉียบอีกหน คว้าควานหาความหวานจากคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ อ้อมแขนเล็กโอบกอดรอบคอคนที่ทาบทับตนอยู่อย่างไขว้คว้า ไอบะ มาซากิละจังหวะให้คาซึนาริหอบหายใจแค่ชั่วครู่ มองเห็นไอขาวขุ่นจากลมหายใจร้อนของคนตัวเล็กที่ลอดผ่านริมฝีปากเผยอแดง " คาซึนาริ.. " ลูบไล้แผ่นหลังบางเชื่องช้าใจเย็น ดึงรั้งกางเกงที่ค้างอยู่อย่างนั้นให้พ้นทาง แยกเรียวขาเล็กให้ห่างจากกัน แล้วแทรกกายดุดันอย่างไม่เกรงกลัวว่าร่างเล็กจะบุบสลาย กระแทกกระทั้นซ้ำๆจนสุดทาง ปลดปล่อยของเหลวขุ่นออกมาทั้งที่อยู่ในตัวอีกคน มือใหญ่ยังไม่ละหน้าที่ลูบไล้บีบเค้นจุดอ่อนไหวของคนตัวเล็กเชื่องช้าแผ่วเบา จนรู้สึกถึงแรงกระตุกเล็กๆ ที่ช่องทางอุ่นร้อน จนแน่ใจได้ว่า ค่ำคืนนี้คงไม่มีทางสิ้นสุดไปได้ง่ายๆ .. โดยไม่ทันได้สังเกตร่องรอยน้ำตาบางๆที่เกิดขึ้นแทบทุกเวลา .. ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== . . . .. หมอเจ็บผมรู้..เจ็บที่คนรักกันจำกันไม่ได้ เจ็บที่ทำมาแทบตายสุดท้ายผมกลับมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง บางทีมันอาจจะกลายเป็นความโกรธแค้นไปในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่คาดหวังให้มันกลายเป็นแบบนั้น .. แต่รู้อะไรมั้ย ? ผมเองก็เจ็บ .. จะเจ็บมากกว่าน้อยกว่าผมไม่รู้ แต่การที่ผมตื่นมาเจอหมอเป็นคนแรก ไว้ใจหมอเป็นที่สุดแต่ตอนนี้ความไว้ใจทั้งหมดกลับกลายเป็นความเคลือบแคลงหวาดหวั่น ทั้งที่มีแต่-หมอ- เชื่อแต่-หมอ-มาตลอด แต่ตอนนี้ผมกลับมี -ไอบะมาซากิ-มาแทน .. มันเหมือนไม่เหลือใคร .. . . . ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== . . . " อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " ริมฝีปากอิ่มของคนตัวสูงกว่าเผยเอาเสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอุ่นใจต่อกัน .. จนได้ยินเสียงเล็กใสของตัวเองดังชัดขึ้น หันกลับไปสบเข้ากับความฝันเดิมๆที่ต่างไปจากเดิม ความฝันเดิมๆที่เห็นความจริงชัดเจนขึ้น " อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ " ..มาซากิ.. ไอบะ มาซากิสินะ " สวยจังเลยนะ " .. รอยยิ้มจากการรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ล่องลอยอยู่ของคาซึนาริ ซ้อนทับกับรอยยิ้มสวยคลี่อ่อนบางจากคนตัวเล็กในความฝัน .. " ไม่เป็นไรหรอก ชั้นจะปกป้องคาซึนาริเอง " มือใหญ่อบอุ่นจับมือเล็กนุ่มนิ่มจนกระชับแน่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคง เมื่อหันไปมองก็เห็นคนที่เรียกว่า -หมอ- มาตลอด ทำให้รับรู้ได้ว่าจะเคียงข้างกันตลอดไป จำได้ว่าครั้งแรกๆที่เห็นมักจะด่าทอความฝันของตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ทำให้จำอะไรได้..แต่บางทีตอนนี้ อาจจะไม่แน่.. .. หันกลับไปข้างหลังเพราะเสียงง้องแง้งไม่ขาด มองเห็นตัวเองกับไอบะ มาซากิหยอกล้อกันท่ามกลางบรรยากาศหวาน จนคาซึนาริอมยิ้มแสนหวานพิงขอบวงกบประตูเบาๆ ฉ่ำเพลินอยู่กับความคิดตัวเอง จากที่เคยคิดแค่ว่าคุ้นเคย กลับคิดไปว่าเป็นบรรยากาศที่แสนรัก แล้วริมฝีปากบางก็วาดยิ้มให้สดใสขึ้นเพียงเพราะมาซากิหันกลับมาสบตากัน .. " มานี่สิคาซึ.. อยากลองทำเค้กไม่ใช่หรอ ? " " อื้ม ! " สองขาเล็กก้าวเดินช้าๆกึ่งลังเล ยืนเทียบซ้อนกับคนตัวเล็กในความฝันที่หันมายิ้มให้กันจนอดสงสัยไม่ได้ และเข้าใจความหมายของรอยยิ้มจากคนตัวเล็กข้างหน้าในวินาทีถัดมา แล้วหันกลับไปยิ้มให้กับมาซากิอย่างเต็มใจ ..เป็นครั้งแรกที่นิโนมิยะ คาซึนาริทั้งความจริงและความฝันซ้อนทับเป็นคนเดียวกัน... .. รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าอ่อนใส แม้น้ำอุ่นเอ่อรื้นที่ดวงตา มือเล็กยกขึ้นปิดเสียงสะอื้นของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะปกปิดยังไง มาซากิก็มองเห็นมันอยู่ดี .. " ร้องไห้ทำไมกัน คาซึนาริ " คนตัวสูงที่ยืนเคียงข้างโอบคาซึนาริให้หันมาสบตากัน ริมฝีปากอุ่นจูบซับน้ำตาที่คาซึนาริไม่ชอบให้ใครเห็นออกไปจากใบหน้า แล้วประทับจูบหวานซ้ำลงบนริมฝีปากบางเล็ก จนคนตัวเล็กไม่ทันสังเกตเห็นว่าห้องครัวที่อบอุ่น แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งโล่งกว้างอย่างที่คาซึนาริและมาซากิมักขับรถเล่นเป็นประจำ " มองนั่นสิ.. " มาซากิโอบกระชับซ้อนหลังคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร่างพรายแสงดาว แต่คาซึนาริก็ทำได้แค่เพียงซุกซ่อนปกปิดน้ำตาของตัวเอง จนได้รับแรงกระชับกอดที่แน่นขึ้น จึงยอมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคนที่โอบกอดตนอยู่ " อย่าร้องไห้เลยนะครับ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นใจดังเบาๆที่ข้างใบหู " อ้าว..เลยยิ่งร้องใหญ่เลย.. อย่างงี้จะเห็นดวงที่ชั้นอยากให้คาซึนาริดูมั้ยเนี่ย " ไอบะหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตาของคาซึนาริ " รักคาซึนารินะครับ " " คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! " " จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? " " ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม" " รัก..คาซึนาริ " . . . " มาซากิ.. " น้ำเสียงเล็กแผ่วราวกับล่องลอยอยู่ในความฝัน ดวงตาสุกใสหรี่ปรืออ่อนแรง ลืมตาตื่นจากความฝันที่เคยรังเกียจนักหนา ทั้งที่ในตอนนี้กลับคิดว่า..ถ้าความฝันมันทำให้จำมาซากิได้ ถ้าความฝันทำให้ไม่ต้องพลั้งพลาดไปทำร้ายมาซากิเข้า ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อยากจะจมอยู่ในความฝันไม่ให้สิ้นสุด ..นึกออกแล้ว.. จำความรู้สึกรักอบอุ่นที่ไอบะ มาซากิเคยให้จนเต็มหัวใจได้ด้วยหัวใจดวงเดิมของคาซึนาริ ดวงตาปลั่งช้ำรื้นเอ่อด้วยน้ำตาเม็ดใส เมื่อตระหนักถามตัวเองในวินาทีถัดมาว่า คนที่นอนอยู่ข้างกายตอนนี้เป็นใคร.. ใช่ไอบะ มาซากิคนเดิมหรือไม่ มาซากิคนเดิมที่ไม่เคยล่วงเกินกันหากคาซึนาริไม่อนุญาต มาซากิคนเดิมที่อ่อนโยนกับคาซึนาริจับหัวใจ.. ใช่คนเดียวกับที่ทำร้ายคาซึนาริเมื่อครู่หรือไม่ .. . . . . . " มาซากิ.. " คาซึนาริกระซิบบางเบากับสายลม พลิกตัวกลับแล้วซุกตัวให้จมกลับเข้าไปในอ้อมอกไอบะอีกครั้งเหมือนก่อนหน้า แต่ต่างที่ครั้งนี้คาซึนาริไม่ผลักไส น้ำตาที่คลอเต็มทิ้งตัวอย่างเงียบเชียบ เพราะใจดวงน้อยของคาซึนาริมองหา ไอบะ มาซากิคนเดิมไม่เจอ .. . . .. อยู่ด้วยกันนะคาซึนาริ .. .. อยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนในห้องนี้ แต่ครั้งนี้จะอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกไหน .. ความรู้สึกรักของชั้นที่มีต่อมาซากิคนเดิม แต่กลัวความคิดที่คาดเดาไม่ได้ของมาซากิในตอนนี้งั้นหรอ ? แล้วมาซากิล่ะจะอยู่กับชั้นด้วยความรู้สึกไหน .. .. ฉับพลันก่อนความคิดจะไปสุดทาง ก็กระจัดกระจายเมื่อคนข้างๆเริ่มยุกยิก ดวงตาคมเริ่มเผยรับแสงตะวัน คาซึนาริลบเอาความคิดไร้สาระประเภทที่ว่า..แกล้งหลับดีกว่า..ออกไปจากหัว เฝ้ามองอีกคนค่อยๆลืมตาตื่นทั้งๆที่ม่านน้ำตายังทิ้งรอยไม่ห่างจากดวงตาของคาซึนาริ .. " ตื่นแล้วหรอ ? ร้องไห้ทำไม ? " น้ำเสียงแหบทุ้มใจดีไม่ต่างจากทั้ง-หมอ- ทั้ง-มาซากิ- ทำให้คนตัวเล็กไม่แน่ใจ ทั้งที่รับรู้ได้โดยปริยายว่าเรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่ฝัน ไอบะใจร้ายคนนั้นมีอยู่จริง แล้วมาซากิคนนี้ล่ะ เป็นคนใจดี หรือใจร้าย .. " ไหนว่าอยากจะรู้ไงว่าจริงๆแล้วเรื่องราวเป็นยังไง เราสองคนเคยรักกันยังไง คาซึนาริอยากรู้ไม่ใช่หรอ ? หรือว่าตอนนี้คิดเสียใจที่รู้ ? " ไม่ปล่อยให้อีกคนอ่อนไหวนานนัก ไอบะก็โพล่งคำพูดเสียดแทงด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมา แล้วผุดลุกขึ้นพิงหัวเตียงโดยแนบเอาคนตัวเล็กให้นั่งซ้อนตักกันอย่างเบามือ อ้อมแขนแกร่งกักขังนิโนมิยะเอาไว้แนบตัวไม่ห่าง มือใหญ่สากลากเลียไปตามผิวนุ่มมือที่เต็มตื้นไปด้วยรอยแดงช้ำ รอยยิ้มเยียบผุดฝังอยู่ที่มุมปากของคนที่พร่ำบอกกันทุกวินาทีว่า ..รัก.. ริมฝีปากอุ่นจัดโฉบชิมเยื่ออ่อนช่วงโคนใบหูแกล้งเย้าให้คนตัวเล็กตื่นตัวอีกครั้งทั้งที่รอยเดิมจากเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย " วันนี้อยากจะไปโรงพยาบาลอีกมั้ย เหมือนเมื่อก่อนไง " ซุ่มเสียงแหบพร่าบอกกล่าวเรียบๆเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่มือใหญ่ลากไล้ต่ำลงจนคาซึนาริต้องตะปบไว้ " อย่า.. " " ทำไม ? ปกติคาซึนาริไม่เคยปฏิเสธชั้นนี่.. " น้ำเสียงแข็งขืนบวกรวมกับมือแกร่งที่ยังไม่ละความพยายามเดิมทำให้คาซึนาริปวดที่หัวใจหนึบหนับ " แล้วจะไม่ไปโรงพยาบาลกับชั้นหรอ ? " พลันน้ำเสียงอ่อนหวานเว้าวอนกลับมาแทนที่ หัวใจคาซึนาริกระตุกวูบหันหน้ากลับไปสบตา เปิดโอกาสให้ริมฝีปากคนสองคนกลับมาบรรจบกัน ร่างสูงดูดกลืนความหวานละมุนในสัมผัสอย่างสาแก่ใจ ดูท่าว่าแรงขัดขืนที่นิโนมิยะเคยมีมันลดน้อยลงจนอดแปลกใจไม่ได้ รสชาติเค็มเฝื่อนคล้ายน้ำตาที่ไอบะกำลังรู้สึกทำให้ต้องผละออกมาค้นหากันด้วยสายตาแทน " รังเกียจกันมากหรอ ? เกลียดกันแล้วสินะคาซึนาริ " เปล่งเสียงถามออกไปเบาๆด้วยหัวใจอ่อนล้า เค่นยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง สบสายตาเว้าวอนของคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอะไรอยู่ดี .. . . . รังเกียจหรอมาซากิ เกลียดมาซากิแล้วรึยังน่ะหรอ ..เปล่าเลย ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตามันถึงไหลทั้งที่ปกติชั้นไม่ใช่คนขี้แย แต่มาซากิ.. . . " เกลียดกันแล้วก็ดีแล้ว.. เกลียดให้เหมือนที่ชั้นเริ่มจะเกลียดนายก็แล้วกันนะคาซึนาริ " น้ำเสียงเย็นชาชัดลึกเข้าไปก้องในหูของคนตัวเล็ก ดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างเคว้งคว้างตกใจ มองหลับไปยังคนเคยรักกันอย่างค้นหา แต่อีกฝ่ายกลับผลุนผลันลุกขึ้นไปจากระดับสายตา . ..ปล่อยทิ้งให้คนตัวเล็กนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงน้ำจางๆมาจากในห้องน้ำ... . ... มาซากิคงอาบน้ำ .. นิโนมิยะคิดในใจ ค่อยๆยันตัวขึ้นจนรู้สึกปวดร้าวบริเวณช่วงล่างชัดเจนขึ้นจนต้องทรุดนั่งลงไปใหม่ ผุดลุกผุดนั่งวนไปวนมาอยู่แบบนั้น จนต้องใช้แรงฮึดครั้งสุดท้ายดึงตัวเองให้ลุกขึ้นเดินให้ได้ซักที ร่างเล็กพยุงตัวเดินโฉบผ่านเครื่องเรือนในห้องอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ความทรงจำที่เคยหลุดหายไปกลับมาจนชัดเจนอีกครั้ง มือเรียวเล็กค่อยๆลูบผ่านผ้าม่านสีอ่อนผืนบางอย่างบรรจง มองลอดออกไปจนเห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าจากข้างนอก . . . นี่ไงห้องใหม่ของเรา ! คาซึนาริจะได้เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้าด้วยนะ . . . . . . ทำยังกะมาซากิจะตื่นมาทันดูงั้นแหละ กว่าจะตื่นแต่ละทีก็สายจนต้องรีบไปทำงาน แบบนี้จะมีประโยชน์อะไร . . . . . . จำได้ว่าตัวเองในตอนนั้นเอาแต่ตั้งแง่ใส่มาซากิตลอด แต่มาซากิก็ไม่เคยหงุดหงิดใจ เอาแต่ยิ้มให้กันอย่างไม่รู้เบื่อ . . . .. ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนใสให้กับวันคืนแสนหวาน แต่ก็ชะงักลงเพราะรู้สึกถึงสายตาจ้องมองของอีกคนจากด้านหลัง ทำให้ตัดสินใจหันตัวกลับไปเผชิญหน้ากัน .. " ชั้นจะไปทำงาน ..คาซึนาริอยากไปด้วยมั้ย ? " น้ำเสียงทุ้มที่ถูกปรับให้ดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย คงเพราะความรู้สึก -รัก- ที่ทำให้ไอบะ มาซากิได้แต่ทำร้ายกันอย่างครึ่งๆกลางๆแบบนี้ สายตาคมมองเอื่อยสบสายตากับร่างเล็กตรงหน้าอย่างรู้สึกผิดครึ่ง เหนื่อยใจลังเลอีกครึ่ง ทำให้นิโนมิยะได้แต่ลังเลตามไปด้วย " ไม่ตอบแบบนั้น.. ไม่ไปสินะ " " . . . " " เอาเถอะ ไม่ก็ไม่ ไม่อยากบังคับ แต่ขออย่างนะคาซึ อย่าออกไปไหน ต่อให้ไปได้ก็เถอะ " ..ทันทีที่พูดจบ ไอบะก็หันกลับแล้วเดินออกไปจากห้องนอนเงียบๆได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆสองครั้งเป็นอันรับรู้ได้ว่าร่างสูงออกไปจากห้องนี้เรียบร้อยแล้ว .. . . . ต่อให้ไปได้ก็เถอะ . . . .. หมายความว่าไง ? .. คนตัวเล็กได้แต่สงสัยใจความของประโยคเมื่อครู่แล้วพูดทบทวนมันซ้ำๆว่า...แล้วทำไมจะไปไม่ได้ ? ... จนเข้าใจมันในที่สุดเมื่อนิโนมิยะตัดสินใจอาบน้ำล้างคราบรอยต่างๆออกจากตัว แล้วพบว่าในตู้เสื้อผ้าใบเดิมไม่มีเครื่องแต่งกายใดๆของนิโนมิยะอยู่เลยแม้แต่ชั้นใน ! .. เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างเล็กก็ได้แต่กลับไปทรุดตัวนั่งบนเตียงเหมือนเดิม มือเล็กกระชับผ้าเช็ดตัวให้ห่มคลุมร่างกายให้มากที่สุด พลางมองดูร่องรอยสีแดงที่ปรากฏประปรายตามผิวเนื้อให้เจ็บปวดที่ใจเล่นๆ .. . ..แกโง่เองคาซึนาริ คนที่ทำให้มาซากิหายไปก็คือตัวแกเอง แกมัวแต่สนใจอะไรอยู่..มัตซึโมโต้ จุน.. ซากุไร โช.. พวกเค้าเป็นใคร ? ..แกติดอกติดใจคนแปลกหน้าพวกนั้น แต่กลับผลักไสไอบะ มาซากิที่รักแกกว่าใคร.. .ทั้งหมดเพราะตัวแกเองคาซึนาริ.. . .. ร่างเล็กได้แต่จมกองน้ำตาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจเวลาที่ผ่านเลยไปแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ภาพที่อบอุ่นของคนสองคนที่ตอนนี้หาไม่เจอเลยซักคน .. . . . .. แกร๊ก .. .. จังหวะไขกุญแจนอกห้องเรียกความสนใจจากร่างเล็กครู่หนึ่ง ทำให้อดแปลกใจไม่ได้ว่า..มาซากิกลับเร็วจัง..จึงหันออกไปสนใจกับแสงภายนอกที่ทำให้รู้ว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงทีเดียว แต่ก็ยังไม่เย็นขนาดเวลากลับบ้านปกติของมาซากิ หรือแม้แต่รอบเวลาเข้าเวรเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้น..ใครกันล่ะ ? .. แต่ต่อให้สงสัยแค่ไหน อยากรู้เพียงใด คาซึนาริคงไม่บ้าขนาดออกไปหาใครก็ไม่รู้ด้วยสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้แน่ๆ จึงได้แต่นั่งรอด้วยใจระทึกอยู่ภายในห้องนอนเงียบๆ จนประตูห้องนอนถูกเปิดขึ้น ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มอบอุ่นที่คุ้นตา " โช ? .. " ..เจ้าของชื่อที่เพิ่งถูกเอ่ยมาเมื่อครู่ค่อยๆเดินมาหยุดตรงหน้าห่างจากคาซึนาริเพียงไม่กี่ฟุต ทำให้คาซึนาริรู้สึกเหมือนถูกคุกคามขั้นรุนแรงจากสภาพเปลือย มือเล็กคว้าแน่นให้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก มืออีกข้างก็ลนลานหาเอาผ้าห่มผ้าปูเตียงมาปิดตัวเสียให้วุ่น จนร่างสูงที่มองอยู่ได้แต่ขำเบาๆ ยังผลให้ใบหน้าอ่อนใสซับสีแดงเข้มลามไปถึงใบหู แล้วหันกลับมามองซากุไรอย่างตื่นตระหนก..บางทีสิ่งที่สำคัญกว่าทำไมมาซากิถึงเปลี่ยนไป อาจเป็นต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไปต่างหาก ! .. . " ว่าไง ? ทำไมอยู่สภาพนี้ล่ะ ? " น้ำเสียงล้อเล่นของโชทำให้นิโนมิยะอดแปลกใจไม่ได้ ร่างหนาย่อตัวลงตรงหน้าระดับสายตาอยู่ไม่สูงไปกว่าหว่างขาคนตัวเล็กเท่าไหร่นัก แม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคาซึนาริก็เถอะ แต่.. " โทษนะ ! ต่อให้อยากสุภาพแค่ไหน แต่วันนี้ชั้นอยากให้นายยืนค้ำหัวชั้นมากกว่า ! " ร่างเล็กตวาดลั่น หุบขาแน่นมองหน้ากันอายๆ จนซากุไรอดใจไม่ไหวต้องคว้าเอาศีรษะเล็กมาโยกเล่นอย่างอ่อนโยนใจดี " ยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมอยู่สภาพนี้ ? ไอบะแกล้งรึไง ? " น้ำเสียงอบอุ่นกับความคุ้นเคยในตัวโช ทำให้คาซึนาริหวั่นไหวไม่น้อย ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอบอุ่นของโช หรือความกดดันจากมาซากิกันแน่ " โช... โชเคยบอกว่าชั้นเคยรักกับหมอใช่มั้ย ? " " อืม " " แล้วชั้นกับหมอก็ย้ายไปอยู่ในที่ที่นายหาไม่เจอใช่มั้ย ? " " . . . " " มันคือที่นี่สินะ.. งั้นชั้นคงไม่ต้องถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง หรือเข้ามาได้ยังไง มันคงไม่เกินความสามารถของนาย " คำตอบไร้ทิศทางของนิโนมิยะทำให้ซากุไรได้แต่มองสบตากลับไปอย่างนิ่งๆ แล้วเดินอ้อมมานั่งเคียงข้างกันบนเตียง " หนีมั้ย ? " คำถามแทงใจหลุดจากปากของร่างสูงทำให้คาซึนาริตาเบิกกว้างอีกครั้งของวัน " ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกไม่ดี เพราะงั้น..จะหนีมั้ย ? " " . . . " " หรือนิโนะจะนอนรอความตายอยู่นี่ ? " เสียงทุ้มทอดต่ำทำให้ร่างเล็กไม่สบอารมณ์เล็กน้อย " มาซากิคงไม่เอาถึงตายหรอกน่า ! " " มาซากิ ? " " อืม.. มาซากิ " โชเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนิโนมิยะ หรือว่าบางที.. " นิโนะจำได้แล้วหรอ ? " . . . ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :=========== ทู บี คอน Ps. ไม่สนุกขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย.... KIOKU [ 2 ] - LAUNCH -» Title : KIOKU [ 2 ] - LAUNCH - KIOKU [ 1 ] - INCIDENT -» Title : KIOKU [ 1 ] - INCIDENT - KIOKU [ 0 ] - PRELUDE -» Title : KIOKU [ 0 ] - PRELUDE - : : KONSEKI : : [SF]» Title : : : KONSEKI : : [SF #REGRET Sakurai's part] : : 1st SMILE : : [SF]» Title : : : 1st SMILE : : [ShORT FiCTiON# 1st SERIES] : : REGRET : : [SF]» Title : : : REGRET : : [ShORT FiCTiON] |
|
|