个人资料: ll You're now in 13th ...照片日志列表 工具 帮助

日志


7月24日

: : BlUE : : [ SF ]

» Title : : : BlUE : : [ShORT FiCTiON#REGRET Matsumoto's part]
» Cast : Matsumoto Jun
» Author :
KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
" ขอโทษนะครับ... ตรงนี้ว่างรึเปล่า ? " เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังขึ้นเบาๆ เรียกสติคนตัวเล็กข้างหน้าให้กลับสู่โลกของความเป็นจริงซักที
 
... นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่เป็นครั้งแรกที่กล้ามากพอ เพียงพอที่จะสบกับสายตาเหม่อลอยขุ่นมัวของคนๆนี้ ...
 
" คบกันได้มั้ยครับนิโนมิยะ... " ในที่สุดก็เอ่ยมันออกมา จะเพียงความเพ้อฝันหรืออะไรก็ช่างเถอะ จะทำให้ได้... จะทำให้รักกันให้ได้...
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
. . . สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา มีเพียงความเม่อลอย และรอยยิ้มจางๆเท่านั้น . . .
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว แต่ไม่ว่ายังไงก็จะทำให้รักให้ได้ . . .
 
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว ว่าต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็กอดเก็บเธอไว้ไม่ได้ . . .
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 " นี่จุนคุง.. "
" . . . "
" จุนคุง!!!!!!!! "
" ครับ !??! " เสียงทุ้มขึ้นจมูกตอบกลับมาอย่างตกอกจกใจ
.. เหม่อมองอะไรอยู่นะ. .. เหม่อมองคนตัวเล็กคนนั้นอยู่รึเปล่า ? ..
" เหม่ออะไรของเราน่ะ.. หนังสือหนังหาไม่อ่านหรอ ? เปิดหน้านั้นมา 3ชั่วโมงแล้วนะ !! " เสียงเจ้าของร้านกาแฟคุ้นหูที่ชายหนุ่มมักมาพักพงก่อนสอบเสมอๆ กร่นด่า..ไม่สิ! บ่นอย่างเป็นห่วงเหมือนทุกวัน แต่"จุนคุง"ที่ว่าก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเหมือนทุกวัน..
 
" ข้างนอกนั่นมีอะไรน่าสนใจหรอครับ ? " ในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา แต่ก็ไม่ใช่กับคนที่ต้องการสื่อสารด้วย... แบบนั้นจะได้อะไร ...
" จุนคุงสนใจอะไรล่ะ.. -คน- หรือ -วิว- "
" . . . " เด็กหนุ่มยังคงไม่ตอบอะไรเพียงยิ้มให้จางๆ ก่อนจะชายตากลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่เดิมเหมือนทุกวัน
.. 2 อาทิตย์แล้วนะ ผมมาที่นี่ 2อาทิตย์ และเห็นคุณอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิมทุกวัน.. ข้างนอกนั้น.. มันมีอะไรกัน ..
 
. . .
 
" โช.. . .. " เสียงพึมพำเบาๆจากคนที่เฝ้าสนใจ สายตาที่มักเหม่อลอยกลับเผยความไหวหวั่นระริก .. .. อะไรที่สำคัญกับนัยน์ตาสวยคู่นี้กัน ..
.. ร่างสูงค่อยๆเลียบเคียงไปกับหน้าต่างใหญ่บานเดียวกัน เห็นเพียงแค่เด็กหนุ่มท่าทางอายุน้อยกว่าตนเอง 2คน นั่งเคียงกัน ..ก็แค่นั้น..
 
. . . แค่นั้นสำหรับมัตซึโมโต้ . . .
. . . มันแค่ไหนของคนตัวเล็กตรงหน้านี้กันนะ . . .
 
. . .
 
" ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ ? " เอ่ยไปอย่างไม่ทันได้สติ ทำให้ตกใจในคำพูดของตัวเอง ผงะจนสบกับดวงตาอีกคนเข้าจนได้
" . . . "
" นะครับ ... " รุกไล่อีกคนด้วยสำเนียงอ่อนโยนให้อีกฝ่ายไว้ใจ แล้วถือวิสาสะนั่งเอาดื้อๆ ก่อนทันได้ปฏิเสธ
" ข้างนอกมีอะไรน่าสนใจหรอครับ " . . ไม่ได้คำตอบใดๆจากริมฝีปากบางนอกจากการถอนสายตาจากตัวเองไปยังงนอกหน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมายิ้มเบาบางให้กัน . .
" . ..เปล่าครับ.. . " น้ำเสียงเล็กใสไม่ต่างจากตัวเจ้าของ บวกรวมกับรอยยิ้มเงียบๆและดวงตาสีอ่อนที่หันมาสบกันอย่างไร้วี่แววหวาดกลัว ..
 
. . . บอกให้รู้กันโต้งๆไปเลยว่า - ผมไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นหรอกนะ - . . .
. . . แต่ถ้าจะตอบกลับให้รู้ว่า - สนใจไปแล้ว - จะปฏิเสธกันยังไง ? . . .
 
" มัตซึโมโต้ จุนครับ...  เรียก - จุน - ก็ได้นะครับ.. ."
" . . . " คนตัวเล็กไม่มีท่าทีใส่ใจนัก จนต้องเล่นจ้องตากันอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดอะไรออกมาซักที
" นิโนมิยะ คาซึนาริครับ "
" คาซึน... "
" ขอโทษนะครับ สะดวกให้เรียก --นิโนะ-- มากกว่า " ถูกโต้กลับมานิ่งๆก่อนจะมีโอกาสทวนชื่อคนตรงหน้า
 
. . . ยังไงก็ก้าวข้ามมันไปไม่ได้ . . .
 
. . .
 
" ว่างอยู่รึเปล่าครับ "
" ครับ " เสียงนุ่มเรียบดังขึ้นเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ..ไม่จำเป็น เพราะมันเป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน ..
" งั้นไปกับผมนะ " ลำแขนแกร่งฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้นตามอย่างถือสิทธิ์
" . . . "
" ลุกสิครับ ! ก็คุณบอกเองว่าว่างไม่ใช่หรอ ? "
" ผมหมายถึงเก้าอี้ว่างครับ.. ไม่ใช่ผม "
" นิโนะ... "
" ครับ... " การเล่น20คำถาม ทำเอาคนตัวสูงอ่อนใจ จนต้องใช่น้ำเสียงอ้อนๆเรียกร้องอีกฝ่าย
" ไปกับผมนะครับ.. ไปเป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากมองดูอีกฝ่ายเงียบๆแล้วลุกตาม ..
 
. . . นิโนะก็เป็นแบบนั้น ต่อให้ไม่ชอบใจก็ไม่พูดออกมา ได้แต่ยิ้มเงียบๆเท่านั้นเอง . . .
 
 
" มัตซึโมโต้ซัง... "
" จุน.. "
" มัตซึ.. "
" จุนครับ.. เรียกผมว่าจุนเถอะ.. นะนิโนะ "
" ... " น้ำเสียงลำบากใจ แม้จะเคยทำให้ใจอ่อนกันมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ของซักครั้งได้มั้ย ?
" ผมอยากให้นิโนะ เรียกผมแบบนั้น.. ให้นิโนะคนเดียว ..นะครับ " สายตาอ้อนวอนส่งไปเพื่อยืนยันคำอธิษฐานนั้น
" จุน... คุง .. "
" ฮ่ะ ฮะ ฮะ จุนเฉยๆสิครับ "
" ... "
" ... "
" .. . ...จุน . .... " เสียงตอบกลับมาแม้เพียงบางเบากับรอยยิ้มจางๆ ทำให้มีรอยยิ้มกว้างบนหน้าของคนพยายาม
 
.. หลายครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่าพยายามไปมากมายแค่ไหน และแม้คนตัวเล็กจะบ่งบอกชัดเเจ้งทางสายตาขนาดไหนว่าลำบากใจ แต่คงเพราะเห็นใจกัน ทำให้ตอบรับความหวังดีนั้นไปทุกครั้ง ..
 
.. ใจดีหรือใจร้ายกันนะ เห็นใจกันแบบนี้ มีแต่จะทำให้ความหวังเพิ่มมากขึ้นทุกที แล้วก็เจ็บทุกทีที่เห็นว่า " ไม่รักกัน " ..
 
" หลับรึยัง ? " คนตัวสูงมองใบหน้าอีกคนในอ้อมกอด ทำแบบนั้นทุกคืน เฝ้ามองริมฝีปากสวยที่มักคลี่ยิ้มอ่อนๆอยู่เสมอกับสายลมแผ่วเบา จมูกเล็กรั้นตามนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครขัดใจแต่ก็ไม่เคยพูดต่อว่าอีกฝ่ายกลับไปซักครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมเล็กนุ่มมือให้พ้นจากใบหน้าอ่อนใส ให้พ้นไปจากสายตาอ่อนโยนที่ส่งให้อีกฝ่ายไปไม่เคยขาด
" หลับแล้วหรอ... คาซึนาริ " เรียกเพราะใจหวัง..ซักวันใจดวงเล็กคนเห็นค่า คนตัวเล็กจะหันกลับมามอง
" เรียกว่า --นิโนะ--ได้มั้ย..จุน " เสียงแหบเล็กกังวาลขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่นในใจอีกคน
" ขอโทษนะนิโนะ นึกว่าหลับไปแล้ว นอนเถอะ... ผมจะอยู่เป็นเพื่อน " หนักแน่นในใจว่าไม่ได้รักกัน ขาดแค่ใจอีกดวงไม่เคยส่งความอ่อนโยนกลับมา ..ก็เท่านั้นเอง
 
.. จะต้องพยายามอีกเท่าไหร่ ถึงทำให้รักกัน ให้ความรักของนิโนมิยะ หล่อเลี้ยงให้ใจแกร่งของคนๆนี้ ซับสีเลือดซักที ..
.. แล้วต่อจากนี้.. จะต้องพยายามอีกแค่ไหน จะต้องส่งความรักผ่านอะไร ถึงจะไปถึงใจบอบบางของ --นิโนะ-- ซักที ..
 
" เสียใจด้วยครับ "
" เห...!?! อย่ามาล้อเล่นน่ะหมอ.. ไม่ขำนะ !!!!! " น้ำเสียงร้อนรนที่นิโนะไม่เคยได้ยินจากริมฝีปากแดงสดนี้ คำพูดสุภาพที่เคยได้ยินจนติดหู... หายไปไหนกันนะ..
 
" ทางเรา... พยายามสุดความสามารถแล้วครับ.. "
" .. .. .....ทำไม.. " น้ำเสียงแผ่วไม่หนักแน่นเหมือนที่ให้ยืนยันว่ารักนิโนมิยะมันดังขึ้น
" ทำไมล่ะหมอ... ถ้าเลือดไม่พอ จะเอาเลือดผมไปกี่ลิตรก็ได้ถ้าให้นิโนะ ถ้าหัวใจล้มเหลวก็เอาหัวใจผมไปใส่แทนก็ได้ถ้าทำให้นิโนะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผมจะปกป้องไม่ให้อะไรมาเข้าใกล้นิโนะได้ บอกผมสิ บอกมาเซ่!!!!!!!!!!!!!! จะให้ทำยังไงเค้าถึงจะไม่ไป หรือถ้าไปแล้วทำยังไงเค้าถึงจะกลับมา!!! บอกมาซิโว้ยยยยยยยย!!!!!!! " ร่างสูงที่เคยเป็นเหมือนเกราะกำบังคนตัวเล็กมันทรุดลงไปกอง มีเพียงแค่เข่าสองข้างที่รับน้ำหนักเอาไว้ก็เท่านั้น มือสองข้างที่เคยโอบกอดอีกคนให้อบอุ่นกำลังเหนี่ยวรั้งขาสองข้างของคนที่เป็นหมอเพื่อยึดเหนี่ยว.. ยึดเหนี่ยวหนทางเดียวที่จะทำให้คนที่รักกลับมา...คนที่รัก..ไม่ใช่คนรัก.. ... . .   .
 
 
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 . . . ต่อให้รักแค่ไหน . . . เธอก็ไม่ใช่ของผม . . .
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 
.. ผมรู้ดีว่า.. สายตาของคุณที่มองผมไม่ได้พิเศษเหมือนที่คุณมอง "โช" ..
.. ผมรู้ดีว่าที่คุณจับมือของผม เพราะคุณชินกับการจับมือเดินไปกับใครซักคนแม้ว่าคนๆนั้นจะไม่ใช่คนที่คุณต้องการ แม้ว่าคนๆนี้จะไม่ใช่ "โช" ..
.. ผมหนุนนอนบนตักของผมด้วยความคุ้นชินเหมือนที่คุณเคยหนุนตักอบอุ่นของเค้า แต่มันต่าง... ตรงที่คุณหนุนตักของชั้นพร้อมรอยน้ำตา แต่ริมฝีปากสวยนี้คลี่ยิ้มสดใสทุกครั้งบนตักของ "โช" ..
.. คุณดีดกีต้าร์เพลงเดียวกับที่คุณเล่นกับเค้าให้ชั้นฟัง แต่คุณหันไปมองท้องฟ้าสีส้มที่คุณชอบมากกว่ามองชั้น ทั้งๆที่ผมเคยฟังเพลงนี้พร้อมเสียงหัวเราะสดใสและใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อคุณเล่นเพลงนี้กับ "โช" ..
.. คุณไม่เคยเป็นตัวเเทนของเค้า เพราะคุณไม่เคยหันกลับมามองเพื่อหาภาพซ้อนของผมกับเค้า แต่คุณมองหาแค่ "โช" ..
 
.. ผมอยากเรียกคุณซักครั้งด้วยเสียงของผมว่า .."คาซึนาริ" ..
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =

: : DREAMLIFE 6: 13 : :

» Title :  DREAMLIFE 6:13
» Cast : KENtaro shibuya james LLOYD
» Author : Oblivion one @ http://spaces.msn.com/13thredmoon

------------------------------------------------------------------------------------------------- dreamlife 6: 13 --------------

 

R r r …

ครับ. . .

ยังอยู่ดีน่า. . . KAZ” ตอบกลับเสียงของเพื่อนเก่าที่ยังคงความเป็นห่วงเป็นใยไม่เปลี่ยน

ผมอยู่คนเดียวได้ ... ผมอยู่คนเดียว...ได้....จะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ พูดไปอย่างงั้น...

. . .

ผมอยู่ได้จริงๆ . . . ถึงจะยืนยันออกไป แต่ความอ่อนไหวก็ไม่เคยลดลง

ยังไง...ผมก็จะทำFAKE?ต่อไป . . . พวกวงsupportก็ยังอยู่ ผมไม่ได้ทำคนเดียวซักหน่อย. . . ทำเสียงติดตลก กลั้นยิ้มกับน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจนดูเว่อร์เกินจริงของเพื่อนคนนี้

ทีKAZยังเคยทิ้งผมไปเลย เรื่องแค่นี้. . .ผมไม่เป็นไร . .

 

. . .  เราสองคนเจาะคิ้วกันคนละข้าง . . ถ้าจูบกัน ห่วงที่คิ้วมันจะพันกันมั้ยนะ ? ? . . .

ประโยคแรกที่อ้าปากพูดออกไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันแท้ๆ

. . . ลองทำงานด้วยกันมั้ย เห็นพี่ฮิเดะชื่นชมนายเอาเรื่องเลยนี่ ลองมาทำด้วยกันมั้ยล่ะ ?? . . .

นั่นเป็นคำพูดที่ทำให้เราสองคนทำงานร่วมกัน

 

คุณจะยังจำคำพูดพวกนั้นได้บ้างรึเปล่า

. . . I N O R A N . . .

 

ต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้วหรอน้า . . . คำพูดติดตลกเปรยเบาๆผ่านริมฝีปากสวย ขาสองข้างเดินไปเปิดตู้เย็นขนาด 2 คิว หยิบขวดน้ำเปล่าเย็นเฉียบ ก่อนจะลำเลียงของเหลวพวกน้ำผ่านลำคอ อากาศช่วงหน้าร้อนนี่มันร้อนสะใจจริงๆ ร้อนเหมือนจะเผาทุกอย่าง แต่ในใจกลับเย็นอย่างกับหน้าหนาวที่ลอนดอน. .  ปวดใจทุกครั้งที่คิดถึง ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว ครอบครัวที่ไม่เหมือนครอบครัว เพื่อนซักคนก็ไม่มี ทำให้เข้าใจคำว่า ..คนเดียว..ได้ดีจริงๆ

ตอนที่ต้องมาอยู่ญี่ปุ่น. . . เป็นยังไงนะ. . . ควันสีเทาขมุกขมัวคละคลุ้งจากปลายนิ้วเรียว ขณะที่สมองยังคงแล่นกลับสู่อดีต แอบยิ้มจางๆให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงเพื่อนกลุ่มแรก KAZ masaru และครั้งแรกที่มีเพื่อนก็เพราะผู้ชายที่ชื่อ hide . . . . . . ก่อนที่ดวงตาคมจะอ่อนแสงลง ทั้งที่ริมฝีปากบางยังคงหยักยิ้ม

 

. . คนต่อมาที่ยอมลงให้ก็. . . INORAN สินะ . .

 

Deaeta koto   kitto subete de
Fureta kotoba kisetsu wo irotta to
“ Shinjiru koto wo   kimi ga oshite kureta ”
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Furi kaerazuni
Sabita keshiki no   mukou wo
Mitsumeteta mono-tachi wa Kagayaite
  tadori tsukeru hazusa
 
Nidoto wa nai   kono toki wo dakishimete
Shizuka ni hikari wa   taemanaku nagarete yuku
“ Aisuru koto wo   kimi ga oshiete kureta   to me ”
 
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Furi kaerazuni
Sabita keshiki no   mukou wo
Mitsumeteta mono-tachi wa
Kagayaite   tadori tsuku darou
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Kagayaite   tadori tsukeru hazusa
Zutto soba ni ite   yume nara samenai de
Owaranai de
Life's like a dream
Sometimes I wonder when I'll be waking up
 
. . .สำหรับFAKE? ผมจะทำมันต่อไป แต่ได้โปรดอย่าโทษอิโนรันเลยนะครับ. . .
คำพูดที่พูดออกไปตามที่คิด เพราะไม่อยากให้คุณเป็นคนผิดในสายตาของใคร เพราะคุณเป็นคน..สำคัญ

: : 1st KISS : : [SF]

1st KISS
" จูบแรกของผมตอนป.4 ครับ "
" เห ? คนแบบไหนกันนะที่ได้จูบแรกจากจุนคุงไป "
" เป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก แก้มป่องตาโตสเปกผมเลย !  " เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังตอบคำสัมภาษณ์จากนิตยสารที่มักถ่ายแบบให้ประจำดังขึ้นหลังการถ่ายรูป โดยที่สมาชิกคนอื่นๆก็ค่อยๆทยอยเดินเข้ามาทีละคนสอง
 
" แล้วโชคุงล่ะคะ ? จูบครั้งแรกเป็นยังไง ? "
" เอ๋ ............................. ? " ..จูบแรกของผม - ซากุไร โช - แห่งอาราชิ.. โอ๊ยยย.. อย่าไปพูดถึงเลยครับ เอ๋ ! ..ไม่ใช่ว่านานหรืออะไรแบบนั้นหรอกครับ ..
 
. . . ยังไม่เคยต่างหากเล่า ! ! ! . . .
 
.. สำหรับผมน่ะ คำว่า "จูบ " น่ะนะ ต้องกับคนที่รักสิครับ ! การแสดงอะไรนั่นมันก็แค่การแสดง ไม่ใช่จูบซักหน่อย เพราะงั้น ! ..
 
. . . ผมยังไม่เคยจูบเลยซักครั้ง ! ! ! . . .
 
 
. . . เศร้าจริงๆเลยน้าชีวิตหนุ่มหล่อ . . .
 
. . .
 
 + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - ^3^ 1st KISS  + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

: : I'm sorry : : [ SF MODE SK ]

I'm SORRY
» Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON]
» Cast : Sakurai Sho x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
ll WARNING ll
 
นี่อาจเป็นเรื่องเศร้าที่สุดที่เคยแต่งมา อยากให้ทำใจ และ. . . .ล้างเท้าให้สะอาด ก่อนอ่าน
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
" โถ่เว้ย ! นิโนมิยะ นายคิดว่านายเป็นใครกัน อย่ามาทำตัวงี่เง่าแบบนี้นะ ! " เสียงต่ำกร้าวตะคอกออกมาโดยไม่ใส่ใจต่อสถานที่และผู้รับฟังตรงหน้าแม้แต่น้อย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เค้าอยากจะทำ ด้วยความหวังว่าการแสดงความโกรธแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับสิ่งที่เค้าพูดมากขึ้นบ้าง แต่.. .
" . . . " ไม่มีแม้แต่เสียงพูด นอกจากเสียงสะอื้นแผ่วเบากับแผ่นหลังสั่นระริกให้เห็น ..แม้แต่หน้าก็ไม่มอง..
" บ้าบอแบบนี้คงไม่ต้องคุยกันแล้ว .. . " เสียงทุ้มหนักดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงทอดถอนใจหนักหน่วง
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
" วิ้ดวิ้วววว ! 'รุนหวัดทุกสรรพสิ่ง Super idol ไอบะจังมาแว้ววววววว " เสียงแหบแปร่งที่ระบุตัวคนพูดได้จากน้ำเสียงและสำเนียงดังขึ้นพร้อม
" พลั่ว ! "
" อั่ก ! " น่านนน.. เสียงกระทบกันอย่างร่าเริงของมือยาวกับแผ่นหลังเล็กของเพื่อนคนสนิท
" ว่าไง นิโนมิยะคุงงง ไม่คิดจะตอบรับเสียงชายหนุ่มเสน่ห์แรง ยอดยาหยีคนนี้หรอจ๊ะ " เสียงไม่ระบุสัญชาติยังคงดังต่อไป เรียกเอาความสนใจจากคู่สนทนาได้เป็นอย่างดีเพราะ
 
" มาเงียบๆไม่เป็นหรอ เห็นห้องซ้อมเป็นตลาดปลารึไงไอบะจัง ! " ช่าย.. เพราะคู่สนทนาน่าเอ็นดูคนนี้ก็ตอบกลับมาได้ร่าเริงสมวัยเช่นกัน
 
. . . 2 เสียง 2 คน สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ใส...กิ๊ง . . .
 
" แข็งแรงดีนะคนหนุ่มสาว "
" ฮ่า ! ผู้สูงอายุ มาแต่เช้าเชียว แต่ตาฟางขนาดมองไม่เห็นสุดหล่ออย่างชั้นที่นายขวางอยู่หรอลีดเดอร์.. "
 
. . . บรรยากาศสดใสสมวัยคนอ่าน (และคนแต่ง?) กรุ่นๆ อยู่ทั่วห้องซ้อมของ 5หนุ่ม อารัชชี่แมนเหมือนปกติ ยกเว้นก็แต่... . . .
 
" อ้าว ! โชจัง.. ปวดขี้หรอแก หน้าบูดเป็นตูดลิงเลย "
" เออ.. ตัวก็ใหญ่เป็นหมู ยังจะทำหน้าบูดอีกเหม่ง " เห็นมะ.. สดใส.. ขนาดทักเพื่อนยังมองไม่เห็นรังสีอมหิตเล้ย..
 
. . . เอ๋ ! รังสีอมหิต ม่าย ไม่ได้นะ ! มันไม่เหมาะกับห้องซ้อมวัยฉกรรจ์ มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันนะ !?! . . .
 
. . . อ๊ะ ! นั่นๆ ! คนตัวสูงผมน้ำตาลคนนั้นเข้าไปถามแล้ว แต่.. ไหงไปถามคนน่ารักคนนั้นซะล่ะ !?! . . .
 
" คาซึคุง.. โชจังเป็นไร ? "
" จะไปทราบได้ยังไงล่ะครับคุณผู้สื่อข่าวไอบะ มาซากิ " นั่นไง ! ก็ถามคนตัวเล็ก เค้าไปรู้ได้ยังไงว่าคนตัวใหญ่โมโหอะไร.. ?
" โกหกเห็นๆอ่ะน้องหมวย นายรู้แน่ๆ ! " ทำไมนายตัวสูงต้องไปคะยั้นคะยอคนน่ารักคนนี้ล่ะ 
" ก็มือนายที่จับแก้มลีดเดอร์น่ะ มันบับแรงขึ้นจนลีดเดอร์ตาเหลือกแล้วน่ะสิ "  อ๋อออ.. อย่างงี้นี้เอง
" ทะเลาะกันหรอ ตัวเล็ก " คนตัวสูงอีกคนก็เข้ามาแทคทีมด้วยแล้วล่ะ !
" เปล่า "
" โกหก แม้แต่เพื่อนก็จะปิดบังหรอ ? " อ๊ะ ! อย่าแกล้งคนตัวเล็กสิ หน้ามุ่ยหมดแล้วนะ !
" .. ก็ได้.. ทะเลาะ .. แต่หมอนั่นผิดนะ ชั้นเปล่า "
" เรื่องใหญ่หรอ ปกติไม่เห็นทะเลาะกันนาน "
" ไม่ใหญ่ แต่ไม่ยกโทษ "
" อ้าว... "
 
. . . ใช่ ! ไม่ยกโทษ ก็หมอนั่นยังไม่ได้ "ขอโทษ" ชั้นเลยนี่นา . . .
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
Ps . . . ก็บอกแล้วว่ามันเศร้า OOoo(T____T)ooOO
 
อ๊ะ ! ล้างเท้ารึยัง ถ้าล้างแล้วล่ะก็นะ..... ไล่เตะคนแต่งได้เลยคร้าบบบบ . . .. ฟิ้ว ~
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
จบซะเถอะแก *เสียงหักข้อนิ้วจากนิโนมิยะคุง*

: : I'm SORRY : : [1][SF]

» Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON]
» Cast : Matsumoto Jun x Aiba Masaki
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao

---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----






ll ได้โปรดอย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่า - เสียใจ - จากชั้นเลยนะ ll





---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




" ขอโทษษษษษษษษษ นะๆๆๆ หมวยน้า.. ขอโทษจริงๆอ่ะ เมื่อเช้าตื่นสายไปหน่อยเลยไม่ทันได้หยิบมาให้ ขอโทษน้า " เสียงแหบที่คุ้นหูเพื่อนอีกสี่คนดังขึ้นไม่ขาด ขายาวๆเดินจ้ำตามคนตัวเล็กที่พยายามจะไล่ควายเข้าคอก มือเรียวพนมยกขึ้นยกลงไม่หยุด
" ก็บอกแล้วว่าให้เตรียมของที่ต้องใช้ไว้ตั้งแต่กลางคืน แล้วเมื่อวานชั้นก็ย้ำนักย้ำหนาแล้วนะไอบะจัง " คนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าก็ตวาดกลับไปมาล้งเล้งด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างกัน ทั้งที่จริงๆแล้วของที่เพื่อนสนิทยืมไปก็ไม่ได้ใช้ในการซ้อมวันนี้ซักหน่อย แค่แผ่นเกมส์ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานแล้วยังเคลียร์ไม่ผ่านก็เท่านั้นเอง ไม่รู้จะสำนึกผิดอะไรมากมาย... แต่ก็นิสัยคนตัวสูงคนนี้นี่น้า...@(^__________^ )@

" เฮ้ย ! แล้วจะเดินตามไปถึงไหน ไม่เอามาก็ไม่เอามา ไม่คิดจะซ้อมรึไง " ในที่สุดคนตัวเล็กก็หมดความอดทนเข้าซะแล้ว หันกลับมายืนประจันหน้าเท้าเอวเผื่อว่าตัวมันจะสูงขึ้น ทำเอาคนที่เดินตามอยู่หยุดขาตัวเองไม่ทันแทบจะล้มทับนิโนมิยะเข้า ถ้าไม่ติดว่ามีมือดีเข้ามาช่วยไว้ซะก่อน

" เอ้า ! จะล้มทับเพื่อนหรอคุณ ! " มือใหญ่ขวางเข้าที่หน้าท้องแบนราบแต่ไอ่การหยุดเดิน 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยฝ่ามือกลางหน้าท้องมันก็จุกเอาเหมือนกันนะ !
" จุนอ่า... " นั่นไง... เอามือกุมท้องแล้วตั้งท่าจะบ่นซะแล้ว แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าไม่ได้จุน ก็ล้มคะมำทับเพื่อนก็เลยต้องพูดออกไปว่า

" ขอโทษ.. "


..จริงๆแล้วมันต้องพูดคำว่าขอบคุณไม่ใช่หรอ ? ไอบะจัง ? .. (;^_____^ A


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" เฮ้ออออ.... " เสียงถอนหายใจหนักหน่วงแผ่วผ่านรูจมูก จนขนจมูกสั่นไหว ( บรรยายทำไม ? ) นิ้วเรียวสวยค่อยๆเอื้อมมา...แหย่รู้จมูกตัวเอง แคะเอาก้อนเขียวๆออกมา - -" ทำแบบนั้นซ้ำๆจน...

" พอซักทีเหอะลีดเดอร์ สกปรกอ่ะ " ร่างบอบบางข้างเคียงที่เฝ้าสังเกตสังกาอากัปกิริยาเหล่านั้นเริ่มทำหน้าเบะๆ แล้วก็หันไปตะกุยเสื้อร่างสูงข้างๆทุกครั้งที่ไอ่ก้อนเขียวๆออกมาก้อนหนึ่ง จนนับได้จะครบโหลเสื้อจุนแทบขาด จุนถึงตัดสินใจบอกความในใจออกไปซักที แล้วพยายามแกะเอามือเหนียวๆที่เกาะสีข้างตัวเองออกไปพร้อมๆกัน

" นายจะเกาะให้ได้อะไรขึ้นมาไอบะจัง ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องดู ชั้นก็เห็นลีดเดอร์แคะจมูกอย่างงี้ทุกวัน "
" ขอโทษอ่ะ "
" . . . "

"เฮ้ยย.. จะไปขอโทษมันทำไมไอบะจัง ไอ่จุนมันดุไม่เข้าเรื่อง ดูดิ๊เสื้อมันตัวละกี่แสนจะมาขาดเพราะนายเกาะล่ะก็ ไม่มีทางอ่ะ ผ้าอย่างหนา ศูนย์องศาคนใส่ยังอุ่น ! "
" อื่อ ขอโทษ "
" ขอโทษ "
" ขอโทษนะจุน "

.. และ ..

" ขอโทษอ่ะ "


... สรุปว่าตลอดบทสนทนานี้ นิโนมิยะที่นั่งห่างออกไปสองไมล์ทะเลนับคำว่าขอโทษของเพื่อนสนิทได้ 24ครั้ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ตัองขอโทษจริงๆแค่.... 3ครั้ง ส่วนที่เหลือคนที่คบกับไอบะ มาซากิมาเป็นสิบปีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า..มันจะขอโทษทำไม ? ..

" ทำอะไรอยู่ครับคาซึนาริ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คนตัวเล็กคุ้นเคยดังขึ้นเบาๆข้างใบหู พร้อมมือใหญ่อบอุ่นลูบเส้นผมเบาๆอย่าคุ้นชิน บรรยากาศที่น่าโรแมนติก แต่...
" ทำเรื่องบ้าบอ " คนตัวเล็กมันโรแมนติกเป็นที่ไหนกันเล่า ! แต่ซากุไร โชไม่เคยท้อถอยเลยซักครั้ง มองตามไปที่มือเล็กจิ้มอยู่บนกระดาษ
" เห ? "
" วันนี้กี่ครั้งแล้วล่ะ ? "
" ตั้งแต่เช้าก็ 15 เมื่อกี้เพิ่มมาอีก 24 ตัดทอนจากที่ต้องใช้จริงไปอีก 6 ยอดเหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 33 ครั้ง นับเป็น 84.615 %ของวัน แล้วเป็น 78.894 % ของทั้งหมดที่ชั้นนับมาตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ต้องห่วงหรอกโชมันยังเคยมีวันที่ยอดฟุ่มเฟือยมากตั้ง 65 ครั้งหรือ 98.256% มาแล้วนะ " น้ำเสียงเล็กเรียบตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เพราะทั้งมือ ทั้งหูรอนับคำว่า -ขอโทษ- ของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ต้นเดือน เพราะนับวันดูมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก แถมช่วงนี้ก็ว่างๆ เลยลองนับดู ส่วนไอ่ที่คิดเป็นยอดฉล่งเฉลี่ยนั่นมันแค่เพิ่มความแอดวานซ์ให้สมกับความเป็นนิโนมิยะก็เท่านั้นเอง... .

.. แต่ก่อนที่คาซึนาริของซากุไรจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงดังเพล้ง ! พร้อมภาพกระจกห้องซ้อมแต่ร้าวเป็นทางยาว เมื่อเหลือบไปทางซ้ายจะเห็นคนตัวสูงหนึ่งคนที่ถูกประคองโดยคนตัวสูงอีกคนหนึ่ง โดยคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำหน้าตกใจแทบสิ้นสติแล้วหันกลับมามองหน้าคนที่กระชับกอดตัวเอง ยิ้มแหยๆ และ.. .

" ขอโทษน้า จุน "


" เฮ้ออออออออออออ... .. " คราวนี้เสียงถอนหายใจหนักหน่วงเลยย้ายมาที่ร่างสูงแทนซะแล้ว

" ขอโทษจริงๆน้า.. "

.. แต่ถ้ามองดีๆ อีกหน่อยจะเห็นผู้ชายแก้มกลมที่อยู่นอกวงสนทนาหวานซึ้งเก็บกวาดเศษกระจกที่แอบแตกร่วงลงมาอย่างปลงๆว่า...

" ทำไมชั้นต้องเก็บให้ด้วยวะ หรือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าวง " ( T____T)

" อ๊ะ ! ขอโทษนะโอจัง เดี๋ยวชั้นเก็บเองๆๆ " นั่นเป็นสิ่งที่ซากุไรได้ยินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันมาเห็นคนรักที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มมุมปากให้โชอย่างขันๆ พร้อมชูสองนิ้วทาบบนฝ่ามืออีกข้างเชิงว่า ...27แล้วล่ะ... !!


. . . เห็นเพื่อนสนิทตัวเองเป็นของเล่นไปซะแล้วล่ะ นิโนมิยะคุง . . . (;^____^ A


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----


" คาซึนาริครับ... " น้าเสียงทุ้มอุ่นเลียบเคียงขึ้นเหงาๆ เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเอาแต่จดๆคิดๆอะไรไม่รู้อยู่ในกระดาษ ทิ้งให้กาแฟที่อุตส่าห์สั่งมาให้เย็นชืดตกตะกอนไปหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้น.. .
" . . . "
" คาซึนาริ " ..ทำไมถึงไม่สนใจกันน้าทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่คาซึนาริก็ได้ยินเสียงซากุไรเสมอนี่ !
" ... . คาซึ ... "
" อะไรโช นายเรียกชั้นมา 13ครั้งแล้วนะ จะให้ทำสถิติเหมือนของไอบะจังรึไง เพิ่มภาระกันนี่ ! แบบนี้ต้องเลี้ยงข้าวนะ ! " น้ำเสียงหาเรื่องเล็กน้อยตามนิสัยแว๊ดเข้า แต่ใบหน้าอ่อนใสเปื้อนยิ้มตรงหน้าก็ทำให้ซากุไรโกรธไม่ลง ถ้าไม่ติดประโยคถัดมามันคือ
" กลับบ้านเหอะ ชั้นอยากเอาสถิติที่ได้วันนี้คีย์เข้าคอม เดี๋ยวต้องเปรียบเทียบด้วยว่ามันเพิ่มจากเมื่อวานมากี่เปอร์เซนต์ " แค่ประโยคนั่นเท่านั้นแหละ ซากุไรก็นั่งทำตัวแข็งลากไปไหนก็ไม่ไป แสดงให้เห็นขีดสุดของอาการ -หัวล้านใจน้อย- ไม่สิ -หัวเหม่งใจน้อย-ขึ้นในทันควัน !
" โช.. ไม่กลับหรอ ?? เป็นอะไร ??? " และแน่นอน....คาซึนาริจับความรู้สึกใจน้อยพวกนั้น..ไม่ได้เลย !
" เป็นอะไร ?? เร็วหน่อยได้มั้ยชั้นนั่งคิดตั้งนานเชียวนะ เดี๋ยวถึงบ้านก็ลืมข้อมูลกันหมดพอดี ! " เห็นมั้ยเล่า ! แต่คาซึนาริจับไม่ได้จริงๆหรอ ? ไม่หรอก... ไม่งั้นซากุไร โชจะได้อมยิ้มจางๆกับประโยคถัดมาที่คาซึนาริมอบให้เบาๆข้างใบหูหรอว่า ...อย่าโกรธกันเลย รักโชที่สุดนะ...

.. แต่ก่อนที่บรรยากาศแสนหวานมันจะดำเนินต่อไป คนที่เริ่มหวานก่อนก็โพล่งขึ้นอย่างไมมีปี่มีขลุ่ย ..

" เฮ้ย ! " ..แต่อย่าลืมสิว่าริมฝีปากบางมันห่างจากใบหูโชไม่ถึง 5เซนติเมตร แล้วไอ่ความเข้มเสียงเฉียด 120เดซิเบลน่ะ ทำเอาแก้วหูแตกได้นะ !
" อะไรครับ ??? "
" โช ! ชั้นเป็นภาพหลอน "
" เห ? "
" มันยังหลอนอยู่... "
" คาซึนาริ ? เป็นอะไรรึเปล่า "
" . . . " ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมาให้เข้าใจกัน โชเลยตัดสินใจมองตาสายตานั่นเพื่อไปหยุดที่..
" คาซึ.. ผมก็เห็นภาพหลอน " หา ??? เฮ้ย ??? อะไร ???
" เห็นเหมือนกันรึเปล่าโช ? " ..เดี๋ยววว ! เห็นอะไรบอกกันด้วยดิ ...
" คิดว่าใช่นะ "
" นายเห็นมาซากิ... กับ.. ผู้หญิง เดินควงกันเหมือนชั้นรึเปล่าโช "
" .. . ...ครับ.. . .. "



.. เห ???????????????????????????????????????????????????? ...



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



... สิ่งที่เห็นอยู่ในสายตามันเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะมี เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่มาซากิก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ดวงหน้าหวานใสที่เคยสัมผัสกำลังหันเบนไปหาคนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก ริมฝีปากหวานนุ่มกำลังหัวร่อต่อกระซิกกับใครคนอื่น มือบอบบางที่เคยกระชับโอบกอดกันกำลังจับมั่นไว้ที่มือใครอีกคน ทั้งที่ผ่านมา...จุนไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติอะไรเลย ! ..

. . . นี่มันอะไรกัน . . .

" กลับมาแล้ว ! " ฉับพลันที่สติถูกดึงกลับมาให้อยู่ในความเป็นจริง ได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างเข้าไม่ถึงทั้งที่ทุกเวลาเป็นเหมือนคนๆเดียวกัน
" จุนเป็นอะไรไป ? ดึกแล้วนะทำไมไม่นอนล่ะ นอนดึกมากเดี๋ยวไม่สบายเอานะ "
" มาซากิ "
" หืม ? "
" วันนี้...เอ่อ.. ไปไหนมาหรอ ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบพัง ความจริงบางอย่างกล้ำกึ่งอยู่ระหว่าความอยากและไม่อยากรับรู้
" ไปซื้อของมาน่ะ นี่ไง ! มีเสื้อเชิ้ตมาฝากจุนด้วยนะ ! " มือเรียวคว้าเอาเสื้อตัวสวยตัดเย็บประณีตออกมาคลี่ช้าๆ แล้วยื่นมาแทบชนหน้าอีกคนเพื่ออวดของฝากอย่างภาคภูมิใจ แต่จุนไม่ได้คว้าไปสำรวจความชอบของตัวเองแล้วบ่นว่าเปลืองทั้งๆที่ดูแลเสื้อทุกตัวที่มาซากิให้เป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้ง มือแกร่งคว้าจับมือเล็กผ่านเนื้อผ้าบางเบา กระชับจุบเบาๆบนมือของไอบะแล้วเสยตาขึ้นสบกันเบาๆจนใจดวงเล็กของมาซากิเต้นถี่แรงขึ้นวัดระดับได้7.5ริกเตอร์

" ขอโทษนะ ไม่ชอบหรอจุน "

" มีอะไรรึเปล่า ? เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่าจุน ? " น้ำเสียงห่วงใยดังขึ้นเบาๆพร้อมยอมเอนตัวเข้าซุกอกกว้างตามที่อ้อมแขนแกร่งนำพาอย่างไม่อิดออด
" ชั้นรักมาซากินะ "
" จุน ? "
" . . . "
" ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงจุนก็ยังมีชั้นเสมอนะ " คำปลอบใจที่แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความอบอุ่นในวงแขนเล็กที่ไม่เคยเปลี่ยนไปทำให้หัวใจแข็งแร่งของจุนอ่อนยวบ ความสับสนลังเลจากสิ่งที่เห็นค่อยๆจางหายไปจนเหลือแค่ความคิดที่ว่า...คงมองผิดคนไป...


. . . .

... เสียงหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอทำให้มั่นใจได้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังหลับสนิท รอยยิ้มจางๆผลิบานอ่อนๆบนริมฝีปากแดงสดสวย ก้มลงจรดไปบนขมับอ่อนของคนข้างหน้าเบาๆอย่างรักใคร่ แอบอมยิ้มขำเมื่อนึกถึงใบหน้าแบบต่างๆที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์

. . . เอ้ยจุน ! เอ้ยโทษที ชั้นเผลอหยิบมาให้อ่ะ . . .

. . . จะคบกับชั้นจริงๆหรอ ชั้น..ขอโทษนะคือ ชั้นดีจริงๆหรอ ? . . .

..ในที่สุดร่างสูงก็อดไม่ได้ หลุดขำออกมาเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาซากิก็ต้องพูดคำว่า -ขอโทษ-ออกมาก่อน เพราะด้วยพื้นนิสัยซุ่มซ่ามเลยทำให้ต้องขอโทษบ่อยๆจนเกิดความเคยชิน แต่สงสัยจะหัวเราะดังไปล่ะมั้ง เพราะคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวหยุกหยิกซะแล้ว..

" จุน ? "
" อ่ะ ! ขอโทษนะทำให้ตื่นรึเปล่า " เสียงอบอุ่นที่มาซากิคุ้นหูทุกเช้าดังขึ้นผิดเวลาแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ผิดแปลกไป แต่รู้สึกว่า...มันจะสั่นๆ ยังไงชอบกลนะ ? ...
" อะไรอ่ะจุน ? "
" เปล่า.. นอนต่อเถอะ " และแน่นอนที่ไอบะ มาซากิจะยอมทำตามมันง่ายๆโดยไม่โต้เถียง ก็เล่นตาจะปิดซะขนาดนั้น แถม... ริมฝีปากอุ่นยังคอยป้อนความหวานแบบปากต่อปากไม่หยุดแบบนี้ รู้สึกดีเกินไปแล้ว ! เอ๊ะ ! หลังจากนั้นน่ะหรอ ??? ไม่รู้สิ เค้าปิดไฟแล้วอ่ะ ไม่เห็นแฮะ เห็นแต่ก้อนกลมๆดุ๊กๆอยูบนเตียง แถมมีเสียงสั่นๆ พร่าๆ ออกมาด้วย ... ทำอะไรกันนะ ? ..


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



. . . มันคงจะจบลงด้วยดี แต่ก็เป็นได้แค่ "คง" เพราะ..มันไม่จบง่ายๆแค่ว่ามองผิดแน่ๆ . . .



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" คาซึนาริครับ ? "
" เอ่อ... คาซึ.. " ซุ่มเสียงอบอุ่นเรียกเตือนเบาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากคนตัวเล็กเลย

" . . . "

.. แล้วอะไรที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองก็คือ..

" ขอโทษนะจุน "
" อ๊ะ ! เอ้ย ! ขอโทษ " ... นั่นไง ! ก็งานอดิเรกใหม่ในการนับคำขอโทษของไอบะ มาซากิ ที่หลุดขอโทษขอโพยมาจะครึ่งร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็ไม่มีวี่แววจะกลับลงไปจดเลยซักที ไหงว่าจะเอาให้ครบเดือนไง ???

" คาซึครับ.. "
" หือ ? อื่อ ! อะไรโช ? "
" วันนี้นับได้เท่าไหร่ครับ ? " นิ้วยาวจิ้มแปะลงบนแผ่นกระดาษที่ร่างเล็กมีไว้จดสถิติ ที่วันนี้มัน.. ว่างเปล่า..
" เอ๋ ! เฮ้ยยยย ! ลืมจดไปเลยอ่ะ ดูดิ๊ ! ไม่รู้จักเตือนกันเลยโช ไหนว่าจะเศรษฐศาสตร์ น่าจะรู้ถึงความสำคัญของการเก็บสถิติไม่ใช่หรอ ???? " ...เลยโดนเค้าโบ๊ยความผิดมาให้ซะเลยนะซากุไรคุง (;--_____-- A

" แล้ว..คาซึทำไมใจลอยอย่างงั้นล่ะครับ คิดถึงคนอื่นอยู่รึไง ? " ...เอ่ยๆ อย่าไปถามอะไรจุดชนวนแบบนั้นสิโชคุง
" อื่อ ! คิดถึงคนนั้นอยู่ " เห้ย ! แล้วไปตอบอย่างงั้นได้ยังง้าย คุณชายเค้าเลยออกอาการจะงอนๆอยู่รอมร่อแล้วน้า นิโนมิยะ
" คิดถึงมาซากิกับผู้หญิงคนนั้นไง โชไม่สงสัยมั่งหรอ ?? "
" ชั้นว่าชั้นคุ้นๆ... "

" ขอโทษนะ ! " เสียงแหบเรียกสติของคนตัวเล็กในพลัน ! ความสนใจทั้งหมดในห้องพุ่งไปที่ร่างบางที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นพร้อมภาพอีกคนที่กำลังวิ่งเข้าไปทำหน้าที่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ( ซึ่งเป็นภาพที่ท้งห้องคุ้นเคยไปแล้ว ) และได้ยินเสียงเกือบลั่นของคนตัวเล็กว่า !

" เท่าไหร่แล้วโช ! เมื่อเช้านายนั่งนับมั่งป่ะ ??? "
" 27ครั้งครับ ตัดยอดใช้จริง 2ครั้ง เหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 25ครั้ง ครับผม " ...น้ำเสียงโชยังอบอุ่นเสมอเมื่อครั้งพูดกับคาซึนาริ แต่เนื้อหาที่แกสองคนพูดกันมัน...ทะแม่งๆนะพ่อหนุ่ม -- --

... สรุปเห็นเพื่อนเป็นของเล่นทั้งคู่ไปแล้ว ...


. . .

" อ๊า... กินข้าวๆๆ หิวแล้วๆๆ ได้พักซักที " น้ำเสียงทรงพลัง(เฉพาะเวลากิน) ของหัวหน้าวงกังวานสดใสในร้านราเม็งเล็กๆหน้าสถานี ในเวลาสองทุ่มยี่สิบ ท่ามกลางบรรยากาศช้งเช้งของผู้คนในร้านแล้ว..เพื่อนๆในวงตัวเอง
" เฮ้ย ! รอเพื่อนก่อนดิ ไอ่จุนกับไอบะจังยังมาไม่ถึงเลย ! " เสียงที่เคยอบอุ่นของโชหายไปแล้ว... ทำไม ??? เพราะมันไม่ได้ใช้กับคาซึนาริไง !
" ไมช้านักอ่ะ ชั้นหิวแล้วนะ ! แล้วนิโนะจะเล่นอีกนานมั้ยเกมส์น่ะ รีบๆคิดหน่อยไม่ได้หรอว่าจะสั่งอะไร เด๋วพนักงานเค้ามาจะได้สั่งได้เลย "
" โอ้ย ! โวยวายจริง โชโทรไปถามหน่อยดิว่าเมื่อไหร่จะมารำคาญคนแก่ ! "เพราะเสียงจากหัวใจเรียกร้องให้ซากุไร โชทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น สายตาว่องไวปานลิงวอกของนิโนมิยะที่เพิ่งพ้นจากเกมส์ขึ้นมา 3.33 วินาทีก็เหลือบไปเห็น ...
" ฮ้า....... " และแน่นอนเป็นที่สุด คาซึนาริไม่เคยเปล่งเสียงได้เบาว่า 120เดซิเบล ทำเอาสิ่งมีชีวิตวงเดียวกัน และสิ่งมีชีวิตส่วนเกินอื่นๆในร้าน หันไปมองตาสายตาเล็กเป็นจุดเดียว !

... ภาพหลอน ! เดจาวู ! มินวู ! (ไม่เกี่ยว) ชางมิน ! ( ไม่เกี่ยวโว้ย ) ...

... ไอบะ มาซากิ กับผู้หญิง !!!!! ...


" เฮ้ย !! " อีกสองเสียงที่เหลือดังขึ้นไม่เบาไปกว่า 120เดซิเบลพร้อมๆกัน ทำเอาคนมาใหม่อุดหูแน่นแล้วเอ็ดขึ้นว่า
" จะบ้าหรอ ? ไม่มีมารยาท นี่มันร้านอาหารนะ แหกปากเสียงดังให้ได้อะไรขึ้นมา "

" จุน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "

" อะไร !?! "
" เฮ้ย ! "
" อะไร ! " ในที่สุดมัตซึโมโต้ซังก็หมดความอดทนตวาดลั่นเข้าจนได้
" ทำไม ... เอ่อ.. ทำไมแกมาคนเดียวอ่ะ แล้วไอบะจัง ? " คนตัวเล็กที่ได้สติก่อนเพื่อนถามขึ้น พลางเอาตัวดันๆปิดๆช่องหน้าต่างขนาดกว้าง 0.6 เมตร สูงสุทธิจากพื้น 2 เมตร ทั้งที่น่าจะรู้ตัวซักทีว่ามันไม่มิด !
" มาซากิติดธุระ อาจจะมาช้า เค้าโทรมาบอกชั้นแล้ว แล้วนี่พวกนายเป็นอะไร หน้าตายังกะเป็นผี ทำไมเรตติ้งวงมันตกรึไง "
" แล้วนี่นายจะบังอะไรนิโนมิยะ ตัวมีอยู่แค่นี้ ไหนดูเด๊ะ มีไรวะ ? " ..มือใหญ่ที่ไม่ใช่มือซากุไรสัมผัสเข้ากับตัวนิโนมิยะ พลางดัน ดัน ดันๆๆๆๆ แต่ถึงอย่างนั้นซากุไร โชก็ไม่มีอารมณ์มานั่งหึงไม่เข้าเรื่อง เพราะถ้านิโนะหลุดออกมาจากหน้าต่างล่ะก็ วงอาจจะแตกก็ได้ !

" เฮ้ยๆๆ แฟนกรูๆ อย่าเอามือมาจับนะ " คุณชายรีบหาข้ออ้างที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อให้นิโนมิยะคงตำแหน่งปิดบังหน้าต่าง และเพื่อให้เนื้อตัวนิโนมิยะไม่ต้องมีใครคนอื่นมาแตะต้อง !

... และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ! อยู่ในวินาทีเดียวกับที่ชายแก้มกลมโอโนะ ซาโตชิ ฟาดชาชูราเม็งไปสามถ้วยแล้ว ! ...


. . .

" มาซากิ .. "

" . . . "

" . . . " นั่นเป็นคำพูดเดียวที่หลุดออกจากริมฝีปากสวยเมื่อนิโนมิยะไม่สามารถครองตำแหน่งนางงามหน้าต่างไว้ได้ ไม่มีอารมณ์ใดๆหลุดแสดงออกผ่านใบหน้าคมสัน

.. สองเท้าซอยถี่ ดวงตาพร่าเรือน จดจำรับรู้แค่ภาพของมาซากิที่กำลังหยอกล้อกับคนอื่น เป็นภาพเดียวกับที่เห็นเมื่อวันก่อน คราวนี้จะให้หลอกตัวเองไปอีกหรอว่ามองคนผิดไป ไม่ใช่มาซากิหรอก ในเมื่อรู้สึกตัวอีกทัก็วิ่งไปคว้าข้อมือบอบบางที่เคยทนุถนอมมากำไว้จนแน่น น้ำเสียงที่เคยทุ้มขึ้นจมูกน่าฟังกลายเป็นเสียงแหบแห้งจากลำคอแห้งผาก และเมื่อสุดท้ายเปล่งเสียงแหบนั้นออกไปว่า..มาซากิ.. คนที่คิดว่าอาจจะไม่ใช่มาซากิของจุนกลับหันกลับมาแล้วขานตอบชื่อตัวเองว่า..

" จุน "
" นี่มันอะไรกัน มาซากิ... " ดวงตาคมส่อแววตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่เรื่องของคนๆเดียว จิตใจที่เคยเข้มแข็งมันกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้
" เอ่อ... "
" โกหกใช่มั้ย ? ไม่ใช่ใช่มั้ย ? "
" จุน.. ฟังชั้นก่อน... "

" จุน ! "


. . .



" ชั้น.. . เสียใจเป็นนะมาซากิ " น้ำเสียงทุ้มปนสำเนียงสะอื้นเบาๆ ทำให้อีกคนตกใจแทบสิ้นสติอยู่เพียงตรงนั้น



. ..อะไรที่ให้จุนร้องไห้ ? ถ้าไม่ใช่ตัวเอง . ...



" จุน ชั้นขอ.. "

" ขอโทษอีกมั้ย ? "

" ขอโทษเหมือนทุกครั้ง " ก่อนที่ร่างบอบบางจะได้เอ่ยพูดจนจบประโยค คนตัวสูงก็ชิงตัดหน้ามันซะดื้อๆ ก่อนจะต่อความยาวจนอีกฝ่ายไม่สามารถแทรกได้แม้แต่เสียงหายใจ

" นายแอบกินพุดดิ้งในตู้เย็นของชั้นนายก็ขอโทษ "

" นายเอารองเท้าหลุยส์วิตตอง ชั้นไปเหยียบอึหมายนายก็ขอโทษ "

" นายลืมเอานิตยสารที่ชั้นซื้อไปตบแมลงสาบนายก็ขอโทษ "



" คราวนี้ล่ะ มาซากิ... นายยังจะพูดคำว่าขอโทษอีกรึเปล่า ให้ชั้นได้รู้ว่า ความรักของชั้นที่ให้นายไปมันไม่ได้มีค่าเกินกว่าพุดดิ้ง รองเท้าแตะ นิตยสาร หรือนิสัยซุ่มซ่ามอย่างอื่นของนาย ตอบมาเซ่ ! "



" จุน ! " ทันทีที่สบโอกาสเอ่ยคำพูดออกไป คือจังหวะเดียวกับที่จุนหันหลังกลับไปทางที่ไอบะ มาซากิไม่รู้จัก มือเรียวพยายามไขว่คว้าข้อมือของคนรักไว้แต่คงไม่ไวพอ เพราะจุนหนีไปแล้ว จุนหันหลังไปแล้ว ทั้งที่ทุกครั้งไม่เคยเลยที่จะเป็นแบบนี้ ...

... ร่างโปร่งบางหันกลับไปหาเด็กสาวข้างๆกัน ก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เพื่อหันกลับไปตามคนรักของตัวเองอย่างวุ่นวายใจ...

.. ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงแหลมสูงใกล้ระดับโซปราโน่ก็ดังเสียดขึ้นในระดับเฉียด120(อีกแล้ว) ดังขึ้นข้างๆชายหนุ่มใบหน้าคมสัน ..

" นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ



. . . ตัดฉากเถอะ . . .

---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" จุน !! เดี๋ยวรอก่อน "

" ฟังกันก่อนได้มั้ย ??? " จนในที่สุดเมื่อไอบะสามารถเดินตามมาทันแล้วคว้าเอาข้อมือแกร่งของจุนเอาไว้แล้วเอ่ยถามอย่างตัดพ้อถึงจะได้มีโอกาสมองเห็นใบหน้าคมที่แสนรักนั่นอีกครั้ง นัยน์ตาสีแดงดูบอบช้ำทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนรักของตัวเองเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทั้งที่จุนเป็นคนเข้มแข็งเสมอ ทั้งที่จุนเป็นคนปกป้องไอบะ มาซากิคนนี้มาตลอด ก็เพิ่งได้เห็นครั้งแรกว่าคนๆนี้ก็มีหัวใจที่เจ็บช้ำได้ไม่ต่างกัน ( ไม่มีใครเย็นชาเท่าคนแต่งอีกแล้ว... )

" จุน.. ฟังชั้นก่อนเถอะนะ " มือเรียวโอบเข้ากับเอวหนาของจุนเบาๆ สบตากันเบาๆ แล้วขอร้องอีกฝ่ายอย่างเบาๆไม่ต่างกัน

" . . . "

" .. ชั้นรักจุนนะ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย " ริมฝีปากอิ่มจูบปลายคางร่างสูงเบาๆเป็นเชิงอ้อน ดวงตาหวานสบเข้ากับตาคมอย่างอ้อนวอนโดยไม่สนใจต่อสายตาคนรอบข้าง ( ก็นี่มันข้างถนนนะ ) แต่อีกคนก็ไม่ได้ตอบรับความต้องการนั้นเพราะจุนไม่ได้พูดหรือเอ่ยเสียใดออกมานอกจากประทับจูบลงบนริมฝีปากอ่อนนั้นเบาๆ ( อย่างไม่อายใครเช่นกัน ) ก่อนจะเพิ่มความร้อนแรงให้อีกฝ่ายจนมาซากิเข่าแทนอ่อน ยืนแทบไม่อยู่นั่นแหละถึงจะยอมหยุด

" ทำไมถึงทำแบบนี้มาซากิ " สายตาตัดพ้อปนเว้าวอนของร่างสูงทำเอาใจดวงเล็กของไอบะ มาซากิสั่นไหว ใบหน้าอ่อนซับริ้วสีแดงดูน่ารีกจน...

" เอ่อ... ไปคุยกันที่บ้านแล้วกันเนอะ " จนร่างบางต้องเอ่ยปากยั้งเอาไว้ไม่งั้นคงได้อายมากกว่านี้ เพราะมัตซึโมโต้เริ่มไม่ฟังเอาแต่จ้องปากเค้าอยู่ได้ เดี๋ยวได้เสียสาวกันแถวนี้แน่ๆ ( ก็ยังต้องย้ำอีกทีว่านี่มันข้างถนน )



.. กว่าจะถึงบ้าน ..ต้องบรรยายมั้ย ? หรือตัดไปที่บ้านเลยดี ? ตัดไปเลยดีกว่าเนอะเพราะในรถเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรกันนอกจากนั่งเงียบๆ มองตากันหวานซึ้งให้คนแอบดูอิจฉาด้วยความถี่ 24ครั้งต่อนาที แต่เอี.... ไม่เห็นไอบะ มาซากิจะพูดคำว่า - ขอโทษ - ออกมาซักครั้งเลยนี้ ??? หรือจริงๆแล้วจะพูดทีไร มัตซึโมโต้ซังก็ทำท่าจะหันมาปิด"ปาก" ด้วย"ปาก" ซะทุกที ??

" จุน... "

" . . . " ถึงจะกลับมาที่บ้าน ถึงจะผ่านไป 32นาทีที่นั่งมาบนรถ จุนก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาให้ใจชื้นได้บ้างเลย จนร่างบอบบางเริ่มใจเสียเข้าจริงๆแล้ว จะบอกว่าเข้าใจผิดจนไม่ยอมยกโทษก็ไม่น่าใช่เพราะจูบเมื่อกี้ก็พอทำให้ใจพองๆขึ้นมาหน่อย แต่เงียบขนาดนี้.... จริงๆแล้วมันจะยังไงกันแน่วะ ???

" คิ้วขมวดทำไมมาซากิ หรือไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ? นั่นสินะ ก็ที่ชั้นเห็นมันก็ไม่น่าจะแก้ตัวอะไรได้อยู่แล้วนี่ " เสียงทุ้มเรียกสติของไอบะได้ในทันที แต่คำพูดแบบนั้น คนรักกันคงไม่อยากได้ยินนักหรอกนะ

" จุน !!!!! "

" ชั้นรู้ชื่อตัวเองดีไม่ต้องย้ำก็ได้ "

" ทำไมไม่ฟังกันบ้าง นายกำลังเข้าใจผิดนะ "

" เข้าใจผิดอะไรไอบะคุง ? หรือนายจะปฏิเสธว่านายลักลอบไปพบผู้หญิงคนนั้นโดยที่ปิดบังชั้นมาตลอด ? แบบนี้ชั้นควรเข้าใจว่ายังไงหรอ ? " ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือแกร่งคว้าหมับเข้ากับข้อมือบางอย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ กดริมฝีปากบดขยี้อย่างไม่ใคร่ใส่ใจต่อคำคัดค้าน

" อย่าจุน ! " มือเล็กพยายามจะยันร่างหนาของอีกฝ่ายให้ห่างออกเพื่อให้ตั้งสติรับฟังกันบ้าง แต่ดูท่าว่าการทำแบบนั้นมัตซึโมโต้ซังจะยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่น่ะสิ

" อ๊ะ ! อื่อ ! " ในเมื่อคนตัวสูงยังเอาแต่ใจย้ำรอยจูบไปจนทั่ว ลุกลามไล่ไปจนถึงซอกคอสีอ่อนจนกลายเป็นสีแดงกุหลาบ การกระทำที่น่าจะหวานแต่ในความรู้สึกของคนสองคนในตอนนี้มันขมจนไม่อยากรับรู้ถึงมันอีก



. . . ถ้าในที่สุดคนหนึ่งคนกำลังท้อแท้ที่จะพูดความจริงออกไป . . .

. . . และถ้าในที่สุดอีกคนก็กลัวเกินกว่าจะทนฟังเรื่องจริงที่ไม่แน่ใจที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดออกมาล่ะ . . .



" ขอร้องล่ะจุน.. ได้โปรด.. ฟังชั้นทีเถอะ " น้ำอุ่นไร้สีเอ่อท้นจากดวงตาคู่สวยที่ร่างสูงชอบมองนักหนา อ้อมแขนเล็กเรียวเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายให้ใกล้กันมากขึ้นแต่ไม่ใช่เพื่อให้จูบกันได้ถนัดขึ้น แต่เป็นการรั้งให้บ่าแกร่งอยู่ในระยะที่สามารถซบใบหน้านวลใสลงไปเพื่อกลั้นหยดน้ำใสได้ เสียงสะอื้นแผ่วเบากรีดหัวใจมัตซึโมโต้จนแทบแตก ความวู่วามใจร้อนที่ระอุอยู่เย็นลงกว่าครึ่ง จนมีสติพอรู้ว่าเกือบทำร้ายคนรักลงไปซะแล้ว

" มาซากิ "

" อย่าร้องไห้เลยนะ " มือใหญ่พ้นจากการทำร้ายข้อมือบอบบางมาโอบกระชับลำตัวบางๆของคนรักให้เข้าใกล้กันอย่างอบอุ่น นิ้วสากๆที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นรอยช้ำเมื่อครู้กำลังกรีดเอาน้ำตาที่ทำร้ายจิตใจตัวเองอยู่ให้หลบพ้นออกจากใบหน้าหวาน จูบเบาๆที่ข้างขมับอ่อนเป็นเชิงปลอบโยน

" ขอโทษนะมาซากิ " คว้าเอาศีรษะเล็กซบเข้าที่อกแกร่งพลางร้องขอให้อีกฝ่ายสงบลง

" ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะยอมฟังชั้นมั้ย ? "

" อืม "

" ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะไม่เรียกชั้นว่า -ไอบะคุง- แล้วเรียกชั้นด้วยเสียงของจุนว่า - มาซากิ - มั้ย ? "

" อืม... "

" บอกหน่อยได้มั้ยว่าจุนรักชั้น "

" . . . "

" โกรธกันจนไม่รักกันแล้วใช่มั้ยจุน "

" ชั้นรักมาซากิ... " อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดอีกคนจนแทบฝังเข้ากับอกแกร่งของตัวเองเพื่อย้ำให้มั่นใจในคำพูดที่ว่า -รัก-

. . .

" บอกให้ชั้นฟังได้มั้ยมาซากิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? "



. . . น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้ร่างบางๆ หัวใจบอบบางมั่นใจได้ว่าจุนจะฝังสิ่งที่เค้าพูด มั่นใจได้ว่าจุนกลับมาเป็นคนรักที่อบอุ่นของเค้าแล้ว . . .



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




.. จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นน่ะหรอ ??? นี่ไง ...

. . . กลับมาดูเพื่อนร่วมวงกันดีกว่า จะได้รู้ซะทีว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ! . . .

" นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ

" ใครครับคาซึนาริ ??? " แน่นอนที่ซากุไรจะงงเป็นไก่ตาแตกในเมื่อสุดทางของนิ้วชี้นิโนมิยะมันชี้ไปที่ร่างบอบบางของเด็กผู้หญิงที่เพิ่งจากกับไอบะ มาซากิ แต่คำที่ใช้เรียกเด็กผู้หญิงว่า - หมอนั่น - ????

" จะเป็นคร้ายยยยย นายจำที่นั่งเจตไปแถลงข่าวไม่ได้หรอ ??? ที่ประเทศไทยน่ะ ตลอดทางที่ไอบะมันนั่งตัวลีบเกร็งเพราะนึกว่าสต๊าฟที่นั่งข้างๆเป็นผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมันเป็นกะเทย " แต่แทนที่น้องหมวยคนดีของเราจะได้พูดอะไรออกมา คุณโอโนะก็ขัดจังหวะความตกใจนั้นขึ้นมาก่อน

" เฮ้ยยยยยยยยยย " คราวนี้กลับเป็นเสียงของคุณชายซะเองที่เสียมารยาทแย่งซีนน้องหมวยเสียดดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจคนแต่งที่ลำเอียงแอบดันหมวยมาตลอดเรื่อง

" ไอ่คุณประเทืองซังน่ะหรอ... "

" ช่าย....คุณประเทืองที่พอไอบะจังรู้ว่าเป็นผู้ชายเท่านั้นแหละ นั่งคุยจนชั้นไม่ได้หลับได้นอนเลย " เอ่อ...ขอบคุณที่แถลงความให้แจ้งนะลีดเดอร์แต่ไม่เอาน้ำซุปกับเศษเนื้อที่มันกระเด็นแถมมาด้วยได้มั้ย ?? (;--__-- A

" แล้วทำไมไอ่คุณจุนมันหึงไม่เข้าเรื่องแบบนั้นวะ ? ทั้งที่ตัวมันเองก็ไปด้วยกันนั่งอยู่ใกล้ๆกันแบบนั้นน่ะ น่าจะจำได้มากกว่าเพื่อนนะ " คุณชายยังคงสอบถามเอาความต่อไป โดยหันไปปัดเนื้อปัดตัวให้เศษเนื้อจากปากคู่สนทนาให้คาซึนาริคุงอยู่อย่างเป็นห่วงเป็นใย และในที่สุด !!!! มิสเตอร์โอโนะ ซาโตชิก็ละจังหวะการกินเพื่อหันมาคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ให้เสร็จสิ้นการโดนขัดขวางการกินซะที ( เพื่อจะได้สั่งชามต่อไปอีก ทั้งที่เพื่อนยังไม่ได้กินซักเส้นเลย )



" ถามตัวแกสิ ก็นั่งไม่ได้ห่างกัน ทำไมถึงจำไม่ได้ เล่นหลับนิ่งกันหมดทิ้งให้ชั้นนั่งฟังไอบะจังสปี๊กอิงลิชอยู่คนเดียวตรงนั้นน่ะ ไอ่เพื่อนใจร้าย " ชายหนุ่มแก้มนุ่มส่งเสียงงอนเบาๆ หันมามองซากุไรตาละห้อยดูน่าสงสาร แต่! ความหวานของซากุไรผูกขาดอยู่ที่คาซึนาริคุงคนเดียว ก็เลย...

" เป็นบ้าอะไรลีดเดอร์ ทำหน้าเหมือนหมูถูกทิ้ง " ... ไอ่เพื่อนปากไม่ดี ใจร้ายยยยย T________T ...



. . . นี่ไงเรื่องที่เกิดขึ้น.. เข้าใจผิดทั้งนั้นเลยมัตซึโมโต้ซัง . . .



.. ตัดกลับมาที่คู่เอกอีกที ! ตัดบ่อยๆคนอ่านงงรึเปล่า ?? แต่ถ้าไม่ตัดเราจะเปลี่ยนเรื่องนี้กลายเป็นเมนโชโนะนะ ไม่ดีใช่มั้ย ?? งั้นกลับมาดูคู่น้องจุนกับไอบะจังต่อดีกว่าเนอะ ..



" เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละจุน "

" เค้าแค่บังเอิญมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็เลยอาสาเป็นไกด์ให้เท่านั้นเอง ใกล้จะวันเกิดนายแล้วด้วยชั้นเลยถือเอาโอกาสนี้หาซื้อของขวัญให้นายด้วย มีคนมาช่วยเลือกจะได้หาได้เร็วๆไง " ร่างบางอธิบายยาวๆยืดๆ จนอีกฝ่ายน่าจะง่วงจนเกือบหลับกับสุนทรพจน์ขนาด1000ตัวอักษรของคนรัก แต่ว่า... ตาที่มันโตอยู่แล้วกลับโตมากกว่าเดิม ปากที่เคยคลี่ยิ้มสดใสกำลังอ้าค้างอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก...

" หา ?????? " ..นี่คือคำๆเดียวที่มัซึโมโต้คิดออกสำหรับการตอบรับบทสนทนาที่เกิดขึ้น..

" นี่! ที่ชั้นบ้าหึงมาตลอดจริงๆแล้วมันแค่.... "

" ก็บอกให้ฟังเค้าก่อนไงจุนคุง --*-- " เสียงจากบุคคลที่สามดังขึ้นเรียกความสนใจของสองคนตรงหน้า

" คนแต่งน่ะเงียบไปเลย !!!!! "

" อ้าวเฮ้ย ! งี้ก็สวยดิ คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ ???? " ..สิ่งมีชีวิตขนาด 156ซม. กำลังถลกแขนเสื้อ ท้าเหยงๆอย่างไม่กลัว -ตาย-

" จุน.. อย่าไปพาลคนแต่งน่ะ เดี๋ยวมันแต่งให้ตายตอนจบอีก เผลอๆศพไม่สวยนะเว้ยยยย " ...อ้าว ไอ่นี่...นึกว่าจะช่วยกัน ...

" เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ! " สิ้นเสียงเฉยบขาดจากปากผู้เสียหาย (จุนคุงนั่นเอง) ทำให้ 2สิ่งมีชีวิตมองหน้ากันอย่างชั่งใจ ...

" มาซากิไง ! ให้ไอบะจังรับผิดชอบ "

" เฮ้ย ! ไหงงี้อ่ะ "

" โหย... ให้คนแต่งรับผิดชอบก็มีแต่สึกหรอเปล่า แกแหละดีแล้ว ! ยังไงมาซากิก็ของจุนอยู่ดีไม่เห็นเสียหายเลย ! เนอะ มัตซึโมโต้ซังเนอะ ! " ..นั่นอาจเป็นครั้งแรกในล้านครั้ง(ในฝัน) ที่เราสองคนใจตรงกัน เพราะ.....



" นั่นสิเนอะ ยังไงก็ต้องให้มาซากิรับผิดชอบ " ...เพราะคำตัดสินจากมัตซึจุนได้ลงมติเห็นชอบแล้วว่า...ไอบะจังต้องรับผิดชอบ... ส่วนรับผิดชอบยังไง วิธีไหน อะไรก็.... แหม... คนแต่งยังไม่บบรลุนิติภาวะ พูดไม่ได้หรอก เขินนนนนนน @(>. < ) @~~~~~~~~



. . .

" ถ้าเขินก็รีบไปซะสิ จบแล้วเรื่องนี้น่ะ แต่งเสร็จก็ไปซักทีนี่มันเรื่องในครอบครัว " นี่คือคำทิ้งท้ายของมัตซึโมโต้ซังที่คนแต่งได้มาพร้อม...เอ่อ...รอยเท้าที่ที่ประทับลงบนหัวคนแต่ง เอ่อ... ไปก็ได้ครับ ไปแล้วครับ ขอโทษครับ.....

... สุดท้ายแล้วคำว่าขอโทษที่ไอบะจังมักพูดอยู่เสมอก็ต้องกลายมาเป็นคำพูดของคนแต่งเองหรอเนี้ย....

ขอโทษนะมัตซึโมโต้คุงที่รบกวนเวลาครอบครัว

ขอโทษนะลีดเดอร์ที่กวนเวลากิน

ขอโทษนะน้องหมวยที่ไม่สามารถดันหนูจนตลอดรอดฝั่งได้ ( ยังไงน้องก็เป็นเมนในใจพี่ตลอดมาและตลอดไป แต่เว้นที่ให้อิคุตะคุงด้วยคนนี้เค้าเจ้าของใจคนแต่ง )

ขอโทษนะซากุไร ...ชั้นขอโทษนายทำไม ??? อุตส่าห์ให้รักกับหมวยเชียวนะ !!!!!!

ขอโทษนะคนอ่านที่แต่งอะไรก็ไม่รู้ดูเมาๆ

ขอโทษจริงๆครับ ...ที่พล่ามมามากมายทั้งที่ฟิคจบแล้ว...



บ้ายบายน้า.......



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




อย่าเบื่อคำว่าเสียใจ ;good september


หมดคำถาม เหตุใดสายตาของเธอเหินห่าง ใจ2ใจเหมือนมีช่องว่าง มากมาย
ความต่าง มีมากไป ก็อาจมีหลายคราวที่อาจทำเธอร้องไห้ ก็ตัวฉันเองนั้นไม่เอาไหน

และทุกครั้ง... ตั้งใจให้รักนั้นดีดังเก่า ตั้งใจว่าจะไม่ทำเธอเศร้า เสียใจ
แต่ฉันอาจยังพลาดไป ผิดพลาดเพราะความต่างใน2ใจ ก้กลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว
วันเก่าเปนเช่นไร เธอลืมได้หรือไร ขาดเธอฉันเองขาดลมหายใจได้โปรดนะเธออย่าจากไปไหน....


ยังกลัว ว่าเธอจะไม่ฟังคำขอโทษ จากปากผู้ชายคนนึงว่าเขาเสียใจ
กี่ทีแล้วเราที่กลับมาเริ่มต้นใหม่ อย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่าเสียใจ จากฉัน


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




จริงๆแล้วเพลงมันก็ซึ้งดีอ่ะนะ แต่... ทำไมแต่งออกมาแล้วเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ เง้อออออ OOoo(T___T)ooOO

ทำเพลงเค้าเสียรึเปล่าเนี้ย.... ขอโทษน้า... m( _ _ )m

จริงๆแล้วมันขำมั้ยนะ อยากให้อ่านแล้วขำกันแต่ไม่รู้ว่าจะฝืดรึเปล่า ยังไงก็.. หัวเราะกันเยอะๆนะ จะได้มีความสุขกันเยอะๆ (^_______^)

Ps. คิดถึงคนเย็นชาอีกแล้ว.... ไม่ดีเลยเจ็บที่หัวใจแบบนี้


KIOKU [ 4 ] - DEPOISE -

» Title : KIOKU [ 4 ] - DEPOISE -
» Cast : [?] x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


" หนีมั้ย ? " คำถามแทงใจหลุดจากปากของร่างสูงทำให้คาซึนาริตาเบิกกว้างอีกครั้งของวัน
" ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกไม่ดี เพราะงั้น..จะหนีมั้ย ? "
" . . . "
" หรือนิโนะจะนอนรอความตายอยู่นี่ ? " เสียงทุ้มทอดต่ำทำให้ร่างเล็กไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
" มาซากิคงไม่เอาถึงตายหรอกน่า ! "

" มาซากิ ? "
" อืม.. มาซากิ " โชเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนิโนมิยะ หรือว่าบางที..


" นิโนะจำได้แล้วหรอ ? "

. . .


" . .. ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ? .. . "

" ถึงจะจำได้แล้ว แต่ไม่หมดหรอก จำได้แค่เรื่องของมาซากิ ส่วนเรื่องของนายกับจุน ทุกอย่างยังเป็นศูนย์ " คนตัวเล็กดูจะตกใจเล็กน้อยกับสีหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย
" จำได้แค่เรื่องของไอบะ ? ของแบบนี้มันเฉพาะคนด้วยหรอ ? "
" จะไปรู้หรอ.. ทีตอนชั้นถามนาย นายยังให้ชั้นไปถามหมอ แล้วตอนนี้มาถามชั้นกลับชั้นจะตอบนายได้มั้ยล่ะ โช "

" ทำไม ? ถ้าชั้นจำได้แล้วนายจะไม่พาหนีหรอ ? " คาซึนาริตอบคำถามของโชไปอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ดึงสติให้นิโนมิยะสำนึกได้ว่าไม่ใช่เวลามาล้อเล่น
" แล้วอยากหนีมั้ยล่ะ ? "
" . . . "
" ยังไม่แน่ใจล่ะสิ ? ให้ช่วยตัดสินใจมั้ยล่ะ ? " โชกลับมาใช้น้ำเสียงล้อเล่นที่ร่างเล็กคุ้นเคย ทั้งด้วยเนื้อความ คาซึนาริก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองงงๆโดยที่โชปลดสูทตัวนอกออกอย่างเยือบยาบ เพื่อเอามาห่มคลุมนิโนมิยะอย่างเบามือ...

" เอ้า ! ไม่ตอบล่ะ ? นับหนึ่งถึงสามนะ ถ้ายังไม่ตอบชั้นจะหาคำตอบให้-คาซึนาริ-เอง "

" . . . "

" 1 "

" 2 " ร่างเล็กได้แต่สับสนอยู่ในคำเรียกที่เปลี่ยนไป จนไม่ทันได้สนใจกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


" 3 .. . ฮึ่บ ! " ฉับพลันคนตัวเล็กก็หลุดลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าที่ชื่อ -โช- ซะแล้ว ทั้งที่ทั้งเนื้อทั้งตัว นิโนมิยะมีแค่ผ้าขนหนูขนาดมาตรฐานห่มคลุมอยู่อย่างหลวมๆเท่านั้น ยิ่งลองมาเจอสภาพแบบนี้แล้วล่ะก็ ..ไม่กล้าดิ้นให้ผ้ามันหลุดเร็วขึ้นหรอก ..

" ชั้นยังไม่ได้บอกว่าจะไปกับนายเลยนะ ! " คนตัวเล็กโวยวายลั่นไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สะเทือนหูซากุไรสักเท่าไร

.. ถ้าอย่างนั้น ก็จะต้องโดนอุ้มไปเฉยๆอย่างนั้นหรอ ?? ..


.. ไม่มีทาง ..


" โอ๊ย ! ตัวเล็กทำอะไรเนี่ย ! พูดกันดีๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องกัดเลย ! " เสียงโอดครวญหลุดจากปากร่างสูงทันควัน ฟันเล็กคมกัดเข้าที่ใบหูอย่างจัง จนต้องปล่อยกันลงมาก่อน..

" ก็พูดอยู่นี่ไงว่าไม่ไปกับนาย ! " น้ำเสียงเล็กรั้นตวาดลั่นเอาแต่ใจ ซึ่งโชก็ไม่ได้ตอบอะไรให้ขัดใจกัน นอกจากยื่นมือออกไปหา จนถูกปัดอย่างไร้เยื่อใยซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

" คาซึนาริ ! " น้ำเสียงดังก้องเรียกให้ร่างเล็กสงบสติอารมณ์ลง สบโอกาสให้มือแกร่งโอบประคองใบหน้าเล็กอ่อนโยน ให้สบตากันแผ่วเบา จนคาซึนาริใจสั่นไหว
" ยังไม่ไปก็ได้.. แต่ชั้นเป็นห่วง.. " ร่างสูงก้มหน้าลงต่ำจนหน้าผากของสองคนชนกันเบาๆ และไม่มีทีท่าจะห่างไปไหน
" ยิ่งเห็นคาซึในสภาพแบบนี้ชั้นก็ยิ่งห่วง แบบนี้..ชั้นควรทำยังไง.. "
" . . . "
" ถ้าคาซึนาริไม่ตอบอะไรแบบนี้ แล้วชั้นจะหาทางออกถูกมั้ย ? "

" เอางี้.. สัญญากับชั้นได้มั้ยว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คาซึนาริจะโทรหาชั้น " โชหยิบยื่นอุปกรณ์สื่อสารของตัวเองให้ตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างช้าๆ
" นี่ยังเป็นเบอร์เก่าของชั้น.. ไว้เดี๋ยวชั้นซื้อใหม่แล้วจะบอกเบอร์ให้คาซึนาริรู้จะได้โทรมาได้ แบบนี้ดีมั้ย ? " ฝ่ามือใหญ่กระชับให้มือบอบบางเกาะกุมเข้าด้วยกันผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กจิ๋ว ทั้งที่คาซึนาริยังคงดื้อรั้น

" รบกวนนายเปล่าๆ "


" นะ.. ขอแค่นี้.. ให้ชั้นได้ทำอะไรให้คาซึนาริบ้าง.. " คนตัวสูงยังคงกระเง้ากระงอดจนอีกฝ่ายใจอ่อนยอมรับมันไปในที่สุด ทำให้โชมอบรอยยิ้มหวานก่อนจะกดริมฝีปากอุ่นบนขมับอ่อนของคนตัวเล็ก ให้หัวใจนิโนมิยะได้ซับความอบอุ่นอ่อนโยน และทำให้หัวใจซากุไร โชซึมซับความหวังและความฝันจนเต็มหัวใจ..

. . .


" แล้วจะเอายังไงต่อ ? " ร่างสูงเดินออกมาจากเคาท์เตอร์ครัวพร้อมยื่นแก้วโกโก้อุ่นให้มือเล็กกระชับถือไว้ แล้วเดิมอ้อมมานั่งข้างกันพร้อมจิบกาแฟที่ชงมาในเวลาไล่เลี่ยกันไปด้วย
" ไม่รู้สิ.. แต่ยังไม่อยากหนีไป "
" . . . ป๊อดน่ะ ! . . . "
" อย่ามากวนประสาทน่ะโช.. ยังไงก็มาซากิ ชั้น.. "
" รัก ? "
" . . . "
" แล้วนายจริงๆแล้วมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่าจะมาพาหนีจริงๆน่ะ " คนตัวเล็กตั้งคำถาม
" ไม่เชิง.. อีกอย่างคือเป็นห่วง เห็นว่ากลับบ้านแล้วเลยอยากมาเยี่ยมซักหน่อยเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะเจอสภาพนี้ " สายตาคมหวานเชื่อมชายไปเกือบทั้งผิวนวลทำให้ใบหน้าเล็กซับริ้วแดงซ่าน
" อย่าทำอะไรบ้าๆ นะเว้ย ! " เสียงเล็กตอบกลับเบาๆพร้อมหมัดสะกิดด้วยแรงเท่าคอนเวิร์ดกระแทก...หนักหรือเบาก็ไม่รู้.. รู้แต่คนตัวเล็กก้มหน้างุดไปงุดมาจนซากุไรหัวเราะขำๆ

. .



" ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน สภาพนี้เดี๋ยวชั้นอดใจไม่ไหว คาซึจะซวยเอา ! " สิ้นเสียงหยอกล้อของซากุไร หมอนอิงใบเบ้อเร่อที่ร่างเล็กกอดหนุนอยู่ก็ลอยละลิ่วกระแทกหน้าซากุไร พร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยไม่หยุดจากคนตัวเล็กจนคนตัวใหญ่ถือวิสาสะฉวยเอาร่างเล็กขึ้นแนบอก ก่อนจะวางอย่างคาซึนาริลงในอ่างอาบน้ำอย่างเบามือ ทำให้ได้ยินเสียงโวยวายด่าทอลั่นห้องไปหมดว่า..ถ้าผ้าหลุดไปบรรพบุรุษชั้นจะเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ทราบ ! ..

.. มือใหญ่เอื้อมไปเปิดผสมน้ำอุ่นจนระดับน้ำค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นไอน้ำอุ่นคละคลุ้งไปในอากาศ ปลายจมูกรั้นเจือสีเลือดบางๆ ไม่ต่างจากแก้มใสที่ค่อยๆแดงขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลจากน้ำอุ่นร้อน หรือสายตาร้อนทอประกายของซากุไร โช ผ้าเช็ดตัวที่ยังห่มคลุมร่างเล็กเริ่มลู่ลงติดเนื้อใสจนมองเห็นเรือนร่างชัดเจนขึ้น มือแกร่งค่อยๆวักน้ำขึ้นลูบไล้ตามเนื้อตัวของคาซึนาริ จนได้ยินเสียงแว่วๆจากใบหน้าที่ก้มงุดจนคางชิดอกว่า...อาบเองได้ อย่ามองเด่ะ.. แถมด้วยหยดน้ำกระเซ็นจากมือเล็กที่คอยไล่ร่างสูงออกไป ..

" เดี๋ยวชั้นไปซื้อชุดให้ใส่ก็แล้วกันนะ ไม่งั้นจะหนาวแล้วจะเป็นหวัดเอา แล้วออกไปไหนสภาพนี้คงไม่ดีแน่ๆ เอ๊ะ ! หรือคาซึนาริอยาก ? "
" บ้าเด่ะ ! ไม่ต้องซื้อด้วย เด๋วใส่ชุดมาซากิเอาก็ได้ แค่พับขากางเกงหน่อยก็น่าจะไหว "
" เอางั้นหรอ ? "
" เอางั้นดิ แล้วจะถูให้ได้อะไรบอกว่าอาบเองได้ " ร่างเล็กสะบัดมือปัดๆ ออกจากการเกาะกุมของซากุไรที่มัวแต่ลูบๆถูสบู่จนจะทั่วตัว ยกเว้นช่วงล่างที่คาซึนาริขู่เอาว่า..จะได้กินเท้าชั้นก่อนข้าวกลางวันแน่ แน่จริงก็ลอง..

" ดุจริงน้า ตัวก็นิดเดียว " มือใหญ่ขยี้หัวเล็กทั้งที่มือยังเปื้อนฟองสบู่ กดไปกดมาจนร่างเล็กแทบสำลัก ก่อนจะเดินออกไปหาเสื้อผ้ามาเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็คิดแผนการณ์ไปทั่ว
" ลองไปสวนสนุกมั้ย ? วันธรรมดาแบบนี้คนน่าจะน้อย ถ้ายังไม่พร้อมก็เล่นแต่เครื่องเล่นเบาๆก็ได้ "
" ทำไมชอบชวนอะไรแบบนั้น คราวอยู่โรงพยาบาลก็ให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็ไปสวนสนุก ไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อย อย่างชั้นน่ะ ชอบโรงพยาบาลมากกว่านะ " ทันทีที่จบคำเสียงเล็กก็เงียบลงไปถนัดตา จนได้สติเมื่อมือใหญ่โยกศีรษะได้รูปของตัวไปมาเบาๆ ทั้งที่คาซึนาริไม่ทันรู้ตัวว่าเดินกลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่.. .
" จะขึ้นรึยัง หรือจะอาบให้ตัวเปื่อยกว่านี้ ? " จนในที่สุดซากุไรก็ทำให้นิโนมิยะขำฝืดๆแล้วค่อยๆพยุงตัวขึ้นรับแรงกระชับจากผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ซากุไร โชหยิบยื่นให้ เพื่อคว้าเอาเสื้อตัวเก่งของมาซากิที่คาซึนาริคนเดิมชอบแอบเอามาใส่นักหนา แล้วก้าวออกจากห้องช้าๆ ปิดประตูไล่หลังเงียบๆ หันกลับมามองประตูที่กั้นคาซึนาริออกจากเรื่องเมื่อคืนเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาทันสบสายตาจริงจังของคนตรงหน้า เพื่อเดินหน้าออกไปพร้อมๆ กัน.. . .

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


.. แสงสดใสจัดจ้าส่องลอดกระทบดวงตาสวย แม้จะดูบอบช้ำไปบ้างจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่อาการเพลียง่วงงุนก็คลายลงด้วยการงีบหลับในรถที่โชขับพามา มองเห็นวงกลมๆใหญ่ของกระเช้าลอยฟ้าเด่นชัดแต่ไกลทำให้คิดในใจว่าประหลาดดีที่ต้องมาสวนสนุกหวานแหววกับผู้ชายด้วยกัน เพราะแม้แต่มาซากิก็ยังไม่กล้าให้พามาเลย ..

" โช.. " น้ำเสียงเล็กแหบลงเล็กน้อยกับดวงตาที่ยักหรี่ปรือเล็กน้อย ทำให้เข้าใจได้ในทันทีว่าเพิ่งตื่นขึ้นมาใหม่ๆ มือใหญ่ละจากเกียร์ข้างตัวมาลูบหัวเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู ทำให้รับรู้สิ่งผิดปกติของนิโนมิยะมากขึ้น
" ตัวร้อนนี่ ! ไหวรึเปล่า ? "
" อือ.. ก็เจ็บคอนิดหน่อย คงไม่เป็นไรมั้ง " มือเล็กคลึงเบาๆที่ลำคอร้อนจัดของตัวเอง ลิ้นเรียวคลอเคลียริมฝีปากตามนิสัย

" ว่าแต่... นายคิดว่าผู้ชายสองคนจะมาเล่นอะไรกันในสวนสนุก ? " คนตัวเล็กเปรยเบาๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างขบคิด... บ้านผีสิง ? บ้าน่ะ.. ของแบบนั้นมีไว้หลอกเด็กผู้หญิงก็เท่านั้น พอกลัวๆก็มากอดๆแฟนตัวเอง มุขเก่า... รถไฟเหาะ ? จำได้ว่าเด็กๆเคยนั่งแล้วหลับไปเพราะไม่สนุก... เล่นไรดีวะ ???
" คิ้วขมวดเชียวตัวเล็ก.. แค่สวนสนุกไม่ใช่ข้อสอบเอนท์ซักหน่อย ซีเรียสไปได้ " น้ำเสียงอบอุ่นหยอกล้อขำๆ มำให้นิโนมิยะหน้ามุ่ยลงกว่าเดิม ก่อนจะเดินตามอีกคนออกมาจากรถ มองซ้ายมองขวาหาของเล่นเรื่อยเปื่อย จนได้มืออุ่นของซากุไรคว้านำทางให้เดินตามทางไปเรื่อย แต่...

" โชเลี้ยงนะ ! " ประโยคเด็ดของคาซึนาริที่ทุกคนรู้จักดีโพล่งขึ้นจนโชอดสงสัยไม่ได้ว่าความจำเสื่อมจริงรึเปล่า หรืองกเป็นทุน ??
" ชั้นไม่มีเงินติดตัวเลย เพราะงั้นถ้านายขู่บังคับชั้นมา นายก็ต้องเลี้ยง "
" อยู่แล้วล่ะน่า ! " น้ำเสียงอบอุ่นที่คาซึนาริเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยยังคงตามใส่ใจไม่เลิกลา ทำให้ควันขุ่นเทาในหัวใจแผ่วจางลงไปบ้าง สองเท้าเล็กเดินเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นวิ่งไปดูนั่นนี่ไม่หยุด จากที่เป็นฝ่ายเดินตามเค้าต้อยๆ ก็กลายมาเป็นชักลากคนตัวใหญ่พล่านไปทั่ว รอยยิ้มกระจ่างใสกลับมาอยู่บนใบหน้าเล็กอีกครั้ง..

" เดี๋ยวคาซึ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรอเราน่ะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปหรอก จะเที่ยงแล้วด้วยกินข้าวจะได้กินยา "
" ยังไม่กินไม่ได้หรอ ??? อยากเล่นไอนั่นก่อน " ดวงหน้าหวานไม่ได้หันกลับมามองคนถามเลยแม้แต่น้อย มือเล็กเอาแต่ชี้ๆไปที่เครื่องเล่นหวาดเสียวทุกประเภท จะซากุไรเริ่มคิดว่าแทนที่จะห่วงตัวเล็กคนนี้ หันมาห่วงสวัสดิภาพตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย ?? ..

" เล่นแต่ของหวาดเสียวแบบนั้นเดี๋ยวก็ไข้กลับเอาหรอก "
" ปี๋ดินายอ่ะ.. "
" เอาน่า กินเสร็จแล้วอยากไปเล่นอันไหนก็ได้ทั้งนั้น จะไม่ขัดใจเลย " น้ำเสียงอบอุ่นกับคำพูดชวนเชื่อของโช ทำให้ริมฝีปากบางเล็ก คลี่ยิ้มจนบางเฉียบเป็นเส้นตรง ก่อนจะ..

" แต่ของกินชั้นเลือกนะ ! " น้ำเสียงใสท้าทายเข้าให้อีกรอบ จนซากุไรอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ มือใหญ่เอื้อมไปลูบหัวบ้างขยี้บ้างจนได้ยินเสียงสะท้อนจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าตัวเองว่า..เด๋วหัวยุ่ง หมดหล่อกันพอดี ! ..

.. แทนที่จะได้นั่งกินในร้านอาหารดีๆ คาซึนาริกลับเอาแต่วิ่งวุ่น เห็นไอนั่นก็อยากกิน ไอนี่ก็อยากลองอยู่ตลอดทาง ทำให้ในที่สุดก็ต้องมานั่งหลบแดดกินข้าวกลางวันกันใต้ร่มไม้ในสวนปิกนิค แดดร่มลมอุ่นทำให้อารมณ์ตื่นเต้นจากเครื่องเล่นแผ่วลงไปบ้าง จนกลายเป็นความขี้เกียจ แต่ยังไม่วายคิดต่อไปว่า..หลับซักตื่นแล้วจะกลับไปเล่นใหม่..

" นอนกินแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอเอาหรอก.. " โชเตือนเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มง่วงแล้วพยายามจะกินข้าวเที่ยงด้วยท่านอน...ทำให้คาซึนาริขัดใจเล็กน้อยแล้วบ่นอุบเอาว่า..ตาแก่.. แต่พอหมดคำที่เคี้ยวอยู่ร่างเล็กก็เริ่มไถตัวลงนอนบนพื้นหญ้านุ่มอย่างสบายอารมณ์
" เด๊ยว..กินยาก่อนสิ " โชยังคงไม่ลดความสนใจลง แสดงท่าทีเป็นห่วงจนคาซึนาริอยากตีรวนเอาดื้อๆ
" ขี้เกียจ.. ไม่กินแล้ว.. จะนอน "
" คาซึนาริ.. "
" ก็บอกว่าไม่ ฟังไม่รู้เรื่องหรอ ? "
" จะลุกมากินดีๆ หรือจะต้องให้ไปป้อน ? " น้ำเสียงยียวนกึ่งออกคำสั่งเป็นสิ่งที่โชรู้ดีว่าคาซึนาริเกลียดที่สุด และเมื่อคาซึนาริถูกขัดใจ คาซึนาริจะตอบกลับว่า..

" ก็ลองดิ "

.. แบบนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ซากุไรวางเอาไว้ตั้งแต่แรกรึเปล่าไม่มีใครรู้นอกจากตัวโชเอง และแน่นอนว่าวินาทีต่อมาคาซึนาริก็โดนป้อนยาสมใจ เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับ พร้อมลิ้มชื้นดันเอายาเม็ดเล็กเข้าลำคออีกคน แล้วจึงป้อนน้ำซ้ำอีกครั้งด้วยวิธีเดิม โดยที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่คาซึนาริจะทันต่อว่าใดๆ หรือแม้แต่ทันได้สติว่าต้องโวยวายด้วยซ้ำ ทำให้พอรู้สึกตัวอีกทีจะหันกลับไปด่าก็ครั้นจะเสียเปรัยบเป็นฝ่ายอายเองเสียเปล่าๆ จึงได้แต่หน้าแดงหันกลับไปแกล้งนอนทั้งที่ใจเต้นตึกตักไม่หยุด ..

.. เวลาผ่านไปได้ซักพักจนคิดว่าจะคล้อยหลับไปแล้วจริงๆก็ รู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นที่คุ้นเคยในวันนี้ทั้งวัน โอบที่ศีรษะเล็กเบาๆ เพื่อแทรกตัวเข้ามาให้คาซึนาริได้หนุนตักของอีกคน และรับรู้ถึงเงาร่มที่โชเอามือตัวเองบังแดดให้ ..

" ทำไมถึงต้องใจดีกับชั้นขนาดนั้นโช ? " .. คงเพราะฝ่ามือใหญ่กั้นเอาดวงตาสวยกับสายตาอบอุ่นของโชเอาไว้ ทำให้ไม่ได้รับรู้ถึงสาระในตาคมคู่นั้น หรือแม้แต่รอยยิ้มอบอุ่นที่โชส่งไปให้..
" คิดดูดีๆ คาซึก็จะเข้าใจมันเองนั่นแหละ " ..จากรูปประโยคของคำตอบนั้นไม่น่าสร้างความกระจ่างอะไรเท่าไหร่ หรือแม้แต่จริงๆแล้วนิโนมิยะก็ไม่ได้เข้าใจมันเท่าไหร่เหมือนกัน แต่น้ำเสียงอบอุ่นกับคำพูดที่ไม่ได้ส่อไปในเชิงคำสั่ง หรือยัดเยียดให้จดจำอะไรแปลกใหม่ที่คาซึนาริยังไม่อยากรับรู้ก็ทำให้หัวใจดวงเล็กผ่อนคลายลงไปบ้าง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ เอื้อมมือเล็กกระชับให้มือของโชที่กำลังกั้นแดดกับดวงตาอ่อนใส ให้กดทับลงบนเปลือกตาบางของตัวเอง โดยที่โชได้แต่มองการกระทำพวกนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทั้งมือเล็กที่จับเข้ากับมือของโชเอง ทั้งการกดมือของโชให้วางทับลงบนตาคู่สวย ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่าคาซึนาริเริ่มสบายใจและเปิดใจมากขึ้น..


.. เสียงลมหายใจแผ่วเบา จังหวะสม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่าคาซึนาริกำลังงีบหลับลงไปอีกครั้ง ..

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทดังก้องสะท้อนไปมาเต็มรูหู ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นวุ่นวายไปหมด

" แกรักหรือเกลียดนิโนมิยะกันแน่วะไอบะ "

.. รัก ..

.. แน่นอน ยังไงไอบะ มาซากิก็ทำได้แค่รักคานาริ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ความเข้าใจและมั่นใจในตัวเองลดลงเรื่อยๆ ..

.. คาซึนาริรักกันรึเปล่า .. นั่นต่างหากไม่ใช่หรอคือประเด็น.. สายตาเจ็บปวดของคาซึนาริเมื่อเช้าทำให้ความหงุดหงิดรุนแรงจนพลั้งทำร้ายกันเข้าลดลง แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดในสายตากลับมองไม่เห็นคาซึนาริคนเดิมที่เคยรักกัน แบบนี้มีแต่ไอบะต่างหากที่เจ็บปวดมากขึ้นทุกวัน ..

" ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นควรจะทำยังไงต่อไปกันล่ะ ? ตอบได้มั้ยคาซึ .. " สายตาคมมองลอดแว่นกรอบบางใส หยุดคำพูดลงพร้อมสายตาที่หยุดลงที่รูปที่เคยถ่ายไว้ด้วยกัน รูปที่แอบคาซึนาริเอามาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานอย่างไม่อายสายตาใคร รอยยิ้มของคาซึนาริไม่ได้ทาบทับลงบนใบหน้าของนิโนมิยะคนเมื่อวาน นัยน์ตาแดงก่ำจมนิ่งอยู่ในความคิด ริมฝีปากเม้มบางเฉียบอย่างคิดไม่ตก.. . .

.. . ไม่ว่ายังไง ไอบะ มาซากิที่รักคาซึนาริสุดหัวใจยังคงอยู่เป็นคนเดิม .. .

.. . แต่จะให้ทำยังไงกับไอบะ มาซากิ ที่กำลังโกรธ เกลียดนิโนมิยะคนใหม่นี้กัน . ..

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. .. คาซึนาริ .. .

.. เสียงเรียกแผ่วเบารู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก ลังเลชั่วครู่ก่อนจะได้ยินสมทบอีกครั้ง เพื่อให้หันกลับไปมองยังต้นเสียง ..

. .. คาซึ .. .

" ใคร ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่มองเห็นแค่เงาลางๆของใครซักคน ทว่าแสงพร่าแสบตาทำให้มองอะไรไม่เห็น
" มาซากิหรอ ? " สองขาเล็กค่อยวิ่งให้เข้ามกล้ต้นเสียงให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนภาพที่เห็นอยู่ใกล้สายตามากขึ้น

" มาซากิ " ผลิยิ้มใสให้กับร่างสูงตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเค้าคนนั้นหยิบยื่นรอยยิ้มอบอุ่นคุ้นเคยมาให้
" มาซากิ " น้ำเสียงเล็กดังขึ้นซ้ำๆ เรียกหาคนที่ยืนเคียงข้างกันไม่ห่าง จนเค้าคนนั้นยิ้มงงๆกลับมา
" เรียกทำไมกันหือ ? ก็ยืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ " มือใหญ่เอื้อมมาโยกศีรษะเล็กเบาๆอย่างทุกทีเท่าที่คาซึนาริจำได้

. ... ก็อยากให้แน่ใจว่าเป็นมาซากิจริงๆ นี่นา ... .

" ก็ชั้นน่ะสิ คาซึนาริอยากให้เป็นคนอื่นงั้นหรอ ? " คนตัวสูงแกล้งทำหน้ามุ่ยให้คาซึนาริเอื้อมมือเล็กไปรั้งเอวของ-มาซากิ-เข้ามาใกล้กันเป็นเชิงอ้อน
" ก็อยากให้เป็นมาซากิ " ซุกไซร้จมูกเล็กรั้นที่ไม่เคยยอมใครนอกจากมาซากิเข้าแนบอกกว้าง

" ก็คิดถึงมาซากิ "

.. ฉับพลันความทรงจำจากเมื่อคืนก็กลับมาให้น้ำอุ่นใจรื้นขึ้นที่ขอบตา ทำให้ไอบะ มาซากิ มองเห็นน้ำตาของคาซึนาริที่เฝ้าทะนุถนอมอย่างเต็มสายตา ..

" ร้องไห้ทำไมกัน ? นี่วันนี้ชั้นมีคนมาแนะนำให้คาซึนาริรู้จักด้วยนะ " มือใหญ่ซับเอาน้ำตาเม็ดสวยออกจากใบหน้าใส แล้วเปลี่ยนสำเนียงให้ดูหยอกเย้าเรียกให้รอยยิ้มของคาซึนาริกลับมา
" ใครกันหรอ ? "

" เพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมน่ะ ชื่อ โช เป็นเพื่อนสนิทชั้นเอง "

. . . โช . . .

" เหม่ออะไรกันคาซึ เร็วเด๋วชั้นเข้าเรียนสายนะ ! " มือใหญ่ขยี้หัวเล็กอย่างสนิทสนมดึงเอาคาซึนาริให้หลุดออกจากห้วงความคิด หันกลับมายิ้มสดใสให้มาซากิเหมือนเคยแล้วเดินตามไปอย่างเต็มใจ และบุคคลที่ปรากฎชัดในสายตาของนิโนมิยะในวินาทีถัดมาของอดีต ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างไปจากที่กำลังรู้สึกในปัจจุบัน

" นี่โช ! คนนี้ไง คาซึนาริแฟนชั้น ! น่ารักอย่างที่บอกใช่มั้ยล่ะ ! " น้ำเสียงสดใสจากไอบะ มาซากิและมือใหญ่อบอุ่นที่กำลังกระชับไม่ห่างจากมือเล็กนั่นทำให้ใบหน้าเล็กซับสีแดงจางๆ เพราะคนทั้งคณะของมาซากิน่ะหันมาจนเป็นตาเดียวแล้วมั้ยล่ะ !
" เออๆ ก็น่ารักดี แล้วไปเอาเค้ามาแบบนี้เค้าไม่ต้องไปเรียนหรอ ? "
" แล้วทำไมคาซึ " สายตาคมหันมาทักทายคนตัวเล็ก แล้วเรียกชื่อที่คาซึนาริไม่คุ้นเคยให้ใครเรียกนอกจากมาซากิ
" นิโนมิยะครับ ! "
" เห ? "
" นิโนมิยะครับ นิโนมิยะ คาซึนาริ " น้ำเสียงเล็กตอบกลับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสุภาพกว่าเก่า
" ผมไม่ค่อยถนัดให้ใครเรียกชื่อต้นน่ะครับ ขอโทษด้วย " จบประโยคพร้อมรอยยิ้มใส จนไม่สงสัยเลยว่าทำไมไอบะ มาซากิถึงต้องทะนุถนอมเอาไว้ ทำให้ใบหน้าคมต้องยิ้มอบอุ่นกลับไปให้

" ว่าแต่... นิโนมิยะคุงเรียนอยู่ที่ไหนล่ะ วันนี้ถึงโดนหิ้วมาถึงนี่ ไม่ติดเรียนหรอกหรอ ? "
" ไม่เป็นไรครับ เพิ่งส่งโปรเจคไปเมื่อวาน วันนี้เลยได้หยุด มาซากิเลยชวนมาที่นี่ " น้ำเสียงใสตอบกลับร่าเริง ก่อนจะหันกลับไปตอบคนรักที่บอกว่าจะไปซื้อน้ำมาให้ ให้คาซึนาริรออยู่ที่นี่ เบาๆว่า ..อื้ม.. แล้วค่อยหันมาคุยกับคนแปลกหน้าที่เป็นเพื่อนของมาซากิต่อ

" แล้วเรียนคณะไหนล่ะเรา ชั้นเรียนเศรษศาสตร์ ตึกข้างๆนี้เอง ว่างๆลองไปเดินเล่นก็ได้นะ "
" ฮะ ฮะ ฮะ ถ้าผมมีเวลาว่างขนาดไปตึกเรียนเพื่อนมาซากิได้ ผมคงเอาเวลามานอนดีกว่าครับ งานผมเยอะจะตาย แต่งานมาซากิก็เยอะเหมือนกันเนอะ " น้ำเสียงเนอะแนะเหมือนจะไปสนิทกับเค้าไปแล้วแบบนี้คงเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่เห็นมาซากิจะเคยว่าซักคำ
" งานหนักขนาดนั้นเลย คณะไหนเนี่ย "
" สถาปัตย์ครับ ผมอยากเรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว "
" เก่งแฮะ แล้วมาคบกับหมออ่ะนะ ไม่ไปคบเด็กวิศวะล่ะได้สร้างตึกกันไปเลย "
" ฮะ ฮะ ฮะ งั้นรอมาซากิซิ่วไปเรียนวิศวะก่อนนะครับ แล้วผมจะหันไปคบเด็กวิศวะ ตอนนี้ก็คบหมอไปก่อน เอ๊ะ ! หรือโชคุงจะยุให้ผมไปเรียนพยาบาล ไม่เอานะ ! " คนตัวเล็กตอบเสียงสดใสแฝงไปด้วยความมั่นคงในตัวไอบะ มาซากิทำให้โชคุงที่ว่าเริ่มจะอิจฉาเพื่อนตัวเองขึ้นมาตะหงิดๆ ซะแล้วสิ

" หนวกหูแย่เลยสิ เป็นแฟนไอบะเนี่ย จอมโวยวายเลย ชั้นยังกลัวเลยว่าถ้าหมอนี่เป็นหมอ ต้องรักษาโรคหูตึงที่เกิดจากเสียงหมอนี่ด้วยรึเปล่า " น้ำเสียงอบอุ่นหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากคาซึนาริไม่หยุดหย่อน
" ไม่หรอก มาซากิน่ะต้องเป็นหมอที่ดีแน่ๆเลยผมว่า "

" . . . อ๊ะ ! " ในอีกนาทีที่ทันรู้สึกตัว ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นกำลังโอบสัมผัสที่ใบหน้าอ่อนใส ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งจนสุดตัวหันกลับไปมองอีกคนด้วยสายตาระแวงในฉับพลัน
" ขอโทษนะ "

" . . . "

" ไม่เป็นไรครับ " ใบหน้าใสยิ้มจางๆกลับมา แล้วหันกลับหามาซากิ เมื่อเห็นไอบะเดินกลับมาแล้ว ทำให้ซากุไร โช รับรู้ถึงช่องว่างระหว่างตัวเองกับนิโนมิยะ แต่กลับมองไม่เห็นแม้ระยะห่างระหว่างนิโนมิยะกับไอบะ มาซากิแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

. . .



.. อีกครั้งที่นิโนมิยะได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกแยก ทั้งที่คิดว่าเป็นเรื่องราวในอดีต แต่อีกใจก็เหมือนกำลังสร้างความทรงจำครั้งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ความฝันแบบนี้คงไม่ใช่ความฝันที่เอาไว้ทำนายดวงได้ ถึงความเป็นจริงคาซึนาริจะไม่เคยเอาความฝันไปทำนายบ้าบออยู่แล้ว ดวงตากลมเล็กเหม่อมองความอบอุ่นที่เคยมีเคยได้รับจากไอบะ มาซากิด้วยหัวใจชุ่มชื้น แต่ยังตะขิดตะขวงใจกับความทรงจำแปลกใหม่ที่ต้องมองดูซากุไร โชที่นิโนมิยะคนใหม่ไม่เคยได้เห็น ความอบอุ่นที่ไม่ต่างไปจากโชในปัจจุบัน แต่ความหวาดหวั่นแปลกๆกลับคุกคามหัวใจไม่หยุดหย่อน ..

" นิโนะ " เสียงทุ้มต่ำดึงเอานิโนมิยะให้สติกลับมายังสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แม้ว่าเรื่องราวเมื่อครู่ยังไม่สร่างสาไปจากม่านตาเล้ก
" ครับ ? " สะดุ้งสุดตัวกลับมามองคนตรงหน้า เห็นเพียงผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของคนรัก จากนั้นก็รีบกวาดตามองรอบด้านมองไม่เห็นมาซากิ ได้เจอแค่ตัวเองกับโช ในบรรยากาศสวยหรูของร้านคอฟฟี่ช็อปหน้าสถานีเท่านั้น
" ขอโทษนะที่เรียกมาเอาป่านนี้ ลำบากแย่เลย "
" ไม่เป็นไรครับ แล้วเอ่อ.. มาซากิ ? "
" ชั้นไม่ได้บอกไอบะหรอก มีเรื่องจะคุยกับนิโนะนิดนึงน่ะ " ..นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินจากโชในความฝัน เพราะจากนั้นเสียงทุกอย่างก็เงียบราวกับถูกดูดหายไป มองเห็นแค่ริมฝีปากที่เปิด-ปิดไร้เสียงของโชก็เท่านั้น แม้ว่าจะพยายามเงี่ยหูฟังแค่ไหนก็ไม่ได้ยินอะไรซักอย่าง จะว่าเสียงในร้านดังเกินไปก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้ยินเสียงอื่นๆไปด้วย ทุกอย่างเงียบไปหมด เลยพยายามจะอ่านปากแทนแต่ก็ไม่ได้ความอะไรมากขึ้น ..


. . . ความฝันบ้าบอมันกลับมาอีกแล้ว . . .



========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

จิ๊บ จิ๊บ บ บ ..

" อืม... .. " เสียงนกจิบจาบค่อยๆปลุกให้ร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ หัวเล็กยังหนุนนอนอยู่บนตักของซากุไร โชเหมือนเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา มือเล็กนุ่มนิ่มค่อยๆเอื้อมาขึ้นมาจับมืออุ่นที่ยังวางทับบนตาเล็กให้หลีกออก ทำให้ซากุไรรู้สึกตัว
" ตื่นแล้วหรอ ? "
" . . .อืม.. . ชั้นหลับไปนานมั้ย ? "
" ไม่หรอก คงเหนื่อยมากไปสินะ ไหนจะยังไม่สบายอยู่ด้วย " น้าเสียงอบอุ่นไม่ต่างไปจากเดิมทำให้คาซึนาริยิ้มระเรื่อ หน้าผากอุ่นของโชทาบทับลงบนหน้าผากเล็กของอีกคนเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กหน้าแดงเสมองไปทางอื่นอย่างขัดเขิน
" ไข้ลดลงหน่อยแล้ว แต่ว่ายังต้องกินยาอีกนะ "
" รู้แล้วน่ะ ! " คนตัวเล็กตอบปัดๆ พลางลุกขึ้นยืนไปซ้ายขวาให้หญ้าที่ติดตามเนื้อตัวร่อนฟุ้งไปหมด
" จะไปเล่นต่ออีกหรอ ? ชั้นว่าพอดีกว่านะ เดี๋ยวพาไปกินข้าวเย็นดีมั้ย ? " ร่างสูงของโชยืนขึ้นตาม แล้วยื่นมือใหญ่ของตัวเองไปตรงหน้านิโนมิยะอย่างเป็นทางเลือก ซึ่งคาซึนาริก็ได้แต่มองมือนั้นอย่างขั่งใจเปิดโอกาสให้ซากุไรคว้าเอามือเล็กนั่นมาจับซะเอง แล้วออกแรงรั้งให้เดินไปข้างหน้าด้วยกันอีกครั้ง.. .

. . .

" โช.. . " น้ำเสียงเล็กดูออดอ้อนขึ้นเมื่อยามเพิ่งตื่นนอน มือเล็กขยี้ตาไม่หยุดจนโชต้องดึงมือนั่นออกมาจากตาด้วยตัวเอง ด้วยกลัวว่าขยี้มากๆเดี๋ยวจะตาบอดเอา
" วันนี้วันอะไร ? "
" อังคาร ทำไมหรอ ? " โชตอบกลับเสียงนุ่มทั้งที่มือแล้วสายตาไม่ได้ละไปจากถนนข้างหน้า เหลือบมองซ้ายขวาเป็นระยะมองหาร้านอาหารที่ถูกใจ
" วันอังคาร...มาซากิเข้าเวรดึก แต่วันนี้อาจจะกลับเร็วกว่าปกติ 3ทุ่มคงถึงแล้ว เพราะงั้นช่วยไปส่งชั้นให้ทันด้วยนะ " น้ำเสียงเล็กตอบกลับเรียบๆ กลับเป็นโชซะเองทื่รู้สึกอึกอักในทันที
" จำได้แม่นเชียวนะ เรื่องของไอบะน่ะ.. "
" อืม..จะทำหรือไม่ทำล่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่ายังไงชั้นก็ไม่หนี " คาซึนาริกดเสียงแข็งลงหน่อย แล้วถามกลับอย่างตั้งแง่ทำให้โชเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังทำให้คนตัวเล็กขัดใจไม่เข้าเรื่องซะแล้ว เลยต้องแก้ลำเปลี่ยนเรื่องในทันที

" ชั้นรู้จักร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ บรรยากาศดีๆแห่งหนึ่ง ลองดูมั้ย ? "
" ลองอะไร ? "
" ข้าวเย็นไง คาซึยังป่วยอยู่ชั้นเลยคิดว่าของหนักๆคงไม่เหมาะ เอาเป็นอาหารเบาๆไปก่อนแล้วจะได้กินยาแล้วกลับไปส่งคาซึนาริ แบบนี้ดีกว่ามั้ย ? " โชยื่นข้อเสนอหลอกล่อให้คาซึนาริเอียงคอคิดตามแล้วเม้มปากบางตอบเบาๆว่า..อืม..

.. รถยนต์คันหรูวิ่งช้าๆใจเย็นค่อยๆเลียบไปตามถนน แล้วแวะจอดหน้าร้านคอฟฟี่ช๊อปเล็กๆที่ทำให้คาซึนาริคิดในแว่บแรกที่เห็นเลยว่า..บรรยากาศดีสมกับที่โชบอกจริงๆ..

" ชอบมั้ย ? " ร่างสูงถามไปยังคนตัวเล็กที่ยังสอดส่ายสายตาไม่หยุด ท่าทางจะถูกใจไม่น้อยคิดไม่ผิดเลยจริงๆที่พามา
" ก็ดี.. ชอบนะ แต่ไม่คิดว่าแบบนี้จะแนวนาย เห็นใส่สูทเท่ตลอดเวลาไม่คิดว่าจะมีอารมณ์สบายๆแบบนี้ด้วย " คาซึนาริตอบยืดยาวทั้งที่ยังมองไปรอบๆร้าน บรรกาศแสงสีอมส้มหน่อยๆแต่ไม่สลัวมืดจนน่าอึดอัด กลิ่นสะอาดแทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นบุหรี่ตามแบบที่ร้านในญี่ปุ่นส่วนใหญ่มี มองไปเกือบในสุดก็เห็นตู้เคาท์เตอร์วางเค้กสีสวยเรียงรายเต็มไปหมด
" .. .น่ากินจัง.. ." เสียงเล็กเปรยเบาๆ สองขาเดินนำไปยังมุมเค้กสดสวยในทันทีทิ้งให้โชยืนมองยิ้มๆอยู่ที่เดิม ก่อนจะค่อยๆเดินตามคาซึนาริมาด้วย สองคนก้มลงมองเค้กที่เรียงรายอยู่ นิ้วเล็กจิ้มชั้นนั้นชี้ชิ้นนี้ ปากก็บอกอยู่ได้ว่าอยากกินๆไม่หยุด

" กินข้าวก่อนนะแล้วค่อยกินเค้กทีหลัง " โชหันไปบอกเบาๆ แต่ในระยะที่สองหัวรวมในตู้เดียวก็ทำให้จมูกรั้นของคาซึนาริที่จะหันไปหาคนพูด ชนกับจมูกคมสันของโชพอดี
" อยากกินเค้ก กินเค้กก่อนไม่ได้หรอ เดี๋ยวมันก็ไปผสมๆกันในท้องเองแหละ " เสียงใสเถียงต่อทั้งที่ใบหน้าออกแดงเรื่อ แกล้งทำเป็นงอนขัดใจเดินกระแทกเท้านำไปหาโต๊ะนั่งเสียอย่างนั้น แล้วบ่นอุบให้ได้ยินว่า.. นี่ ! จะยืนตรงนั้นอีกนานมั้ย หรือจะถ่วงเวลาไม่ให้ชั้นกินเค้กกัน ?..

. . .

" นี่ .. โช.. " คาซึนาริพูดออกมาเบาๆยิ้มจางๆหลังจากที่ทั้งสองคนสั่งอาหารให้พนักงานสาวไปแล้ว
" หืม ? .. "
" . . . "
" . . . "
" ชั้นเคยทำเค้กด้วยนะ "
" เห ? "
" อื้ม.. เคยทำกับมาซากิน่ะ " ริมฝีปากบางที่กำลังยิ้มให้ตู้เค้กที่เพิ่งไปดูมาเมื่อครู่ ทำให้ซากุไรมองตามอย่างไม่เข้าใจ
" ชีสเค้กน่ะ.. ชั้นชอบกินชีสเค้ก วันเกิดมาซากิก็จะซื้อให้ บ่อยๆเข้าเลยอยากลองทำขึ้นมาเอง "
" . . . "
" . . . "
" แล้วอร่อยมั้ย ? "
" . . . "
" ไม่รู้สิ เปรี้ยวๆนิดนึง รูปร่างก็ประหลาดด้วย แต่มาซากิก็บอกว่าดี " ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆให้กับความทรงจำที่ไม่มีใครแทรก ก่อนจะแทรกแซงการทำงานของสมองตัวเองให้มันจบลงเท่านั้นก่อนที่น้ำอุ่นใสจะรื้นขึ้นอย่างไม่จำเป็น

" . . . "
" พูดถึงเค้กกับมาซากิแล้วคิดขึ้นได้ เมื่อกี้ชั้นฝันด้วยล่ะโช "
" . . . "
" ฝันดีหรือฝันร้ายกันล่ะ "
" . . . นั่นสิ ดีหรือร้ายกันนะ "
" . . . "
" ชั้นฝันถึงมาซากิกับนาย "
" . . . "
" ฝันถึงชั้น ? "
" อื้ม.. ฝันถึงเรื่องในอดีต " นัยน์ตาสวยเงยขึ้นสบกับซากุไร โชอีกครั้งอย่างว่างเปล่า เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบงันและไม่เข้าใจ ที่ไม่ผิดจากที่นิโนมิยะคาดคิดไว้มากนัก คาซึนาริเลยตัดสินใจยิ้มให้จางๆแทนคำอธิบายทั้งหมดแล้วเริ่มลงมือกับอาหารเย็นตรงหน้าแทน

. . .

.. ระยะทางกลับบ้านไม่ได้ไกลไปจากที่คิด อาจจะสั้นกว่าเสียด้วยซ้ำในความรู้สึก คนสองคนนั่งข้างกัน ใกล้กันเพียงเกียร์รถคั่นไว้ สองเสียงหยอกล้อ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆไม่หยุด ไม่ต่างไปจากเมื่อกลางวันที่คนตัวเล็กวิ่งพล่านชวนดูนู้น คุยนี่ไม่หยุดหย่อน แต่ในท่ามกลางบรรยากาศหวาน นิโนมิยะที่กำลังยิ้มใสห้กับบทสนทนาของโช ก็กำลังยิ้มหวานให้กับเค้กชิ้นเล็กสวยในมือเล็กที่ตั้งใจเอากลับไปฝากมาซากิไว้ด้วย มือเล็กประคับประคองมันอย่างให้ความสำคัญ แต่คนตัวเล็กจะรู้รึเปล่า..ว่าคนที่อยู่ข้างๆกำลังรู้สึกแบบไหน ?? ..

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


. . . ถ้าจำเรื่องราวทั้งหมดได้จริงๆแล้วล่ะก็.. สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นคืออะไรกันนะ จะได้มาซากิกลับมารึเปล่า.. หรือทุกอย่างจะกลับกลายเลวร้ายลง บางทีมันก็เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะคิดถึงซักเท่าไหร่ แต่ถ้ายังจำไม่ได้แบบนี้ อาจจะต้องทำร้ายคนอื่นนอกจากมาซากิไปอีกเรื่อยๆ ถ้าอย่างนั้น..ผมควรจะเลือกทางไหน ? .. . . .

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


.. สองขาเล็กค่อยๆเดินก้าวกลับเข้ามาในห้องผ่านประตูที่เพิ่งเปิดออกไปเมื่อเช้าเพียงลำพัง รอยยิ้มยังไม่จางหายไปตั้งแต่ลากับโชเมื่อครู่ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มีแต่เรื่องที่คิดแล้วใจมันอุ่นๆ แสงไฟในห้องยังไม่มี ไม่มีเสียงอะไรด้วยคงเพราะมาซากิยังไม่กลับ ทันทีที่ความคิดเรื่องนี้แว่บขึ้นมาในสมอง หัวใจก็รู้สึกหนักอึ้งมากขึ้นทุกที ..

.. เรื่องหนึ่งที่คาซึนาริไม่ได้เล่าให้โชฟังถึงเรื่องความฝันก็คือ.. เรื่องราวของโช ความทรงจำที่เกี่ยวกับโชเริ่มกลับมาแล้ว ทำไมถึงสังหรณ์ใจแปลกๆกันนะ สิ่งที่โชพูดต่อจากนั้นคืออะไรกัน แต่ดูยังไงโชก็ไม่น่าใช่คนเลวไม่ใช่หรอ ..


.. สิ้นความคิดร่างเล็กก็จัดแจงหยิบเค้กชิ้นเล็กที่ตั้งใจซื้อกลับมาฝากอีกคนให้จัดวางสวยงามบนจานใบเล็กที่ขนาดเหมาะกัน ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่า มาซากิจะดีใจที่ได้เห็น หรือจะโกรธมากกว่าเดิมที่รู้ว่าคาซึนาริออกไปข้างนอกทั้งที่มาซากิไม่อยาก ไม่มีอะไรที่คาซึนาริล่วงรู้ได้เลย ดวงตาหม่นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นดาวพราวสวยจนน่าแปลกใจว่าเมืองกรุงแบบนี้ยังมองเห็นดาวกระจ่างฟ้าแบบนี้ได้อีกรึไง และก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิมว่าตั้งแต่ที่เดินเข้ามาจนจัดเค้กเสร็จ คาซึนาริลืมเปิดไฟมาตลอดทาง แต่คงเพราะความคุ้นชินในอดีตและแสงจันทร์สว่างนวลที่ทำให้การกระทำทุกอย่างเสร็จสิ้นราบรื่น แต่ถึงจะมืดอยู่แบบนี้ร่างเล็กก็ไม่ได้คิดจะเดินกลับไปเพื่อเปิดไฟเลยแม้แต่น้อย กลับค่อยๆเดินไปพิงขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่อีกฝั่งของห้องนั่งเล่นอย่างเงียบๆ มองดูดาวให้กระจ่างต่อสายตามากขึ้น ดวงตาสีอ่อนสะท้อนสีดำมืดพรายดาวสกาวสวย ลมหายใจอุ่นขัดกับอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืนรดเข้าที่ลูกฟักกระจกจนเกิดเป็นไอขาว สองแขนเล็กโอบกอดให้ความอบอุ่นกับตัวเอง ..

.. ฉับพลันกลับรับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย อ้อมกอดของใครคนหนึ่งที่โอบเข้าจากทางด้านหลัง ทำให้น้ำตาเม็ดสวยที่คลอหน่อยอยู่ถึงเวลาทิ้งตัว ร่างกายบอบบางหันกลับเข้าซุกที่อกอุ่นด้วยโหยหา ..


. . . มาซากิ . . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

ทูบีคอน ครับ...

Ps. ขอสารภาพว่า... จริงๆตอนนี้มันไม่ควรมีแค่นี้เลย มันไม่ครบตอน ! แต่... ขอเถอะ เก็บบรรยากาศแบบนี้เอาไว้ มันหม่นมาทั้งเรื่องแล้ว ถึงตอนนี้บรรยากาศมันจะไม่ได้สดใสใสปิ๊ง แต่โดยส่วนตัวคิดว่า..มันอบอุ่นดี เลยอยากจะตัดมันเอาไว้เท่านี้ก็เท่านั้นเอง ถ้ารู้สึกว่าทำไมมาตัดเอาด้วยเหตุผลแบบนี้ มันอ่อนเหตุผลเกินไปก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ (;^___^ A

ตอนหน้าก็ถึงครึ่งเรื่องแล้วล่ะ คงมีคนคิดว่า..นี่มันครึ่งเรื่องแล้วชั้นยังอ่านมันไม่รู้เรื่องเลยไอบ้า.. อยู่ก็ได้ ก็ต้องขอโทษด้วยถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ก็รู้สึกใจอุ่นๆดีที่อ่านคอมเม้นท์ของทุกๆคน ทั้งที่มีอยู่น้อยแต่ก็อ่านซ้ำไปซ้ำมา ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ (^___________^)

เท่าที่อ่านมา มีทั้งคนเชียร์บะโนะ และโชโนะอย่าละครึ่งเลยเนอะ แบบนี้ถ้าจริงๆแล้วกลายเป็นคู่ที่ตัวเองไม่เชียร์อยู่จะเลิกอ่านกันไปมั้ยนะ ก็เป็นเรื่องที่คนแต่งแอบกลัวอยู่ไม่น้อยเลยจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกอ่านกันไปเลยนะ

ต้องขอบคุณทุกคนที่เม้นท์ และหลายคนที่เม้นท์มาทุกตอนตั้งแต่ตอนแรก ลองมาดูกันดีมั้ย ??

ขอยกเอามาแต่คนที่เม้นท์ตอนที่แล้วได้มั้ย ?? (ToT)
nakuru -- ได้อ่านคอมเม้นท์ของคุณ nakuruแล้วรู้สึกตัวว่าเรื่องมันหม่นจริงๆด้วย แต่เรื่องที่ว่าจะจบดี จบไม่ดีรอดูๆไปดีมั้ย แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกเรื่องนีเท่าที่คิดไว้ ไม่น่าจะเศร้าขนาดนั้นนะ ค่อยๆลุ้นไปด้วยกันเนอะ
The_first_love --ใจเย็นๆค่ะพี่ มันไม่ใช่ข้อสอบเอนท์อ่านแล้วไม่ต้องไปเครียดกับมันมาก หนูล่ะห่วงพี่จริงๆเลย ยังไงก็... อ่านมันต่อไปแล้วกันเนอะ อ๊ะ ! อ่านแล้วอย่าลืมเม้นท์นะ !
ShinO -- เชื่อแล้วล่ะว่าเชียร์โชโนะอยู่จริงๆ เชียร์มาทุกตอนเลย อาจะเป็นโชโนะจริงๆก็ได้ใครจะรู้เนอะ (แต่คนแต่งแอบรู้) ไม่ยอมใจอ่อนให้ไอบะจังทำคะแนนเลยนะเนี่ย ยังไงก็ช่วยอยู่เชียร์โชโนะต่อไปจนจบด้วยเถอะนะคะ
cream -- เนื้อเรื่องมันยังคลุมเคลืออยู่... ค่ะ มันยังคลุมเคลืออยู่จริงๆ แต่มันจะกระจ่างในตอนใกล้ๆนี้แล้วแหละ เท่าที่ตั้งใจไว้ยังไงก็ช่วยรอจนถึงวันนั้นด้วยเถอะนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่บอกว่า..สนุก..ด้วย ดีใจจัง
masaki-p -- ต้องตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษด้วยรึเปล่า ?? ไม่เอาได้มั้ยเดี๋ยวขายหน้า เค้าไม่เก่งภาษาต่างประเทศ แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ครับผม
kaze_kazu -- เป็นหนึ่งในคนที่คอมเม้นท์มาตั้งแต่ตอนแรกไม่เคยขาด ขอบคุณมากๆค่ะ แต่แอบเห็นว่าขับไล่ไสส่งซากุไรอยู่ ใจเย็นๆน้า อย่าเพิ่งไปเกลียดเค้าเลยนะ ออกจะอบอุ่นหน้าผากสะท้อนแดดขนาดนั้น แล้วก็ขอบคุณคอมเม้นท์ที่ทำให้หัวใจพองๆที่ว่า "ป.ล. สนุกสิคับ" ด้วยค่ะ ดีใจมากๆ
rocky_against --แอบเชียโชโนะรึเปล่าเนี่ย มีเชียร์ให้เค้าหนีไปด้วยกันด้วย 55+ นิโนมิยะน่าสงสาร แล้วสงสารคนแต่งบ้างรึเปล่าน้า... ถ้าสงสารก็ช่วยอ่านต่อไปเรื่อยๆด้วยนะคะ อ่อ...แอบขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่ว่า"ชอบมากๆเลยค่ะ" ด้วยนะคะดีใจมากๆเลย
aichan -- อ่านคอมเม้นท์ของคุณaichanทีไรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแต่งฟิคนักสืบเลย ดูมีปริศนาเยอะแยะ แต่อย่าเพิ่งรู้สึกไม่ดีกับโชเลยน้า คนเค้าเลวมีจุดประสงค์ (อ้าว????) แล้วก็ขอบคุณมากๆเลย เพราะเป็นหนึ่งในคนที่คอมเม้นท์มาตลอดตั้งแต่ตอนPRELUDEเลยด้วย ยังไงก็ขอความกรุณาติดตามไขปริศนาต่อไปด้วยเถอะคะ

.. ต้องขอโทษทุกคนจริงๆที่ทำให้อ่านแล้วเครียดเกินไป แต่ก็ขอบคุณสำหรับคนที่คิดว่าเครียดมันแบบนี้แหละดีแล้วด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนแต่งเองแต่งไปก็จิตตกอยู่ไม่น้อย แต่ไอ่ครั้นจะไปเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้มันสดใสขึ้นก็ดูจะไม่ดี เราเลยเปลี่ยนhead+BGแทน ไม่รู้ว่าถูกใจกันรึเปล่า แต่เป็นสีชมพูด้วยนะ ! คนทำแอบชอบเป็นการส่วนตัวเพราะหน้าน้องหมวยเยอะดี ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกันด้วยนะคะ (^______________^)

ขอให้อ่านให้สนุกเร้าใจกันไปตามครรลองนะคะ สู้ๆ

KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! -

แอบไม่เกี่ยวแต่...

06.06.17
HAPPY BIRTHDAY to Ninomiya Kazunari





» Title : KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! -
» Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


แสงอ่อนลอดผ่านม่านกรองแสงบางๆ กระทบเปลือกตาบางเบา ปลุกให้คนตัวเล็กตื่นจากนิทรา หลังจากหลับลึกหลับตื้นสับไปมาจนได้ที่ ดวงตาคู่สวยก็เผยตัวแผ่วๆ คิ้วเรียวขมวดปมเล็กน้อยจากความปวดมึนที่ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เกิดจากความจริงที่ประสบพบเอาเมื่อคืน ถึงจะบอกว่าหลับไปแล้วแต่ก็ไม่สนิทเสียสักทีเดียว ถึงไม่ฝันแต่ก็ดูว่าหลับไม่ลึกพอจะให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลำแขนเล็กค้ำตัวเองให้ลุกขึ้นเดินลากขาเปลี้ยๆไปยังหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียง เปิดรับเอาแสงอาทิตย์จัดจ้ายามเช้าให้แทรกตัวผ่านอณูอากาศเข้ามาอย่างเต็มที่จนต้องหยีตามองลอดออกไป พิงตัวอยู่แบบนั้นซักพักก็เปลี่ยนใจ เดินกลับมาทำท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงตามเดิม

" รัก..คาซึนาริ "

.. เสียงแหบห้าวยังตามรังควาญไม่เลิกตั้งแต่เมื่อคืน ลิ้นเล็กคลอเคลียริมฝีปากแห้งผาก ชั่งใจว่าจะลุกไปกินน้ำดี หรือปล่อยมันเอาไว้ทั้งๆแบบนี้ดี แล้วก็ตัดใจช่างมันเสียแบบนั้น ..

" เฮ้อ.. " ทอดถอนใจเหนื่อยหน่าย แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้งในท่าตะแคงคุดคู้กอดผ้าห่มนุ่ม ดวงตาสดใสหม่นหมองไปด้วยการร้องไห้ ปิดเปลือกตาซ้ำลงแผ่วเบาตั้งท่าว่าจะหลับไปอีกรอบ ..

. . .

แอ๊ดดดดดดดดดด . . .

.. เสียงประตูห้องลั่นเบาๆ พร้อมเสียงฝีเท้าแผ่วๆ แต่มีระเบียบในจังหวะ ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมาอีกรอบ แต่ความเหนื่อยหน่ายมันมากเกินกว่าจะใส่ใจอะไร เพราะสุดท้ายคนที่เดินเข้ามาเหมือนเดิมทุกวันก็มีแต่ -หมอ- ..

.. ไม่จำเป็นต้องตกใจ เสียใจ หรือสับสนอะไรอีก อย่างไรก็ดี.. ไม่มีที่ไป ..

" นิโนะคุง ตื่นเถอะ กินข้าวเช้ากัน " น้ำเสียงใจดีกับวิธีเรียกที่ผิดแปลกไปทำให้อดสงสัยไม่ได้ ยืนตัวขึ้นมองไปทางต้นเสียงช้าๆ ปรากฏภาพไม่คุ้นตา

" จุน ? " น้ำเสียงเล็กแหบจนเกือบผิดวิสัย ทำให้หมอใจดีที่นิโนมิยะติดอกติดใจหนักหนายิ้มให้อ่อนๆ เดินถือถาดข้าวต้มมาเอาใจถึงข้างเตียง
" หมอล่ะ ? "
" ไอบะคุง กลับไปพักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืนตอนดึกแล้วล่ะ ตกใจหรอที่เป็นชั้น ? " ตาสวยทอประกายกังวลจนคาซึนาริไม่กล้าเอาความต่อ
" กลัวรึเปล่า ? ให้เรียกไอบะคุงให้มั้ย ? " น้ำเสียงหวานอ่อนลงเล็กน้อย ซึ่งนิโนมิยะก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ส่ายหัวเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ท่าทีที่เงียบผิดวิสัยของนิโนะคุงที่เจอกันเมื่อวานก็ทำให้หมอคนสวยอดเป็นห่วงไม่ได้
" เป็นอะไรรึเปล่า ? "
" จุน.. พอมีเวลารึเปล่า ? " น้ำเสียงอ่อนล้าขาดห้วง รอยยิ้มระเรื่อแต่งแต้มตามนิสัย


. . . พอกันทีกับความทรงจำว่างเปล่า ถ้ามันนึกไม่ออกซักที ชั้นก็จะยัดมันเข้าไปใหม่ ! ! ! . . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


. . .


" จุนว่างมั้ย ? ถ้าว่างช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ด้วยน้ำเสียงเชิงอ้อน
" เหงาหรอ ? "
" เปล่า.. ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร "
" อ่ะ ! ก็ว่างนะ " หมอคนสวยของนิโนมิยะยิ้มให้อ่อนๆ
" ผมมาตรวจนิโนะเป็นคนสุดท้าย จะได้ดูแลได้ใกล้ชิดไง "
" ทำไมต้องใกล้ชิด ? หลงรักผมแล้วหรอ ? " นิโนมิยะหยอกล้อตามนิสัย ปากร้ายไปตามเรื่อง
" ก็ไอบะคุงกำชับไว้นี่ครับ ทั้งหวงทั้งห่วงนิโนะคุงจะเป็นจะตาย " รอยยิ้มเผล่ล้อเลียนแต่งแต้มบนใบหน้าสวยหวาน ทั้งที่เป็นรอยยิ้มที่นิโนมิยะติดใจ แต่คนตัวเล็กกลับเงียบไปไม่เหมือนทุกที

" จุน.. เล่าเรื่องหมอให้ฟังหน่อย.. "
" เอ๊ะ ! มีอะไรรึเปล่า ? " น้ำเสียงหวานนุ่มหู ละเลียดซึมซับให้หัวใจอบอุ่น เกิดรอยยิ้มใสๆบนใบหน้าอ่อนวัย
" ไหนๆก็ว่าง ..นะ " สำเนียงอ้อนๆ จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอบะ มาซากิถึงรักนักรักหนา ทำให้หมอคนสวยยิ้มระเรื่อ ลากเก้าอี้สแตนเลสมุมห้อง มานั่งไขว่ห้างสง่าอยู่ข้างๆ
" เอาไงดีล่ะ.. ไอบะจังเป็นคนใจดี.. นิโนะเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดนะ " ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก็วางทาบมือเรียวสวยบนกลุ่มผมนุ่มอ่อนโยน โยกศีรษะเล็กไปมาก่อนจะชักมันกลับมาประสานที่หน้าตักตามเดิม

" ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆน้า... จริงๆแล้วต้องเป็นนิโนะคุงซะอีกที่เล่าให้ผมฟัง เพราะนิโนะเองต่างหากที่รู้จัก - ไอบะ มาซากิ - ดีที่สุด "
" แต่ผมจำอะไรไม่ได้ "
" ไม่แปลก... ถ้าคนความจำเสื่อมเกิดจำอะไรได้ง่ายๆขึ้นมาล่ะก็ พวกชั้นคงตกงาน " ..ดูเหมือนไม่ว่าเมื่อไหร่ มัตซึโมโตะก็ยังเรียกเสียงหัวเราะของนิโนมิยะได้เสมอ แต่มันคงไม่มากพอ..

" . . . ไอบะ มาซากิเป็นใครกันแน่จุน ? เค้าเป็นอะไรกับผม ? " น้ำเสียงหม่นหมอง รอยยิ้มจืดจางไปจากใบหน้าใส ทำให้จุนต้องเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวตอบด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน

" เค้าเป็นคนรักของนิโนะคุงน่ะ .. "

" จำไม่ได้สินะ "
" อื้ม.. นึกอะไรไม่ออก อาจจะคุ้นๆบ้างในความรู้สึกแต่.. "
" ไอบะจังน่ะรักนิโนะมากนะ ทำทุกอย่างให้นิโนะตื่น ตอนดึกๆก็มาเฝ้านิโนะแทบทุกคืน " ..คงเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้ ที่ดวงตาอ่อนใสได้สบพอดีกับดวงตาหวานสวยอย่างจัง ..
" . . . "
" ไม่เป็นไรหรอก.. ยังไงเค้าก็รอนิโนะเสมอ "

.. บางทีถ้าจุนพูดประโยคนี้มาเมื่อ 13ชั่วโมงที่แล้ว มันคงเป็นคำพูดที่ทำให้คาซึนาริอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก แต่ในตอนนี้..มันกลับทำให้หัวใจของนิโนมิยะเยือกแข็ง ..

" บางที ที่วันนี้ไอบะจังไม่มาป้วนเปี้ยนกระดิกหางแถวนี้ อาจเป็นเพราะไอ่นี้ก็ได้ " มือเรียวยื่นกระดาษขนาดตามโมดุลามาตรฐานตีพิมพ์เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการให้คนป่วยได้อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วหยิกกัดเบาๆพอเรียกเสียงสดใสจากคนตัวเล็กว่า...ยังจำวิธีอ่านหนังสือได้มั้ยครับ คุณหนู...

" เอกสารอนุญาต ? "
" อื้ม ! กลับบ้านได้แล้วนะ "
" . . . "
" ถ้ากลับบ้าน นิโนะก็จะเจอของที่สัมพันธ์กับนิโนะอยู่เต็มไปหมด ดีใจมั้ย ? " หมอใจดียิ้มหวานๆให้คนป่วย แต่ก็อดสงสัยในท่าทางชะงักงันของแฟนคลับอันดับหนึ่งไปไม่ได้

" จุน.. ผมจำอะไรไม่ได้ "
" . . . "
" แล้วผมจะกลับยังไงอ่ะ ? ผมไม่รู้ทางกลับบ้าน " สิ้นเสียงใส คุณหมอคนสวยก็ได้แต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งกับความน่ารักของนิโนมิยะ

" ใครเค้าจะให้เรากลับเองกัน ? "
" เดี๋ยวไอบะจังคงมารับแหละ.. จำไม่ได้ล่ะสิ ? เราน่ะอยู่กับไอบะจังไง "


. . . ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม . . .


.. บรรยากาศเริ่มคลายอึดอัดลงไปบ้าง แม้ว่าความขุ่นข้องใจของนิโนมิยะจะยังไม่หมดไป แต่น้ำเสียงสดใสเริ่มกลับมาสู่สภาพเกือบปกติในที่สุด ..

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


. . .

.. ร่างสูงสันทัดยิ้มเยียบ พิงกำแพงข้างประตูห้องคนป่วยด้วยท่าทีผ่อนคลาย เดาะช่อดอกไม้สวยในฝ่ามือเป็นจังหวะเบาๆ สบตาเพียงครู่เดียวกับอีกคนที่เดินสวนมา ..

. . . เหมือนไร้ความหมาย อาจไร้ หรืออาจมี . . .

.. ละดวงตาคมกลับมามองช่อกุหลาบขาวในมือ แล้วคลี่ยิ้มอบอุ่น จนอีกคนอดถามออกมาไม่ได้ ..

" กุหลาบขาว คิดว่าเหมาะหรอ ? "
" ไม่รู้สิ.. แต่สำหรับชั้น ชั้นว่าเหมาะ .. "

.. ร่างโปร่งบางเลิกคิ้วสูงเชิงสงสัย ทำให้ดวงตาอบอุ่นสะท้อนไฟเล็กน้อย กดมุมปากแน่นนิ่งไม่เปรยเสียงใดให้หลุดลอด แล้วเดินสวนทางไปโดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้อีกคนเดินกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมของตัวเองอีกครั้ง สองฝีเท้าประสานกันอย่างสงบ เป็นระเบียบหนักแน่น ตัดเด็ดขาดกับความสงัดเงียบของโรงพยาบาล ..

. . . นิโนมิยะ คาซึนาริ ที่เป็นแค่ นิโนมิยะ คาซึนาริ . . .
. . . ไม่ใช่ - คาซึนาริ - ของ ไอบะ มาซากิ . . .

. . . แต่เป็นแค่ คาซึนาริที่ขาวสะอาดเหมือนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ไร้การครอบครองและตีตรา . . .

. . . ไม่จำเป็นต้อง - แย่ง - เพราะตอนนี้ นิโนมิยะ ไม่ใช่ของ ไอบะ อีกต่อไป . . .


. . .

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


.. แอ๊ดดดดดดดดดดด ..

.. สิ้นเสียงประตูลั่น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเป็นผู้ชายอบอุ่นที่นิโนมิยะเจอเมื่อวาน หอบหิ้วช่อดอกไม้สวยอยู่ในมือ ก่อนยื่นให้อย่างเงียบเชียบแต่เพียบพร้อมด้วยความอ่อนโยนในสายตา ..

" ว่าไงตัวเล็ก ? " น้ำเสียงอบอุ่นไม่ต่างจากเมื่อวาน ทำให้คนตัวเล็กยิ้มเผล่ สดใส
" ให้ดอกไม้ทำไม ไม่ใช่ผู้หญิง ? " น้ำเสียงกระเง้ากระงอดลอดผ่านริมฝีปากเล็ก
" ก็เห็นว่าเหมาะ ก็เลยให้ ไม่ได้หรอ ? " ซากุไรยิ้มตอบกลับไปจางๆ ขยี้หัวเล็กอย่าเอ็นดูก่อนจะลากเก้าอี้แสตนเลสตัวเดิมมานั่งข้างเตียงที่เดิม และท่าเดิม

" มีอะไร ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น ? " น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้ใจดวงเล็กอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทำให้หัวใจยังหวังได้ว่าพอมีที่พึ่งพิงอยู่บ้าง
" โช.. เป็นเพื่อนกับชั้นมาก่อนหรอ ? "
" หืม ? ..ก็เหมือนจะใช่นะ "
" อะไรคือเหมือนจะ ? สรุปไม่ได้หรอว่าใช่หรือไม่ใช่ ? "
" ก็ได้ทั้งสองอย่าง เพราะนิโนะเป็นเพื่อนชั้นก็ใช่ แต่อยู่แต่กับไอบะเลยไม่รู้ว่าสรุปจริงๆควรเรียกว่าเพื่อนรึเปล่า "
" ชั้นกับหมอตัวติดกันหรอไง ? "
" ฮ่ะ ๆ สรุปอยากรู้อะไร ? " ร่างสูงหัวเราะขำๆกับการตั้งแง่ของคนตัวเล็กที่ทำหน้าบู้ๆ ปากยื่นๆขัดใจ
" ก็นึกอะไรไม่ออก เลยจะใส่เข้าไปใหม่ เลยอยากให้นายเล่าให้ฟัง... แค่นี้เอง แต่ถ้าไม่มีน้ำใจไม่ต้องก็ได้ "
" ก็ไม่ใช่.. อยากรู้ก็จะบอก แต่ขอประเด็นด้วยไม่งั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง " น้ำสียงยียวนทำให้นิโนมิยะได้แต่กร่นด่าอย่างขัดใจว่า ..อะไรก็เล่าๆมาเหอะ..

" ไอบะเป็นเพื่อนสนิทของชั้น อยู่มาวันนึงก็พานายมาที่คณะชั้น อุตส่าห์เดินหน้าบานตากแดดข้ามมาตึกเศรษฐศาสตร์เลยนะว่า...นี่ ! คนนี้แฟนชั้น ชื่อนิโนมิยะ คาซึนาริ น่ารักใช่มั้ย..แล้วก็ชมนายอย่างงั้นอย่างงี้ ทำให้เรารู้จักกันตั้งแต่วันนั้น " โชเล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆ จนร่างเล็กทำหน้าเบ้แล้วตอกกลับไปว่า.. ใส่รายละเอียดลงไปบ้างก็ได้นะไม่ต้องกลัวเปลืองทรัพยากรนักหรอก พ่อนักเศรษฐศาสตร์... ทำให้ซากุไรโชหัวเราะลั่น

" หลังจากนั้น สิ่งที่ชั้นเห็นอยู่ทุกวันคือ นิโนะที่เดินข้างไอบะ ยิ้มให้แต่ไอบะ คุยเล่นแต่กับไอบะ เหมือนทั้งชีวิตมีแต่ไอบะ พอชั้นเข้าไปคุยด้วยก็เอาแต่ยิ้มจางๆกลับมาจนบางทีชั้นก็อยากทำศัลยกรรมให้ออกมาหน้าเหมือนไอบะ จะได้คุยกับนายได้บ้าง แต่ถ้าทำแบบนั้นมันเปลืองงบประมาณ "

" จากนั้นนายก็ย้ายไปอยู่กับไอบะ ในที่ๆชั้นหานายไม่เจออีกต่อไป " ฉับพลันความเงียบชวนอึดอัดก็แผ่เข้ามาในบทสนทนาอย่างไม่น่าให้อภัย รอยยิ้มอบอุ่นของซากุไรหายไปชั่วครู่เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรอยยิ้มเหยียดนิ่ง แล้วกลับมาสู่สภาพอบอุ่นในนาทีถัดมา จนนิโนมิยะไม่ทันได้สังเกตเห็น
" แต่ตอนนี้ก็หาเจอแล้ว " ถึงแม้คนตัวเล็กจะไม่เข้าใจมันดีนัก แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ..ใจเต้นแปลกๆ..จนไม่กล้าต่อความอะไร

" แล้วเรื่องที่ชั้นจำอะไรไม่ได้ล่ะ ? " น้ำเสียงใสถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น
" อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุ นิโนะหลับไปนานมาก คงเป็นเรื่องปกติที่จะลืมๆอะไรไปบ้าง ข้อนี้คงต้องถามหมอแล้วล่ะ "

" มีเรื่องอะไรสงสัยอีกมั้ย ? "
" อย่างที่นายบอก ไม่มีประเด็นก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง.. แล้วเรื่องชั้นกับหมอ พอรู้อะไรบ้างมั้ย ? " ..น้ำเสียงเล็กอ่อนลงเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงความหวั่นไหว
" รู้เท่าที่บอก เห็นแค่นิโนมิยะตัวเล็กๆที่วิ่งไปวิ่งมา ข้างๆไอบะ มาซากิ "
" ชั้นไม่ใช่หมานะ ! แล้วเรื่องอุบัติเหตุ.. ชั้นโง่ขนาดยืนให้รถชนเลยหรอ ? " มืออุ่นวางบนตำแหน่งหัวเดิมของนิโนมิยะที่เริ่มเลิกต่อต้านไปด้วยความเคยชิน ซึ่งโชก็ไม่ได้ต่อความอะไรมากมายได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าคลอบคลุมอย่างช้าๆ แต่ทำไมคาซึนาริถึงได้รู้สึกอบอุ่น ..

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

.. จวบจนโพล้เพล้ แสงสีส้มเริ่มทอดต่ำ เงาของคนสองคนที่กำลังเดินออกจากตัวอาคารทอดตัวยาวไปตามถนน มือใหญ่กระชับเข้าที่มือเล็กบอบบาง สองร่างเดินเคียงคู่กัน ..

. . .


.. มือหมอดูจะเย็นเยียบต่างไปจากทุกครั้ง หมอยังคงยิ้มเงียบๆไม่ต่างจากรอยยิ้มสุดท้ายของหมอเมื่อคืน ..หมอคงเจ็บ.. ผมคิด แต่ผมก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าต้องทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ..

.. ความสูงของเราสองคนในความเป็นจริงแล้ว คงไม่ต่างกันมากนักประมาณ 10เซนต์ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ น่าจะเพราะปกติแล้วผมมักนั่งๆนอนๆ อยู่บนเตียงเสมอ ผมเลยรู้สึกว่าหมอสูงมากกว่าตอนที่รู้สึกอยู่ตอนนี้พอสมควร ..

.. เราสองคนเดินไปขึ้นรถสปอร์ตสีดำทันสมัย ฉับพลันผมหันไปเห็นชายหนุ่มคุ้นตา กับรอยยิ้มคุ้นเคย และดูท่าทางไอบะคงจะสังเกตเห็นเค้าเช่นกัน ..

" โช.. " น้ำเสียงเล็กเปรยแผ่วเบา อาจคิดไปเองแต่รู้สึกถนัดใจยังไงไม่รู้ว่ามืหมอที่จับกับมือของผม มันกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
" คาซึนาริอยากให้โชไปด้วยรึเปล่า ? " น้ำเสียงซักถามเรียบนิ่ง ทำให้คาซึนาริหันกลับไปจับสังเกตไอบะ มาซากิให้ชัดขึ้น

" หมอ.. โชกับหมอเป็นเพื่อนกันใช่รึเปล่า ? "
" มีอะไรรึเปล่า ? "
" เปล่า.. แค่อยากรู้.. ทำไมเพื่อนหมอต้องมาเยี่ยมผม ผมอยากรู้.. " น้ำเสียงเล็กไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ สบตากันหนักแน่น ทำให้ไอบะอึดอัดใจเล็กๆ

" ..เราสองคนเคยรักกัน.. ข้อนั้นผมรู้แล้ว หมอไม่ต้องปิดบังให้อึดอัดใจอีก เพราะงั้นตัดประเด็นนี้ทิ้ง "
" แต่ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่า เพื่อนหมอเกี่ยวอะไรกับผม หรือโชเกี่ยวกับเราสองคน ? " ..ยิงกลางเป้า ตีแสกหน้า.. นิสัยคาซึนาริคนเดิม แต่คาซึนาริคนเดิมรู้จักไอบะดี และรู้จักโชดี เพราะงั้นคาซึนาริคนเดิมไม่ชอบพูดเรื่องนี้ซ้ำซาก ..แต่ตอนนี้ไม่มีคาซึนาริคนนั้น..

" กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันดีมั้ย " ไอบะตัดบทสั้นๆ จูงมือเล็กให้อีกคนเดินตามมาก่อนจะชะลอจังหวะก้าวลงให้คาซึนาริตามมาทัน เพื่อให้เดินเคียงกันไปขึ้นรถ ..แต่คนตัวเล็กก็ขืนตัวไว้แล้วปฏิเสธคำค้าน

" หมอ.. ผมอึดอัดนะ " น้ำเสียงเล็กแข็งขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ ทำให้ไอบะได้แต่ส่ายหัวระอาใจตัวเอง ปลดปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระ มือแกร่งคว้าเอาไหล่ร่างเล็กแล้วกระชับแน่น มองตากันให้เข้าใจ
" ให้พูดอะไร ? คาซึนาริก็รู้แล้วว่าเราเคยรักกัน แล้วโชก็เป็นเพื่อนชั้น คาซึนาริอยากรู้อะไรอีก ? "
" เพื่อนหมอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ถามโช โชก็ไม่บอกอะไรนอกจากเป็นเพื่อนหมอ แต่เพื่อนหมอจะมาตีสนิทกับผมทำไมต่างหาก นั่นแหละประเด็น ! "
" แล้วจะให้ชั้นทำยังไง ! ให้พูดว่าอะไร ? ตื่นมาก็จำกันไม่ได้ แล้วจะให้โพล่งออกไปหรอ ว่า -นี่ เรารักกันนะ- ชั้นรู้จักคาซึนาริดี ถ้าทำแบบนั้นคาซึนาริก็จะเถียงแล้วไม่ยอมฟังอะไรอีก แล้วไงต่อจำได้มั้ย ? อยู่ดีๆก็มีวันนึงเพื่อนชั้นก็เข้ามาในห้อง เอามือจับหัวคาซึนาริไว้ ทำท่าเหมือนสนิทสนมกันซะเต็มประดา จะให้พูดไปหรอว่า -อย่านะชั้นหึง- ? ทั้งที่คาซึนาริยังจำเรื่องของเราสองคนไม่ได้เลย แล้วยิ่งนานวันก็ถูกคอกันมากขึ้น แบบนี้จะให้พูดหรอว่า -เฮ้ย ! หมอนี่จะมาตีท้ายครัวชั้น เค้าจะมาแย่งคาซึนาริไป - ทั้งที่ยังไงซะ หมอนั่นก็เพื่อนชั้น แบบนี้หรอที่คาซึนาริต้องการ ? " คำพูดยาวเหยียดพร้อมสีหน้าไม่สู้จะดีนักของไอบะ ทำให้คาซึนาริได้แต่นิ่งอึ้ง
" ขออย่าให้ชั้นต้องเหนื่อยใจไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ก็เริ่มเบื่อเรื่องนี้ไปแล้วทุกที "

" คราวนี้จะกลับบ้านกันได้รึยัง ? " มือใหญ่ยื่นกลับไปอีกครั้ง รอให้มือเล็กบอบบางทาบทับกันอีกครั้ง แล้วดึงเร่งไปที่รถให้เร็วกว่าเดิม และรอยยิ้มอบอุ่นของหมอที่เกือบหายไปทั้งหมด

. . .


.. ความเงียบชวนอึดอัดกัดกร่อนหัวใจไปจนสุดทาง และแม้ว่าคนป่วยจะอยากซักอยากถามแค่ไหน ความง่วงงุนจากอาการเพลียแดดก็ทำให้ร่างเล็กผล็อยหลับไปในที่สุด ชะรอยทิ้งจังหวะให้คนขับหันกลับมามองใบหน้าอ่อนใสของคาซึนาริอย่างเต็มตา เอื้อมมือข้างที่ว่างเว้นจากกันปรับพวงมาลัยโฉบไล้ใบหน้าอ่อนเยาว์ โน้มตัวมามองคนตัวเล็กใกล้ๆจนแทบหายใจอากาศเดียวกัน ริมฝีปากอุ่นร้อนฉวยโอกาสลิ้มรสกลีบปากบางเฉียบอย่างเงียบงัน เรียวลิ้นชื้นเปิดช่องทางอย่างถือเอาวิสาสะ ควานค้นความหวานคุ้นลิ้นอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งหลักฐานเม็ดสีขาวขุ่น เฝื่อนคออย่างจงใจในช่องปากเล็ก ลิ้นเรียวดุนดันยาเม็ดนั้นให้คนตัวเล็กกลืนกินอย่างจำยอมทั้งที่คาซึนาริยังไม่ทันรู้สึกตัว จากนั้นจึงเว้นจังหวะให้ร่างเล็กผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ละริมฝีปากเชื่องช้าอ้อยอิ่ง ลอบมองในหน้าหวานใส แล้วสมทบทับซ้ำจูบลงไปบนริมฝีปากสวยบางเบา ..

" .. เล่นเกมส์กันดีมั้ยคาซึนาริ เกมส์เหมือนที่คาซึนาริชอบ .. "

. . .


" อืม.. หมอ.. " เสียงแผ่วพร่าต่างไปจากทุกที พึงรู้สึกถึงความร้อนแปลกแยกต่างจากทุกครั้ง ..เกิดอะไรขึ้น ? ..

" ร้อน... " ลิ้นเรียวเล็กคลอเคลียริมฝีปากบางของตัวเองช้าๆ ลมหายใจติดขัดถี่กระชั้นจนริมฝีปากอุ่นประกบทับนุ่มนวล ทำให้คาซึนาริดิ้นรนหลบหนีจากการลุกล้ำ ทั้งที่ร่างกายกำลังตอบสนองไปในทางตรงกันข้าม ภาพที่เห็นเหมือนเพดานห้องสีขาวคล้ายคุ้นตา แต่ที่แน่ๆไม่ใช่โรงพยาบาล สัมผัสที่แผ่นหลังรู้สึกเปลือยเปล่า แต่อ่อนนุ่มที่เบาะรองรับ..เตียง ? ห้องนอน ? ..

" อ่ะ !.. อย่า.. " สะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นอุ่นชิ้นโฉบไล้แผ่วเบาผ่านใบหู มือใหญ่ลากไล้ทาบทับแผ่นอกบาง ปรากฏรอยแดงในทุกพื้นที่ที่มือนั้นลากผ่าน มือเล็กปัดป่ายเปะปะ ปฏิเสธสัมผัสทั้งหมดสุดแรง ที่ผลที่ได้ก็แค่จับผ่านทุกอย่างแผ่วเบา ยิ่งเร่งให้ร่างสูงตรงหน้าใจเต้นแรงกว่าเดิม ส่งผลให้การกระทำต่อมาร้อนแรงเร่งเร้า ริมฝีปากสีแดงสดกลืนกินซุกซ่อนที่ซอกคอเล็ก ผิวอ่อนนุ่มขาวใสสะท้อนตา มืออุ่นลากไล้ต่ำลงเรื่อยๆ ริ้วเรียวปลดกางเกงยีนส์ที่คาซึนาริเพิ่งใส่ไปเมื่อเช้าก่อนรับกลับบ้านให้หลุดร่วงเพียงครึ่งทาง เกาะเกี่ยวขอบบ็อกเซอร์ตัวโปรดของคนตัวเล็กให้ลดต่ำลงอย่างหมิ่นเหม่ เปิดให้เห็นแก่นกลางกายแค่เพียงสัมผัสผ่าน นวดคลึงเบาหนักสับกันผ่านเนื้อผ้าหยาบมือ ทำเอาเสียงเล็กสั่นพร่า ความร้อนที่สะสมจากฤทธิ์ยาเร่งให้ร่างกายต้องการ ทั้งที่ใจคัดค้าน ทะยานอยากปลดปล่อยอยู่ทุกวินาที จนไอบะรู้สึกชื้นที่ฝ่ามือซึมซาบผ่านเนื้อผ้าที่กั้นคาซึนาริอยู่

" มะ.. หมอ..อย่า " แม้จะต้องการห้ามปรามอย่างสุดชีวิต แต่น้ำเสียงที่แปร่งออกมาช่างแผ่วเบาเสียแม้แต่ตัวเองก็แทบไม่ได้ยิน กลีบปากอุ่นยังคงสานต่อเจตนารมณ์เดิมด้วยลากจนต่ำลง หยอกเย้ายอดอกเล็กจนลำตัวบางสะดุ้ง มือแกร่งข้างที่ว่างเว้นจากการหยอกล้อก็โอบพยุงลำตัวเล็กให้รับสัมผัสอุ่นชื้นอย่างจงใจ จนเห็นได้ชัดว่าคนตัวเล็กที่ถูกทาบทับสั่นสะท้านอย่างหยุดไม่อยู่ ราวกับรู้ซึ้งถึงทุกตารางพื้นที่ของคนตัวเล็กดีเหลือเกิน ปลายเท้าเล็กจิกบนผืนเตียงอย่างกลั้นไม่ไหว

" หมอ.. "
" มาซากิ " น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ต่างจากทุกครั้งของคนตรงหน้าเรียกร้องเว้าวอน
" เรียกชั้นว่า..มาซากิ.. " ฝ่ามืออุ่นทิ้งสัมผัสเชื่องช้าอย่างจงใจแกล้ง สบตาร่างเล็กตรงหน้าอย่างมีอำนาจ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหรี่ปรือแทบไร้สติ

" มา..มาซากิ " ร่ำร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ใจไม่ต้องการแต่ทำไมมันทรมานเหลือเกิน ทั้งความร้อนความหวามวาบทำเอาคาซึนาริแสนรั้นกลายเป็นแค่เด็กน้อยในกำมือของไอบะ มาซากิอย่างช่วยไม่ได้ นิ้วเรียวปลดบอกเซอร์ของคนตัวเล็กให้หลุดลอดออกจากที่ๆควรจะอยู่โดยปกติ กอบกำคาซึนาริเอาไว้แทบทั้งหมด บีบเค้นคนตรงหน้าหอบจนตัวโยน

" มาซากิ.. มาซากิ.. อ๊ะ ! " มือเปียกชื้นปล่อยทิ้งให้คาซึนาริอารมณ์ค้างไปอีกครั้ง ด้วยหันมาลูบไล้โคนขาด้านในอย่างหนักหน่วง ลิ้นอุ่นลากต่ำลงมาถึงช่องน้อย วนเวียนเชื่องช้าจนมือเล็กต้องกดให้ศีรษะร่างสูงลดต่ำลงเป็นเชิงบังคับทำให้ไอบะเสยตาขึ้นมองอย่างสมใจ แล้วละกลับไปสนใจร่างกายของคาซึนาริต่ออย่างไม่ลดละ ช่องปากอุ่นร้อนควบคุมร่างของคาซึนาริอย่างย่ามใจ

" อ๊าาาาาาา... . . " คาซึนาริปลดปล่อยทั้งหมดที่มี หอบหิ้วเอาความร้อนจากพิษยาไปได้ไม่น้อย แต่ถ้ามันยังคงเหลืออยู่ล่ะ ..

.. คนที่ชื่อมาซากิกลืนกินคราบคาวไปเกือบทั้งหมด ปล่อยให้ส่วนที่เหลืออาบไหลมุมปากบ้างเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วดูดกลืนคาซึนาริอีกครั้งอย่างเร่งเร้าทำให้อารมณ์ของคนตัวเล็กปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงเปียกชื้นตามผลพวงของการปลดปล่อยเมื่อครู่ลากวนปากทางนุ่มนิ่มก่อนจะดึนตัวเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว

" ฮ้าาาาาา... . . " ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยนทั้งเสียววาบทั้งเจ็บปวดในคราวเดียว นิ้วเรียวยังคงฝังตัวแน่นอยู่ไม่ห่าง แล้วค่อยๆเคลื่อนไหวให้ความหวามหวานกระพือขึ้นอีกครั้ง จนช่องทางที่ไอบะ มาซากิต้องการก็พร้อมพอ ริมฝีปากอุ่นละจากแก่นกลางกลับไปประกบจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากบางเฉียบอีกหน คว้าควานหาความหวานจากคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ อ้อมแขนเล็กโอบกอดรอบคอคนที่ทาบทับตนอยู่อย่างไขว้คว้า ไอบะ มาซากิละจังหวะให้คาซึนาริหอบหายใจแค่ชั่วครู่ มองเห็นไอขาวขุ่นจากลมหายใจร้อนของคนตัวเล็กที่ลอดผ่านริมฝีปากเผยอแดง

" คาซึนาริ.. " ลูบไล้แผ่นหลังบางเชื่องช้าใจเย็น ดึงรั้งกางเกงที่ค้างอยู่อย่างนั้นให้พ้นทาง แยกเรียวขาเล็กให้ห่างจากกัน แล้วแทรกกายดุดันอย่างไม่เกรงกลัวว่าร่างเล็กจะบุบสลาย กระแทกกระทั้นซ้ำๆจนสุดทาง ปลดปล่อยของเหลวขุ่นออกมาทั้งที่อยู่ในตัวอีกคน มือใหญ่ยังไม่ละหน้าที่ลูบไล้บีบเค้นจุดอ่อนไหวของคนตัวเล็กเชื่องช้าแผ่วเบา จนรู้สึกถึงแรงกระตุกเล็กๆ ที่ช่องทางอุ่นร้อน จนแน่ใจได้ว่า ค่ำคืนนี้คงไม่มีทางสิ้นสุดไปได้ง่ายๆ

.. โดยไม่ทันได้สังเกตร่องรอยน้ำตาบางๆที่เกิดขึ้นแทบทุกเวลา ..

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .


.. หมอเจ็บผมรู้..เจ็บที่คนรักกันจำกันไม่ได้ เจ็บที่ทำมาแทบตายสุดท้ายผมกลับมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง บางทีมันอาจจะกลายเป็นความโกรธแค้นไปในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่คาดหวังให้มันกลายเป็นแบบนั้น .. แต่รู้อะไรมั้ย ? ผมเองก็เจ็บ .. จะเจ็บมากกว่าน้อยกว่าผมไม่รู้ แต่การที่ผมตื่นมาเจอหมอเป็นคนแรก ไว้ใจหมอเป็นที่สุดแต่ตอนนี้ความไว้ใจทั้งหมดกลับกลายเป็นความเคลือบแคลงหวาดหวั่น ทั้งที่มีแต่-หมอ- เชื่อแต่-หมอ-มาตลอด แต่ตอนนี้ผมกลับมี -ไอบะมาซากิ-มาแทน

.. มันเหมือนไม่เหลือใคร ..

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

" อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " ริมฝีปากอิ่มของคนตัวสูงกว่าเผยเอาเสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอุ่นใจต่อกัน .. จนได้ยินเสียงเล็กใสของตัวเองดังชัดขึ้น หันกลับไปสบเข้ากับความฝันเดิมๆที่ต่างไปจากเดิม ความฝันเดิมๆที่เห็นความจริงชัดเจนขึ้น
" อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ " ..มาซากิ.. ไอบะ มาซากิสินะ
" สวยจังเลยนะ "

.. รอยยิ้มจากการรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ล่องลอยอยู่ของคาซึนาริ ซ้อนทับกับรอยยิ้มสวยคลี่อ่อนบางจากคนตัวเล็กในความฝัน ..
" ไม่เป็นไรหรอก ชั้นจะปกป้องคาซึนาริเอง " มือใหญ่อบอุ่นจับมือเล็กนุ่มนิ่มจนกระชับแน่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคง เมื่อหันไปมองก็เห็นคนที่เรียกว่า -หมอ- มาตลอด ทำให้รับรู้ได้ว่าจะเคียงข้างกันตลอดไป จำได้ว่าครั้งแรกๆที่เห็นมักจะด่าทอความฝันของตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ทำให้จำอะไรได้..แต่บางทีตอนนี้ อาจจะไม่แน่..

.. หันกลับไปข้างหลังเพราะเสียงง้องแง้งไม่ขาด มองเห็นตัวเองกับไอบะ มาซากิหยอกล้อกันท่ามกลางบรรยากาศหวาน จนคาซึนาริอมยิ้มแสนหวานพิงขอบวงกบประตูเบาๆ ฉ่ำเพลินอยู่กับความคิดตัวเอง จากที่เคยคิดแค่ว่าคุ้นเคย กลับคิดไปว่าเป็นบรรยากาศที่แสนรัก แล้วริมฝีปากบางก็วาดยิ้มให้สดใสขึ้นเพียงเพราะมาซากิหันกลับมาสบตากัน ..

" มานี่สิคาซึ.. อยากลองทำเค้กไม่ใช่หรอ ? "
" อื้ม ! " สองขาเล็กก้าวเดินช้าๆกึ่งลังเล ยืนเทียบซ้อนกับคนตัวเล็กในความฝันที่หันมายิ้มให้กันจนอดสงสัยไม่ได้ และเข้าใจความหมายของรอยยิ้มจากคนตัวเล็กข้างหน้าในวินาทีถัดมา แล้วหันกลับไปยิ้มให้กับมาซากิอย่างเต็มใจ ..เป็นครั้งแรกที่นิโนมิยะ คาซึนาริทั้งความจริงและความฝันซ้อนทับเป็นคนเดียวกัน...

.. รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าอ่อนใส แม้น้ำอุ่นเอ่อรื้นที่ดวงตา มือเล็กยกขึ้นปิดเสียงสะอื้นของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะปกปิดยังไง มาซากิก็มองเห็นมันอยู่ดี ..

" ร้องไห้ทำไมกัน คาซึนาริ " คนตัวสูงที่ยืนเคียงข้างโอบคาซึนาริให้หันมาสบตากัน ริมฝีปากอุ่นจูบซับน้ำตาที่คาซึนาริไม่ชอบให้ใครเห็นออกไปจากใบหน้า แล้วประทับจูบหวานซ้ำลงบนริมฝีปากบางเล็ก จนคนตัวเล็กไม่ทันสังเกตเห็นว่าห้องครัวที่อบอุ่น แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งโล่งกว้างอย่างที่คาซึนาริและมาซากิมักขับรถเล่นเป็นประจำ
" มองนั่นสิ.. " มาซากิโอบกระชับซ้อนหลังคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร่างพรายแสงดาว แต่คาซึนาริก็ทำได้แค่เพียงซุกซ่อนปกปิดน้ำตาของตัวเอง จนได้รับแรงกระชับกอดที่แน่นขึ้น จึงยอมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคนที่โอบกอดตนอยู่

" อย่าร้องไห้เลยนะครับ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นใจดังเบาๆที่ข้างใบหู
" อ้าว..เลยยิ่งร้องใหญ่เลย.. อย่างงี้จะเห็นดวงที่ชั้นอยากให้คาซึนาริดูมั้ยเนี่ย " ไอบะหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตาของคาซึนาริ

" รักคาซึนารินะครับ "

" คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! "
" จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? "
" ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม"


" รัก..คาซึนาริ "

. . .



" มาซากิ.. " น้ำเสียงเล็กแผ่วราวกับล่องลอยอยู่ในความฝัน ดวงตาสุกใสหรี่ปรืออ่อนแรง ลืมตาตื่นจากความฝันที่เคยรังเกียจนักหนา ทั้งที่ในตอนนี้กลับคิดว่า..ถ้าความฝันมันทำให้จำมาซากิได้ ถ้าความฝันทำให้ไม่ต้องพลั้งพลาดไปทำร้ายมาซากิเข้า ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อยากจะจมอยู่ในความฝันไม่ให้สิ้นสุด ..นึกออกแล้ว.. จำความรู้สึกรักอบอุ่นที่ไอบะ มาซากิเคยให้จนเต็มหัวใจได้ด้วยหัวใจดวงเดิมของคาซึนาริ ดวงตาปลั่งช้ำรื้นเอ่อด้วยน้ำตาเม็ดใส เมื่อตระหนักถามตัวเองในวินาทีถัดมาว่า คนที่นอนอยู่ข้างกายตอนนี้เป็นใคร.. ใช่ไอบะ มาซากิคนเดิมหรือไม่ มาซากิคนเดิมที่ไม่เคยล่วงเกินกันหากคาซึนาริไม่อนุญาต มาซากิคนเดิมที่อ่อนโยนกับคาซึนาริจับหัวใจ.. ใช่คนเดียวกับที่ทำร้ายคาซึนาริเมื่อครู่หรือไม่ .. . .


. . .

" มาซากิ.. " คาซึนาริกระซิบบางเบากับสายลม พลิกตัวกลับแล้วซุกตัวให้จมกลับเข้าไปในอ้อมอกไอบะอีกครั้งเหมือนก่อนหน้า แต่ต่างที่ครั้งนี้คาซึนาริไม่ผลักไส น้ำตาที่คลอเต็มทิ้งตัวอย่างเงียบเชียบ เพราะใจดวงน้อยของคาซึนาริมองหา ไอบะ มาซากิคนเดิมไม่เจอ .. . .


.. อยู่ด้วยกันนะคาซึนาริ ..


.. อยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนในห้องนี้ แต่ครั้งนี้จะอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกไหน .. ความรู้สึกรักของชั้นที่มีต่อมาซากิคนเดิม แต่กลัวความคิดที่คาดเดาไม่ได้ของมาซากิในตอนนี้งั้นหรอ ? แล้วมาซากิล่ะจะอยู่กับชั้นด้วยความรู้สึกไหน ..

.. ฉับพลันก่อนความคิดจะไปสุดทาง ก็กระจัดกระจายเมื่อคนข้างๆเริ่มยุกยิก ดวงตาคมเริ่มเผยรับแสงตะวัน คาซึนาริลบเอาความคิดไร้สาระประเภทที่ว่า..แกล้งหลับดีกว่า..ออกไปจากหัว เฝ้ามองอีกคนค่อยๆลืมตาตื่นทั้งๆที่ม่านน้ำตายังทิ้งรอยไม่ห่างจากดวงตาของคาซึนาริ ..

" ตื่นแล้วหรอ ? ร้องไห้ทำไม ? " น้ำเสียงแหบทุ้มใจดีไม่ต่างจากทั้ง-หมอ- ทั้ง-มาซากิ- ทำให้คนตัวเล็กไม่แน่ใจ ทั้งที่รับรู้ได้โดยปริยายว่าเรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่ฝัน ไอบะใจร้ายคนนั้นมีอยู่จริง แล้วมาซากิคนนี้ล่ะ เป็นคนใจดี หรือใจร้าย ..
" ไหนว่าอยากจะรู้ไงว่าจริงๆแล้วเรื่องราวเป็นยังไง เราสองคนเคยรักกันยังไง คาซึนาริอยากรู้ไม่ใช่หรอ ? หรือว่าตอนนี้คิดเสียใจที่รู้ ? " ไม่ปล่อยให้อีกคนอ่อนไหวนานนัก ไอบะก็โพล่งคำพูดเสียดแทงด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมา แล้วผุดลุกขึ้นพิงหัวเตียงโดยแนบเอาคนตัวเล็กให้นั่งซ้อนตักกันอย่างเบามือ อ้อมแขนแกร่งกักขังนิโนมิยะเอาไว้แนบตัวไม่ห่าง มือใหญ่สากลากเลียไปตามผิวนุ่มมือที่เต็มตื้นไปด้วยรอยแดงช้ำ รอยยิ้มเยียบผุดฝังอยู่ที่มุมปากของคนที่พร่ำบอกกันทุกวินาทีว่า ..รัก.. ริมฝีปากอุ่นจัดโฉบชิมเยื่ออ่อนช่วงโคนใบหูแกล้งเย้าให้คนตัวเล็กตื่นตัวอีกครั้งทั้งที่รอยเดิมจากเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย

" วันนี้อยากจะไปโรงพยาบาลอีกมั้ย เหมือนเมื่อก่อนไง " ซุ่มเสียงแหบพร่าบอกกล่าวเรียบๆเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่มือใหญ่ลากไล้ต่ำลงจนคาซึนาริต้องตะปบไว้
" อย่า.. "
" ทำไม ? ปกติคาซึนาริไม่เคยปฏิเสธชั้นนี่.. " น้ำเสียงแข็งขืนบวกรวมกับมือแกร่งที่ยังไม่ละความพยายามเดิมทำให้คาซึนาริปวดที่หัวใจหนึบหนับ
" แล้วจะไม่ไปโรงพยาบาลกับชั้นหรอ ? " พลันน้ำเสียงอ่อนหวานเว้าวอนกลับมาแทนที่ หัวใจคาซึนาริกระตุกวูบหันหน้ากลับไปสบตา เปิดโอกาสให้ริมฝีปากคนสองคนกลับมาบรรจบกัน ร่างสูงดูดกลืนความหวานละมุนในสัมผัสอย่างสาแก่ใจ ดูท่าว่าแรงขัดขืนที่นิโนมิยะเคยมีมันลดน้อยลงจนอดแปลกใจไม่ได้ รสชาติเค็มเฝื่อนคล้ายน้ำตาที่ไอบะกำลังรู้สึกทำให้ต้องผละออกมาค้นหากันด้วยสายตาแทน
" รังเกียจกันมากหรอ ? เกลียดกันแล้วสินะคาซึนาริ " เปล่งเสียงถามออกไปเบาๆด้วยหัวใจอ่อนล้า เค่นยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง สบสายตาเว้าวอนของคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอะไรอยู่ดี ..

. . . รังเกียจหรอมาซากิ เกลียดมาซากิแล้วรึยังน่ะหรอ ..เปล่าเลย ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตามันถึงไหลทั้งที่ปกติชั้นไม่ใช่คนขี้แย แต่มาซากิ.. . .

" เกลียดกันแล้วก็ดีแล้ว.. เกลียดให้เหมือนที่ชั้นเริ่มจะเกลียดนายก็แล้วกันนะคาซึนาริ " น้ำเสียงเย็นชาชัดลึกเข้าไปก้องในหูของคนตัวเล็ก ดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างเคว้งคว้างตกใจ มองหลับไปยังคนเคยรักกันอย่างค้นหา แต่อีกฝ่ายกลับผลุนผลันลุกขึ้นไปจากระดับสายตา . ..ปล่อยทิ้งให้คนตัวเล็กนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงน้ำจางๆมาจากในห้องน้ำ... .

... มาซากิคงอาบน้ำ .. นิโนมิยะคิดในใจ ค่อยๆยันตัวขึ้นจนรู้สึกปวดร้าวบริเวณช่วงล่างชัดเจนขึ้นจนต้องทรุดนั่งลงไปใหม่ ผุดลุกผุดนั่งวนไปวนมาอยู่แบบนั้น จนต้องใช้แรงฮึดครั้งสุดท้ายดึงตัวเองให้ลุกขึ้นเดินให้ได้ซักที ร่างเล็กพยุงตัวเดินโฉบผ่านเครื่องเรือนในห้องอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ความทรงจำที่เคยหลุดหายไปกลับมาจนชัดเจนอีกครั้ง มือเรียวเล็กค่อยๆลูบผ่านผ้าม่านสีอ่อนผืนบางอย่างบรรจง มองลอดออกไปจนเห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าจากข้างนอก

. . . นี่ไงห้องใหม่ของเรา ! คาซึนาริจะได้เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้าด้วยนะ . . .
. . . ทำยังกะมาซากิจะตื่นมาทันดูงั้นแหละ กว่าจะตื่นแต่ละทีก็สายจนต้องรีบไปทำงาน แบบนี้จะมีประโยชน์อะไร . . .
. . . จำได้ว่าตัวเองในตอนนั้นเอาแต่ตั้งแง่ใส่มาซากิตลอด แต่มาซากิก็ไม่เคยหงุดหงิดใจ เอาแต่ยิ้มให้กันอย่างไม่รู้เบื่อ . . .

.. ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนใสให้กับวันคืนแสนหวาน แต่ก็ชะงักลงเพราะรู้สึกถึงสายตาจ้องมองของอีกคนจากด้านหลัง ทำให้ตัดสินใจหันตัวกลับไปเผชิญหน้ากัน ..

" ชั้นจะไปทำงาน ..คาซึนาริอยากไปด้วยมั้ย ? " น้ำเสียงทุ้มที่ถูกปรับให้ดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย คงเพราะความรู้สึก -รัก- ที่ทำให้ไอบะ มาซากิได้แต่ทำร้ายกันอย่างครึ่งๆกลางๆแบบนี้ สายตาคมมองเอื่อยสบสายตากับร่างเล็กตรงหน้าอย่างรู้สึกผิดครึ่ง เหนื่อยใจลังเลอีกครึ่ง ทำให้นิโนมิยะได้แต่ลังเลตามไปด้วย

" ไม่ตอบแบบนั้น.. ไม่ไปสินะ "
" . . . "
" เอาเถอะ ไม่ก็ไม่ ไม่อยากบังคับ แต่ขออย่างนะคาซึ อย่าออกไปไหน ต่อให้ไปได้ก็เถอะ " ..ทันทีที่พูดจบ ไอบะก็หันกลับแล้วเดินออกไปจากห้องนอนเงียบๆได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆสองครั้งเป็นอันรับรู้ได้ว่าร่างสูงออกไปจากห้องนี้เรียบร้อยแล้ว ..

. . . ต่อให้ไปได้ก็เถอะ . . .

.. หมายความว่าไง ? .. คนตัวเล็กได้แต่สงสัยใจความของประโยคเมื่อครู่แล้วพูดทบทวนมันซ้ำๆว่า...แล้วทำไมจะไปไม่ได้ ? ... จนเข้าใจมันในที่สุดเมื่อนิโนมิยะตัดสินใจอาบน้ำล้างคราบรอยต่างๆออกจากตัว แล้วพบว่าในตู้เสื้อผ้าใบเดิมไม่มีเครื่องแต่งกายใดๆของนิโนมิยะอยู่เลยแม้แต่ชั้นใน ! .. เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างเล็กก็ได้แต่กลับไปทรุดตัวนั่งบนเตียงเหมือนเดิม มือเล็กกระชับผ้าเช็ดตัวให้ห่มคลุมร่างกายให้มากที่สุด พลางมองดูร่องรอยสีแดงที่ปรากฏประปรายตามผิวเนื้อให้เจ็บปวดที่ใจเล่นๆ ..

. ..แกโง่เองคาซึนาริ คนที่ทำให้มาซากิหายไปก็คือตัวแกเอง แกมัวแต่สนใจอะไรอยู่..มัตซึโมโต้ จุน.. ซากุไร โช.. พวกเค้าเป็นใคร ? ..แกติดอกติดใจคนแปลกหน้าพวกนั้น แต่กลับผลักไสไอบะ มาซากิที่รักแกกว่าใคร.. .ทั้งหมดเพราะตัวแกเองคาซึนาริ.. .

.. ร่างเล็กได้แต่จมกองน้ำตาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจเวลาที่ผ่านเลยไปแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ภาพที่อบอุ่นของคนสองคนที่ตอนนี้หาไม่เจอเลยซักคน ..

. . .


.. แกร๊ก ..

.. จังหวะไขกุญแจนอกห้องเรียกความสนใจจากร่างเล็กครู่หนึ่ง ทำให้อดแปลกใจไม่ได้ว่า..มาซากิกลับเร็วจัง..จึงหันออกไปสนใจกับแสงภายนอกที่ทำให้รู้ว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงทีเดียว แต่ก็ยังไม่เย็นขนาดเวลากลับบ้านปกติของมาซากิ หรือแม้แต่รอบเวลาเข้าเวรเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้น..ใครกันล่ะ ? .. แต่ต่อให้สงสัยแค่ไหน อยากรู้เพียงใด คาซึนาริคงไม่บ้าขนาดออกไปหาใครก็ไม่รู้ด้วยสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้แน่ๆ จึงได้แต่นั่งรอด้วยใจระทึกอยู่ภายในห้องนอนเงียบๆ จนประตูห้องนอนถูกเปิดขึ้น ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มอบอุ่นที่คุ้นตา

" โช ? .. " ..เจ้าของชื่อที่เพิ่งถูกเอ่ยมาเมื่อครู่ค่อยๆเดินมาหยุดตรงหน้าห่างจากคาซึนาริเพียงไม่กี่ฟุต ทำให้คาซึนาริรู้สึกเหมือนถูกคุกคามขั้นรุนแรงจากสภาพเปลือย มือเล็กคว้าแน่นให้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก มืออีกข้างก็ลนลานหาเอาผ้าห่มผ้าปูเตียงมาปิดตัวเสียให้วุ่น จนร่างสูงที่มองอยู่ได้แต่ขำเบาๆ ยังผลให้ใบหน้าอ่อนใสซับสีแดงเข้มลามไปถึงใบหู แล้วหันกลับมามองซากุไรอย่างตื่นตระหนก..บางทีสิ่งที่สำคัญกว่าทำไมมาซากิถึงเปลี่ยนไป อาจเป็นต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไปต่างหาก ! .. .

" ว่าไง ? ทำไมอยู่สภาพนี้ล่ะ ? " น้ำเสียงล้อเล่นของโชทำให้นิโนมิยะอดแปลกใจไม่ได้ ร่างหนาย่อตัวลงตรงหน้าระดับสายตาอยู่ไม่สูงไปกว่าหว่างขาคนตัวเล็กเท่าไหร่นัก แม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคาซึนาริก็เถอะ แต่..

" โทษนะ ! ต่อให้อยากสุภาพแค่ไหน แต่วันนี้ชั้นอยากให้นายยืนค้ำหัวชั้นมากกว่า ! " ร่างเล็กตวาดลั่น หุบขาแน่นมองหน้ากันอายๆ จนซากุไรอดใจไม่ไหวต้องคว้าเอาศีรษะเล็กมาโยกเล่นอย่างอ่อนโยนใจดี
" ยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมอยู่สภาพนี้ ? ไอบะแกล้งรึไง ? " น้ำเสียงอบอุ่นกับความคุ้นเคยในตัวโช ทำให้คาซึนาริหวั่นไหวไม่น้อย ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอบอุ่นของโช หรือความกดดันจากมาซากิกันแน่

" โช... โชเคยบอกว่าชั้นเคยรักกับหมอใช่มั้ย ? "
" อืม "
" แล้วชั้นกับหมอก็ย้ายไปอยู่ในที่ที่นายหาไม่เจอใช่มั้ย ? "
" . . . "
" มันคือที่นี่สินะ.. งั้นชั้นคงไม่ต้องถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง หรือเข้ามาได้ยังไง มันคงไม่เกินความสามารถของนาย " คำตอบไร้ทิศทางของนิโนมิยะทำให้ซากุไรได้แต่มองสบตากลับไปอย่างนิ่งๆ แล้วเดินอ้อมมานั่งเคียงข้างกันบนเตียง

" หนีมั้ย ? " คำถามแทงใจหลุดจากปากของร่างสูงทำให้คาซึนาริตาเบิกกว้างอีกครั้งของวัน
" ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกไม่ดี เพราะงั้น..จะหนีมั้ย ? "
" . . . "
" หรือนิโนะจะนอนรอความตายอยู่นี่ ? " เสียงทุ้มทอดต่ำทำให้ร่างเล็กไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
" มาซากิคงไม่เอาถึงตายหรอกน่า ! "

" มาซากิ ? "
" อืม.. มาซากิ " โชเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนิโนมิยะ หรือว่าบางที..


" นิโนะจำได้แล้วหรอ ? "

. . .



========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

ทู บี คอน

Ps. ไม่สนุกขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย....

KIOKU [ 2 ] - LAUNCH -

» Title : KIOKU [ 2 ] - LAUNCH -
» Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========



. . . แอ๊ดดดดดดด . . .

..เสียงบานประตูลั่นเบาๆ ตามแบบโรงพยาบาลชั้นนำ แม้จะเบาแต่ก็ดึงสติคนตัวเล็กให้หลุดจากความคิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนความปวดหัวที่มีอยู่เป็นทุนเดิมบวกรวมกับชายแปลกหน้าที่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งที่จำไม่ได้ หรือจำได้ว่าไม่รู้จักก็ไม่รู้ที่ปรากฏตัวขึ้น ทำเอาคิ้วเรียวขมวดปมแน่น กระพริบตาถี่หนักขับไล่เหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามผลพวงแห่งความฝันที่กีดขวางสมรรถภาพการมองเห็นออกไปจนมองเห็นคนตรงได้ถนัดมากขึ้น เลาๆว่าเคยเห็น แต่ที่ไหน ? ในฝันอีกหรอ ?

.. ฝันบ้าๆนี่จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหนวะ ตอนฝันล่ะเป็นตุเป็นตะทีตอนตื่นดันจำบ้าอะไรไม่ได้เลย ..

" ใคร ? " เค้นเสียงแหบเล็กกร้าวออกไปอย่างหงุดหงิด แต่ไม่ได้ส่งผลให้คนตรงหน้าหงุดหงิดตามเลย เพราะหมอนั่นยิ้มเรียบๆ แล้วตอบกลับมาอย่างหนักแน่นจนน่ากลัวว่า

" ซากุไร โช "

. . .

" หา? ขอโทษ แต่ผมไม่คิดว่าตอนนี้ผมรู้จักใคร" นิโนมิยะได้แต่หงุดหงิด แต่คนตัวสูงตรงหน้าก็ไม่ปล่อยให้ความขุ่นเคืองทวีมากขึ้นเท่าไหร่นัก ด้วยถือวิสาสะลากเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยมานั่งคร่อมพลางเท้าแขนกับพนัก จ้องหน้ากันเสียอย่างนั้น
" เพื่อนของไอบะ มาซากิ คนนี้รู้จักรึเปล่าไอบะน่ะ? " น้ำเสียงทุ้มอุ่นพาลทำให้อุ่นใจแต่ยังไม่มากพอให้ไว้ใจได้ ดูหนักแน่นมีอำนาจพอๆกับความเป็นมิตรทำให้คนตัวเล็กคิดในใจว่า...ต่อให้หมอนี่โกหก ก็คงไม่มีทางจับได้แน่ๆ..
" เพื่อนหมอ ? "
" อื้ม.. เพื่อนหมอ เพื่อนสนิทด้วยนะ " รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมสันน่ามองไม่น้อย แต่นิโนมิยะก็เป็นได้แค่คนความจำเสื่อมที่ไม่คิดวางใจใคร
" เพื่อนหมอ ก็ไปหาหมอสิ มาหาผมทำไม ? "
" มาเยี่ยมไง ป่วยไม่ใช่หรอเราน่ะ ? " น้ำเสียงหนักแน่นทำให้ใจอีกคนพริ้วไหว เพราะมันดูมั่นคงต่างจากใจคนตัวเล็กที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยว มือใหญ่อบอุ่นวางทาบบนกลุ่มผมนุ่มอย่างถือวิสาสะทำให้นิโนมิยะได้แต่งงแล้วปล่อยให้คนเยี่ยมจับหัวเล่นอยู่อย่างนั้น ก่อนสติจะกลับมาเพื่อให้ทันปฏิเสธ ประตูบานเดิมก็เปิดมาอีกครั้งพร้อมคนที่นิโนมิยะคุ้นตาที่สุดเพราะตั้งแต่ตื่นจนหลับก็เจอแต่ -หมอ-

" ฉีดยาอีกแล้วนะ คาซ.. โช ? " ไอบะเดินมาพร้อมเข็มฉีดยาหน้าตาเดิมๆ แฟ้มประวัติผู้ป่วยอันเดิมด้วยรอยยิ้มที่เหมือนเดิม แต่มันชะงักลงด้วยเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม
" หมอ ? " คนตัวเล็กหันมาสบตาทั้งที่ยังมีมืออบอุ่นของอีกคนวางนิ่งอยู่บนหัว และผู้ชายที่ชื่อซากุไร โชที่ยืนยิ้มเรียบสนิท
" หมอ.. นี่เพื่อนหมอรึเปล่า ? "
" แล้วเพื่อนหมอมาหาผมทำไม ? หรือเค้าเป็นเพื่อนผมด้วย ? " คนตัวเล็กได้แต่ถามย้ำอย่างต้องการความมั้นใจ ในท่าทางที่เริ่มวางใจมากขึ้นเพราะ -หมอ- พยักหน้าตอบรับเกือบทุกข้อกล่าวหา ยกเว้นข้อสุดท้ายที่ไอบะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง..ได้แต่มองนิโนมิยะด้วยสายตาแปลกๆจับความไม่ได้ ก่อนจะหยุดสายตาตัวเองอยู่ที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนตัวเอง

" โช.. ขอคุยด้วยหน่อย " น้ำเสียงราบเรียบเรียกเอาคนตัวสูงให้ชักมือออกจากหัวคนตัวเล็กแทบจะในทันที ก่อนจะเรียกหาเพื่อนร่วมงานคนสนิทให้มาจัดการกับคนป่วยแทนตัวเองอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนป่วยเอะใจนัก มองตามร่างคนสองคนเดินออกไปอย่างเงียบๆ แล้วสับกลับมามองหมออีกคนที่ไอบะ มาซากิวางใจ ..อย่างน้อยก็เพื่อนหมอ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..

. . .

" มัตซึโมโต้ซังครับ ต้องฉีดยาอีกแล้วหรอ ? " น้ำเสียงเล็กถามอย่างเกรงๆ น้ำเสียงไม่แข็งจนกระด้างแต่ไม่อ่อนจนรู้สึกว่ายอมความ ทำให้คนตัวสูงอีกคนยิ้มสวยหวานกลับมา พลางเอานิ้วชี้จิ้มหน้าตัวเองจนเกือบทะลุโดนตาตัวเอง ทำให้คนป่วยหลุดหัวเราะคิกคักน่ารักออกมาจนได้
" หืม ? "
" ระวังหน่อยหมอเดี๋ยวตาบอดจะโดนไล่ออกเอานะ.. ก็หน้าอกหมอ มีป้ายชื่อ มันเขียนว่า – มัตซึโมโตะ จุน – ไม่ใช่ชื่อหมอหรอ? หรือแอบปลอมตัวเข้ามา ? "
" ก็เปล่า.. แค่แปลกใจนึกว่าจะจำกันได้ " หนุ่มหน้าหวานยิ้มแหยๆให้อย่างตลกๆ ทำให้คนป่วยหัวเราะอีกจนได้
" เรารู้จักกันหรอ ? หมอก็ด้วย เพื่อนหมอก็ด้วย มัตซึโมโต้ซังก็ด้วย หรือจริงๆแล้วผมเป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาล ?" นิโนมิยะหยอกล้ออย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกพาลนึกแปลกใจว่า..มีคนรู้จักโผล่ขึ้นมาอีกแล้ว..
" ฮะ ฮะ เปล่า ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรอก แต่ผมเคยเห็นนิโนะน่ะ เอ้ายื่นแขนมา จะได้ฉีดยาให้เสร็จ ! " สั่งคนป่วยยิ้มๆให้พอรู้สึกว่าเป็นมิตร แทงเข็มเล็กลงไปไม่ลึกนักก่อนจะฉีดเอาสารเคมีเข้าเส้นเลือดคนป่วยอย่างชำนาญในอาชีพ ทำเอาคนตัวเล็กหน้าเบ้ไปสามวิก่อนจะยิ้มเผล่เมื่อหมอใจดีเอาเข็มออกไปแล้ว ตั้งท่ากอดหมอนชวนคุยอย่างไม่นึกระแวง
" เคยเห็นที่ไหน ? ไหนว่าไม่รู้จัก ? เรียกผมว่า –นิโนะ- ด้วย ปกติผมให้เรียกแบบนั้นหรอ ? " รอยยิ้มใสผุดขึ้นจากแก้มเปล่งใส ทำให้คนตัวสูงอีกคนเอามือยีหัวคนตัวเล็กเล่นหลังจากเก็บอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ข้างเตียงมานั่งไขว่ห้าง ประสานมือบนตักมองดูคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู
" เคยเห็นที่นี่นี่แหละ นิโนะมาเยี่ยมไอบะจัง เลยเจอกันแต่ไม่บ่อยหรอก เพราะนิโนะไม่ค่อยชอบยุ่งกับใครนอกจากไอบะจังน่ะ "
" งั้นมัตซึโมโต้ซังก็ไม่ได้สัมพันธ์กับผมน่ะสิ ? "
" เห ? "
" ก็หมอบอกว่าความจำจะกลับมาเร็วขึ้นถ้าเจออะไรที่สัมพันธ์กับตัวเอง " เจ้าของเสียงเล็กใสยิ้มเงียบๆอย่างเหงาๆ แต่แทนที่คนที่มองอยู่จะติดใจในน้ำเสียงกลับเหวี่ยงประเด็นออกไปจนคนตัวเล็กหันกลับมาทำหน้างงๆ แล้วก็งงหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่ชักอยากสนิทด้วยทำหน้าเศร้าออกมา
" นิโนะไม่กลัวหรอ ? "
" ไม่กลัวหรอว่าอาจจะมีอดีตบางอย่างที่นิโนะไม่อยากจำได้อยู่น่ะ "
" . . . "
" . . . "
" มัตซึโมโต้ซัง ? " แม้จะยังสงสัยอยู่ แต่นิโนมิยะก็เลือกที่จะปลอบดวงตาเหงาของเพื่อนใหม่ก่อน แต่นิโนะจำไม่ได้ว่าปกติต้องง้อใครยังไง ปลอบใจใครแบบไหน จึงทำได้เพียงลุกขึ้นมาตีลังกากลับหัว จนหัวชนขอบเตียงดังโป๊ก! ให้คุณหมอคนสวยหลุดหัวเราะใจดีออกมาอีกครั้ง พร้อมพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงสั่นกลั้นขำว่า...ต่อให้ทำให้หัวสะเทือนอีกรอบความจำก็ไม่กลับมาหรอก เจ็บตัวเปล่าน่ะ...

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .


น้ำเสียงคิกคักหลุดลอยออกมาจากห้องคนป่วยที่คุ้นตา ทำให้ไอบะยิ้มออกมาเรียบๆอย่างอ่อนโยน พลางคิดในใจว่า ดีแล้วที่เป็นมัตจัง คาซึนาริจะได้ยิ้มได้ แล้วค่อยต่อบทสนทนาที่ขาดหายไปตั้งแต่เมื่อครู่
" บอกแล้วไม่ใช่หรอ ? ว่ายังไงคาซึนาริก็เป็นของชั้น นายจะยุ่งทำไม ? "
" ก็ห่วง.. " น้ำเสียงทุ้มกว่า ตอบกลับไปสั้นๆอย่างพยายามใจเย็น
" . . . "
" ไอบะ.. นิโนะเป็นแบบนี้ ไม่ให้ห่วงหรอ ? แล้วแกที่เป็นแบบนี้ไม่ให้ห่วงหรอ ? "
" ชั้นที่เป็นแบบนี้ ? แบบไหน ? " ร่างสูงคว้าสิ่งเสพติดใกล้มืออัดควันเข้าปอดอย่างคุ้นเคย
" ผอมจนเป็นก้าง สูบบุหรี่จัด เดินแทบไม่เป็นจังหวะแบบนี้ จะปกป้องนิโนะได้ยังไง ? แล้วนี่อะไร แค่เห็นคนอื่นเข้าใกล้นิโนะหน่อยก็ควันออกหู เลือดขึ้นหน้า แบบนี้ "
" แล้วไงโช ? แกจะปกป้องแทนชั้นหรอ ? สิทธิ์อะไร ? " น้ำเสียงขุ่น ตาเรียวขวางกล่ำไปด้วยอารมณ์กั้นขวางความคิดของอีกฝ่ายเอาไว้นิ่ง
" ทำไม ? ชั้นไม่มีสิทธิ์หึงหรอ ? ไม่ใช่แกหรอที่ชั้นควรจะหึงที่สุด ? ซากุไร โชที่เคยบอกกับชั้นว่า..ขอโทษที่ชั้นรักคนของนาย.. หรือว่าไม่ควรสูบบุหรี่แม้ว่าคนที่ชั้นเพียรพยายามรักษาแทบตายอยู่ทุกวันจะตื่นมาเพื่อถามชั้นว่า..ชั้นเป็นใคร.. ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ คาซึนาริจะมีแต่มาซากิเสมอ ตอบมาสิโช ! ตอบมาเซ่ ! " มือเรียวกระชับมั่นหน้าปกเสื้อของเพื่อนสนิท กระแทกอารมณ์ออกไปอย่างไม่ยั้ง จนโชได้แต่พูดออกไปช้าๆอย่างใจเย็นว่า.. ชั้นก็แค่ห่วงนายสองคน...เชื่อใจชั้นบ้าง.. ซึ่งก็ได้ผลตามที่ต้องการเมื่อไอบะ มาซากิสงบลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างไว้เชิงว่า
" ในฐานะเพื่อนนะโช.. ชั้นขอให้แกอย่าเข้าใกล้คาซึนาริอีก " น้ำเสียงเด็ดขาดของไอบะได้ ทำให้โชได้แต่สะอึกและมองเพื่อนรักของตัวเองอย่างตัดพ้อ..
" ไอบะ... "
" . . . "
" ขอแค่เยี่ยมก็พอ แกก็รู้.. "
" .. จึ๊ ! .. รู้อะไรโช.. รู้ว่าแกก็รักคาซึนาริ ไม่ต่างจากชั้น ? แบบนั้นยิ่งไม่ควรเข้าใกล้ไม่ใช่หรอ ? " หมอหนุ่มได้แต่ทอดใจอย่างเหนื่อยหน่าย นั่นก็คนรัก นี่ก็เพื่อน...ทำไมชีวิตวุ่นวายนัก !..
" . . . "
" ก็ได้... ยอมแล้ว.. แค่เยี่ยมนะ ถ้ารู้ว่านายหันมาตีท้ายครัวชั้นเมื่อไหร่ ไม่ต้องได้เกิดแน่โช.. " จบบทสนาด้วยอ่อนใจ (ใจอ่อน?) เดินไปตบบ่าเพื่อนรัก ก่อนจะสวนเข้ามาทางที่เดินจากมาเมื่อครู่

.. ทำให้ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของคนตัวเล็กชัดขึ้น ..
.. ทำให้รอยยิ้มราบเรียบของเพื่อนชัดเจนขึ้น ..

. . .



" อ้าวหมอ ? กลับมาแล้ว เบี้ยวงานหรอ ? เดี๋ยวฟ้องร้องนะ ! " คนป่วยยังกอดหมอนหัวเราะคิกคักเหมือนเดิม ก่อนจะยิ้มเผื่อแผ่ไปให้เพื่อนหมอด้วย แล้วจึงหันมาตีซี้กับคุณหมอคนสวยเหมือนเดิม ทำให้"หมอ" เอามือยีหัวคนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว ..ปากร้ายเหมือนเดิม..

.. จนเวลาล่วงเลย ท้องฟ้าอ่อนใสคล้อยกลายเป็นสีส้มจางๆ ทำให้คุณหมอมัตซึโมโต้ที่คนตัวเล็กติดใจนักหนาได้สติก้มลงมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ก่อนจะเอ่ยขอตัวลา คนป่วยได้แต่ยิ้มลาอย่างเงียบหงอยเพราะโดนขโมยหัวใจ(?)

" อ้อ! นิโนะคุง เรียกผมว่าจุนก็ได้นะ ไม่อยากให้เรียกนามสกุลเลย มันแก่.. " คนตัวบางหันกลับมาบอกยิ้มๆ จนคนตัวเล็กผงกหัวแทบหลุด ก่อนจะเดินหัวเราะขำๆออกไปเงียบๆ ทำให้ไอบะอดสงสัยจนต้องถามไปงงๆไม่ได้..
" คุ้นกันแล้วหรอ ? "
" เห? หมอคนสวยน่ะหรอ ? ก็ใจดี "
" แหม ..ตื่นมาก็เจอแต่ชั้นคงเบื่อหน้ากันแล้วสิ "
" ..อย่ามาน้อยใจน่าหมอ ? แหยงว่ะ " ตอบหน้าเบะๆ ทำเอาคนตัวสูงนิ่งค้างไป..แหยงหรอ...
" ... "
" หมอ ? เป็นไร ? ซีเรียสหรอ ? เฮ้ยโทษ แซวเล่นเฉยๆ "
" แหม.. แต่ก็นะ ทั้งสวยมั้งใจดี หมอไม่สนหรอ ? จีบเด่ะ ! "
" ไม่ละ.. ไม่รักให้จีบได้ไง ? หรือเราอยากจีบ ? อย่านะเดี๋ยวชั้นอกหัก " คนตัวสูงพูดทีเล่นทีจริงพลางยิ้มให้อ่อนๆตามนิสัย หรือเพราะอ่อนใจอยู่ก็ไม่รู้ ทำให้คนตัวเล็กอดแหย่กลับตามนิสัยไม่ได้

" อกหักได้ไง ? ไหนว่าไม่รัก โกหกอ่ะดิ "
" คนนั้นน่ะไม่รัก แต่คนนี้น่ะ..รัก.. " น้ำเสียงแผ่วท้ายประโยค ถูกถ่ายทอดพร้อมสายตาจริงจัง ทำให้คนป่วยที่เคยเป็นคนรู้ใจและรู้ทันมาซากิมาตลอด เข้าใจความหมายของมันในทันที

.. ภาพของค่ำคืนกระจ่างดาวผุดขึ้นในความคิดเสียงเรียกคุ้นหูกลับไม่ทันได้นึกเอะใจ เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ที่ใส่ใจอยู่..

.. รักคาซึนารินะ ..

" โทษนะหมอ.. ผมอยากอยู่คนเดียว .. " เสียงใสของคาซึนาริ แผ่วลงตามความรู้สึก ทำให้ไอบะ มาซากิได้แต่มองอย่างทอดอาลัย แล้วเดินหันหลังจากไปอย่างไม่ใยดีหัวใจตัวเอง

. . .



.. ตอนนี้นึกได้แค่ว่า อาจจะเกี่ยวกับอดีตที่หายไป แต่คำว่า"รัก" มันหนักเกินไป ไม่ว่าจะเคยรักหรือไม่ แต่ตอนนี้ ไอบะ มาซากิ เป็นแค่ใครก็ไม่รู้ อย่างนี้จะให้ไว้ใจได้ยังไง ..

" โทษนะ แต่ผมบอกว่าอยากอยู่คนเดียว " พลันเสียงเล็กโพล่งออกมาอย่างไร้อารมณ์ท่ามกลางความเงียบสงัด ทำให้คนที่สังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง ลุกขึ้นจากโซฟามุมห้อง เดินเข้าหาคนตัวเล็กเพื่อลดระยะห่าง
" ก็เห็นว่าบอกหมอ ไม่ได้บอกชั้น " เพื่อนหมอเอ่ยขึ้นเรียบๆยิ้มๆ ทำให้คนป่วยหันขวับไปมองอย่างขัดใจ
" คนเดียวก็คือคนเดียว หรือคุณไม่ใช่คน ? " น้ำเสียงเล็กกร้าวถามหาคำตอบอย่างหาเรื่อง ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วมันจะไม่ใช่ประโยคคำถามก็เถอะ
" ... "
" ว่าไง ? หรือคุณไม่ใช่คน ? ผมไม่ได้ไล่แต่หมอ แต่หมายถึงทุกสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า – คน - ที่นอกจากผม "
" .. งั้นวันนี้ชั้นเป็นผี ดีมั้ย ? จะได้อยู่ในนี้ได้ " คำถามที่คาซึนาริมองว่ากวนประสาทที่สุดของวันผุดจากปากใครก็ไม่รู้ที่คาซึนาริไม่รู้จัก ทำให้ได้แต่เข่นเคี่ยวขัดใจ มองหน้าหาเรื่องกันตรงๆเป็นเชิงว่า..แล้วนายจะอยู่ให้ได้อะไร ?..

" ก็แค่คิดว่า เวลาแบบนี้ไม่อยากให้อยู่คนเดียว "
" เวลาแบบไหน ? นี่มันจะหมดเวลาเยี่ยมแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมถึงไม่ควรได้อยู่คนเดียว ในเมื่อมันเป็นเวลาพักผ่อน ? " คนตัวเล็กโต้กลับอย่างได้ใจ เหมือนมั่นใจอยู่เสมอว่า...ยังไงเรื่องเถียง ด่า บ่น ชั้นชนะใสอยู่แล้ว.. จนเริ่มเอะใจเอาว่า..หรือจริงๆนิสัยชั้นเป็นแบบนี้..

" เวลาที่คนความจำเสื่อมถูกบอกรักไง ? ควรปล่อยไว้คนเดียวหรอ ? " คนตัวสูงตอบกลับเรียบๆ พลางยิ้มอ่อนๆ
" แล้วทำไมถึงไม่ควร ? โดนบอกรักก็ดีแล้ว เนื้อหอมไง ไม่รู้จักหรอ ? "
" แล้วไม่สับสนหรอ ? อยู่ดีๆก็ถูกใครก็ไม่รู้บอกรัก ? " ซากุไรไม่ใส่ใจการยอกย้อนของคนตัวเล็กมากนัก ยังไงก็ดี..นิสัยนิโนมิยะเป็นแบบนี้

" ทำไมจะไม่รู้ หมอไง เพื่อนนาย หรือนายก็ไม่รู้จักเค้า ? " นิโนมิยะที่เริ่มรู้สึกตัวว่าถูกอ่านทางได้ลางๆ ได้แต่กลบเกลื่อนไปตามเรื่อง แต่ซากุไร โชที่นิโนมิยะคิดว่าไม่รู้จัก ท่าทางจะรู้จักนิโนมิยะมากโขอยู่
" แน่นอน ชั้นรู้จักไอบะ มาซากิ และนิโนะล่ะ รู้จักรึเปล่า หรือรู้จักแต่ -หมอ- " น้ำเสียงทุ้มต่ำสงบนิ่ง กระทบใจบอบบางของนิโนมิยะเต็มๆ จนคนตัวเล็กได้แต่หลบตากัดปากตัวเอง ..คาซึนาริเอ๊ย ! ถ้าถูกอ่านใจได้ เกราะป้องกันตัวก็ลดไปกว่าครึ่งแล้ว !..

" แล้วนายจะทำไม ? " เสียงเล็กเขียวได้แต่กดต่ำลงพอให้รู้ว่าไม่พอใจ
" ก็บอกแล้วว่า -ห่วง- "

" ไว้ใจได้หรอ ทีหมอนายยังบอกว่าไม่น่าไว้ใจ "
" ไม่ได้บอกว่าไว้ใจหมอไม่ได้ แค่ถามว่าไม่สับสนหรอกหรอที่อยู่ดีๆก็เจอแบบนี้ ? ตัวก็เล็กทำไมดุนัก ? " คนตัวสูงเริ่มแสดงท่าทีอ่อนโยนเหมือนปลอบใจ เพื่อให้วางใจกัน

" ถ้าสับสนแล้วนายจะทำไม ? " คนตัวเล็กตอบเรียบๆ ดวงตาหม่นเสมองออกไปทางหน้าต่าง มองดูเหม่อลอยหวั่นไหว
" นายกับชั้นรู้จักกันรึเปล่า ชั้นเองก็ยังไม่รู้ แม้แต่หมอเอง ชั้นก็ไม่ได้รู้อย่างอื่น รู้แค่ว่าเค้าใจดี แบบนี้ ..เชื่อใจใครได้หรอ ? " หันมาสบตากันแผ่วเบา จนรับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวของอีกคน จนพาลคิดไปว่า..ทำไมไอบะไม่เคยสังเกตนะ..

" เคยบอกไอบะหรือเปล่า ? " คนตัวสูงเอื้อมมือใหญ่ลูบศีรษะได้รูปของนิโนมิยะ โยกไปมาแล้วยิ้มให้อุ่นใจ
" บอกอะไร ? "
" จำไม่ได้นะว่า นิโนะเป็นคนหัวช้า .. ไม่ได้ไม่เข้าใจไม่ใช่หรอ ? " คนตัวเล็กได้แต่สบตานิ่ง แม้แววตาไหวพริ้วเกินใจ
" จำเป็น ? "
" อะไรจำเป็น ? จำเป็นต้องบอกหรือ จำเป็นต้องเข้าใจ ? "
" ถึงผมจะจำคุณไม่ได้ หรืออาจจะไม่รู้จักกัน แต่ผมว่าโหงวเฮ้วคุณไม่น่าโง่ " นิโนมิยะยังยอกย้อนรวนไม่เลิก ทำเอาคนตัวสูงหัวเราะอ่อนๆอย่างเอ็นดู

" ก็ไม่ได้ว่าจำเป็นขนาดหัวเด็ดตีนขาด แค่อยากรู้เฉยๆ " น้ำเสียงอบอุ่นหนักแน่น ไม่มากไม่น้อยไปกว่า”หมอ” ทำให้ความวางใจไล่เคียงกัน บางทีอาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็ได้ ตามความคิดและหลักทฤษฎีเท่าที่คาซึนาริจะคิดออก ..ถึงจะติดใจอยู่ไม่น้อย ว่าประจวบเหมาะกันเกินไปรึเปล่า?..


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .


.. แม้เสียงฝีเท้าเงียบสงัด แต่เสียงเล็กน้อยนั่นก็ตัดฉับเด็ดขาดกับช่องทางเงียบสงบ ทางเดินแบบดับเบิ้ลโหลด คอริดอร์ อาบแสงนิออนขาวเย็นชา ยะเยือกโดดเดี่ยวเกินกว่าจะปล่อยให้ภาพชายหนุ่มภูมิฐานเป็นเพียงภาพประกอบทัศนวิสัยที่ไม่น่าสนใจ เมื่อมันย้ำชัดในสายตาบางคู่ที่คอยสังเกตทุกอย่างของคาซึนาริไม่ห่าง รอยยิ้มอบอุ่นของคนที่ชื่อว่าเพื่อนสนิทตอกซ้ำในจิตใจที่กำลังเปราะบางเหลือเกินอย่างไอบะ มาซากิ ..

. . .

.. ฉับพลันในความคิด เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็พบเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลข้อมูลเดิมกระจ่างชัดในสายตา เหลือบเห็นแก้วกาแฟใบโปรดที่คาซึนาริ เคยซื้อให้เมื่อหลายปีมาแล้วอยู่ด้านขวามือ ข้างในยังพอมีกาแฟเย็นชืดหลงค้างอยู่ คงเพราะเมื่อกลางวันอยู่ในห้องคาซึนารินานกว่าทุกวัน จนลืมเอาถ้วยไปเก็บล้าง แต่ทันทีที่คิดถึงคาซึนาริในวันนี้ ใบหน้าคมสันของเพื่อนรักอย่างซากุไร โชก็ผุดขึ้นตามมาเป็นลำดับขั้น กำมือแน่นจนสั่นปูดโปนด้วยข้อนิ้วขาว ริมฝีปากเม้มเน้น ก่อนต้องสะดุ้งสุดตัว ความคิดกระจัดกระจายด้วยเสียงประตูห้องพักลั่นตามมา ..

" เฮ้ย ! ไอบะวันนี้ก็เข้าเวรหรอวะ ? ขยันจัดนักนะแก " น้ำเสียงเป็นมิตรมาพร้อมเสมอด้วยสีหน้าล้อเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหน้านายแพทย์แผนกเดียวกันอย่างโอโนะ ซาโตชิ ..ที่เจ๋งขนาดทุกคนต้องเรียกเขาว่า.. – ลีดเดอร์ ! –
" ก็เปล่า กลับบ้านก็ไม่มีกิ๊ก เปลี่ยวเกินไม่อยากกลับ ลีดเดอร์ไม่เห็นใจผมหรอ ? " นายแพทย์มือหนึ่งแซวกลับยิ้มๆ ลุกขึ้นหยิบแก้วใบเดิมที่มองอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่ ไปจัดการล้างเพื่อชงแก้วใหม่ ทั้งที่สายตายังจมกับความรู้สึกเดิมๆเหมือนที่มองมันในตอนแรก

.. ถึงจะรู้ว่านั่นเป็นการแสดงความห่วงใยที่โชเคยชิน แต่ชั้นไม่มีทางชินกับมันแน่ถ้ามันเป็นการแสดงความห่วงใยของนายต่อ –คาซึนาริ- ..

" เอ้อ.. แล้วแฟนแกเป็นไงมั่ง ? เห็นว่าตื่นมาแล้ว สมหวังดิ "
" ไม่รู้สิ... " ร่างสูงโปร่งยิ้มเรียบ แม้จะแฝงด้วยความอบอุ่นที่คุ้นตาเมื่อเอ่ยถึงคนป่วยกิตติมาศักดิ์ แต่คราวนี้ความอบอุ่นนั้นมันมาพร้อมรอยร้าวเล็กๆที่ไม่อาจมองข้าม...หากสังเกตเห็น...
" อ้าว... "
" ช่างมันเหอะลีดเดอร์ ! ทำไม ? ถ้าผมไม่สมหวังลีดเดอร์จะตีแสกหน้าผมหรอ ? หรือจริงๆแล้วแอบชอบกันอยุ่ ??? " ร่างโปร่งสันทัด ถามล้อๆ แกล้งบิดตูดส่ายไปมาให้หัวหน้าแอบน้ำลายบูด อยากอ๊อกเล่นก่อนจะรีบส่ายให้เร็วขึ้น(?) เมื่อเห็นแพทย์รุ่นน้องคนสนิทเดินกลับมาจากไปทานมื้อดึกเปิดประตูเข้ามา..- -“ ทำเอาคุณหมอคนสวยทำหน้าเหยเกไม่รู้จะขำดีหรือบอกให้หยุดดี

" ว้าว! มัตจัง ช่วงนี้กินมื้อดึกบ่อยนะ ระวังอวบอ้วนนะจ๊ะ ! " น้ำเสียงยียวนตามแบบของลีดเดอร์ที่เคารพนับถือเอ่ยล้อเลียนอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา ก่อนจะตั้งคำถามให้สงสัยกันเล่นๆว่า
" แกสองคนนี่ ช่วงนี้เข้าเวรดึกกันบ่อยนะแก กลัวอดเงินหรอ ? " และ...
" พอเหอะ! ทุเรศสายตาว่ะไอบะ "
" โหยยย.. ‘ไร ลีดเดอร์ เนี่ยบุญตาเชียวนะ นอกจากมัตจังกับลีดเดอร์แล้ว ในโรง’บาลเนี่ย ไม่เคยมีใครได้เห็นนะเว้ย ! " หมอใจดียังเล่นไม่เลิกทำเอาทั้งหัวหน้าทั้งรุ่นน้องได้แต่มองหน้ากันเอือมๆ อมยิ้มส่ายหน้ากลับไปทำงานของตัวเองต่อ โดยมีเสียงแหบห้าวรังควาญไม่เลิกว่า...เอ๊ะ! หรือจริงๆไม่อยากดูแต่อยากจับ !?!...

.. แม้ว่าห้องพักจะอยู่กันสามคน แต่ใจทั้งสามคนกลับไปกันคนละทิศละทาง บ้างก็คิดถึงงาน บ้างก็คิดถึงคนรัก บ้างก็คิดถึง...ข้าวหน้าเนื้อหลังเลิกงาน.. ดูเหมือนไอบะ มาซากิจะเป็นหนึ่งคนที่รอดพ้นจากคำว่า –บ้างาน- ในปัจจุบัน ในเมื่อเค้าเลือกที่จะเดินออกจากห้องพักไปโดยทิ้งใบประวัติคนไข้ที่มักติดมืออยู่เป็นประจำให้กับรุ่นน้องในแผนกพร้อมคำกำชับ


" มัตจัง.. ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบาย ฝากนี่ด้วยนะ "
" เห? ประวัติของนิโนะคุงนี่ครับ ? "

" อื่อ "
" หยิบผิดใบรึเปล่าหมอ ? " หมอคนสวยที่นิโนะคุงติดอกติดใจเอ่ยถามล้อเลียน และไอบะท่าทางจะชินกับคำล้อเลียนแบบนั้นอยู่บ้าง เพราะทุกคนรู้เสมอว่า นิโนมิยะ คาซึนาริ เป็นคนที่ไอบะ มาซากิไม่เคยพลาดสายตา ! ...

" เปล่า.. ก็ถูกแล้ว ช่วยดูให้หน่อย หรือว่าไม่มีฝีมือ ? " ทิ้งท้ายด้วยสำนวนยอกย้อนไม่ผิดกับคนรักตัวเลยแม้แต่น้อย จนรุ่นน้องได้แต่ยิ้มอ่อนๆ อย่างไม่ขัดใจ แล้วเพ่งมองตามนายแพทย์มือหนึ่งที่ลับสายตาออกไปจากประตูห้องพักแพทย์... ไปประจักษ์ต่อสายตาที่ห้องพักผู้ป่วย

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .


.. คาซึนาริที่หลับใหลไปอย่างสงบ คงฝันดีไม่น้อยเมื่อสังเกตจากริมฝีปากบางที่คลี่ยิ้มอ่อนๆ ต่างจากทุกคืนที่ผ่านมา จนคนที่เฝ้ามองอยู่ทุกคืนอดสงสัยในความเอ็นดูไม่ได้ว่า..วันนี้มีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กหนอ .. แต่แล้วริ้วความเหนื่อยอ่อนก็แล่นซับผ่านมาในทันทีที่คิดได้ว่า.. วันนี้มีเรื่องดีๆเพราะซากุไร โชรึเปล่า.. แต่ก็ขัดอคติตัวเองด้วยความคิดที่ว่า...เพราะวันนี้คาซึนาริได้คุยกับมัตจังต่างหาก...

" ท่าทางคงติดใจใช่เล่นน้า " นิ้วเรียวไล้ผ่านแก้มใสบางๆ คลี่ยิ้มอบอุ่นเมื่อคิดถึงเรียกหัวเราะคิกคักน่ารักเวลาที่คาซึนาริเจอคนหรือของถูกใจ แอบบิดจมูกเล็กรั้นอย่างหมั่นเขี้ยวจนคนหลับครางอู้อี้ขัดใจออกมา

" มัตจังเป็นคนดี อยากให้คาซึนาริชอบ " รอยยิ้มชวนอุ่นใจยังคงผลิบานต่อไป เสียงทุ้มเบาด้วยไม่หวังให้รบกวนคนป่วยดังขึ้นเลาๆ เหมือนปกติทุกคืนที่ผ่านมา

" แต่ไม่ชอบที่คาซึนาริให้ชั้นไปชอบมัตจัง " ก่อนจะถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อนึกถึงน้ำเสียงและคำตอบของคาซึนาริที่ได้ยินคำว่า –รัก- จากปากของไอบะ มาซากิ

" . . . "

" มาคุยกับคาซึนาริทุกวันตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง แต่คาซึนาริก็เอาแต่กรนคร่อกๆให้ชั้นฟัง แบบนี้โกรธได้มั้ย ? " น้ำเสียงห้าวสั่นครือจับทิศทางไม่ได้
" ทั้งที่คาซึนาริเคยบอกให้ชั้นพาไปให้ไกลจากโช แต่วันนี้คาซึนาริยิ้มให้โชเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. ชั้น..หึงได้มั้ย ? " มือแกร่งสั่นไหวตามอารมณ์ที่ก่อกำเนิด

" . . . " น้ำตาหยดใส ไร้สีสันเอ่อท้นคลอเบ้าตาโหลลึกของคนอ่อนแอ ไร้ซึ่งหนทาง..

" ชั้นรักคาซึนาริ "

" ชั้นดีใจที่ตัวเองรักคาซึนาริ "

" แต่...ชั้นไม่เคยเหนื่อยที่จะรักคาซึนาริเหมือนวันนี้ "
" ทั้งที่ชั้นรักคาซึนาริเท่าเดิม แต่ทำไมชั้นเหนื่อยกว่าเดิม " น้ำเสียงยังสั่นครือ น้ำตาที่คลอเต็มหน่อย ทิ้งตัวอาบสองแก้มอย่างไร้เยื่อใย มือใหญ่กำแน่นจนข้อขาวปูดโปน เหมือนอดกลั้นน้ำตาให้ไหลย้อนกลับไป แต่น้ำตากลับไม่หยุดไหล มีเพียงความเจ็บปวดชิงชังเท่านั้นที่ไหลย้อนกลับไปยังหัวใจ

" ถ้าเกลัยด.. จะยังเหนื่อยอยู่รึเปล่า "

" ถ้าชั้นเกลียดคาซึนาริ จะยังต้องเจ็บปวดอยู่มั้ย.. " ริมฝีปากสีเข้มด้วยนิโคตินเม้มเน้นอย่างสะกดกลั้น ฝ่ามือใหญ่คลี่ออกเพื่อกลับมาสัมผัสพวงแก้มอ่อนนุ่ม

" ถ้าชั้นเกลียด...คาซึนาริ.. " ร่างสูงโปร่งโน้มตัวลงต่ำจนริมฝีปากอุ่นร้อนสั่นครือ สัมผัสแผ่วเบาบนกลีบปากเย็นเฉียบของคาซึนาริที่รักมั่น หยดน้ำใสร่วงหล่นไร้เสียงจากตาเรียวสวย กระทบเปลือกตาอ่อนบางของคนตัวเล็ก

. . .



.. ดวงตาอ่อนใสกระพริบถี่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมภายนอก เผยเห็นนัยน์ตาสีอ่อนงดงาม สะท้อนประกายแสงจันทร์ หรี่ปรือไร้สติ จนสะดุดดุ้งด้วยภาพคนคุ้นเคยที่ปรากฏใกล้สายตาเกินกว่าที่เจ้าตัวคิดว่าควรจะเป็น ..

" หมอ..! "

.. น้ำเสียงเล็กสั่นสะท้านด้วยตกใจ ดึงเอาสติคนหวั่นไหวให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะปล่อยให้ความหดหู่เจ็บช้ำกลับเข้ามาในความรู้สึก เมื่อเสียงเล็กสั่นก้องคาใบหูจากคนรัก ..

" ทำบ้าอะไร ! " คว้าเอาหมอนใกล้ตัวขว้างใส่ร่างสูงเต็มแรงเพื่อป้องกันตัว ลำแขนเล็กยันตัวเองขึ้นนั่งคล้ายจะหนีห่างไปจากกัน .. มือเรียวกำหมัดแน่น ข้อแขนเล็กง้างสูงด้วยตั้งใจประทุษร้ายคนตรงหน้า

.. ภาพที่เห็นตรงหน้า ทำเอาความอดทนที่เคยมี ความตั้งใจที่เคยตั้งมั่น ว่าจะรอให้คาซึนาริจำได้ รอให้คาซึนาริรักกันอีกครั้งของไอบะ มาซากิพังทลาย .. ดวงตาแดงก่ำวาววับน่ากลัว ริมฝีปากแดงสดโฉบชิมความหวานจากริมฝีปากเล็กอย่างถือเอาวิสาสะ มือแกร่งคว้าเอามือเล็กให้หยุดดิ้นรนปกป้องตัวเอง กดทับแน่นฝังข้อมือบอบบางจมลงกับเตียงนอน ถอนจูบนิ่งเงียบไร้คำตอบแก่สายตาบอบช้ำของคนที่เคยรักกัน มองซ้ำลึกเข้าไปในดวงตาสับสนหวาดกลัว ก่อนจะกดริมฝีปากอุ่นซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างเบาบางคล้ายอบอุ่น ลิ้นเรียวไล้เลียริมฝีปากบางที่ถูกเจ้าของกัดเม้ม ไม่ดึงดัน ไม่ยัดเยียด น้ำตาที่เพิ่งหยุดไปเมื่อครู่สมทบซ้ำ รื้นขึ้นใหม่ หยุดตัวเองด้วยเสียงสะอื้นไห้ไม่ต่างจากคนตัวเล็กตรงหน้า ย้ำชัดให้หัวใจใกล้กันว่า...รัก....


" รัก..คาซึนาริ "


... สองสายตายังคงสบกันราบเรียบ คนหนึ่งเต็มไปด้วยความสับสนอ่อนไหว อีกคนเต็มไปด้วยความยะเยือกเย็นในหัวใจ ก่อนทันได้รู้ตัว ไอบะ ก็ยิ้มให้จางๆแล้วหันหลังกลับไปเงียบๆไม่ต่างจากครั้งที่เข้ามา ทิ้งให้มือเล็กจับแน่นที่หน้าอกตัวเองอย่างขวัญเสีย แววตาเจ็บปวดสับสนเด่นชัดไม่ต่างจากหัวใจดวงเล็กที่กำลังบีบรัดจนเจ็บแน่นไปหมด ลิ้นเรียวเล็กคลอเคลียริมฝีปากตัวเองแผ่วเบาก่อนเม้มแน่น ฟันซี่เล็กระเอียดกดทับริมฝีปากล่างอย่างไม่ใยดี นัยน์ตาแดงก่ำคลอหน่อยด้วยหยดน้ำใส สะอึกสะอื่นร่ำไห้อย่างไม่มีใครปลอบโยน ..

. . . ไม่เข้าใจไปหมด . . .

. . . สับสนไปหมด . . .

และ


. . . เจ็บปวดไปทั้งหมด . . .

" คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! "
" จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? "
" ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม"

" คาซึจำได้แล้วหรอ ? "

" รัก..คาซึนาริ "



. . . นี่มันบ้าอะไร ! . . .

.. ดวงตาอ่อนใสที่เต็มตื้นด้วยหยดน้ำตา กระพริบถี่หนัก ก่อนจะสูดหายใจให้เต็มปอด แล้วเงยหน้าขึ้นให้หยุดสะอึกอื้น ปิดเปลือกตาหนักอึ้งหยุดพักสายตา ปิดกั้นไม่ให้มีใครมาทำร้ายความทรงจำที่ว่างเปล่านี้ได้อีก ..

..ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง จนต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความปวดหัวที่ถาโถมเข้ามาจากจากร้องไห้และฝืนตัวรื้อฟื้นอดีต เผื่อว่าทุกอย่างจะกลับมา เผื่อว่าความสับสนจะหายไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงมาปวดร้าวที่สมอง เจ็บจุกแน่นหน้าอกเพราะแรงสะอื้น และรับรู้ได้เต็มแรงว่า..ไม่มีอะไรดีขึ้น..

.. น้ำเสียงหวานใสที่เพิ่งได้ยินเมื่อตอนกลางวันกลับมาทำให้ใจดวงเล็กขุ่นเคืองมากขึ้น จนน่าหวั่นใจ ..

. . . นิโนะไม่กลัวหรอ ?ไม่กลัวหรอว่าอาจจะมีอดีตบางอย่างที่นิโนะไม่อยากจำได้อยู่น่ะ . . .

.. หรือจริงๆแล้ว ทุกอย่างมันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี ..

.. คิดได้เพียงแค่นั้น ทุกอย่างก็ดับวูบเข้าสู่นิทรารมณ์ในฉับพลัน ..


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

ทู บี คอน

Ps. ยืดไปรึเปล่า หรืองง ? ตัดไปตัดมาจนเรื่องไม่ค่อยไปไหน จะพยายามให้มันเดินหน้าเร็วๆแล้วจบเร็วๆนะครับ ยังไงก็เรื่องแรก อยากไปให้สุดไม่อยากทิ้งไว้กลางคัน m( _ _ )m

Ps. ขอโทษคนที่อ่านไปแล้วด้วย แต่เพราะเห็นว่ามีคนบอกว่า ลงเวอร์ชั่นเต็มไปเลยดีกว่า มาลงแบบ2.0 2.1ไรงี้มันกดดัน เลยเอามาลงใหม่ แบบนี้ดีกว่าใช่มั้ย ? (^_________________^)

คราวหน้าคราวหลังจะระวังให้มากกว่านี้ครับผม

แล้วแอบมีคนคิดถึงกัปปิตัน ..คือ..ลีดเดอร์ไม่ได้ให้ขวัญถุงคนแต่งไงเลยได้ออกช้า (^o^)/

ส่วนคนที่คอมเม้นท์ไปแล้ว อ่านอีกรอบจะเม้นท์ให้อีกรอบรึเปล่านะ ? เม้นท์อีกเหอะ ถือว่าเม้นท์เวอร์ชั่นเต็มไง *หัวเราะเลวๆ*
คราวที่แล้วเม้นท์เวอร์ชั่นย่อย 55+

แต่ไม่ต้องห่วง คนแต่งอ่านทุกเม้นท์อย่างแน่นอนครับ ทั้งเก่าใหม่ กี่ชีวิต จำไว้หมดแหละ (^____________^)v

ยังไงก็สู้ๆครับ
สู้ๆไปด้วยกัน
แล้วคนแต่งก็จะสู้ๆต่อไป ตราบเท่าที่คนอ่านยังสู้ด้วย 55+ *ออดอ้อนเข้าไป*

KIOKU [ 1 ] - INCIDENT -

» Title : KIOKU [ 1 ] - INCIDENT -
» Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . . แอ๊ดดดดดดด . . .


เสียงประตูแผ่วเบาไม่แม้แต่จะรบกวนคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าคนบนเตียงกำลังหลับลึก ไม่...แม้แต่ฝัน..

ปรากฏเพียงร่างระหงส์งามสง่าไม่แพ้ใครยืนประจันหน้ากับคนที่กำลังหลับไหล มือเรียวยังถืออุปกรณ์สื่อสารไฮเทคสมตัวคนใช้เหมือนก้าวแรกที่เข้ามา น้ำเสียงแหบทุ้มกล่าวรับคำกับเครื่องมือชิ้นเล็กอย่างเบาๆแต่หนักแน่นไปด้วยว่ามุ่งมั่น

" อืม... ชั้นทำตามที่นายบอกแล้ว "
" . . . " เสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงเบางบางไม่ต่างกัน สั่งความเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
" ยาตัวนั้นที่นายบอกให้ใช้จนเค้าตื่นขึ้นมาอย่างที่ต้องการ แล้วทำไม ? โกงกันรึเปล่า ? "
" . . . "
" อาการข้างเคียง ? ไหนว่าไม่มีไง ไหงตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ ? "
" . . . "

..ปลายสายตัดบทเพียงสั้นๆก็จะวางสายไป ทำให้คนที่ยังถือโทรศัพท์ค้างไว้ ได้แต่ครางขัดใจในลำคอดังจิ๊จ๊ะ ก่อนจะหันมาสนใจกับคนบนเตียงเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา

" หึ . . . " เสียงรำพึงในลำคอระหงส์ ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนเอื้อนเอ่ยแผ่วเบาด้วยแน่ใจว่าไม่มีทางที่ใครจะได้ยิน
" ในที่สุดก็ตื่นมาซักทีสินะ นิโนมิยะ.. " ตาคมโตราบเรียบแฝงแววคิดร้ายอย่างเปิดเผย คิ้วคมเข้มขมวดมุ่น ริ้วความเกลียดชังซับผ่านทุกอณูของใบหน้าสวย เอื้อมมือสัมผัสแผ่วตามบนกลุ่มผมนุ่ม กดไล้ตามขมับบาง ปัดเป่าเบาบางให้เส้นผมสีอ่อนหลบเลี่ยงจากหน้าผากเนียนใส

" จะโกรธเกลียดกันกลับมาก็ได้นะ " นิ้วเรียวไล้ผ่านแก้มนวล ลากผ่านจมูกเล็กรั้นตามนิสัยเจ้าของ อ้อยอิ่งเกลี่ยไปมาบนริมฝีบางบางใสได้รูป ก่อนจะเลื่อนไล้มาหยุดที่ลำคอเล็ก !!!

" ถ้าจะโทษก็โทษที่นายรักคนผิดก็แล้วกัน !!!!!!! " มือนุ่มกดนิ่งที่คอหอยคนที่ยังไม่ทันรู้สึกตัว จนคนตัวเล็กเริ่มดีดดิ้นด้วยความอึดอัดจึงหยุดการกระทำนั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปยังจุดเดิมที่ตนเองเดินผ่านเข้ามา


" ชั้นเกลียดนาย... "






========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . . กึก กึก กึก . . . เสียงฝีเท้าถี่ระเบียบด้วยไร้การรบกวน บ่งบอกถึงอาการหมกมุ่นในจิตใจคนเดินเป็นอย่างดี คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้าง หมกมุ่นในหัวสมองกับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆทุกวันที่เข้าเยี่ยมคน"เคย"รักกัน

ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก

...คาซึนาริจำคนที่อยู่ด้วยกันทุกวันไม่ได้...
...คาซึนาริจำคนที่กอดกันทุกคืนไม่ได้...

...คาซึนาริจำไอบะ มาซากิไม่ได้...

" ฟู่.... " เสียงทอดถอนจากหนักหน่วงจากความหนักอึ้งในใจของนายแพทย์หนุ่มดังแผ่วๆในห้องพักรวม เดินตัวเหี่ยวพร้อมเสียงกระทบปนทิ้งขว้างของแฟ้มประวัติคนไข้ที่ไอบะมักหวงนักหวงหนาทำเอาชายร่างสูงอีกคนอดตกใจ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

" มีอะไรรึเปล่าครับ ไอบะคุง ? "
" . . . "
" ไอบะคุงครับ ? "
" อ๊ะ ! มัตซึโมโต้คุง.. วันนี้เข้าเวรบ่ายหรอครับ ? ทำไมยังไม่กลับอีก ? " แสดงความเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นตามปกติวิธี
" เปล่าครับ.. แลกเวรน่ะ ว่าแต่ไอบะคุงไหวรึเปล่าครับ ? " น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดของผู้ร่วมงานทำเอานายแพทย์หนุ่มลำบากใจไม่น้อย ก่อนเปรยยิ้มบางๆผ่านริมฝีปากตามนิสัย

" ว่าแต่คนไข้กิตติมาศักศักดิ์ของไอบะซัง เป็นไงบ้างแล้วล่ะครับ ? ได้ข่าวว่าตื่นมาแล้ว ? " ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มสวยอย่างเป็นมิตร เปลี่ยนเรื่องคุยที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายอารมณืดีขึ้นบ้าง
" แล้วนี่ไปเยี่ยมเค้ามารึยังล่ะครับ ขาดเฝ้าแม้แต่วันเดียวเดี๋ยวอกจะแตกเอานะครับ " เอ่ยแซวอย่างรู้ใจ แต่สงสัยชายหนุ่มคงคาดการณ์ผิดไปซะแล้ว..
" . . . "
" ไอบะคุงครับ ? " คิ้วเรียวของเพื่อนร่วมงานเลิกขึ้นสูงอย่างใส่ใจ เมื่ออีกฝ่ายได้แต่ตอบกลับมาเพียงสายตาเหม่อลอย

" . . . "
" ฮาโหล ไอบะคุง ??? ไหวมั้ย ? " คนข้างเคียงยังคงเซ้าซี้เป็นห่วงจนสามารถเรียกสติคนตรงหน้าได้สำเร็จซักที

" ขอโทษนะมัตจัง ขอผมคิดอะไรคนเดียวหน่อยนะ " ตัดบทกันดื้อๆด้วยเรียกชื่อเล่นที่คุ้นเคยกันสองคนเพื่อกันไม่ให้เพื่อนร่วมงานคนสนิทน้อยใจ ทั้งที่ริ้วความกังวลยังไม่จางหายจากใบหน้าสวย ที่ตอบกลับมาเบาๆเพียง..อื้ม...แล้วจากไป คิ้มคมขมวดแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดกังวลใจ ทำไมถึงเป็นแบบนี้..

. . .

" อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " จำได้แม่นถึงเสียงเรียกของตัวเองที่มีต่อคนคุ้นเคย และเสียงเล็กที่ขานรับอย่างคุ้นหูของคาซึนาริ
" อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ "

.. จนถึงวันที่คิดว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิต วันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้คาซึนาริต้องเข้าโรงพยาบาล วันที่ต้องดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้คาซึนาริกลับมาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ พยายามคิดแทบตายให้คาซึนาริตื่นมาอยู่ด้วยกันอีกซักครั้ง ด้วยความหวังริบหรี่จากผลการตรวจว่าอาจจะตื่นขึ้นมาได้อีกแม้จะเลือนลางเต็มทีแต่ก็เรียกได้ว่ามีโอกาส แต่สุดท้ายความหวังที่ริบหรี่แบบนั้นยังมีจริง คววามหวังที่ทำให้รู้ว่าวันนั้นไม่ได้เลวร้ายที่สุด วันนี้ต่างหาก ..
.. ภาพของคาซึนาริยังวนเวียนอยู่ในหัวซ้อนทับกันระหว่าง รอยยิ้มที่มีเพียงไอบะ มาซากิคนเดียวที่ได้เห็นกับแววตาแข็งกร้าวไม่ได้ใจของนิโนมิยะ คาซึนาริที่เพิ่งตื่นมาเจอหน้ากันเมื่อวาน ..

" คุณเป็นใคร ? แล้วที่นี่ที่ไหน ? "

" ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก "

...

" นี่มันบ้าอะไรวะ !! ".. รอยยิ้มขื่นผุดอย่างจงใจ มือเรียวกำหมดแน่นอย่างสะกดกลั้นความรู้สึก ..
" ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้ ทำไมแม้แต่ชั้นนายยังลืมล่ะคาซึนาริ ! "

...ไอบะ มาซากิ นายเเพทย์อันดับหนึ่ง ...
...ไอบะ มาซากิ นายแพทย์หนุ่มหล่อที่ใครๆก็รักและเคารพ ...
...ไอบะ มาซากิ นายแพทย์ที่ช่วยให้คนทั้งโลกหายป่วยได้ ยกเว้นคนรักของตัวเอง ...

" หมอ... เราสองคนรู้จักกันหรอ ? " คนตัวเล็กที่คุ้นตาถามพลางกินข้าวต้มคนป่วยพลาง ปฏิเสธแทบเป็นแทบตายว่าไม่ยอมให้ป้อน น้ำเสียงเล็กแม้จะอ่อนลงบ้างเล็กน้อยแต่อาการเถียงและตั้งแง่ยังคงอยู่ มันเป็นนิสัยของคาซึนาริที่เริ่มจะเปิดใจ แต่ก็ยังไม่เปิดดี ทั้งๆที่คนๆนี้คือ...มาซากิ..
" คาซึจำได้แล้วหรอ ? " เปล่งเสียงเสี่ยงดวงถามออกไป ถ้ามันจริงคงดีใจ แต่ก็ต้องสลดไปในนาทีถัดมา
" เปล่า.. แค่สงสัย "
" . . . "
" อย่ามาซึมเป็นหมาหงอยน่าหมอ.. ผมไม่ผิดซักหน่อย ! คนน่าสงสารก็ผม ก็จำไม่ได้ให้ทำยังไง ? "
" ก็คาซึนาริถามว่า.. "
" ใช่! ถาม! ถามเพราะหมอเรียกผมด้วยซื่อต้น ถามเพราะหมอมาเฝ้าผมเช้าเย็น ถามเพราะบรรยากาศมันคุ้น แต่นึกไม่ออกให้ทำไง !?! " เสียงเล็กแข็งขึ้นตามความยาวของรูปประโยค ท่าทางเริ่มอารมณ์เสียจนไอบะต้องยอมแพ้
" ไม่ออก ก็ไม่ออก.. ไม่เห็นต้องด่ามา 3กิโลแบบนี้ก็ได้ นิสัยเหมืนเดิมเป๊ะเลย " คุณหมอบ่นกลับค่อยๆ ทิ้งประโยคสุดท้ายให้แผ่วเบาจนแทบเงียบ แล้วยื่นข้าวให้คนไข้อภิสิทธิ์กินเอง ด้วยประโยคหงุดหงิดของคนป่วยว่า..ยังไงก็ไม่ให้ป้อน ผมไม่ใช่เด็กอมมือ..

" ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยล่ะหมอ ? " เสียงเล็กอ่อนลงทั้งน้ำเสียงและระดับความดัง ประทุษร้ายควางเงียบให้หายไป เรียกเอาสติตัวเองให้กลับมาจากความว่างเปล่าของความทรงจำ

" มันไม่มีทางทำให้ความจำมันกลับมาเร็วขึ้นเลยหรอหมอ ? " จำได้ว่าตัวเองตอบกลับไปให้แน่ชัดย้ำให้เจ็บมากกว่าเดิมว่า
" ... ตามหลักแล้ว ทฤษฎีบอกว่าถ้าเราเห็นของหรือคนที่เราเคยผูกพันธ์ด้วย มันจะลิ้งค์ให้ความจำในส่วนนั้นค่อยๆกลับมา.. " เพื่อให้คาซึนาริถามกลับมาให้เจ็บใจเล่นว่า

" งั้นใครหรืออะไรที่มีความสัมพันธ์กับผมล่ะหมอ ? " ... ไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าอะไร เพราะทั้งหมดที่คาซึนาริเคยสัมพันธ์ด้วย มีแค่ชั้น...

" โธ่เว้ยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!! "





========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

" นี่ไงห้องของเรา คาซึนาริ " อีกแล้วหรอ ? ฝันอีกแล้ว.. ก็เห็นเหมือนเดิมทุกที ห้องสีขาวโล่งดูสะอาดตา ของตกแต่งดูดีจนคิดได้ว่าเจ้าของห้องคงมีฐานะพอควร ทีอย่างงี้ล่ะเห็นชัด แต่ที่อยากเห็น อยากรู้จริงๆคือ ความอบอุ่นที่สัมผัสอยู่ตอนนี้มันมาจากใครต่างหาก.. พยายามแทบตายเพื่อจะหันไปมองเจ้าของเสียง ก็เห็นแค่โครงหน้าลางๆ ดูไม่ออกเลยซักนิดว่าหน้าตาเป็นยังไง

" อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " นั่นไง...ก็ถามมาแบบนี้ซ้ำๆกันทุกคืน แล้วก็จะได้ยินเสียงตัวเองตอนกลับไปว่า
" จะดีหรอมาซากิ ? " ..เห??? ...ไม่เหมือนเดิมนี่ ปกติต้องพูดว่า... อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ ... ไม่ใช่หรอ ?
" เค้าจะตามมามั้ย ? ชั้นรักมาซากิ ชั้นไม่อยากรักเค้า " เฮ้ย! ใคร ? อะไร ? แต่ไม่ทันได้อ้าปากถามอะไร คนที่ยืนอยู่ข้างกันเหมือนทุกครั้งกลับชิงตัดหน้ามาก่อนว่า..

" ไม่เป็นไรหรอก ชั้นจะปกป้องคาซึนาริเอง " ..จึ๊!.. คนตัวเล็กที่มองดูความฝันตัวเองอยู่ห่างๆได้แต่ส่งเสียงครางจิ๊จ๊ะขัดใจ พลางคิดในใจว่า..ทำไมต้องตัดบทก่อนชั้นรู้เรื่องทุกที..

" มัวแต่ตัดบทกันอยู่อย่างงี้ ต่อให้เก็บมาฝันต่อกันทุกคืน มันก็ไม่ช่วยให้ชั้นจำอะไรได้มากขึ้นหรอกนะเว้ย " คนที่รู้แล้วว่าตัวเองชื่อคาซึนาริเอาแต่สบถอย่างหัวเสีย เสยผมงุ่นง่านไปมา ก่อนจะกลับไปเพ่งความสนใจกับภาพของตัวเองกับคนร่างสูงที่ยังเดินจับมือกันข้างหน้าเดินเข้าครัวไปช่วยกันทำกับข้าว จนได้ยินเสียงง้องแง้งของทั้งคู่ดังแผ่วมาตามสายลมหวาน นิโนมิยะก็ได้แต่ยืนพิงวงกบประตูคอยดูความฝันตัวเองอยู่ห่างๆ พาลคิดในใจแค่ว่า...บรรยากาศแบบนี้มันคุ้นเคย...

" แค่คุ้นแต่นึกไม่ออกมันจะช่วยอะไร ? " บ่นเบาๆพอได้ยินซักพักจึงได้ยินเสียงทุ้มๆตามมาจากข้างหลังทำให้ต้องหันกลับไปดู
" มองนั่นสิ ! " สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่คนอื่นไกล ก็แค่ชายร่างสูงที่เห็นว่าอยู่เคียงข้างคาซึนาริที่อยู่ในฝันทุกคืน
" อ้าว ? ไหงไปอยู่นั่นก็เมื่อกี้ยังอยู่น...เฮ้ย! " น้ำเสียงเล็กกลับชะงักไปเมื่อหันกลับไปในทิศทางเดิมที่คิดว่าเป็นครัว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันกลายเป็นทุ่งโล่งกว้าง ว่างเปล่า

" คาซึนาริทำไมไปอยู่ตรงนั้นล่ะ " ราวกับสบสายตาร่างสูง หันนิ้วชี้เข้าหาตัวเองพลางทำหน้าเหลอหลตามนิสัย แต่ก็ได้ยินเสียงเล็กแผ่วๆจากด้านข้างของตัวเอง และเจ้าของเสียงที่เพิ่งเลยผ่ายตัวเองไปตอบกลับ
" ก็หนาว... ไม่อยากเดิน "
" โธ่ ! มานี่ " คนตัวสูงเดินมาซ้อนหลัง อ้อมกอดแกร่งโอบคนตัวเล็กซุกอก ช้อนคางคาซึนาริคนนั้นให้เงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่ที่ประดับพราวด้วยดาวสวย แต่แทนที่คนตัวเล็กจะมองฟ้ากลับมองหน้าคนที่ซ้อนหลังตัวอยู่ซะงั้น
" หืม ? " คนตัวสูงครางรับเสียงหวาน ยิ้มหวานจนบรรยากาศหวานไปหมด แต่มันคงไม่มากไปกว่านี้อีกแล้วเพราะมาซากิดันพูดประโยคที่หวานที่สุดออกมา
" รักคาซึนารินะ " จนได้เห็นรอยยิ้มสวยหวานของคาซึนาริไปด้วย



. . .

" อืม... " เสียงสัญญาณพอให้รู้ว่าคนตัวเล็กบนเตียงได้สติกลับมาแล้ว
" ฝันอีกแล้ว... " นิโนมิยะถามตัวเองเพียงเบาๆก่อนจะลูกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน นิ้วเล็กกุมบีบขมับบางแน่น แล้วค่อยๆนวดคลึงเบาๆ บรรเทาอาการปวดหัวที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่ตื่น

" แอร์เย็นจะตาย ทำไมเหงื่อยังออกอีกนะ ? เหนื่อยด้วย.. ไม่ได้ฝันว่าวิ่งมาราธอนซักหน่อย.. " บ่นพลางเหม่อมองไปนอกหน้าต่างพักสายตา พลางคิดถึง"หมอ" ที่มักจะมาเฝ้าอยู่เกือบตลอด จำได้ว่าเมื่อกี้ก่อนนอนกลางวันไปก็เพิ่งเจอ

.. คิดถึงสิ่งที่คุยกันก่อนหมอจะปล่อยให้นอนพัก
จำได้ว่า..หมอบอกว่าความจำจะกลับมาถ้าเจออะไรที่สัมพันธ์กับตัวเองในอดีต..
จำได้ว่า..หมอน้อยใจเพราะจำอะไรไม่ได้..
จำได้ว่า..ไอ่การป้อนข้าวเช้าเย็นแบบนี้มันคุ้นเคย..

..แต่ไม่ช่วยให้จำอะไรได้..

. . . หมอแม่งบ้า . . .

..แต่ก่อนที่คนป่วยจะสาบแช่ง"หมอ"ไปมากกว่านี้ก็สะดุ้งสุดตัวด้วยเสียงรบกวน


. . .

. . . แอ๊ดดดดดดด . . .

..เสียงบานประตูลั่นเบาๆ ตามแบบโรงพยาบาลชั้นนำ แม้จะเบาแต่ก็ดึงสติคนตัวเล็กให้หลุดจากความคิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนความปวดหัวที่มีอยู่เป็นทุนเดิมบวกรวมกับชายแปลกหน้าที่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งที่จำไม่ได้ หรือจำได้ว่าไม่รู้จักก็ไม่รู้ที่ปรกฏตัวขึ้น ทำเอาคิ้วเรียวขมวดปมแน่น กระพริบตาถี่หนังขับไล่เหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามผลพวงแห่งความฝันที่กีดขวางสมรรถภาพการมองเห็นออกไปจนมองเห็นคนตรงได้ถนัดมากขึ้น เลาๆว่าเคยเห็น แต่ที่ไหน ? ในฝันอีกหรอ ?

.. ฝันบ้าๆนี่จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหนวะ ตอนฝันล่ะเป็นตุเป็นตะทีตอนตื่นดันจำบ้าอะไรไม่ได้เลย ..

" ใคร ? " เค้นเสียงแหบเล็กกร้าวออกไปอย่างหงุดหงิด แต่ไม่ได้ส่งผลให้คนตรงหน้าหงุดหงิดตามเลย เพราะหมอนั่นยิ้มเรียบๆ แล้วตอบกลับมาอย่างหนักแน่นจนน่ากลัวว่า

" ซากุไร โช "

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

ทูบีคอนครับ

Ps. น่าเบื่อรึเปล่า ? ยืดไปมั้ย ? งงมั่ยอ่ะ ?
ติชมตามสบายเลยครับผม ฟิคยาวเรื่องแรก ช่วยๆกันนะๆๆๆ น้า... คนอ่านใจดี้ใจดี นะ นะ นะ (^_________________^)
เอ่ย ! พูดจริงๆนะ ติชมตามสบายจริงๆ จะได้เอาไปปรับปรุง แค่อย่าให้ถึงขั้นแช่งชักหักกระดูกคนแต่งก็พอ หุ หุ นะครับ นะ นะ แต่เห็นจำนวนคอมเม้นท์ตอนที่PRELUDEก็แอบใจแป้ว.. จะไหวมั้ยเนี่ยเรื่องนี้ (T__T)

สำหรับคำถามของคุณ aichan kioku แปลว่า ความทรงจำครับผม จากที่เปิดดิกดูแล้ว เป็นรสนิยมในเรื่องเปิดดิกตั้งชื่อครับ (^___^)
แล้วก็ขอบคุณทุกคำชมสำหรับเฮดและบีจีมากๆเลยครับ (^___^)~ ภูมิใจเล็กๆเนอะของแบบนี้ มีใครได้ฟังเพลงที่ตั้งไว้รึเปล่า? แอบอยากอวด งุ งุ >w<~
ส่วนเนื้อเรื่องว่าคาซึนาริเป็นแฟนกับไอบะจริงรึเปล่า หรือสรุปคู่ใครก็...อ่านเอาดีกว่าเนอะ (^____^) *หัวเราะเลวๆ*
เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณเชคกะแคทด้วยครับที่วิจารณ์ให้ แล้วก็ขอบคุณพี่เนยที่สอนวิธีแต่งฟิคให้ด้วย ขอบคุณมากๆนะเอ็ง

พูดมากเนอะ นานๆจะได้ออกมาพูดอะไรซักทีขอยาวๆได้มั้ยอ่ะ ? กบว.เค้าจะว่ามั้ยอ่ะ ? เอาเป็นว่าช่วยเม้นท์หน่อยเหอะนะ ง้อแล้วนะตัว *ยื่นนิ้วก้อย* นะ นะ นะ (^_______^)v

KIOKU [ 0 ] - PRELUDE -

» Title : KIOKU [ 0 ] - PRELUDE -
» Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

“ ขอโทษนะ.. แต่ยังไงชั้นก็จะทำ “ เสียงทุ้มนุ่มดังผะแผ่วข้างใบหู จริงๆแล้วมันอาจจะดังมากก็ได้ แต่ไม่ค่อยได้ยินเลย ฝันหรอ?
“ ยังไงชั้นก็จะทำให้ได้.. ขอโทษนะคาซึนาริ “ ใครกันน่ะ? แล้วคาซึนาริคือใคร? ทำอะไร?
.. แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากถามไป ภาพสลัวตรงหน้ากลับกลายเป็นแสงจัดแสบตา ตามด้วยเสียงลมหวีดหวิว พอรู้สึกตัวอีกทีห้องกว้างโล่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มองเห็นชายหนุ่มสูงโปร่งสายตายืนเคียงกับตัวเอง? ไม่รู้เหมือนกัน..อาจจะไม่ใช่ตัวเอง แต่หน้าเหมือนกันเหลือเกิน แต่อาจจะใช่ก็ได้..

“ อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ “ ริมฝีปากอิ่มของคนตัวสูงกว่าเผยเอาเสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอุ่นใจต่อกัน ..พูดกับผมหรอ.. ผมคือ --คาซึนาริ—งั้นหรอ..
“ อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ “ ...นี้มันเสียงผมเองนี่.. ดูท่าคนๆนี้จะชื่อ --มาซากิ—สินะ แล้วห้องนี้เป็นห้องของ”เรา”หรอ
“ สวยจังเลยนะ “
.. คนที่ชื่อ – มาซากิ – หันมายิ้มให้บางๆ มองเห็นร่องรอยของความยินดีในตาคู่นั้น อบอุ่นจนอยากจะมองไปนานๆ แต่ความมืดมิดพลันปรากฏตัวดึงเอาความหนาวเหน็บเข้าแทนที่ ภาพตรงหน้าถูกตัดหายไปในพริบตา ลองกระพริบตาถี่ๆดูหลายครั้งเพื่อให้เห็นภาพอบอุ่นเมื่อครู่ให้ชัดขึ้น แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นชายสวมสูทท่าทางมีราคาคนหนึ่งเท่านั้น ท่าทางชายคนนี้กำลังอ้อนวอนอะไรซักอย่าง แต่ผมได้ยินไม่ค่อยถนัดนักเห็นเพียงริมฝีปากอ้าเปิด-ปิด ตัวเองได้แต่ตะโกนออกไปจนอื้ออึงในหูเพื่อสอบถาม แต่ทุกความพยายามกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อไม่มีคำตอบใดให้อุ่นใจได้เลย

.. ทันใดนั้นภาพทั้งหมดก็ตัดสับไป-มาจนจับใจความไม่ได้ ติดๆดับๆเหมือนโทรทัศน์ใกล้ชำรุด แล้วค่อยๆดับไปพร้อมเสียงทุ้มอุ่นเหมือนเสียงแรกที่ได้ยิน ..

“ ยังไงก็จะทำ ต่อให้ต้องทำร้ายคาซึนาริ ก็จะทำ ถ้ามันทำให้คาซึนาริรักชั้น “

. . .

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

“ โอ๊ย !!!!!!! “ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กแสดงความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนเปิดเปลือกตาหนักอึ้งจะค่อยๆเปิดอย่างช้าๆ แล้วกระพริบถี่ๆในวินาทีถัดมา จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝี่เท้าถี่หนักวิ่งเข้ามาใกล้ แล้วตะโกนจนแสบหู
“ คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! “
“ ใคร ? “
“ เอ๊ะ ! “
“ คุณเป็นใคร ? แล้วที่นี่ที่ไหน ? “ เสียงแหบเล็กของคนที่นอนอยู่บนเตียงถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะยันตัวเองขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
“ จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? “
“ ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก “ สิ้นเสียงเล็ก มือป้อมเจ้าของเสียงก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ....ปวด....
“ ชั้นมาซากิไง ! ไอบะ มาซากิ แล้วนี่คือโรงพยาบาลที่ชั้นทำงานไง... จำไม่ได้หรอ ? “ คนที่ยืนอยู่ข้างเตียงมีสีหน้าสลดลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมคลี่ยิ้มสดใส

.. นั่นเป็นบทสนาแรกเท่าที่จำความได้.. เปล่า.. เราสองคนไม่ได้รู้จักกันแต่อ้อนแต่ออกหรอก แต่เพราะผมจำอะไรก่อนหน้านี้ไม่ออกเลยต่างหาก ..

“ แล้วผมเป็นใคร ? คาซึนารินี่ชื่อผมหรอ ? “
“ ผมรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล แต่ผมเป็นใคร และมาที่นี่ได้ยังไงต่างหาก ! “ น้ำเสียงเล็กแม้จะยังดูอ่อนแรงอยู่ แต่ก็แฝงแววตั้งแง่ต่ออีกฝ่ายอยู่กลายๆ ...แต่ถึงอย่างนั้นชายตรงหน้าก็ยังคงไม่ได้สร้างความกระจ่างใดๆให้เลย เค้าเพียงแค่พูดว่า

"ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม" พร้อยรอยยิ้มใจดี... เท่านั้นเอง...

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

.. ถ้าหากว่ามีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกันในร้านกาแฟเล็กๆหน้าโรงพยาบาลในช่วงเวลาบ่ายมันก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก ถ้าไม่เพียงแต่บนโต๊ะระหว่างเค้าสองคนไม่ได้มีเอกสารใดๆอันเป็นสัญญาณว่าเค้ามาเพื่อตกลงเซ็นสัญญากัน หรือสายตามุ่งมั่นของชายหนึ่งคน ทั้งที่อีกคนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ยี่หระในสิ่งใด
" - คาซึนาริ นิโนมิยะ ประสบอุบัติเหตุทำให้กลายเป็นเจ้าชายนิทราเป็นเวลา 3ปี พร้อมทั้งการกระทบกระเทือนทางสมองทำให้สูญเสียความทรงจำไปบ้าง – นี่คือข้อมูลจากประวัติคนไข้ " เสียงแหบห้าวตอบกลับเพื่อนสนิทเบาๆก่อนจะต่อด้วยประโยคที่ว่า
" - และสรุปได้ในตอนนี้ว่าคาซึนาริสูญเสียความทรงจำไปจริง แต่ยังไม่มีการตรวจโดยละเอียดว่าจะสูญเสียความทรงจำไปเป็นการถาวรเลยรึเปล่า - คือข้อมูลจากคนรักของเค้าอย่างชั้น. . . แล้วชั้นก็ยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่า...นายต้องการรู้อะไรกันแน่โช. . . " กล่าวเนือยๆอย่างไม่รีบร้อนนัก เหมือนกำลังรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายมากกว่าพูดในสิ่งที่น่าสนใจ ตาเรียวเงยขึ้นสบกับตาคมของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยิ่งทำให้อีกฝ่ายร้อนใจ
" แกคิดว่าอย่างงี้ดีแล้วหรอวะ " เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นถามเพื่อนสนิทอย่างขัดใจ...คงเพราะสับสน.. แต่จะมีอะไรให้สับสน เพราะทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยซักนิด
" ทำไม ? "
" แกรักหรือเกลียดนิโนมิยะกันแน่ ไอบะ " ยิ่งน้ำเสียงไอบะเรียบเฉยแค่ไหน ความร้อนรนในใจโชยิ่งมากขึ้น และดูเหมือนยิ่งโชร้อนรนเท่าไหร่ ไอบะก็ดูจะอารมณ์ขุ่นมากขึ้นเท่านั้น..
" แกจะทำไมโช ..ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด. .- คาซึนาริ - ก็เป็นของชั้น " สายตาที่กำกับความหมายของคำพูดตัวเอง กึ่งท้าทายกึ่งสั่งสอนอีกฝ่ายเรียบนิ่ง ก่อนจะดึงตัวเองออกจากบทสนานั่นด้วยการลุกขึ้นเดินหนีไปดื้อๆ

.. ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิท ..

. . .


========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

. . .

. . . ไม่มีอะไรที่ผมรู้เกี่ยวกับตัวผมเลย แม้แต่ชื่อ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้พื้นฐานประเภทภาษาต่างประเทศ วิธีเล่นไพ่นกกระจอก หรือวิธีเล่นเกมส์กดที่ผมรู้อยู่ตอนนี้มาจากไหน . . .แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจ ก็คือ... ผมเป็นคน มีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต ที่อยู่ดีๆก็ตื่นมาบนเตียงสีขาวในโรงพยาบาล ไม่ใช่หุ่นแอนดรอยด์ ที่ตื่นมาบนแท่นสแตนเลสเท่านั้นเอง. . .

. . .มันไม่ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นนักหรอกนะ. . .

========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

ที บี คอน...คอน...คอน...อยากดูคอนอาราชิ ( ไม่เกี่ยวววววววววว OoooT_______TooOO )

To B CONTINOUE ครับ

ปล. ตัดไปตัดมาทำให้อ่านแล้วงงรึเปล่า ?

: : KONSEKI : : [SF]

» Title : : : KONSEKI : : [SF #REGRET Sakurai's part]
» Cast : Sakurai Sho x [Ninomiya Kazunari]
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------


หมายเหตุ :: เรื่องนี้เป็นซากุไรพาร์ทของREGRET เพราะฉะนั้นขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านREGRETก่อนอ่านพาร์ทนี้ครับผม

ขอความกรุณาด้วยครับ m( _ _ )m



-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------



" โชคุง.. . "
" กลับกันเถอะนะ! วันนี้เสร็จธุระเร็วมากกกกกกกกกก ฮะ ฮะ ฮะ เหนื่อยมากใช่มั้ยล่ะ !?! อยากกินอะไรรึเปล่าจะทำให้ ? " เสียงใสๆของคนรักที่ทั้งพูดทั้งหัวเราะรวบเข้าไปในประโยคเดียวแสดงถึงความสดใสร่าเริง ทำให้อดหัวเราะตามไปไม่ได้
" โทมะอยากกินอะไรล่ะ ? จะทำเองเลยหรอ ? ไหนว่าเหนื่อย ? หรืออยากให้ผมทำให้เหนื่อยกันหืม ? "
" บ้า !!! "

. . . สองคนเดินเคียงกันไปเหมือนหลายวันที่เคยเวียนผ่าน แต่..ใจยังคงคุ้นเคยกับเสียงเบาบางที่เรียกหา " โช ". . .
. . . กระชับมือบอบบางอ่อนนุ่มกว่าใคร ทั้งที่ใจถวิลหามือเล็กป้อมปลายนิ้วด้านด้วยสายกีต้าร์ . . .

. . . ท้องฟ้าสีส้ม... ไม่เคยสวยได้เท่า... ยามมองพร้อม "คาซึนาริ" . . .


-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

“ นี่! เรานิโนมิยะ คาซึนาริ ขอนั่งข้างๆนะ ว่างอยู่ใช่รึเปล่า ? ” เสียงแสบใสสมวัยของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นข้างหู... คนๆนี้จะกลายเป็นเพื่อนใหม่ของเรารึเปล่านะ...

" โช.. หนุนตักแกได้ป่ะ ..? " เสียงเล็กที่เพิ่งจะคุ้นเคยไม่นาน กลับกลายเป็นสำเนียงอ้อนๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...

. . . คาซึนาริ . . .

...เราจำชื่อนี้จนขึ้นใจได้เมื่อไหร่กัน เสียงของเราคุ้นเคยกับคำๆนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... . .

" คาซึนาริยังไม่กลับบ้านหรอ หรือรอใครมารับ " เสียงแหบห้าวตามแบบเด็กผู้ชาย เรียกชื่อที่มีแต่เค้าที่ได้เรียก
" เปล่า.. "

. . . ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่อบอุ่นทุกครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่า เราเป็นคนเดียวที่มีโอกาสได้เอ่ยเสียงคำๆนี้ คำว่า "คาซึนาริ". . .
. . . ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ็บปวดทุกครั้ง เมื่อนัยน์ตาเหงาเศร้าหันมาสบกัน แล้วปฏิเสธทุกความหวังดีของเราด้วยคำว่า "เปล่า" . . .

. . . ทำไมเหงาอย่างนั้นนะสายตา . . .

" กลับด้วยกันมั้ย คาซึนาริ ? " เสี่ยงอีกครั้งได้มั้ยหัวใจ ถ้าจะถูกปฏิเสธอีกครั้ง ใจยังจะทนได้มั้ย...
" ได้หรอ. . .โช " ได้สิ... คำๆนี้ติดอยู่ในใจ ก่อนจะยื่นมือใหญ่รอรับอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้อุ่นใจต่อกัน.. . .

. . . ถ้าใจคนเรา เล็กเท่ากำปั้น.. ใจคาซึนาริคงเล็กนิดเดียว . . .
. . .และถ้ามือของเด็กชายคนนี้ใหญ่พอจะกอบกุมมือเล็กนี้ได้.. คนที่ชื่อ"ซากุไร โช"คนนี้ จะโอบกอดใจดวงน้อยของคนตัวเล็กไว้ได้รึเปล่า. . .
. . . จะ "รัก" คาซึนาริได้รึเปล่า . . .
. . . และใจบอบบางของคาซึนารื จะรับความรักของซากุไร โช... ได้รึเปล่า . . .

.. สองมือกอบกุมกันไว้ให้อบอุ่นใจ รอยยิ้มใสๆผุดขึ้นยามเมื่อสบตา เดินเคียงข้างกันไม่ห่าง บรรยากาศรอบข้างไม่เคยเปลี่ยนไป เหมือนความอบอุ่นในใจที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง... . .

" คาซึนาริชอบท้องฟ้าหรอ ? "
" อื้ม.. . " น้ำเสียงเล็กดูจะตั้งอกตั้งใจตอบคำถาม ทำเอาเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าหันกลับไปมองอีกฝ่ายอย่างจงใจ
" หืม.. ? "
" . . . "
" . . . "
" จะถามว่าทำไมน่ะหรอ ? ไม่มีเหตุผลหรอกรู้แต่ว่าชอบ " พอตอบเสร็จริมฝีปากบางก็เม้มเข้าเป็นเส้นตรงเห็นเป็นลักยิ้มตรงแก้มใสเปล่งเสียงหัวเราะคิกคักน่ารัก จนไม่อยากถอนสายตา

" งั้น.. ."
" หืม.. ? "
" . . . งั้น.. "
" งั้นชั้นจะให้คาซึนาริดูท้องฟ้าจนพอใจก่อนกลับบ้านทุกวันเลยดีมั้ย ? " เอ่ยคำสัญญาออกไปทำให้คนที่หัวเราะอยู่เมื่อครู่หันมามองกันด้วยสายตายินดี แล้วยิ้มจนแก้มบุบไปอีกรอบ

" แต่ชั้นคงให้คาซึนาริดูได้แค่ท้องฟ้าสีส้มนะ เพราะตอนกลางวันคงไม่มีเวลามาดูกัน เราดูได้แค่ท้องฟ้าตอนเย็นที่เป็นสีส้มๆเท่านั้นเอง " แม้จะมีเงื่อนไขบ้างแต่คาซึนาริที่อยู่ข้างกันก็ได้แต่อมยิ้มยินดีแล้วซุกหาอ้อมอกซากุไร โชเป็นเชิงอ้อน
" อื่อ.. ไม่เป็นไร อยากดูท้องฟ้ากับโช " ริ้วสีแดงจางๆซับบนแก้วนวลของคนตัวเล็ก ..น่ารักน่าทะนุถนอม..


. . . แก้วตาดวงน้อย ไร้รอยเหงาไปในที่สุด เพียงเพราะคนที่เคียงข้างคือ "โช". . .

. . . สมใจแล้วสินะ ซากุไร. . .

-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

. . .

" .. . ...อืม... .. " แสงแดดอบอุ่นยามเช้าลอดผ่านม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาคม ปลุกเจ้าของห้องให้ทันได้สติ
" . . . "

" ฝันไปหรอกหรอ.. . . " เสียงแหบแห้งเหมือนทุกเช้าเปรยขึ้นบางเบา..

..ทำไมถึงฝันเหมือนเดิมทุกวัน..

..ทำไมน้ำตาถึงไหลทุกครั้งที่ฝัน..

.. . .และทำไม.. รอยยิ้มของคาซึนาริ ถึงเป็นไปได้แค่ความฝัน. . .

" โชคุงงงงงงงงงงง " เสียงหวานใสสะท้อนดังจากในห้องครัวเรียกเอาสติของคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงกลับมาที่ตัว ทำให้น้ำตาของซากุไร โชถูกเก็บกลับเข้าที่ ทำให้ความทรงจำหายไปอีกครั้งในกาลเวลา
" ครับ ?? " ตอบรับน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะเดินออกมาหาคนตัวเล็กอีกคนที่กำลังง่วนกับการจัดข้าวเช้าบนโต๊ะ
" เช้านี้มีอะไรให้กินเอ่ย ?? "
" . . . . "
" ว่าไงครับโทมะ ? "
" .. ...อื้ม ! เปล่า ทานข้าวเช้าเลยมั้ย ? " ปลายเสียงเบาเงียบลงเล็กน้อยผิดวิสัยคนตรงหน้าทำให้คนที่พึ่งตื่นผิดสังเกตเอาเล็กน้อย
" มีอะไรรึเปล่า ? "
" . . . "
" . . . ไม่มีอะไรหรอกโชคุง ทานข้าวเถอะ.. " คนตัวเล็กตัดบทกดไหล่คนตัวสูงกว่าให้ลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเหมือนทุกเช้า ภาพความสดใสตรงหน้าซ้อนทับกับใบหน้าอ่อนใสของใครอีกคน ดวงตาเปล่งประกายให้ความรู้สึกต่างจากร่องรอยความเหงาเศร้าที่เคยเห็น .. อยากเห็นรอยยิ้มของคาซึนาริ อีกซักครั้ง ..

" โชคุงงานหนักหรอ ? " เสียงใสถามขัดความเงียบระหว่างทานข้าว
" หืม ? "
" ก็เห็นขอบตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ ไหวรึเปล่า ? "
" เอ๋ ? เปล่านี้ " ทิ้งท้ายคำตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่คนข้างหน้าเคยชินที่สายตา
" นี่โชคุง ผมมีคนอยากแนะนำให้รู้จักล่ะ ! เค้าเป็นนักดนตรีอยู่บริษัทเดียวกับผม นิสัยดีนะ ตัวเล็กๆ .. .. .. . . "

..." คาซึนาริ! นี่ไอบะจัง เพื่อนห้องเดียวกับพวกเรา เค้านั่งอยู่ตรงโน้นอ่ะ รู้จักกันไว้นะ " เสียงสะท้อนของตัวเองในอดีตซ้อนทับกับเสียงเจื้อยแจ้วของอีกคน
..." คาซึ! เดี่ยวกลางวันนี้นายไปกินข้าวคนเดียวได้ป่ะ? ชั้นจะไปเล่นกับไอบะจังอ่ะ " ทำให้ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดตรงที่เดิมกลับมาอีกครั้ง จำได้ว่าหลังจากนั้นคาซึนาริก็หันไปคบกับเด็กห้องข้างๆ ตาสีอ่อนบอบบางทอแววหม่นเศร้าลงเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน และมองไม่เห็นซากุไร โชในดวงตาคู่นั้นอีกเลย ..

... " คาซึนาริ ! จะไปไหนวะ ? " ...
... " ไปหาโอโนะ ห้อง2 " ...

. . . มองไม่เห็นคาซึนาริที่เรียกหา "โช" อีกเลย . . .

. . . พูดออกไปไม่ได้หรอก.. ต่อให้"รัก"ก็พูดออกไปไม่ได้ . . .
. . . เพราะคาซึนาริไม่ต้องการ"รัก"ของซากุไร โช . . .

" เอ้ย ! แกสองคนจะตัวติดกันไปถึงไหนวะ เป็นแฟนกันหรอนิโนมิยะ ! " .. เสียงสนับสนุนจากเพื่อนในห้องตะโดนขึ้นท่ามกลางความโหวกเหวก ทำให้ใจคนคนหนั่งสั่นไหว ทำให้ดวงตาของใครอีกคนไหวระริก ซากุไร โชได้แต่เฝ้ารอคำตอบด้วยใจระทึกรีบหันไปสบกับตาสีอ่อนสวยที่ทอประกายเหงาเศร้ากว่าทุกครั้งที่ได้เห็น .

. .ทำไม. . .

" ไม่ล่ะ.. ไม่คิดจะรักผู้ชายด้วยกัน " น้ำเสียงเล็กตอบแผ่วเบาตามนิสัย ก่อนมือเล็กจะออกแรงส่งให้ลำตัวบอบบางก้าวผ่านวงกบหน้าต่างห้องเรียนที่เชื่อมต่อคาซึนาริกับท้องฟ้าสีส้มที่คาซึนาริชอบมองอยู่เสมอๆ ทำให้ใจอีกคนที่เฝ้ารอคำตอบสลาย

. . . ไม่รู้หรอกว่าทำไมตาของคาซึนาริถึงเหงามากขึ้น ไม่สนแล้ว เพราะใจตัวเองตอนนี้มันแตกไปแล้ว ไม่เหลือเป็นก้อนเนื้อให้รู้สึกอะไรอีกแล้ว . . . และอีกครั้งที่จะไม่เหลือใจให้เจ็บ ..

" คาซึ ทำไมนายให้โอโนะยืมไปล่ะ ทีชั้นยังไม่เคยได้แตะมันเลยนะ !?! " ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย.. ปิ๊กกีต้าร์ที่นายเคยรักและหวงเป็นที่หนึ่งไม่ว่าใครนายก็ไม่เคยยอมให้แตะ แม้แต่ชั้น.. .. ทำไมล่ะคาซึนาริ .. ไม่มีซากุไร โชคนนี้ในสายตานายอีกแล้วหรอ ? ..เย็นชาเกินไปรึเปล่า.. สุดท้ายแล้วทั้งมือทั้งใจของคนๆนี้มันก็แค่เศษดินเศษหญ้าของนายสินะ ขอโทษที่ชั้นเป็นท้องฟ้าให้นายไม่ได้ ถ้าแบบนี้ชั้นจะไม่มาอยู่ให้รกสายตานายเลย ลาก่อน..คาซึนาริ

" เฮ้ยยยยย !!!!!! " เสียงโหวกเหวกของคนในกลุ่มกำลังถามและรุมประนามความบ้าระห่ำของเพื่อนสนิทที่เมาคัตเตอร์กรีดที่หลังมือของตัวเอง
" ไอ่บ้าบ่ะ แกเป็นไรวะ กรีดทำบ้าอะไร !?????! " ตอนแรกสุดเคยคิดว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เง่าเกินทน แต่นานเข้าผ่านไปตัวเองกลับตกลงใจทำในเรื่องเดียวกัน แน่นอนว่าเหตุผลมันมี แต่มันคงเป็นเหตุผลที่อ่อนไปหน่อยสำหรับคนทั่วไป เหตุผลง่ายๆที่ว่า...ให้มันเจ็บที่อื่นซะบ้าง จะได้รู้ว่าอวัยวะส่วนอื่นก็เจ็บได้ นอกจาก -หัวใจ-

" ไอ้โช ! แกไปบ้ากรีดตามไอบะมันทำไมวะ!???????????????????! "
" แกเป็นอะไร พูดออกมาดิ ! ทำไมต้องทำแบบนั้น "
" ไอบะ แกใช่มั้ยที่ทำให้ไอโชมันเป็นแบบนี้ "
.. หลายเสียงหลายความคิดของเพื่อนในกลุ่มอาจจะสะเทือนใจกันไปบ้างแต่คงไม่มากเท่าเสียงของ...คาซึนาริ...

เพี๊ยะ !!!!!! เสียงกระทบกันของฝ่ามือบอบบางกับใบหน้าคมสัน น้ำอุ่นรื้นขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงมาตามแก้มอ่อนใสทำเอาคนใจแข็งสั่นไหว

" นายเป็นบ้าอะไรวะโช โง่ขนาดต้องเอามีดกรีดมือตัวเองเลยรึไง " เสียงที่เคยสดใส สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ตวาดออกมาเสียงดังลั่น

... จะมาสนใจกันทำไมล่ะ คาซึนาริ ... นายไม่สนใจจะรักผู้ชายไม่ใช่หรอ แล้วจะมาแสดงความห่วงใยอะไรกันตอนนี้ กลับไปห่วงท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ไม่มีชั้นเป็นส่วนประกอบดีกว่ามั้ย ทิ้งกันเอาไว้ อย่ามาให้ความหวังกันอีก ..มันเจ็บ.. เจ็บจนชา เจ็บจนไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้อีก ...

" ไม่เกี่ยวกับนาย นิโนมิยะ " ชั้นจะลบคำว่า"คาซึนาริ"ออกไปจากหัวใจให้หมด พอกันที...


. . .

" คุง.... โชคุง... โชคุง ! "
" ครับ !? "
" เหม่ออะไรน่ะ " เสียงหวานของโทมะเรียกเอา"โชคุง" กลับคืนสู่ปัจจุบัน
" จะไปทำงานไหวหรอ ? นอนพักก่อนมั้ย ? "
" เอ๊ะ ? อ๋ออ.. ไม่เป็นไร ว่าแต่โทมะเถอะ ใครกันหรอคนที่จะแนะนำให้รู้จัก ? " เสียงอุ่นทุ้มทอดสายสนทนาเนืองๆพอให้รู้ว่ายังสนใจกันอยู่
" ไม่ได้ฟังกันเลยหรอ ? ใจร้ายที่สุดเลย " คนตัวเล็กตัดพ้อพอน่ารักก่อนจะขยายความให้อีกคนได้รู้ถึงสิ่งที่เค้าจะพูด
" เค้าชื่อนิโนมิยะ... นิโนมิยะ คาซึนาริ... ตัวเล็กนิดเดียวเอง น่ารักมากเลยนะ "

" คาซึนาริ ! " น้ำเสียงทุ้มที่แตกพร่าอย่างไม่อาจสะกดกั้นอารมณ์ทำให้คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มหยันตัวเอง
" อื้ม ! นิโนมิยะ คาซึนาริ.. "

" . . . "

" . . . "

" . . . "

" โชคุงกำลังคิดถึงนิโนะคุงอยู่ล่ะสิ " ...รู้ดี...ทุกวันทุกคืน โชคุงนึกถึงใคร.. ใครที่ทำให้โชคุงนอนไม่หลับ นอนไม่พอ.. มีแค่ - คาซึนาริ - เท่านั้นเอง


" ไม่ใช่หรอกนะ... ตอนแรกที่ผมได้ยินชื่อก็คิดอยู่เหมือนกัน แถมเล่นกีต้าร์เหมือนกันด้วย แต่ไม่ใช่หรอก.. แค่ชื่อเหมือนน่ะ " สิ้นเสียงหวานนัตน์ตาคมของโชก็สลดลงพลัน .. ปาฏิหารไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆเสมอไป

... สองคนยังนั่งทานเข้าด้วยกันคล้ายทุกวัน ทุกวันที่มีโทมะกับ"โชคุง" ทุกวันที่ในหัวของ"โชคุง"มีแค่ -โช-กับ-คาซึนาริ- ...

" โชคุงรักนิโนะคุงหรอครับ " น้ำเสียงหวานที่เคยสดใสกลับดูแผ่วไปในความรู้สึก...
" หืม ? "
" . . . "
" คิดอะไรน่ะเรา เรื่องมันผ่านไปนานแล้วนะ " คงด้วยพื้นนิสัยเป็นเพียงชายอบอุ่น นิ้วเรียวยาวจึงไล้เรียงแก้มอ่อนใสของคนตัวเล็กให้รับรู้ถึงความอบอุ่น...แต่บางที..คงามอบอุ่นที่"โชคุง"แสดงออกมา มันกลับยิ่งทำให้คนข้างหน้าใจสั่นไหว

" . . . "

.. สบตาแผ่วเบา ริมฝีปากเม้มแน่น กดทับทุกความรู้สึก น้ำตาเม็ดสวยคลอหน่อยในดวงตา เพราะยังไม่ถึงเวลาจะทิ้งตัว ..

.. น้ำเสียงที่เคยหวานใสกลับเปลี่ยนคล้ายรสขม ขื่นใจคนฟัง ขื่นคอคนพูด กลั้นใจครั้งสุดท้ายก่อนเอ่ยคำลา ..


" เรื่องมันผ่านมานานแล้วงั้นหรอครับ... "


" งั้นเรื่องมันผ่านมานาน และโชคุงก็นอนไม่หลับมานาน มันเป็นเรื่องบังเอิญหรอครับ... "

" และเรื่องมันผ่านมานาน แต่ใจโชคุงไม่เคยมีผม มันเป็นเรื่องบังเอิญหรอครับ... "

" . . . "

" ทั้งๆที่เรื่องมันผ่านมานาน ท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปทุกวัน แต่ใจโชคุงไม่เปลียนแปลงไปเลยซักนิด...ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรอครับ... "



" . . . "



" ผมมีอย่างนึงอยากจะให้โชคุงเพราะมันมีคนฝากมาให้เมื่อไม่นานมานี้ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นจริง แต่ความรู้สึกของโชคุงที่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญคงให้คำตอบกับผมได้.. "

" นี่ครับ " เสียงหวานสั่นครืออย่างไร้ทิศทาง นิ้วมือบอบบางสั่นระริก ยื่นกระดาษโน้ตสีอ่อนใบเล็กซึ่งถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจบรรจงนัก

. . .





" . . . "
" โกหกให้มั้ยโทมะ.. เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นโทมะแค่แกล้งล้อเล่นใช่มั้ย ? บอกชั้นสิ !! "


.. นิ้วมือเรียวที่เคยใช้ประคองอีกฝ่ายที่บอบบางกำลังบดขยี้ชิ้นกระดาษเย็นชาจนแทบสลาย ดวงตาคมทอประกายหวาดหวั่นเศร้าหมองแทนที่ความอบอุ่นลึกซึ้งเมื่อยามสบตา สองขายาวก้าวไปให้เร็วที่สุดเท่าที่แรงส่งจะมี ทิ้งให้โทมะนั่งพับเข่าเพียงลำพังบนพื้นพรมห้อง ห้องที่เคยอยู่กันด้วยสองชีวิตหนึ่งใจ แต่ตอนนี้ไม่เหลือแม้ใจใครซักคน น้ำตาที่ไม่ต้องเคยมีกลับล้นทะลักอย่างห้ามไม่อยู่...นี่ไงคำตอบของโชคุงที่ผมรู้ตัวดีแต่เลือกที่จะปฏิเสธมันมาตลอด...

.. เสียงฝีเท้าหนักหน่วงไร้จังหวะ สับสนดิ้นรนไม่มั่นคงไม่ต่างจากที่ใจกำลังรู้สึก ถึงซักทีเถอะ ขอร้องล่ะ...ให้ชั้นได้มีโอกาสพูดคำนั้นออกมา มือสองข้างตระกรองกอดร่างแทบไร้วิญญาณ เกือบสิ้นลมหายใจของร่างบอบบางที่ใจเฝ้าหา..

" ตื่นมาสิคาซึนาริ "
" ตื่นมาฟังคำขอโทษของชั้น "
" ตื่นมามองท้องฟ้าสีส้มที่นายชอบกันชั้นสิ "

" ตื่นมามองชั้นด้วยสายตาเรียบเฉยเหมือนที่นายทำก็ได้ "



" ขอร้องล่ะ จะยังไงก็ได้ แค่ตื่นมาก็พอ....คาซึนาริ "





. . .



.. สองร่างเคียงข้างกันคล้ายอบอุ่น แสงจันทร์ยวงส่องสกาวแสงสดใส อกกว้างอ้อมแขนแกร่งพันธนาการอีกฝ่ายไว้ ดวงตาคมลอบมองอีกฝ่ายแผ่วเบา ริมฝีปากสีแดงชาดโบฉิมรสหวานจากแก้มนวลด้วยไร้เสียง หัวใจตระหนัก"รัก" ไม่เคยจาง รอเพียงซักวันจะได้เอ่ยมันออกมา ...

.. แต่สุดท้ายคงไม่มีทางมีวันนั้นอีกต่อไป "รัก...คาซึนาริ" ..


-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------


" นิโนมิยะ คาซึนาริประสบอุบัติเหตุเป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล๐๐๐ เค้าต้องการกำลังใจจากนาย ขอร้องล่ะนิโนะต้องการคุณจริงๆ ...มัตซึโมโต้ จุน "



end.


-------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

Ps. ไม่เศร้าหรอกเนอะ

: : 1st SMILE : : [SF]

» Title : : : 1st SMILE : : [ShORT FiCTiON# 1st SERIES]
» Cast : MATSUMOTOxAIBA MASAKI or AIBAxMATSUMOTO ?
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------





FaN FiCTiON เรื่องนี้ ขออุทิศแด่... ผู้ชายเริงร่าอย่างไอบะ มาซากิ
และผู้ชายยิ้มสวยอย่างมัตซึโมโต้ซัง v(^____________^)v



-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

. . ทำไมถึงยิ้มร่าได้ขนาดนั้นนะ. . น่ารำคาญชะมัด !!!! . .

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

“ฮิ้วววววว... ทุกคน มาทำงานกันแต่เช้าดีนะ สดใสสมใจวัยฉกรรจ์มากทุกชีวิต !” เสียงดังกังวาลของผู้ชายตัวเล็ก The super LEADER แห่งอาราชิ ดังขึ้นอย่างสดใสในห้องประชุมหมายเลข3 ของบริษัทJ-strom เรียกความสนใจจากอีก4คนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
“เอาล่ะ! นี่ตารางงานรวมๆนะ ดูดีๆ ลองเทียบกับตารางเดี่ยวของตัวเอง แล้วพูดมาซะดีๆว่า มาโกะมาโกะคราวนี้ ไผว่างงงงงงงง!!!!!” อ๊ะแหม.... คิดว่าทุกคนหรอที่จะหลบงาน ลีดเดอร์ลองสังเกตดีๆสิ เอ๊ะๆๆๆ อ๊ะ! นั่นไงๆ

“ชั้นเอง ชั้นเอง ชั้นว่างๆ จะทำๆ นะๆๆๆๆ ลีดเดอร์” เห็นมะอย่างน้อยก็มีหนึ่งชีวิตที่เสนอตัวเสนอใจเสนอจิตเรียกร้องอยากทำขนาดนี้ แล้วก็...
“ให้ชั้นคู่กับมัตซึจุนนะ!!!~ @(^_____________^)@” แล้วก็ลากเพื่อนมาอีกคนด้วย โดยไม่ทันได้สังเกตเล้ยยย ว่าตาคมๆของคนที่นายลากมามัน...ละห้อยละเหี่ยขนาดไหน

. . . ทำไมต้องชั้นว้า~ . . .

และดูมันจะละเหี่ยหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆในทันทีที่เห็นว่าโอจังสุดที่รักเริ่มใจอ่อนแล้วด้วยอีกต่างหาก
Oooo(TT__TT)ooOO
“นะๆๆ เห็นมั้ยลีดเดอร์ จุนคุงของลีดเดอร์ไม่เห็นปฏิเสธอะไรเลย นะๆๆ ไม่ดีใจหรอที่มีคนเต็มใจทำงานขนาดนี้โดยไม่ขอขึ้นเงินด้วยนะ !!~ ลองคิดดูนะถ้าเป็นนิโนะมันต้องบอกว่า...เงินก็ได้เท่ากัน ทำไมชั้นต้องลำบากกว่าพวกแกด้วยล่ะ.. ใช่ม้า~ เพราะงั้น ชั้นไปเอง !!! ^____^” หนุ่มร่างบางยังคงชักเมื่อน้ำแยงซีเกียงมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆโดยการหาพรรคหาพวก หรือหาเรื่องไปตามเรื่องตามราว จนในที่สุดลีดเดอร์ก็ยอมตกลงจนได้...ยัตต้า~ ...แต่ทำไมกันนะ ตามคมๆคิ้วเข้มๆมันทวีความอึ้ง ทึ่ง เหวอ ละเหี่ย ละห้อยหนักกว่าเดิมอีก ไปกับเพื่อนกันฝูงมันต้องร่าเริงสิแก !

. . . ทำไมผมต้องดูแลเด็กที่แก่กว่าตัวเองเกือบปีด้วยล่ะวะครับ. . .

. . . แต่แล้วสายตาละห้อยนั้นก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มไม่ระบุสัญชาติ เมื่อคนตัวบางหันกลับมายิ้มให้เมื่อตกลงกับลีดเดอร์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว. . .

. . .รู้สึกผิดชะมัด. . .

. . .เฮ้อออ. . .

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

“มัตซึจุน... ทำไมทำหน้าเซ็งจิตเยี่ยงนั้นล่ะ เห็นแล้วเครียดแทนเลย” พี่ใหญ่ของวงทักขึ้นเบาๆ พร้อมการตบบ่าเบาๆทักทายคนร่างสูงตรงหน้า
“เฮ้ยยย....” โอ๊ะ !?!
“โหยยยย... โอจัง ทำไมมาเงียบๆอ๊ะ ตกใจหมดเลย ” —“— อ้อ...พ่อหนุ่มเค้าตกใจ เราอย่าไปตกใจกับเค้าเลย ดูต่อดีกว่า เนอะๆ
“อ้าว.. ขอโทษแต่ไม่ชั้นไม่ได้มาเงียบๆนะ นายน่ะเหม่อเองต่างหาก --“--ว่าแต่เหม่อไร คิดไรอยู่? เพื่อนเพิ่นทักไม่ได้ยินแบบนี้เนี่ย”
“เอ๊ะ.. อ๋อ เปล่า...”
“มีไรก็บอกได้นะ! ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ ได้ขี้ก็ยังดี” ..เดี๋ยว! ลีดเดอร์ ทำไมต้องขี้ !?!
“...ได้ระบายไง เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจกันหรอ?? โง่นี่~ “ . . .ขอบใจนะลีดเดอร์ -----“------

..คำตักเตือนของพี่ใหญ่ทำให้น้องเล็กพยักหน้าหงิกหงัก . . แต่น้ำท่วมปากแบบนี้ก็พูดอะไรไม่ออกนี่นา..
. . .จะให้บอกหรอว่ารำคาญเพื่อนร่วมวงอย่าง ไอบะ มาซากิ โหยยย เดี๋ยวคนแก่ก็คิดมากเอาเปล่าๆ. . .

. . .หนักใจชะมัด. . .

. . .เฮ้ออออออออออ. . .

“เอ้อออ... ว่าแต่ช่วงนี้หน้าเครียดๆนะ อยากแก่เร็วหรอ? คิ้วขมวดแบบนี้น่ะ”..ก็แล้วจะให้บอกหรอว่าเป็นเพราะไอบะจังของลีดเด..อ..ร์
“มิน่าล่ะ. . ไอบะจังบ่นว่าเป็นห่วง ชั้นก็เพิ่งสังเกตวันนี้แหละว่าคิ้วนายขมวดขนาดนี้..” . . เห. . ไอบะจังอ่ะนะ . . เป็นห่วง อย่ามาล้อเล่นน่ะ! ก็หมอนั่นน่ะแหละที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้นะลีดเดอร์ เล่นมาเกาะผมเช้า-เย็นแบบนี้เนี่ยยยยย !!!!!!!! ลองคิดดูเซ่

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

“อ๊า...อรุณสวัสดิ์ โดเมียวจุน! “ . . . ไม่เอาชื่อนี้ได้มั้ย –“—
“นี่มัตซึโมโต้ซางงงงงง... คราวหน้านายขอร้องลีดเดอร์ให้ช่วยจัดการช่วง A no ให้หน่อยเด้!~ ถ้านายช่วยนะ รับรอง ! ลีดเดอร์ต้องยอมแน่ๆ นะสุดหล่อนะ ^________^” . . .แกก็ทำเองเด่ะ ไอ่super idol!
“นี่จุน~ นิโนะแกล้งชั้นอีกแล้วอ่ะ นายจัดการให้หน่อยดิ นะ นะๆๆ น้า~” . . . ถ้าชั้นไปจัดการมันให้แก มันก็จัดการชั้นกลับดิวะ เรื่องอะไรของชั้นกันเล่า! ! !
. . .แล้วก็. . .
“มัตซึจุน”
“มัตซึจุน”
“มัตซึจุน”
. . .หรือไม่ก็. . .
“จุนคุง”
“จุนคุง”
. . .และ. . .
“จุนคุง คราวหน้าไปออกโลเกะกันนะ”
.
.
.
. . .ดูมันดิคู้ณณณณณณ. . .

. . . โฮ...ไม่เอาแล้วได้มั้ย ไอ่เสียงแหบเป็ดเนี่ย. . .

. . .ซวยชะมัด. . .

. . .เฮ้ออออออออออออออ. . .

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

. . .คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับนัก. . .
. . .ผมทำให้ลีดเดอร์เป็นห่วง. . ทำให้ไอบะจังที่ทำให้ผมหน้าหงิกอยู่นี่เป็นห่วง. . .
. . .เพราะผม. . .ทำให้ทุกคนปั่นป่วนรึเปล่านะ. . .
. . .เหนื่อยใจชะมัด. . .
. . .เฮ้ออออออออออออออ. . .



..หลังจากนั้นหลายวันผมได้วันหยุดยาวๆมา 2-3 วัน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้ กิน นอน เที่ยวให้หายเหนื่อยบ้าง. . . ก็รู้สึกดีนะ. . .แต่พอคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้แล้วก็เล่นเอาผมยิ้มไม่ออกไปเลย
..เรื่องไอบะจังที่เข้ามาป้วนเปี้ยนให้ลำบากใจนั่นก็มีส่วน แต่เรื่องโลเกะต่างหากล่ะ ที่ผมหนักใจที่สุด.. ต้องไปที่ๆไม่เคยไปแบบนั้น จะไหวมั้ยนะ งานหนักๆแบบนี้ไอบะจังจะไหวหรอ เกิดไม่สบายขึ้นมามันจะแย่น้า~.. . หรือจะเข้าบริษัทไปถามรายละเอียดอีกทีดีนะ.. โอ้ยยย..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว. . .

. . .เฮ้ออออออออออออออ. . .(ยังถอนหายใจอยู่อีกนะจุนคุง...)

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

..อ่ะ.. วันนี้แล้วสินะ ที่ต้องไปออกโลเกะ.
“ของครบมั้ยนะ? มาเลทไปรึเปล่า ? ไม่มั้งเนอะ ?” หนุ่มน้อยเนอะแนะกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อย(^____^) ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ.. และ
“มัตซึจุนนนนนนนน” นั่นไง...มันมาอีกแล้ว. .ยิ้มมาด้วย TT_______TT
. . ไอบะจังน่ะเหมือนพวกมีออร่า... ร่าเริงทั้งวันไม่พอ มันลากคนอื่นไปเริงร่ากะมันด้วย ต่อให้ไม่อยากก็ฝืนไม่ไหว เวลาที่เค้ายิ้มให้นะ.. เป็นอันต้องยิ้มตามทุกคน ต่อให้ไม่อยากก็เหอะ.. ผมเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปทุกครั้ง ไม่รู้ทำไม. .

. . . รู้สึกผิดชะมัดเลย. . .

. . . เฮ้ออออออออออออออออออออ. . .

“มัตซึจุน. . .ไม่สนุกหรอ?? หน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว. . .” เสียงแหบที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของอีกคนพร่าลงทุกที. .. อาจเพราะรอยยิ้มที่ปรากฏบนในหน้าคมมันดูแปร่งๆล่ะมั้ง. . .
“หงุดหงิดใจอะไรรึเปล่า??” คนตัวบางพยายามยิ้มให้อีกครั้ง พร้อมน้ำเสียงห่วงใย เผื่อว่าอีกคนจะสามารถยิ้มได้ในที่สุด. .
“เปล่า. . “เสียงขึ้นจมูกตอบห้วนๆ ก่อนจะยื่นมือใหญ่ออกไปขยี้หัวคนข้างๆอย่างใจดี จนหัวทองๆนุ่มๆนั่นแทบเสียทรว ทั้งที่กว่าจะเซ็ตได้ต้องใช้เวลาตั้ง 5นาทีแน่ะ. . .นานนะ !!!!

. . .พยายามยิ้มตอบกลับไปด้วยเหมือนถูกบังคับจากรอยยิ้มคนข้างหน้า.. มันยิ้มตามโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่อยากยิ้ม แต่ก็ยิ้มไม่รู้ทำไม. . .

. . .รู้สึกผิดนะที่ทำแบบนี้. . .

. . .เฮ้ออออออออออออออออออออออ. . .

. . .ผมควรจะเคลียร์กับเค้าไปเลยดีมั้ยนะ. . .
. . .ความรู้สึกผิดแบบนี้. . .
. . .ไม่อยากให้มันเพิ่มขึ้นอีกเลย. . .
. . .สารภาพมันออกไปได้มั้ยนะ. . .


“ไอบะจัง. . .” เสียงทุ้มเบาลงเล็กน้อยกับสายตาเหม่อลอย ดึงอาคนที่ยิ้มให้อีกฝ่าย หันมาสนใจในบทสนาที่กำลังจะเกิดขึ้น..
“อย่ายิ้มได้มั้ย. . .”

“. .เอ๊ะ !?!~ “
“ ชั้นเหนื่อย. . .”

“ เห็นนายยิ้มทีไร ชั้นต้องยิ้มกลับไปทุกที” เสียงทุ้มนิ่งลง ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนๆ
“รอยยิ้มของนาย มันเหมือนคำสั่งให้ร่างกายชั้นยิ้มตอบกลับไป ทั้งที่จริงๆแล้วชั้นไม่อยากยิ้มก็ตาม” เสียงถอนหายใจหนักๆ กับไหล่ที่ลู่ลงเป็นสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก่อนที่ลำแขนเล็กจะห่อหุ้มอีกฝ่ายเอาไว้ซุกในอก ก้มลงหอมผมนุ่มอีกคนหนักๆราวกับย้ำให้รู้ว่า. . .ไม่เป็นไร. . .

“ไม่ดีหรอ? ยิ้มเยอะๆจะได้มีความสุขไง? จุนไม่ชอบหรอ?”
“เหนื่อยต่างหากล่ะ. . .ยิ้มทั้งๆที่ไม่อยากยิ้ม. . บางทีก็ต้องยิ้มให้นายทั้งๆที่จริงๆแล้วรำคาญจนอยากจะไล่ให้ไปไกลๆ. . . แบบนี้มันเหนื่อย. . .มันรู้สึกผิด. . .”

. . .รู้สึกผิดบาปที่ต้องโกหกกันแบบนี้ รู้สึกผิดที่รำคาญนายทั้งๆที่นายกำลังยิ้มให้ชั้นอย่างอ่อนโยน... ชั้นไม่อยากรู้สึกแบบนั้นนะ.. มาซากิ. . .

“รำคาญชั้นหรอ? ใจร้ายนะเรา”
“ก็เดี๋ยวนี้ มาซากิชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนบ่อยๆนี่...ชั้นเหนื่อย..ไม่อยากดูแลเด็ก..”

. . .ถึงน้ำเสียงจะยังคงดูเหนื่อยอ่อน แต่แววหยอกล้อที่แฝงมา ทั้งที่มันเคยหายไปเมื่อนานมาแล้วก็กลับมาแล้ว.. คงเพราะได้ระบายความอัดอั้นออกมาบ้าง หรืออาจเพราะการกระทำของอีกฝ่ายที่ทำให้ผู้ชายตัวสูงรู้สึกอุ่นใจและรับรู้ได้ในความรู้สึกว่า”ไม่เป็นไร”ก็เป็นได้. .แต่จะอะไรก็เถอะ. . สำเร็จแล้วนะ ไอบะจัง. . .

“แต่ก็ดูแล แต่ก็ยิ้มนี่. . . ถึงจะยิ้มแบบแสยะบ้าง ยิ้มเศร้าๆบ้างก็ยังดี. . “
“ดียังไง? ดีที่ชั้นรำคาญนายหรอมาซากิ”
“เปล่า.. .. ดีที่นายยิ้มยังไงล่ะ”

. . .นายรู้ตัวรึเปล่าจุน. . ว่านายเอาแต่คิ้วขมวดมาตั้งแต่นิโนะขึ้นเครื่องไปLA จนมันกลับมาแล้ว คิ้วนายก็ยังขมวดอยู่. . ชั้นรู้ว่านายห่วง. . ว่านิโนะจะทำไหวรึเปล่าตัวคนเดียว. . นายห่วงอาราชิที่เหลือแค่4คนแบบนี้. . .ชั้นรู้ดี.. เพราะนายเป็นคนที่ห่วง”อาราชิ”มากที่สุด. . . แต่ชั้นก็อยากให้นายรู้เหมือนกันว่า. . .

“ชั้นเป็นห่วงจุน” เสียงแหบกังวาลขึ้นเบาๆข้าวหูอีกคน ทำให้คนที่ซุกอยู่กับอกบางยิ้มอ่อนๆออกมา ก่อนจะพัฒนาไปเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ
“ชั้นไม่อยากให้เด็กเป็นห่วงนะมาซากิ..” ตาคมเงยขึ้นสบกับแววตาอ่อนใสของอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น. .ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มบางๆให้อย่างจริงใจ. . .เอ๋!?!. . .รู้ได้ยังไงว่าจริงใจน่ะหรอ? ก็ตาคมๆนั้นมันยิ้มออกมาด้วยน่ะสิ. . ^___________^

“เอ๊ะ! นายเด็กกว่าชั้นนะ” อ้าว...ไหงรอยยิ้มมันย้ายไปอยู่บนหน้าหล่อ แล้วคิ้วขมวดๆมาอยู่ที่คนตัวบางแทนซะล่ะ????
...อ๊ะ... อ๋อออออออออ...ก็ผมสีทองๆของคนตัวบางมันยุ่งเหยิงไปหมดด้วยน้ำมือคนตัวสูงอีกคนซะแล้วน่ะสิ.. ก็คนตัวบางๆคนนี้อุตส่าห์ตื่นเร็วกว่าเดิม5นาทีเพื่อมาเซ็ตผมเชียวนะ!! คนตัวสูงใจร้ายยย TT__TT


“ขอบใจนะมาซากิ”


น้ำเสียงอุ่นๆดังขึ้นเบาๆพร้อมรอยยอ้มและเสียงหัวเราะของทั้งสองคนหลังจากสิ้นสุดสงครามเล่นหัวกันไปแล้ว

. . .ยิ้มซักทีนะ มัตซึจุน. . .
. . .สำเร็จแล้วสินะ. . .ไอบะจัง. . .

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

. . .เย็นวันนั้นไอบะจังบอกผมว่า นั่นเป็นรอยยิ้มจริงๆครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลย. . .
. . .แล้วยังบอกผมอีกว่า..แฟนๆมักจะบอกว่าชอบรอยยิ้มของผมที่สุด เพราะผมยิ้มสวย. ..ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริงรึเปล่า แต่ผม..ชักจะอยากยิ้มบ่อยๆแล้วสิ...
. . . แต่ว่า. . .

“มัตซึจุนลองเล่นนี่ได้ป่ะ???”
“มัตซึจุนช่วยทำนี่หน่อยดิ. . .”
“แว้กกกกกก... พรุ่งนี้ชั้นต้องไปเจอกับแรดล่ะ มันจะขวิดชั้นมั้ยอ่ะแก. . .(TT___TT)”
. . และ. . .
“มัตซึจุน”
“มัตซึจุน”
“มัตซึจุน”
. . .และ. . .
“มัตซึจุน”

. . .ไม่เอาแล้วโว้ยยย . . .ย . . .ยยยย. . .
. . .ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรของแกกันเล่ามาซากี๊~~~~~~~. . .
. . .มันเหนื่อยนะ !!! . . .

“ ก็จุนยิ้มสวยนี่ ยิ้มดิๆๆ แต่พรุ่งนี้แกต้องไปดูแรดกับชั้นนะ เร็วเด่ะจู้นนนนนนนนน”

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

จบเหอะ. . .

ปล.มัตซึจุน ยิ้มสวยจริงๆนะ v(^___________^)v

-------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------
end

: : REGRET : : [SF]

» Title : : : REGRET : : [ShORT FiCTiON]
» Cast : Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
-------------------- : : REGRET : : ---------





จะผิดรึเปล่านะ... ถ้าคนที่ผมรัก ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างๆผมตอนนี้

“นิโนะ..หิวรึเปล่า เอาอะไรมั้ย ?” น้ำเสียงห่วงใยที่คอยดูแลกันไม่ห่าง
“ผมรักนิโนะนะ” มือที่จับกันไว้ เหมือนเครื่องยืนยันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
“ผมก็รักจุน”

. . . โกหกออกไปซะแล้ว. . . . ขอโทษนะ. . .



======================================: : REGRET : :==========
: :6 ปีที่แล้ว : :

“นี่! เรานิโนมิยะ คาซึนาริ ขอนั่งข้างๆนะ ว่างอยู่ใช่รึเปล่า ?”
“อืม! เอาดิ”
. . . นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักกับเค้า เพื่อนคนแรกที่ผมเจอตอนม.ต้นปีหนึ่ง. . .

...จับมือกันไว้นะ...
...นอนตักแกได้ป่ะ ? ?...
. . . 2เส้นเสียงสดใส กระเง้ากระงอดกันไม่ห่าง ก่อนพระอาทิตย์จะจางหาย เราสองคนจูงมือเคียงคู่กันเสมอ...

“คาซึ.. ชั้นเจอรุ่นพี่คนนึงน่ารักมากเลยว่ะ ชื่ออิมาอิ อยู่ชมรมศิลปะ”
“แหม.... ชั้นชักอยากเข้าชมรมนี้แล้วสิน้า~....”
“ คาซึเข้าชมรมนี่ด้วยกันป่ะ ? จะได้อยู่ด้วยกันไง”
“ไม่อ่ะ... นายไปเหอะ ชั้นจะเข้าชมรมดนตรีว่ะ”
“อ้ออออออออ...เรื่องถนัดนายนี่นา งั้นไว้ตอนเย็นรอชั้นด้วยนะ เดี๋ยวกลับบ้านพร้อมกัน”
. . . น้ำเสียงกระตือรือร้น อย่างที่ผมไม่เคยได้ยิน พูดเรื่องเดิมๆของคนเดิมๆซ้ำๆกันทุกวัน.. ชักอิจฉารุ่นพี่คนนี้ซะแล้วสิ. . .
. . . ชมรมดนตรีหรอ..ไม่ได้อยากเข้าซักหน่อย ชั้นเล่นกีต้าร์คนเดียวแกก็รู้ ชั้นแค่ไม่อยากเห็นแกอยู่กับคนอื่นนี่ เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจหรอ . . .
. . . กลับบ้านด้วยกันงั้นหรอ แกรู้มั้ยว่าหลังจากวันนั้น เราสองคนแทบไม่ได้กลับบ้านด้วยกันอีกเลยด้วยซ้ำ. . .

. . .แม้แต่กินข้าว ชั้นยังต้องกินคนเดียวเลย เพราะแกอยากเจอรุ่นพี่น่ารักคนนั้นของแกไง. . .

. . .งี่เง่าชะมัด. . .



======================================: : REGRET : :==========
: : 5 ปีที่แล้ว : :

“คาซึ...ได้อยู่ห้องเดียวกันอีกแล้วเนอะ นายนั่งไหนอ่ะ ได้นั่งด้วยกัน” หมอนั่นเข้ามาทักผมตั้งแต่ผมเปิดประตูห้องเรียนด้วยซ้ำ
“นี่! นั่งนี่ได้ป่ะ ชั้นอยากนั่งหลังๆหน่อย คาซึอยากนั่งติดหน้าต่างนี่” ลำแขนแกร่งไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าแรงมันเยอะกว่าผม ทั้งดึงทั้งลากถู่ลู่ถูกังผมไปยังที่นั่งที่เค้าอยากนั่ง เพื่อให้เรานั่งข้างกันอีกครั้ง
. . . ม.2แล้ว เรายังนั่งข้างกันทุกคาบเรียนเหมือนเดิม เดินจูงมือกันไม่ห่างเหมือนทุกครั้ง ถึงมันจะน้อยลงไปแล้วกันเถอะนะ. . .

“คาซึนาริ! นี่ไอบะจัง เพื่อนห้องเดียวกับพวกเรา เค้านั่งอยู่ตรงโน้นอ่ะ รู้จักกันไว้นะ”
“คาซึ! เดี่ยวกลางวันนี้นายไปกินข้าวคนเดียวได้ป่ะ? ชั้นจะไปเล่นกับไอบะจังอ่ะ”
. . . นายรู้รึเปล่าว่าหลังจากนั้น นายก็เอาแต่เล่นกับไอ่หน้ากระต่ายนั่นตลอดเวลา. . .

“คาซึนาริ.... ชั้นขอโทษ ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวอีกแล้ว แกหันมาคุยกับชั้นเหมือนเดิมเหอะ” ผมจำได้ไม่ชัดว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น จำได้ลางๆแค่ว่าเค้าร้องไห้ในวันที่ผมเหนื่อยเกินกว่าจะสนใจความกลมเกลียวของหมอนั่นกับไอบะจังของเค้า
“ช่างเหอะ.. ชินแล้ว” ผมตอบกลับไปด้วยเสียงสะอื้นไม่ต่างกัน และสิ่งที่ตามมาจากคำตอบของผมคือคำสัญญาจากเค้าว่าจะไม่ห่างกันไปไหนอีก
. . . แต่ผมคงดีใจกว่านี้ถ้าไม่เพราะ 2วันหลังจากนั้น เค้าก็กลับไปอยู่กับไอบะจังของเค้าอีก . . .

“คาซึนาริ ! จะไปไหนวะ ?” เสียงแหบทุ้มดังโหวกเหวกท่ามกลางกลุ่มเพื่อนฝูงที่มักจะรายล้อมเค้าไว้เสมอ ทำให้สายตาของทุกสิ่งมีชีวิตตรงนั้น พุ่งมาที่ผมเป็นตาเดียว
“ไปหาโอโนะ ห้อง2” ผมตอบกลับไปเรียบๆตามประสา ก็ปกตินีที่ผมจะไปเล่นที่ห้องข้างๆ
“อีกแล้วหรอ” เสียงห้าวนั่นเบาบางลง แต่ผมไม่ทันได้สังเกตเห็น
. . .เออ อีกแล้ว เหมือนที่แกอยู่แต่กับไอบะจังกับกระดานวาดรูปของแกอีกแล้วไงล่ะ . . .

...ช่วงหลังๆผมค่อยๆสนิทกับโอโนะ ซาโตชิห้องข้างๆมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหมอนั่นคุยง่าย และอีกอย่าง... มันทำให้ผมไม่ต้องเห็นตอนที่เค้าคนนั้นยิ้มระรื่นอยู่กับคนอื่น...

. . . ปีนี้เราแทบไม่ได้เดินจับมือกันในตอนเย็นอีกแล้ว อีกอย่างปีนี้เป็นปีสุดท้ายของรุ่นพี่อิมาอิที่น่ารักของหมอนั่นแล้วนี่ เค้าเลยอุทิศตัวอยู่ชมรมจนดึกเกือบทุกวัน. . .
. . . เค้าเลือกที่จะเอาเวลาที่มือของเราที่เคยจับกันไว้ไปจับอุปกรณ์ทาสี เพื่อให้รุ่นพี่ดีใจ ในขณะที่ผมได้แต่มองพระอาทิตย์ที่เคยมองกันสองคน เพียงคนเดียว . . .
. . . ปีนี้เราแทบไม่ได้กินข้าวกลางวันด้วยกัน เพราะเค้าอยากเล่นบาสกับไอบะจังของเค้ามากกว่ากินกับผม. . .




======================================: : REGRET : :==========
: : 4 ปีที่แล้ว : :

. . . ผมกับเค้ายังเรียนอยู่ห้องเดียวกันอีกครั้ง แต่ไม่ได้นั่นข้างกันอีกแล้ว. . .
. . . เค้านั่งกับไอบะจังของเค้า ในขณะที่ผม...นั่งคู่กับใครก็ไม่รู้ที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน. . .
. . . ส่วนโอโนะคุง ย้ายไปเรียนคนละตึก . . .

... แต่ด้วยความที่ผมสนิทกับคนยาก ผมเลยเลือกที่จะเดินข้ามตึกไปทุกครั้งที่พัก แทนที่จะหันมาคุยกับไอ่คนข้างๆผม...
...วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ จนถึงวันที่ผมไม่แน่ว่า หัวหมอนั่นกระแทกกับพื้นห้องน้ำตอนอาบน้ำเมื่อเช้ารึเปล่า...
“คาซึนาริ สร้อยนายสวยจัง” นั่นไง ผมบอกแล้วว่าต้องหัวกระแทกมาแน่ๆ ผ่านมาเป็นชาติ เพิ่งมาคุยกับผมเนี่ย
“ชอบก็เอาไปดิ เบื่อเมื่อไหร่ก็เอามาคืนแล้วกัน” เอ๊ะ....ผมให้เค้าง่ายไปงั้นหรอ ไม่หรอก...ผมเชื่อว่าหมอนั่นจะเห็นความสำคัญของมันไม่ต่างจากผม แต่รู้อะไรมั้ย..ผมคิดผิดล่ะ...

“ขอโทษนะ คาซึนาริ... ชั้นเห็นพี่เค้าชอบเลยให้ไปก่อน แล้วค่อยซื้ออันใหม่มันให้นายแทน อีกอย่างชั้นไม่รู้นี่นาว่าสร้อยเส้นนั้นของนายจะเป็นของหายากขนาดนั้น...”
นั่นล่ะ 1เดือนหลังจากที่สร้อยของผมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมัน ก่อนจะกลายสภาพเป็นของรุ่นพี่อิมาอิคนดีที่กลับมาเยี่ยมโรงเรียนเมื่อ2วันที่แล้ว
. . .ผมเสียใจ . . .

“คาซึ ทำไมนายให้โอโนะยืมไปล่ะ ทีชั้นยังไม่เคยได้แตะมันเลยนะ !?!” หมอนั่นโวยวายกับผมหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมให้โอโนะคุง ยืมปิ๊กกีต้าร์อันโปรดของผมไป
....แหงล่ะ... ถ้าให้มันยืมแล้วมันเอาไปให้คนอื่นอีก ผมคงต้องเจ็บใจซ้ำสองแน่ ไม่เอาหรอก....
. . . แต่ผมลืมมองสายตาเจ็บปวดที่หมอนั่นมองมาที่ผม ที่คนที่แตะต้องของสำคัญของผมเป็นคนอื่น ไม่ใช่เค้า . . .

“เฮ้ยยยยย !!!!!! ไอ่บ้าบ่ะ แกเป็นไรวะ กรีดทำบ้าอะไร !?????!” เพื่อนในกลุ่มของผมโวยวายเมื่อเห็นแผลที่หลังมือของไอ่กระต่ายป่านั่น
แน่นอน ไอบะเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของผม ถึงแม้เราจะไม่สนิทกันก็เหอะ แต่ผมมันเพื่อนน้อย เลยคบมันแต่กลุ่มเดิมๆ และแน่นอน หลังมือไอบะ ไม่ใช่หลังหัวผม ผมเลยไม่ค่อยเดือดร้อนกับมันเท่าไหร่ ถ้าไม่เพียงว่าหลังจากนั้นไม่นานไอ้รื่องนี้ก็ทำให้ผมต้องมาเดือดร้อนกับมันจนได้ เพราะ...
“ไอ้โช ! แกไปบ้ากรีดตามไอบะมันทำไมวะ!???????????????????!”
....ใช่ ผมเดือดร้อนเพราะเค้าเองก็เริ่มกระบวนการทำร้ายตัวเองตามไอบะจังของเค้าไปซะแล้ว...
. . . ผมเสียใจอีกแล้ว. . .
เพี๊ยะ !!!!!! เสียงกระทบกันของฝ่ามือบอบบางกับใบหน้าคมสัน สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของมือเรียวนั่นเล็กน้อย มันเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับใจดวงเล็กที่เท่าฝ่ามือนั่นกำเอาไว้ เพราะ.....มันเจ็บจนชา..... น้ำอุ่นรื้นขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงมาตามแก้มอ่อนใส
“นายเป็นบ้าอะไรวะโช โง่ขนาดต้องเอามีดกรีดมือตัวเองเลยรึไง” เสียงที่เคยสดใส สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ตวาดออกมาเสียงดังลั่น มือเรียวที่กระทบใบหน้าอีกฝ่ายเมื่อครู่ กำลังกอบกระชับปกเสื้อของคนตรงหน้าไว้แน่น แต่คำตอบที่ได้รับ ทำให้แรงนั่นเหือดหาย

“ไม่เกี่ยวกับนาย นิโนมิยะ”
. . . น้ำเสียงที่เย็นชา กับวิธีเรียกชื่อที่หมางเมิน ผมไม่เคยได้ยินมันมาก่อนจาก.... โช .... . . .
. . . ผมเสียใจที่สุด. . .

. . .จบปีนั้น เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันอีกเลย.. อย่าว่าแต่กินด้วยกันสองคนเลย แม้แต่จะกินพร้อมกันทั้งกลุ่ม โชก็เลือกที่จะอยู่กับไอบะมากกว่าพวกเรา . . .
. . .มากกว่าผม. . .



======================================: : REGRET : :==========: : 3 ปีที่แล้ว : :

. . . เราทั้งคู่ขึ้นม.ปลาย กลุ่มเราแตกเป็นสองห้อง แต่ก็ยังกินข้าวกลางวันด้วยกันอยู่ดี. . .
...แต่ผมกับโชก็แทบไม่ได้เจอหน้ากัน เค้ากลับมากินข้าวกับกลุ่มเหมือนเดิม แต่ผมหนีไปกินกับโอโนะคุงแทน...

. . .มือของผมเริ่มจับไว้มั่นกับมือของโอโนะคุง มากกว่ามือของโช. . .
. . .เสียงของผมเริ่มคุ้นชินกับการเรียกหา “ซัตจัง” ชื่อเล่นของโอโนะคุง มากกว่าเรียกหา “โช”. . .



======================================: : REGRET : :==========
: : 2 ปีที่แล้ว : :

. . . กลุ่มของเรายังคงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม. . .
. . .และผม..ก็ยังกินข้าวกับโอโนะคุงเหมือนเดิม. . .

. . . เราไม่เจอกัน . . .



======================================: : REGRET : :==========
: : ปีที่แล้ว : :

...โอโนะคุงยังเป็นคนที่อยู่ข้างผมเหมือนเดิม แต่ในระหว่างปิดเทอมที่แล้ว ผมเริ่มรู้จัก “จุน” และคบกันด้วยเหตุผลที่ว่า ผมว่างอยู่และไม่ได้รักใคร เพราะฉะนั้นคบกันก็ไม่เสียหาย ...

. . . ทั้งที่จริงๆแล้วผมรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ใช่ผมไม่รักใคร แต่ผมแค่ไม่อยากยอมรับว่ารัก และไม่อยากจะนึกถึงความรักนั่นต่างหาก. . .

...ผมจึงใช้ทุกวันอยู่ในโลกที่มีแค่ตัวผมเอง ซัตจัง และจุน .. อ่อ..อยู่กับวงดนตรีที่ผมต้องประกวดในปีนี้ด้วย..

“นิโนะคุง” วันเดิมๆของผม ถูกขัดขึ้นด้วยใบหน้าหวานใส ของนักร้องนำวงผมเอง
“ว่าไง โทมะจัง” โทมะจังเป็นคนสดใสร่าเริง น่ารัก ใครๆก็รัก ขนาดผมเองยังเอ็นดูไม่ต่างจากน้องชาย ถ้าเทียบกับเค้า ผมก็....
“ผมชอบโชคุง” เห!?! อะไรนะ??
“ผมชอบโชคุง ขอโชคุงให้ผมนะ”
“เห!?! โชน่ะหรอ เอาไปสิ ไม่ใช่ของผมซักหน่อย” น้ำเสียงปนกลั้วหัวเราะของผมทำให้โทมะจังยิ้มอ่อนกลับมา แหงล่ะ.. 2 ปีแล้วที่ผมแทบไม่ได้คุยกับโชเลย ไม่ขำก็บ้าแล้ว
... แต่จริงๆแล้ว ผมควรจะเอะใจกับคำถามเมื่อกี้อีกซักหน่อย ...
.... หลังจากนั้น เค้าสองคนก็คบกัน ....
.... โทมะจังน่ะน่ารัก เรียนเก่ง เหมาะกับซากุไรโชทุกอย่าง ทั้งเก่งทั้งเพียบพร้อมทั้งคู่ ถ้าเทียบกันสองคนนี้ ผมเองก็เป็นแค่เด็กผู้ชายติดเกมส์เก็บตัวก็เท่านั้นเอง ....

“คาซึนาริ” เสียงทุ้มคุ้นหูที่แปร่งกว่าเดิมเล็กน้อยดังขึ้น อาจเพราะผมไม่ได้ยินมันมานานมากแล้ว กับชื่อเรียกที่ปกตินอกจากคาซึโกะแม่ผมแล้ว ผมก็ไม่ให้ใครเรียกอีก ทำให้ผมเงยหน้าจากโน้ตเพลงและกีต้าร์ตัวโปรดแทบจะในทันที
“นั่งด้วยได้มั้ย?” เสียงทุ้มนั่นยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ เวลาเรียกผมด้วยคำว่า...คาซึนาริ...
...ความบังเอิญหรอ..ที่ทำให้วันนี้ผมกลับบ้านเย็น ทำให้ได้พบกับเค้า....
...ความบังเอิญหรอ..ที่เค้าถือแก้วโกโก้ที่เราสองคนเคยชอบ แต่ผมเลือกกินมันไปนานแล้ว มา2แก้วในมือ....
...และความบังเอิญอีกแล้วหรอ...ที่เราสองคน สองปีในโรงเรียนนี้ ไม่เคยเจอหน้ากันเลย..นอกจากวันนี้..
“...เอาสิ...”
“คาซึนาริรอใครหรอ ? ทำไมวันนี้กลับเย็น เห็นปกติช่วงหลังๆนี้รีบกลับบ้านนี่นา”
“เปล่า...นั่งเล่นเฉยๆ นายล่ะ รอโทมะจังหรอ?”
“...เปล่า..”
....หลังจากนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย โกโก้แก้วตรงหน้าเค้าหมดไปในที่สุด แต่เราสองคนก็ยังคงคุยกันต่อไปอย่างนั้น....
“ไม่กินหรอ คาซึนาริ” เสียงอุ่นๆนั้นถามขึ้นเรียบๆ ทำให้ผมละสายตาจากท้องฟ้าสีส้มนอกโรงอาหารนั่นกลับมามองหน้าเค้า แต่คงเพราะเค้ามองมาทางนี้ตั้งแต่แรกแล้วเลยทำให้เราสบตากันพอดีที่ผมหันกลับไป
“..................” ผมไม่ได้ตอบอะไร และผมคิดว่าเค้าคงไม่คาดหวังที่จะได้ยินคำตอบที่ว่า

...ชั้นเลิกกินโกโก้ไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกัน เพราะชั้นไม่อยากต้องมานั่งคิดถึงนายทุกครั้งที่กินมัน...

..และคงเพราะผมไม่ได้ตอบอะไร เค้าจึงไม่สร้างบทสนทนาอะไรขึ้นมาอีกเลย ผมจึงเก็บของก่อนจะบอกลาแล้วเดินออกมาอย่างเงียบๆ โดยทิ้งคน1คน แก้วที่เหลือน้ำแข็งก้นแก้วเล็กน้อยหนึ่งแก้ว และแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำขุ่นๆสีน้ำตาลที่ระดับน้ำปริ่มๆจนหกออกมาแล้วบ้างเล็กน้อยเอาไว้ โดยไม่ได้หันกลับไปมองอีก...

. . . วันนั้นผมไม่ได้มองย้อนกลับไป. . .
. . . หลังจากวันนั้น เราสองคนก็ยังเจอกันน้อยครั้งเหมือนเดิม. . .
. . .เรายังยิ้มให้กันจางๆ และปล่อยให้ช่องว่างขนาดใหญ่ เชื่อมเราทั้งคู่เอาไว้เหมือนหลายปีที่ผ่านมา . . .


-------------------- : : REGRET : : ---------
. . . จนถึงวันนี้ ผมกับโชไม่เคยเจอกันอีกเลย เราเรียนกันคนละคณะ คนละมหาวิทยาลัย . . .

. . . คนที่อยู่ข้างผมยังเป็นจุน . . . . . . . . . . . . . . .แต่ผมอยากอยู่ข้างโช
. . .มือที่ประคองมือผมไว้คือมือของจุน. . . . . . .แต่ผมอยากจับมือของโช
. . .คนที่กอดผมไว้ทุกคืน ก็คือจุน. . . . . . . . . . . .แต่ผมอยากกอดโช

. . .จุนดูแลผมไม่ห่าง ไม่ต่างจากที่โชเคยทำ. . . จะมากกว่าก็ตรงที่จุนบอกรักผมเสมอ . . .
. . .ในขณะที่โชไม่เคยบอกรักผม และผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าเคยรักผมบ้างมั้ย . . .
. . .ผมเองก็ไม่เคยบอกรักโช. . .
. . .แต่ . . .
. . .ผมรักโช. . .

. . .ตอนนี้ผมเหนื่อย. . .และผมอยากฝันถึง. . .
. . .โช. . .



. . .เพราะความเป็นเด็ก จึงทำให้เราสองคนทำร้ายกันซ้ำๆ. . .อย่างไม่ทันรู้ตัว . . .
. . .ผมเสียใจ. . .ที่โชเคยทำให้ผมเจ็บปวด. . .
. . .แต่ผมเสียใจที่สุด. . .ที่ผมเองก็ทำร้ายโชไม่ต่างกัน. . .

. . .ผมขอโทษ. . .

-------------------- : : REGRET : : ---------


end. . .