Profile: ll You're now in 13th ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    24 July

    KIOKU [ 4 ] - DEPOISE -

    » Title : KIOKU [ 4 ] - DEPOISE -
    » Cast : [?] x Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    " หนีมั้ย ? " คำถามแทงใจหลุดจากปากของร่างสูงทำให้คาซึนาริตาเบิกกว้างอีกครั้งของวัน
    " ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกไม่ดี เพราะงั้น..จะหนีมั้ย ? "
    " . . . "
    " หรือนิโนะจะนอนรอความตายอยู่นี่ ? " เสียงทุ้มทอดต่ำทำให้ร่างเล็กไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
    " มาซากิคงไม่เอาถึงตายหรอกน่า ! "

    " มาซากิ ? "
    " อืม.. มาซากิ " โชเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนิโนมิยะ หรือว่าบางที..


    " นิโนะจำได้แล้วหรอ ? "

    . . .


    " . .. ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ? .. . "

    " ถึงจะจำได้แล้ว แต่ไม่หมดหรอก จำได้แค่เรื่องของมาซากิ ส่วนเรื่องของนายกับจุน ทุกอย่างยังเป็นศูนย์ " คนตัวเล็กดูจะตกใจเล็กน้อยกับสีหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย
    " จำได้แค่เรื่องของไอบะ ? ของแบบนี้มันเฉพาะคนด้วยหรอ ? "
    " จะไปรู้หรอ.. ทีตอนชั้นถามนาย นายยังให้ชั้นไปถามหมอ แล้วตอนนี้มาถามชั้นกลับชั้นจะตอบนายได้มั้ยล่ะ โช "

    " ทำไม ? ถ้าชั้นจำได้แล้วนายจะไม่พาหนีหรอ ? " คาซึนาริตอบคำถามของโชไปอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ดึงสติให้นิโนมิยะสำนึกได้ว่าไม่ใช่เวลามาล้อเล่น
    " แล้วอยากหนีมั้ยล่ะ ? "
    " . . . "
    " ยังไม่แน่ใจล่ะสิ ? ให้ช่วยตัดสินใจมั้ยล่ะ ? " โชกลับมาใช้น้ำเสียงล้อเล่นที่ร่างเล็กคุ้นเคย ทั้งด้วยเนื้อความ คาซึนาริก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองงงๆโดยที่โชปลดสูทตัวนอกออกอย่างเยือบยาบ เพื่อเอามาห่มคลุมนิโนมิยะอย่างเบามือ...

    " เอ้า ! ไม่ตอบล่ะ ? นับหนึ่งถึงสามนะ ถ้ายังไม่ตอบชั้นจะหาคำตอบให้-คาซึนาริ-เอง "

    " . . . "

    " 1 "

    " 2 " ร่างเล็กได้แต่สับสนอยู่ในคำเรียกที่เปลี่ยนไป จนไม่ทันได้สนใจกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


    " 3 .. . ฮึ่บ ! " ฉับพลันคนตัวเล็กก็หลุดลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าที่ชื่อ -โช- ซะแล้ว ทั้งที่ทั้งเนื้อทั้งตัว นิโนมิยะมีแค่ผ้าขนหนูขนาดมาตรฐานห่มคลุมอยู่อย่างหลวมๆเท่านั้น ยิ่งลองมาเจอสภาพแบบนี้แล้วล่ะก็ ..ไม่กล้าดิ้นให้ผ้ามันหลุดเร็วขึ้นหรอก ..

    " ชั้นยังไม่ได้บอกว่าจะไปกับนายเลยนะ ! " คนตัวเล็กโวยวายลั่นไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สะเทือนหูซากุไรสักเท่าไร

    .. ถ้าอย่างนั้น ก็จะต้องโดนอุ้มไปเฉยๆอย่างนั้นหรอ ?? ..


    .. ไม่มีทาง ..


    " โอ๊ย ! ตัวเล็กทำอะไรเนี่ย ! พูดกันดีๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องกัดเลย ! " เสียงโอดครวญหลุดจากปากร่างสูงทันควัน ฟันเล็กคมกัดเข้าที่ใบหูอย่างจัง จนต้องปล่อยกันลงมาก่อน..

    " ก็พูดอยู่นี่ไงว่าไม่ไปกับนาย ! " น้ำเสียงเล็กรั้นตวาดลั่นเอาแต่ใจ ซึ่งโชก็ไม่ได้ตอบอะไรให้ขัดใจกัน นอกจากยื่นมือออกไปหา จนถูกปัดอย่างไร้เยื่อใยซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

    " คาซึนาริ ! " น้ำเสียงดังก้องเรียกให้ร่างเล็กสงบสติอารมณ์ลง สบโอกาสให้มือแกร่งโอบประคองใบหน้าเล็กอ่อนโยน ให้สบตากันแผ่วเบา จนคาซึนาริใจสั่นไหว
    " ยังไม่ไปก็ได้.. แต่ชั้นเป็นห่วง.. " ร่างสูงก้มหน้าลงต่ำจนหน้าผากของสองคนชนกันเบาๆ และไม่มีทีท่าจะห่างไปไหน
    " ยิ่งเห็นคาซึในสภาพแบบนี้ชั้นก็ยิ่งห่วง แบบนี้..ชั้นควรทำยังไง.. "
    " . . . "
    " ถ้าคาซึนาริไม่ตอบอะไรแบบนี้ แล้วชั้นจะหาทางออกถูกมั้ย ? "

    " เอางี้.. สัญญากับชั้นได้มั้ยว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คาซึนาริจะโทรหาชั้น " โชหยิบยื่นอุปกรณ์สื่อสารของตัวเองให้ตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างช้าๆ
    " นี่ยังเป็นเบอร์เก่าของชั้น.. ไว้เดี๋ยวชั้นซื้อใหม่แล้วจะบอกเบอร์ให้คาซึนาริรู้จะได้โทรมาได้ แบบนี้ดีมั้ย ? " ฝ่ามือใหญ่กระชับให้มือบอบบางเกาะกุมเข้าด้วยกันผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กจิ๋ว ทั้งที่คาซึนาริยังคงดื้อรั้น

    " รบกวนนายเปล่าๆ "


    " นะ.. ขอแค่นี้.. ให้ชั้นได้ทำอะไรให้คาซึนาริบ้าง.. " คนตัวสูงยังคงกระเง้ากระงอดจนอีกฝ่ายใจอ่อนยอมรับมันไปในที่สุด ทำให้โชมอบรอยยิ้มหวานก่อนจะกดริมฝีปากอุ่นบนขมับอ่อนของคนตัวเล็ก ให้หัวใจนิโนมิยะได้ซับความอบอุ่นอ่อนโยน และทำให้หัวใจซากุไร โชซึมซับความหวังและความฝันจนเต็มหัวใจ..

    . . .


    " แล้วจะเอายังไงต่อ ? " ร่างสูงเดินออกมาจากเคาท์เตอร์ครัวพร้อมยื่นแก้วโกโก้อุ่นให้มือเล็กกระชับถือไว้ แล้วเดิมอ้อมมานั่งข้างกันพร้อมจิบกาแฟที่ชงมาในเวลาไล่เลี่ยกันไปด้วย
    " ไม่รู้สิ.. แต่ยังไม่อยากหนีไป "
    " . . . ป๊อดน่ะ ! . . . "
    " อย่ามากวนประสาทน่ะโช.. ยังไงก็มาซากิ ชั้น.. "
    " รัก ? "
    " . . . "
    " แล้วนายจริงๆแล้วมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่าจะมาพาหนีจริงๆน่ะ " คนตัวเล็กตั้งคำถาม
    " ไม่เชิง.. อีกอย่างคือเป็นห่วง เห็นว่ากลับบ้านแล้วเลยอยากมาเยี่ยมซักหน่อยเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะเจอสภาพนี้ " สายตาคมหวานเชื่อมชายไปเกือบทั้งผิวนวลทำให้ใบหน้าเล็กซับริ้วแดงซ่าน
    " อย่าทำอะไรบ้าๆ นะเว้ย ! " เสียงเล็กตอบกลับเบาๆพร้อมหมัดสะกิดด้วยแรงเท่าคอนเวิร์ดกระแทก...หนักหรือเบาก็ไม่รู้.. รู้แต่คนตัวเล็กก้มหน้างุดไปงุดมาจนซากุไรหัวเราะขำๆ

    . .



    " ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน สภาพนี้เดี๋ยวชั้นอดใจไม่ไหว คาซึจะซวยเอา ! " สิ้นเสียงหยอกล้อของซากุไร หมอนอิงใบเบ้อเร่อที่ร่างเล็กกอดหนุนอยู่ก็ลอยละลิ่วกระแทกหน้าซากุไร พร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยไม่หยุดจากคนตัวเล็กจนคนตัวใหญ่ถือวิสาสะฉวยเอาร่างเล็กขึ้นแนบอก ก่อนจะวางอย่างคาซึนาริลงในอ่างอาบน้ำอย่างเบามือ ทำให้ได้ยินเสียงโวยวายด่าทอลั่นห้องไปหมดว่า..ถ้าผ้าหลุดไปบรรพบุรุษชั้นจะเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ทราบ ! ..

    .. มือใหญ่เอื้อมไปเปิดผสมน้ำอุ่นจนระดับน้ำค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นไอน้ำอุ่นคละคลุ้งไปในอากาศ ปลายจมูกรั้นเจือสีเลือดบางๆ ไม่ต่างจากแก้มใสที่ค่อยๆแดงขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลจากน้ำอุ่นร้อน หรือสายตาร้อนทอประกายของซากุไร โช ผ้าเช็ดตัวที่ยังห่มคลุมร่างเล็กเริ่มลู่ลงติดเนื้อใสจนมองเห็นเรือนร่างชัดเจนขึ้น มือแกร่งค่อยๆวักน้ำขึ้นลูบไล้ตามเนื้อตัวของคาซึนาริ จนได้ยินเสียงแว่วๆจากใบหน้าที่ก้มงุดจนคางชิดอกว่า...อาบเองได้ อย่ามองเด่ะ.. แถมด้วยหยดน้ำกระเซ็นจากมือเล็กที่คอยไล่ร่างสูงออกไป ..

    " เดี๋ยวชั้นไปซื้อชุดให้ใส่ก็แล้วกันนะ ไม่งั้นจะหนาวแล้วจะเป็นหวัดเอา แล้วออกไปไหนสภาพนี้คงไม่ดีแน่ๆ เอ๊ะ ! หรือคาซึนาริอยาก ? "
    " บ้าเด่ะ ! ไม่ต้องซื้อด้วย เด๋วใส่ชุดมาซากิเอาก็ได้ แค่พับขากางเกงหน่อยก็น่าจะไหว "
    " เอางั้นหรอ ? "
    " เอางั้นดิ แล้วจะถูให้ได้อะไรบอกว่าอาบเองได้ " ร่างเล็กสะบัดมือปัดๆ ออกจากการเกาะกุมของซากุไรที่มัวแต่ลูบๆถูสบู่จนจะทั่วตัว ยกเว้นช่วงล่างที่คาซึนาริขู่เอาว่า..จะได้กินเท้าชั้นก่อนข้าวกลางวันแน่ แน่จริงก็ลอง..

    " ดุจริงน้า ตัวก็นิดเดียว " มือใหญ่ขยี้หัวเล็กทั้งที่มือยังเปื้อนฟองสบู่ กดไปกดมาจนร่างเล็กแทบสำลัก ก่อนจะเดินออกไปหาเสื้อผ้ามาเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็คิดแผนการณ์ไปทั่ว
    " ลองไปสวนสนุกมั้ย ? วันธรรมดาแบบนี้คนน่าจะน้อย ถ้ายังไม่พร้อมก็เล่นแต่เครื่องเล่นเบาๆก็ได้ "
    " ทำไมชอบชวนอะไรแบบนั้น คราวอยู่โรงพยาบาลก็ให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็ไปสวนสนุก ไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อย อย่างชั้นน่ะ ชอบโรงพยาบาลมากกว่านะ " ทันทีที่จบคำเสียงเล็กก็เงียบลงไปถนัดตา จนได้สติเมื่อมือใหญ่โยกศีรษะได้รูปของตัวไปมาเบาๆ ทั้งที่คาซึนาริไม่ทันรู้ตัวว่าเดินกลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่.. .
    " จะขึ้นรึยัง หรือจะอาบให้ตัวเปื่อยกว่านี้ ? " จนในที่สุดซากุไรก็ทำให้นิโนมิยะขำฝืดๆแล้วค่อยๆพยุงตัวขึ้นรับแรงกระชับจากผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ซากุไร โชหยิบยื่นให้ เพื่อคว้าเอาเสื้อตัวเก่งของมาซากิที่คาซึนาริคนเดิมชอบแอบเอามาใส่นักหนา แล้วก้าวออกจากห้องช้าๆ ปิดประตูไล่หลังเงียบๆ หันกลับมามองประตูที่กั้นคาซึนาริออกจากเรื่องเมื่อคืนเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาทันสบสายตาจริงจังของคนตรงหน้า เพื่อเดินหน้าออกไปพร้อมๆ กัน.. . .

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    .. แสงสดใสจัดจ้าส่องลอดกระทบดวงตาสวย แม้จะดูบอบช้ำไปบ้างจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่อาการเพลียง่วงงุนก็คลายลงด้วยการงีบหลับในรถที่โชขับพามา มองเห็นวงกลมๆใหญ่ของกระเช้าลอยฟ้าเด่นชัดแต่ไกลทำให้คิดในใจว่าประหลาดดีที่ต้องมาสวนสนุกหวานแหววกับผู้ชายด้วยกัน เพราะแม้แต่มาซากิก็ยังไม่กล้าให้พามาเลย ..

    " โช.. " น้ำเสียงเล็กแหบลงเล็กน้อยกับดวงตาที่ยักหรี่ปรือเล็กน้อย ทำให้เข้าใจได้ในทันทีว่าเพิ่งตื่นขึ้นมาใหม่ๆ มือใหญ่ละจากเกียร์ข้างตัวมาลูบหัวเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู ทำให้รับรู้สิ่งผิดปกติของนิโนมิยะมากขึ้น
    " ตัวร้อนนี่ ! ไหวรึเปล่า ? "
    " อือ.. ก็เจ็บคอนิดหน่อย คงไม่เป็นไรมั้ง " มือเล็กคลึงเบาๆที่ลำคอร้อนจัดของตัวเอง ลิ้นเรียวคลอเคลียริมฝีปากตามนิสัย

    " ว่าแต่... นายคิดว่าผู้ชายสองคนจะมาเล่นอะไรกันในสวนสนุก ? " คนตัวเล็กเปรยเบาๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างขบคิด... บ้านผีสิง ? บ้าน่ะ.. ของแบบนั้นมีไว้หลอกเด็กผู้หญิงก็เท่านั้น พอกลัวๆก็มากอดๆแฟนตัวเอง มุขเก่า... รถไฟเหาะ ? จำได้ว่าเด็กๆเคยนั่งแล้วหลับไปเพราะไม่สนุก... เล่นไรดีวะ ???
    " คิ้วขมวดเชียวตัวเล็ก.. แค่สวนสนุกไม่ใช่ข้อสอบเอนท์ซักหน่อย ซีเรียสไปได้ " น้ำเสียงอบอุ่นหยอกล้อขำๆ มำให้นิโนมิยะหน้ามุ่ยลงกว่าเดิม ก่อนจะเดินตามอีกคนออกมาจากรถ มองซ้ายมองขวาหาของเล่นเรื่อยเปื่อย จนได้มืออุ่นของซากุไรคว้านำทางให้เดินตามทางไปเรื่อย แต่...

    " โชเลี้ยงนะ ! " ประโยคเด็ดของคาซึนาริที่ทุกคนรู้จักดีโพล่งขึ้นจนโชอดสงสัยไม่ได้ว่าความจำเสื่อมจริงรึเปล่า หรืองกเป็นทุน ??
    " ชั้นไม่มีเงินติดตัวเลย เพราะงั้นถ้านายขู่บังคับชั้นมา นายก็ต้องเลี้ยง "
    " อยู่แล้วล่ะน่า ! " น้ำเสียงอบอุ่นที่คาซึนาริเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยยังคงตามใส่ใจไม่เลิกลา ทำให้ควันขุ่นเทาในหัวใจแผ่วจางลงไปบ้าง สองเท้าเล็กเดินเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นวิ่งไปดูนั่นนี่ไม่หยุด จากที่เป็นฝ่ายเดินตามเค้าต้อยๆ ก็กลายมาเป็นชักลากคนตัวใหญ่พล่านไปทั่ว รอยยิ้มกระจ่างใสกลับมาอยู่บนใบหน้าเล็กอีกครั้ง..

    " เดี๋ยวคาซึ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรอเราน่ะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปหรอก จะเที่ยงแล้วด้วยกินข้าวจะได้กินยา "
    " ยังไม่กินไม่ได้หรอ ??? อยากเล่นไอนั่นก่อน " ดวงหน้าหวานไม่ได้หันกลับมามองคนถามเลยแม้แต่น้อย มือเล็กเอาแต่ชี้ๆไปที่เครื่องเล่นหวาดเสียวทุกประเภท จะซากุไรเริ่มคิดว่าแทนที่จะห่วงตัวเล็กคนนี้ หันมาห่วงสวัสดิภาพตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย ?? ..

    " เล่นแต่ของหวาดเสียวแบบนั้นเดี๋ยวก็ไข้กลับเอาหรอก "
    " ปี๋ดินายอ่ะ.. "
    " เอาน่า กินเสร็จแล้วอยากไปเล่นอันไหนก็ได้ทั้งนั้น จะไม่ขัดใจเลย " น้ำเสียงอบอุ่นกับคำพูดชวนเชื่อของโช ทำให้ริมฝีปากบางเล็ก คลี่ยิ้มจนบางเฉียบเป็นเส้นตรง ก่อนจะ..

    " แต่ของกินชั้นเลือกนะ ! " น้ำเสียงใสท้าทายเข้าให้อีกรอบ จนซากุไรอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ มือใหญ่เอื้อมไปลูบหัวบ้างขยี้บ้างจนได้ยินเสียงสะท้อนจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าตัวเองว่า..เด๋วหัวยุ่ง หมดหล่อกันพอดี ! ..

    .. แทนที่จะได้นั่งกินในร้านอาหารดีๆ คาซึนาริกลับเอาแต่วิ่งวุ่น เห็นไอนั่นก็อยากกิน ไอนี่ก็อยากลองอยู่ตลอดทาง ทำให้ในที่สุดก็ต้องมานั่งหลบแดดกินข้าวกลางวันกันใต้ร่มไม้ในสวนปิกนิค แดดร่มลมอุ่นทำให้อารมณ์ตื่นเต้นจากเครื่องเล่นแผ่วลงไปบ้าง จนกลายเป็นความขี้เกียจ แต่ยังไม่วายคิดต่อไปว่า..หลับซักตื่นแล้วจะกลับไปเล่นใหม่..

    " นอนกินแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอเอาหรอก.. " โชเตือนเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มง่วงแล้วพยายามจะกินข้าวเที่ยงด้วยท่านอน...ทำให้คาซึนาริขัดใจเล็กน้อยแล้วบ่นอุบเอาว่า..ตาแก่.. แต่พอหมดคำที่เคี้ยวอยู่ร่างเล็กก็เริ่มไถตัวลงนอนบนพื้นหญ้านุ่มอย่างสบายอารมณ์
    " เด๊ยว..กินยาก่อนสิ " โชยังคงไม่ลดความสนใจลง แสดงท่าทีเป็นห่วงจนคาซึนาริอยากตีรวนเอาดื้อๆ
    " ขี้เกียจ.. ไม่กินแล้ว.. จะนอน "
    " คาซึนาริ.. "
    " ก็บอกว่าไม่ ฟังไม่รู้เรื่องหรอ ? "
    " จะลุกมากินดีๆ หรือจะต้องให้ไปป้อน ? " น้ำเสียงยียวนกึ่งออกคำสั่งเป็นสิ่งที่โชรู้ดีว่าคาซึนาริเกลียดที่สุด และเมื่อคาซึนาริถูกขัดใจ คาซึนาริจะตอบกลับว่า..

    " ก็ลองดิ "

    .. แบบนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ซากุไรวางเอาไว้ตั้งแต่แรกรึเปล่าไม่มีใครรู้นอกจากตัวโชเอง และแน่นอนว่าวินาทีต่อมาคาซึนาริก็โดนป้อนยาสมใจ เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับ พร้อมลิ้มชื้นดันเอายาเม็ดเล็กเข้าลำคออีกคน แล้วจึงป้อนน้ำซ้ำอีกครั้งด้วยวิธีเดิม โดยที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่คาซึนาริจะทันต่อว่าใดๆ หรือแม้แต่ทันได้สติว่าต้องโวยวายด้วยซ้ำ ทำให้พอรู้สึกตัวอีกทีจะหันกลับไปด่าก็ครั้นจะเสียเปรัยบเป็นฝ่ายอายเองเสียเปล่าๆ จึงได้แต่หน้าแดงหันกลับไปแกล้งนอนทั้งที่ใจเต้นตึกตักไม่หยุด ..

    .. เวลาผ่านไปได้ซักพักจนคิดว่าจะคล้อยหลับไปแล้วจริงๆก็ รู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นที่คุ้นเคยในวันนี้ทั้งวัน โอบที่ศีรษะเล็กเบาๆ เพื่อแทรกตัวเข้ามาให้คาซึนาริได้หนุนตักของอีกคน และรับรู้ถึงเงาร่มที่โชเอามือตัวเองบังแดดให้ ..

    " ทำไมถึงต้องใจดีกับชั้นขนาดนั้นโช ? " .. คงเพราะฝ่ามือใหญ่กั้นเอาดวงตาสวยกับสายตาอบอุ่นของโชเอาไว้ ทำให้ไม่ได้รับรู้ถึงสาระในตาคมคู่นั้น หรือแม้แต่รอยยิ้มอบอุ่นที่โชส่งไปให้..
    " คิดดูดีๆ คาซึก็จะเข้าใจมันเองนั่นแหละ " ..จากรูปประโยคของคำตอบนั้นไม่น่าสร้างความกระจ่างอะไรเท่าไหร่ หรือแม้แต่จริงๆแล้วนิโนมิยะก็ไม่ได้เข้าใจมันเท่าไหร่เหมือนกัน แต่น้ำเสียงอบอุ่นกับคำพูดที่ไม่ได้ส่อไปในเชิงคำสั่ง หรือยัดเยียดให้จดจำอะไรแปลกใหม่ที่คาซึนาริยังไม่อยากรับรู้ก็ทำให้หัวใจดวงเล็กผ่อนคลายลงไปบ้าง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ เอื้อมมือเล็กกระชับให้มือของโชที่กำลังกั้นแดดกับดวงตาอ่อนใส ให้กดทับลงบนเปลือกตาบางของตัวเอง โดยที่โชได้แต่มองการกระทำพวกนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทั้งมือเล็กที่จับเข้ากับมือของโชเอง ทั้งการกดมือของโชให้วางทับลงบนตาคู่สวย ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่าคาซึนาริเริ่มสบายใจและเปิดใจมากขึ้น..


    .. เสียงลมหายใจแผ่วเบา จังหวะสม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่าคาซึนาริกำลังงีบหลับลงไปอีกครั้ง ..

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทดังก้องสะท้อนไปมาเต็มรูหู ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นวุ่นวายไปหมด

    " แกรักหรือเกลียดนิโนมิยะกันแน่วะไอบะ "

    .. รัก ..

    .. แน่นอน ยังไงไอบะ มาซากิก็ทำได้แค่รักคานาริ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ความเข้าใจและมั่นใจในตัวเองลดลงเรื่อยๆ ..

    .. คาซึนาริรักกันรึเปล่า .. นั่นต่างหากไม่ใช่หรอคือประเด็น.. สายตาเจ็บปวดของคาซึนาริเมื่อเช้าทำให้ความหงุดหงิดรุนแรงจนพลั้งทำร้ายกันเข้าลดลง แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดในสายตากลับมองไม่เห็นคาซึนาริคนเดิมที่เคยรักกัน แบบนี้มีแต่ไอบะต่างหากที่เจ็บปวดมากขึ้นทุกวัน ..

    " ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นควรจะทำยังไงต่อไปกันล่ะ ? ตอบได้มั้ยคาซึ .. " สายตาคมมองลอดแว่นกรอบบางใส หยุดคำพูดลงพร้อมสายตาที่หยุดลงที่รูปที่เคยถ่ายไว้ด้วยกัน รูปที่แอบคาซึนาริเอามาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานอย่างไม่อายสายตาใคร รอยยิ้มของคาซึนาริไม่ได้ทาบทับลงบนใบหน้าของนิโนมิยะคนเมื่อวาน นัยน์ตาแดงก่ำจมนิ่งอยู่ในความคิด ริมฝีปากเม้มบางเฉียบอย่างคิดไม่ตก.. . .

    .. . ไม่ว่ายังไง ไอบะ มาซากิที่รักคาซึนาริสุดหัวใจยังคงอยู่เป็นคนเดิม .. .

    .. . แต่จะให้ทำยังไงกับไอบะ มาซากิ ที่กำลังโกรธ เกลียดนิโนมิยะคนใหม่นี้กัน . ..

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . .. คาซึนาริ .. .

    .. เสียงเรียกแผ่วเบารู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก ลังเลชั่วครู่ก่อนจะได้ยินสมทบอีกครั้ง เพื่อให้หันกลับไปมองยังต้นเสียง ..

    . .. คาซึ .. .

    " ใคร ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่มองเห็นแค่เงาลางๆของใครซักคน ทว่าแสงพร่าแสบตาทำให้มองอะไรไม่เห็น
    " มาซากิหรอ ? " สองขาเล็กค่อยวิ่งให้เข้ามกล้ต้นเสียงให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนภาพที่เห็นอยู่ใกล้สายตามากขึ้น

    " มาซากิ " ผลิยิ้มใสให้กับร่างสูงตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเค้าคนนั้นหยิบยื่นรอยยิ้มอบอุ่นคุ้นเคยมาให้
    " มาซากิ " น้ำเสียงเล็กดังขึ้นซ้ำๆ เรียกหาคนที่ยืนเคียงข้างกันไม่ห่าง จนเค้าคนนั้นยิ้มงงๆกลับมา
    " เรียกทำไมกันหือ ? ก็ยืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ " มือใหญ่เอื้อมมาโยกศีรษะเล็กเบาๆอย่างทุกทีเท่าที่คาซึนาริจำได้

    . ... ก็อยากให้แน่ใจว่าเป็นมาซากิจริงๆ นี่นา ... .

    " ก็ชั้นน่ะสิ คาซึนาริอยากให้เป็นคนอื่นงั้นหรอ ? " คนตัวสูงแกล้งทำหน้ามุ่ยให้คาซึนาริเอื้อมมือเล็กไปรั้งเอวของ-มาซากิ-เข้ามาใกล้กันเป็นเชิงอ้อน
    " ก็อยากให้เป็นมาซากิ " ซุกไซร้จมูกเล็กรั้นที่ไม่เคยยอมใครนอกจากมาซากิเข้าแนบอกกว้าง

    " ก็คิดถึงมาซากิ "

    .. ฉับพลันความทรงจำจากเมื่อคืนก็กลับมาให้น้ำอุ่นใจรื้นขึ้นที่ขอบตา ทำให้ไอบะ มาซากิ มองเห็นน้ำตาของคาซึนาริที่เฝ้าทะนุถนอมอย่างเต็มสายตา ..

    " ร้องไห้ทำไมกัน ? นี่วันนี้ชั้นมีคนมาแนะนำให้คาซึนาริรู้จักด้วยนะ " มือใหญ่ซับเอาน้ำตาเม็ดสวยออกจากใบหน้าใส แล้วเปลี่ยนสำเนียงให้ดูหยอกเย้าเรียกให้รอยยิ้มของคาซึนาริกลับมา
    " ใครกันหรอ ? "

    " เพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมน่ะ ชื่อ โช เป็นเพื่อนสนิทชั้นเอง "

    . . . โช . . .

    " เหม่ออะไรกันคาซึ เร็วเด๋วชั้นเข้าเรียนสายนะ ! " มือใหญ่ขยี้หัวเล็กอย่างสนิทสนมดึงเอาคาซึนาริให้หลุดออกจากห้วงความคิด หันกลับมายิ้มสดใสให้มาซากิเหมือนเคยแล้วเดินตามไปอย่างเต็มใจ และบุคคลที่ปรากฎชัดในสายตาของนิโนมิยะในวินาทีถัดมาของอดีต ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างไปจากที่กำลังรู้สึกในปัจจุบัน

    " นี่โช ! คนนี้ไง คาซึนาริแฟนชั้น ! น่ารักอย่างที่บอกใช่มั้ยล่ะ ! " น้ำเสียงสดใสจากไอบะ มาซากิและมือใหญ่อบอุ่นที่กำลังกระชับไม่ห่างจากมือเล็กนั่นทำให้ใบหน้าเล็กซับสีแดงจางๆ เพราะคนทั้งคณะของมาซากิน่ะหันมาจนเป็นตาเดียวแล้วมั้ยล่ะ !
    " เออๆ ก็น่ารักดี แล้วไปเอาเค้ามาแบบนี้เค้าไม่ต้องไปเรียนหรอ ? "
    " แล้วทำไมคาซึ " สายตาคมหันมาทักทายคนตัวเล็ก แล้วเรียกชื่อที่คาซึนาริไม่คุ้นเคยให้ใครเรียกนอกจากมาซากิ
    " นิโนมิยะครับ ! "
    " เห ? "
    " นิโนมิยะครับ นิโนมิยะ คาซึนาริ " น้ำเสียงเล็กตอบกลับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสุภาพกว่าเก่า
    " ผมไม่ค่อยถนัดให้ใครเรียกชื่อต้นน่ะครับ ขอโทษด้วย " จบประโยคพร้อมรอยยิ้มใส จนไม่สงสัยเลยว่าทำไมไอบะ มาซากิถึงต้องทะนุถนอมเอาไว้ ทำให้ใบหน้าคมต้องยิ้มอบอุ่นกลับไปให้

    " ว่าแต่... นิโนมิยะคุงเรียนอยู่ที่ไหนล่ะ วันนี้ถึงโดนหิ้วมาถึงนี่ ไม่ติดเรียนหรอกหรอ ? "
    " ไม่เป็นไรครับ เพิ่งส่งโปรเจคไปเมื่อวาน วันนี้เลยได้หยุด มาซากิเลยชวนมาที่นี่ " น้ำเสียงใสตอบกลับร่าเริง ก่อนจะหันกลับไปตอบคนรักที่บอกว่าจะไปซื้อน้ำมาให้ ให้คาซึนาริรออยู่ที่นี่ เบาๆว่า ..อื้ม.. แล้วค่อยหันมาคุยกับคนแปลกหน้าที่เป็นเพื่อนของมาซากิต่อ

    " แล้วเรียนคณะไหนล่ะเรา ชั้นเรียนเศรษศาสตร์ ตึกข้างๆนี้เอง ว่างๆลองไปเดินเล่นก็ได้นะ "
    " ฮะ ฮะ ฮะ ถ้าผมมีเวลาว่างขนาดไปตึกเรียนเพื่อนมาซากิได้ ผมคงเอาเวลามานอนดีกว่าครับ งานผมเยอะจะตาย แต่งานมาซากิก็เยอะเหมือนกันเนอะ " น้ำเสียงเนอะแนะเหมือนจะไปสนิทกับเค้าไปแล้วแบบนี้คงเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่เห็นมาซากิจะเคยว่าซักคำ
    " งานหนักขนาดนั้นเลย คณะไหนเนี่ย "
    " สถาปัตย์ครับ ผมอยากเรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว "
    " เก่งแฮะ แล้วมาคบกับหมออ่ะนะ ไม่ไปคบเด็กวิศวะล่ะได้สร้างตึกกันไปเลย "
    " ฮะ ฮะ ฮะ งั้นรอมาซากิซิ่วไปเรียนวิศวะก่อนนะครับ แล้วผมจะหันไปคบเด็กวิศวะ ตอนนี้ก็คบหมอไปก่อน เอ๊ะ ! หรือโชคุงจะยุให้ผมไปเรียนพยาบาล ไม่เอานะ ! " คนตัวเล็กตอบเสียงสดใสแฝงไปด้วยความมั่นคงในตัวไอบะ มาซากิทำให้โชคุงที่ว่าเริ่มจะอิจฉาเพื่อนตัวเองขึ้นมาตะหงิดๆ ซะแล้วสิ

    " หนวกหูแย่เลยสิ เป็นแฟนไอบะเนี่ย จอมโวยวายเลย ชั้นยังกลัวเลยว่าถ้าหมอนี่เป็นหมอ ต้องรักษาโรคหูตึงที่เกิดจากเสียงหมอนี่ด้วยรึเปล่า " น้ำเสียงอบอุ่นหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากคาซึนาริไม่หยุดหย่อน
    " ไม่หรอก มาซากิน่ะต้องเป็นหมอที่ดีแน่ๆเลยผมว่า "

    " . . . อ๊ะ ! " ในอีกนาทีที่ทันรู้สึกตัว ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นกำลังโอบสัมผัสที่ใบหน้าอ่อนใส ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งจนสุดตัวหันกลับไปมองอีกคนด้วยสายตาระแวงในฉับพลัน
    " ขอโทษนะ "

    " . . . "

    " ไม่เป็นไรครับ " ใบหน้าใสยิ้มจางๆกลับมา แล้วหันกลับหามาซากิ เมื่อเห็นไอบะเดินกลับมาแล้ว ทำให้ซากุไร โช รับรู้ถึงช่องว่างระหว่างตัวเองกับนิโนมิยะ แต่กลับมองไม่เห็นแม้ระยะห่างระหว่างนิโนมิยะกับไอบะ มาซากิแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

    . . .



    .. อีกครั้งที่นิโนมิยะได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกแยก ทั้งที่คิดว่าเป็นเรื่องราวในอดีต แต่อีกใจก็เหมือนกำลังสร้างความทรงจำครั้งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ความฝันแบบนี้คงไม่ใช่ความฝันที่เอาไว้ทำนายดวงได้ ถึงความเป็นจริงคาซึนาริจะไม่เคยเอาความฝันไปทำนายบ้าบออยู่แล้ว ดวงตากลมเล็กเหม่อมองความอบอุ่นที่เคยมีเคยได้รับจากไอบะ มาซากิด้วยหัวใจชุ่มชื้น แต่ยังตะขิดตะขวงใจกับความทรงจำแปลกใหม่ที่ต้องมองดูซากุไร โชที่นิโนมิยะคนใหม่ไม่เคยได้เห็น ความอบอุ่นที่ไม่ต่างไปจากโชในปัจจุบัน แต่ความหวาดหวั่นแปลกๆกลับคุกคามหัวใจไม่หยุดหย่อน ..

    " นิโนะ " เสียงทุ้มต่ำดึงเอานิโนมิยะให้สติกลับมายังสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แม้ว่าเรื่องราวเมื่อครู่ยังไม่สร่างสาไปจากม่านตาเล้ก
    " ครับ ? " สะดุ้งสุดตัวกลับมามองคนตรงหน้า เห็นเพียงผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของคนรัก จากนั้นก็รีบกวาดตามองรอบด้านมองไม่เห็นมาซากิ ได้เจอแค่ตัวเองกับโช ในบรรยากาศสวยหรูของร้านคอฟฟี่ช็อปหน้าสถานีเท่านั้น
    " ขอโทษนะที่เรียกมาเอาป่านนี้ ลำบากแย่เลย "
    " ไม่เป็นไรครับ แล้วเอ่อ.. มาซากิ ? "
    " ชั้นไม่ได้บอกไอบะหรอก มีเรื่องจะคุยกับนิโนะนิดนึงน่ะ " ..นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินจากโชในความฝัน เพราะจากนั้นเสียงทุกอย่างก็เงียบราวกับถูกดูดหายไป มองเห็นแค่ริมฝีปากที่เปิด-ปิดไร้เสียงของโชก็เท่านั้น แม้ว่าจะพยายามเงี่ยหูฟังแค่ไหนก็ไม่ได้ยินอะไรซักอย่าง จะว่าเสียงในร้านดังเกินไปก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้ยินเสียงอื่นๆไปด้วย ทุกอย่างเงียบไปหมด เลยพยายามจะอ่านปากแทนแต่ก็ไม่ได้ความอะไรมากขึ้น ..


    . . . ความฝันบ้าบอมันกลับมาอีกแล้ว . . .



    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    จิ๊บ จิ๊บ บ บ ..

    " อืม... .. " เสียงนกจิบจาบค่อยๆปลุกให้ร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ หัวเล็กยังหนุนนอนอยู่บนตักของซากุไร โชเหมือนเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา มือเล็กนุ่มนิ่มค่อยๆเอื้อมาขึ้นมาจับมืออุ่นที่ยังวางทับบนตาเล็กให้หลีกออก ทำให้ซากุไรรู้สึกตัว
    " ตื่นแล้วหรอ ? "
    " . . .อืม.. . ชั้นหลับไปนานมั้ย ? "
    " ไม่หรอก คงเหนื่อยมากไปสินะ ไหนจะยังไม่สบายอยู่ด้วย " น้าเสียงอบอุ่นไม่ต่างไปจากเดิมทำให้คาซึนาริยิ้มระเรื่อ หน้าผากอุ่นของโชทาบทับลงบนหน้าผากเล็กของอีกคนเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กหน้าแดงเสมองไปทางอื่นอย่างขัดเขิน
    " ไข้ลดลงหน่อยแล้ว แต่ว่ายังต้องกินยาอีกนะ "
    " รู้แล้วน่ะ ! " คนตัวเล็กตอบปัดๆ พลางลุกขึ้นยืนไปซ้ายขวาให้หญ้าที่ติดตามเนื้อตัวร่อนฟุ้งไปหมด
    " จะไปเล่นต่ออีกหรอ ? ชั้นว่าพอดีกว่านะ เดี๋ยวพาไปกินข้าวเย็นดีมั้ย ? " ร่างสูงของโชยืนขึ้นตาม แล้วยื่นมือใหญ่ของตัวเองไปตรงหน้านิโนมิยะอย่างเป็นทางเลือก ซึ่งคาซึนาริก็ได้แต่มองมือนั้นอย่างขั่งใจเปิดโอกาสให้ซากุไรคว้าเอามือเล็กนั่นมาจับซะเอง แล้วออกแรงรั้งให้เดินไปข้างหน้าด้วยกันอีกครั้ง.. .

    . . .

    " โช.. . " น้ำเสียงเล็กดูออดอ้อนขึ้นเมื่อยามเพิ่งตื่นนอน มือเล็กขยี้ตาไม่หยุดจนโชต้องดึงมือนั่นออกมาจากตาด้วยตัวเอง ด้วยกลัวว่าขยี้มากๆเดี๋ยวจะตาบอดเอา
    " วันนี้วันอะไร ? "
    " อังคาร ทำไมหรอ ? " โชตอบกลับเสียงนุ่มทั้งที่มือแล้วสายตาไม่ได้ละไปจากถนนข้างหน้า เหลือบมองซ้ายขวาเป็นระยะมองหาร้านอาหารที่ถูกใจ
    " วันอังคาร...มาซากิเข้าเวรดึก แต่วันนี้อาจจะกลับเร็วกว่าปกติ 3ทุ่มคงถึงแล้ว เพราะงั้นช่วยไปส่งชั้นให้ทันด้วยนะ " น้ำเสียงเล็กตอบกลับเรียบๆ กลับเป็นโชซะเองทื่รู้สึกอึกอักในทันที
    " จำได้แม่นเชียวนะ เรื่องของไอบะน่ะ.. "
    " อืม..จะทำหรือไม่ทำล่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะว่ายังไงชั้นก็ไม่หนี " คาซึนาริกดเสียงแข็งลงหน่อย แล้วถามกลับอย่างตั้งแง่ทำให้โชเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังทำให้คนตัวเล็กขัดใจไม่เข้าเรื่องซะแล้ว เลยต้องแก้ลำเปลี่ยนเรื่องในทันที

    " ชั้นรู้จักร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ บรรยากาศดีๆแห่งหนึ่ง ลองดูมั้ย ? "
    " ลองอะไร ? "
    " ข้าวเย็นไง คาซึยังป่วยอยู่ชั้นเลยคิดว่าของหนักๆคงไม่เหมาะ เอาเป็นอาหารเบาๆไปก่อนแล้วจะได้กินยาแล้วกลับไปส่งคาซึนาริ แบบนี้ดีกว่ามั้ย ? " โชยื่นข้อเสนอหลอกล่อให้คาซึนาริเอียงคอคิดตามแล้วเม้มปากบางตอบเบาๆว่า..อืม..

    .. รถยนต์คันหรูวิ่งช้าๆใจเย็นค่อยๆเลียบไปตามถนน แล้วแวะจอดหน้าร้านคอฟฟี่ช๊อปเล็กๆที่ทำให้คาซึนาริคิดในแว่บแรกที่เห็นเลยว่า..บรรยากาศดีสมกับที่โชบอกจริงๆ..

    " ชอบมั้ย ? " ร่างสูงถามไปยังคนตัวเล็กที่ยังสอดส่ายสายตาไม่หยุด ท่าทางจะถูกใจไม่น้อยคิดไม่ผิดเลยจริงๆที่พามา
    " ก็ดี.. ชอบนะ แต่ไม่คิดว่าแบบนี้จะแนวนาย เห็นใส่สูทเท่ตลอดเวลาไม่คิดว่าจะมีอารมณ์สบายๆแบบนี้ด้วย " คาซึนาริตอบยืดยาวทั้งที่ยังมองไปรอบๆร้าน บรรกาศแสงสีอมส้มหน่อยๆแต่ไม่สลัวมืดจนน่าอึดอัด กลิ่นสะอาดแทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นบุหรี่ตามแบบที่ร้านในญี่ปุ่นส่วนใหญ่มี มองไปเกือบในสุดก็เห็นตู้เคาท์เตอร์วางเค้กสีสวยเรียงรายเต็มไปหมด
    " .. .น่ากินจัง.. ." เสียงเล็กเปรยเบาๆ สองขาเดินนำไปยังมุมเค้กสดสวยในทันทีทิ้งให้โชยืนมองยิ้มๆอยู่ที่เดิม ก่อนจะค่อยๆเดินตามคาซึนาริมาด้วย สองคนก้มลงมองเค้กที่เรียงรายอยู่ นิ้วเล็กจิ้มชั้นนั้นชี้ชิ้นนี้ ปากก็บอกอยู่ได้ว่าอยากกินๆไม่หยุด

    " กินข้าวก่อนนะแล้วค่อยกินเค้กทีหลัง " โชหันไปบอกเบาๆ แต่ในระยะที่สองหัวรวมในตู้เดียวก็ทำให้จมูกรั้นของคาซึนาริที่จะหันไปหาคนพูด ชนกับจมูกคมสันของโชพอดี
    " อยากกินเค้ก กินเค้กก่อนไม่ได้หรอ เดี๋ยวมันก็ไปผสมๆกันในท้องเองแหละ " เสียงใสเถียงต่อทั้งที่ใบหน้าออกแดงเรื่อ แกล้งทำเป็นงอนขัดใจเดินกระแทกเท้านำไปหาโต๊ะนั่งเสียอย่างนั้น แล้วบ่นอุบให้ได้ยินว่า.. นี่ ! จะยืนตรงนั้นอีกนานมั้ย หรือจะถ่วงเวลาไม่ให้ชั้นกินเค้กกัน ?..

    . . .

    " นี่ .. โช.. " คาซึนาริพูดออกมาเบาๆยิ้มจางๆหลังจากที่ทั้งสองคนสั่งอาหารให้พนักงานสาวไปแล้ว
    " หืม ? .. "
    " . . . "
    " . . . "
    " ชั้นเคยทำเค้กด้วยนะ "
    " เห ? "
    " อื้ม.. เคยทำกับมาซากิน่ะ " ริมฝีปากบางที่กำลังยิ้มให้ตู้เค้กที่เพิ่งไปดูมาเมื่อครู่ ทำให้ซากุไรมองตามอย่างไม่เข้าใจ
    " ชีสเค้กน่ะ.. ชั้นชอบกินชีสเค้ก วันเกิดมาซากิก็จะซื้อให้ บ่อยๆเข้าเลยอยากลองทำขึ้นมาเอง "
    " . . . "
    " . . . "
    " แล้วอร่อยมั้ย ? "
    " . . . "
    " ไม่รู้สิ เปรี้ยวๆนิดนึง รูปร่างก็ประหลาดด้วย แต่มาซากิก็บอกว่าดี " ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆให้กับความทรงจำที่ไม่มีใครแทรก ก่อนจะแทรกแซงการทำงานของสมองตัวเองให้มันจบลงเท่านั้นก่อนที่น้ำอุ่นใสจะรื้นขึ้นอย่างไม่จำเป็น

    " . . . "
    " พูดถึงเค้กกับมาซากิแล้วคิดขึ้นได้ เมื่อกี้ชั้นฝันด้วยล่ะโช "
    " . . . "
    " ฝันดีหรือฝันร้ายกันล่ะ "
    " . . . นั่นสิ ดีหรือร้ายกันนะ "
    " . . . "
    " ชั้นฝันถึงมาซากิกับนาย "
    " . . . "
    " ฝันถึงชั้น ? "
    " อื้ม.. ฝันถึงเรื่องในอดีต " นัยน์ตาสวยเงยขึ้นสบกับซากุไร โชอีกครั้งอย่างว่างเปล่า เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบงันและไม่เข้าใจ ที่ไม่ผิดจากที่นิโนมิยะคาดคิดไว้มากนัก คาซึนาริเลยตัดสินใจยิ้มให้จางๆแทนคำอธิบายทั้งหมดแล้วเริ่มลงมือกับอาหารเย็นตรงหน้าแทน

    . . .

    .. ระยะทางกลับบ้านไม่ได้ไกลไปจากที่คิด อาจจะสั้นกว่าเสียด้วยซ้ำในความรู้สึก คนสองคนนั่งข้างกัน ใกล้กันเพียงเกียร์รถคั่นไว้ สองเสียงหยอกล้อ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆไม่หยุด ไม่ต่างไปจากเมื่อกลางวันที่คนตัวเล็กวิ่งพล่านชวนดูนู้น คุยนี่ไม่หยุดหย่อน แต่ในท่ามกลางบรรยากาศหวาน นิโนมิยะที่กำลังยิ้มใสห้กับบทสนทนาของโช ก็กำลังยิ้มหวานให้กับเค้กชิ้นเล็กสวยในมือเล็กที่ตั้งใจเอากลับไปฝากมาซากิไว้ด้วย มือเล็กประคับประคองมันอย่างให้ความสำคัญ แต่คนตัวเล็กจะรู้รึเปล่า..ว่าคนที่อยู่ข้างๆกำลังรู้สึกแบบไหน ?? ..

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    . . . ถ้าจำเรื่องราวทั้งหมดได้จริงๆแล้วล่ะก็.. สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นคืออะไรกันนะ จะได้มาซากิกลับมารึเปล่า.. หรือทุกอย่างจะกลับกลายเลวร้ายลง บางทีมันก็เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะคิดถึงซักเท่าไหร่ แต่ถ้ายังจำไม่ได้แบบนี้ อาจจะต้องทำร้ายคนอื่นนอกจากมาซากิไปอีกเรื่อยๆ ถ้าอย่างนั้น..ผมควรจะเลือกทางไหน ? .. . . .

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    .. สองขาเล็กค่อยๆเดินก้าวกลับเข้ามาในห้องผ่านประตูที่เพิ่งเปิดออกไปเมื่อเช้าเพียงลำพัง รอยยิ้มยังไม่จางหายไปตั้งแต่ลากับโชเมื่อครู่ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มีแต่เรื่องที่คิดแล้วใจมันอุ่นๆ แสงไฟในห้องยังไม่มี ไม่มีเสียงอะไรด้วยคงเพราะมาซากิยังไม่กลับ ทันทีที่ความคิดเรื่องนี้แว่บขึ้นมาในสมอง หัวใจก็รู้สึกหนักอึ้งมากขึ้นทุกที ..

    .. เรื่องหนึ่งที่คาซึนาริไม่ได้เล่าให้โชฟังถึงเรื่องความฝันก็คือ.. เรื่องราวของโช ความทรงจำที่เกี่ยวกับโชเริ่มกลับมาแล้ว ทำไมถึงสังหรณ์ใจแปลกๆกันนะ สิ่งที่โชพูดต่อจากนั้นคืออะไรกัน แต่ดูยังไงโชก็ไม่น่าใช่คนเลวไม่ใช่หรอ ..


    .. สิ้นความคิดร่างเล็กก็จัดแจงหยิบเค้กชิ้นเล็กที่ตั้งใจซื้อกลับมาฝากอีกคนให้จัดวางสวยงามบนจานใบเล็กที่ขนาดเหมาะกัน ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่า มาซากิจะดีใจที่ได้เห็น หรือจะโกรธมากกว่าเดิมที่รู้ว่าคาซึนาริออกไปข้างนอกทั้งที่มาซากิไม่อยาก ไม่มีอะไรที่คาซึนาริล่วงรู้ได้เลย ดวงตาหม่นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นดาวพราวสวยจนน่าแปลกใจว่าเมืองกรุงแบบนี้ยังมองเห็นดาวกระจ่างฟ้าแบบนี้ได้อีกรึไง และก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิมว่าตั้งแต่ที่เดินเข้ามาจนจัดเค้กเสร็จ คาซึนาริลืมเปิดไฟมาตลอดทาง แต่คงเพราะความคุ้นชินในอดีตและแสงจันทร์สว่างนวลที่ทำให้การกระทำทุกอย่างเสร็จสิ้นราบรื่น แต่ถึงจะมืดอยู่แบบนี้ร่างเล็กก็ไม่ได้คิดจะเดินกลับไปเพื่อเปิดไฟเลยแม้แต่น้อย กลับค่อยๆเดินไปพิงขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่อีกฝั่งของห้องนั่งเล่นอย่างเงียบๆ มองดูดาวให้กระจ่างต่อสายตามากขึ้น ดวงตาสีอ่อนสะท้อนสีดำมืดพรายดาวสกาวสวย ลมหายใจอุ่นขัดกับอากาศหนาวเย็นยามค่ำคืนรดเข้าที่ลูกฟักกระจกจนเกิดเป็นไอขาว สองแขนเล็กโอบกอดให้ความอบอุ่นกับตัวเอง ..

    .. ฉับพลันกลับรับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย อ้อมกอดของใครคนหนึ่งที่โอบเข้าจากทางด้านหลัง ทำให้น้ำตาเม็ดสวยที่คลอหน่อยอยู่ถึงเวลาทิ้งตัว ร่างกายบอบบางหันกลับเข้าซุกที่อกอุ่นด้วยโหยหา ..


    . . . มาซากิ . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    ทูบีคอน ครับ...

    Ps. ขอสารภาพว่า... จริงๆตอนนี้มันไม่ควรมีแค่นี้เลย มันไม่ครบตอน ! แต่... ขอเถอะ เก็บบรรยากาศแบบนี้เอาไว้ มันหม่นมาทั้งเรื่องแล้ว ถึงตอนนี้บรรยากาศมันจะไม่ได้สดใสใสปิ๊ง แต่โดยส่วนตัวคิดว่า..มันอบอุ่นดี เลยอยากจะตัดมันเอาไว้เท่านี้ก็เท่านั้นเอง ถ้ารู้สึกว่าทำไมมาตัดเอาด้วยเหตุผลแบบนี้ มันอ่อนเหตุผลเกินไปก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ (;^___^ A

    ตอนหน้าก็ถึงครึ่งเรื่องแล้วล่ะ คงมีคนคิดว่า..นี่มันครึ่งเรื่องแล้วชั้นยังอ่านมันไม่รู้เรื่องเลยไอบ้า.. อยู่ก็ได้ ก็ต้องขอโทษด้วยถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ก็รู้สึกใจอุ่นๆดีที่อ่านคอมเม้นท์ของทุกๆคน ทั้งที่มีอยู่น้อยแต่ก็อ่านซ้ำไปซ้ำมา ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ (^___________^)

    เท่าที่อ่านมา มีทั้งคนเชียร์บะโนะ และโชโนะอย่าละครึ่งเลยเนอะ แบบนี้ถ้าจริงๆแล้วกลายเป็นคู่ที่ตัวเองไม่เชียร์อยู่จะเลิกอ่านกันไปมั้ยนะ ก็เป็นเรื่องที่คนแต่งแอบกลัวอยู่ไม่น้อยเลยจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกอ่านกันไปเลยนะ

    ต้องขอบคุณทุกคนที่เม้นท์ และหลายคนที่เม้นท์มาทุกตอนตั้งแต่ตอนแรก ลองมาดูกันดีมั้ย ??

    ขอยกเอามาแต่คนที่เม้นท์ตอนที่แล้วได้มั้ย ?? (ToT)
    nakuru -- ได้อ่านคอมเม้นท์ของคุณ nakuruแล้วรู้สึกตัวว่าเรื่องมันหม่นจริงๆด้วย แต่เรื่องที่ว่าจะจบดี จบไม่ดีรอดูๆไปดีมั้ย แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกเรื่องนีเท่าที่คิดไว้ ไม่น่าจะเศร้าขนาดนั้นนะ ค่อยๆลุ้นไปด้วยกันเนอะ
    The_first_love --ใจเย็นๆค่ะพี่ มันไม่ใช่ข้อสอบเอนท์อ่านแล้วไม่ต้องไปเครียดกับมันมาก หนูล่ะห่วงพี่จริงๆเลย ยังไงก็... อ่านมันต่อไปแล้วกันเนอะ อ๊ะ ! อ่านแล้วอย่าลืมเม้นท์นะ !
    ShinO -- เชื่อแล้วล่ะว่าเชียร์โชโนะอยู่จริงๆ เชียร์มาทุกตอนเลย อาจะเป็นโชโนะจริงๆก็ได้ใครจะรู้เนอะ (แต่คนแต่งแอบรู้) ไม่ยอมใจอ่อนให้ไอบะจังทำคะแนนเลยนะเนี่ย ยังไงก็ช่วยอยู่เชียร์โชโนะต่อไปจนจบด้วยเถอะนะคะ
    cream -- เนื้อเรื่องมันยังคลุมเคลืออยู่... ค่ะ มันยังคลุมเคลืออยู่จริงๆ แต่มันจะกระจ่างในตอนใกล้ๆนี้แล้วแหละ เท่าที่ตั้งใจไว้ยังไงก็ช่วยรอจนถึงวันนั้นด้วยเถอะนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่บอกว่า..สนุก..ด้วย ดีใจจัง
    masaki-p -- ต้องตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษด้วยรึเปล่า ?? ไม่เอาได้มั้ยเดี๋ยวขายหน้า เค้าไม่เก่งภาษาต่างประเทศ แต่ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ครับผม
    kaze_kazu -- เป็นหนึ่งในคนที่คอมเม้นท์มาตั้งแต่ตอนแรกไม่เคยขาด ขอบคุณมากๆค่ะ แต่แอบเห็นว่าขับไล่ไสส่งซากุไรอยู่ ใจเย็นๆน้า อย่าเพิ่งไปเกลียดเค้าเลยนะ ออกจะอบอุ่นหน้าผากสะท้อนแดดขนาดนั้น แล้วก็ขอบคุณคอมเม้นท์ที่ทำให้หัวใจพองๆที่ว่า "ป.ล. สนุกสิคับ" ด้วยค่ะ ดีใจมากๆ
    rocky_against --แอบเชียโชโนะรึเปล่าเนี่ย มีเชียร์ให้เค้าหนีไปด้วยกันด้วย 55+ นิโนมิยะน่าสงสาร แล้วสงสารคนแต่งบ้างรึเปล่าน้า... ถ้าสงสารก็ช่วยอ่านต่อไปเรื่อยๆด้วยนะคะ อ่อ...แอบขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่ว่า"ชอบมากๆเลยค่ะ" ด้วยนะคะดีใจมากๆเลย
    aichan -- อ่านคอมเม้นท์ของคุณaichanทีไรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแต่งฟิคนักสืบเลย ดูมีปริศนาเยอะแยะ แต่อย่าเพิ่งรู้สึกไม่ดีกับโชเลยน้า คนเค้าเลวมีจุดประสงค์ (อ้าว????) แล้วก็ขอบคุณมากๆเลย เพราะเป็นหนึ่งในคนที่คอมเม้นท์มาตลอดตั้งแต่ตอนPRELUDEเลยด้วย ยังไงก็ขอความกรุณาติดตามไขปริศนาต่อไปด้วยเถอะคะ

    .. ต้องขอโทษทุกคนจริงๆที่ทำให้อ่านแล้วเครียดเกินไป แต่ก็ขอบคุณสำหรับคนที่คิดว่าเครียดมันแบบนี้แหละดีแล้วด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนแต่งเองแต่งไปก็จิตตกอยู่ไม่น้อย แต่ไอ่ครั้นจะไปเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้มันสดใสขึ้นก็ดูจะไม่ดี เราเลยเปลี่ยนhead+BGแทน ไม่รู้ว่าถูกใจกันรึเปล่า แต่เป็นสีชมพูด้วยนะ ! คนทำแอบชอบเป็นการส่วนตัวเพราะหน้าน้องหมวยเยอะดี ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกันด้วยนะคะ (^______________^)

    ขอให้อ่านให้สนุกเร้าใจกันไปตามครรลองนะคะ สู้ๆ

    KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! -

    แอบไม่เกี่ยวแต่...

    06.06.17
    HAPPY BIRTHDAY to Ninomiya Kazunari





    » Title : KIOKU [ 3 ] - GO ! ! ! -
    » Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    แสงอ่อนลอดผ่านม่านกรองแสงบางๆ กระทบเปลือกตาบางเบา ปลุกให้คนตัวเล็กตื่นจากนิทรา หลังจากหลับลึกหลับตื้นสับไปมาจนได้ที่ ดวงตาคู่สวยก็เผยตัวแผ่วๆ คิ้วเรียวขมวดปมเล็กน้อยจากความปวดมึนที่ไม่ได้เกิดจากความฝัน แต่เกิดจากความจริงที่ประสบพบเอาเมื่อคืน ถึงจะบอกว่าหลับไปแล้วแต่ก็ไม่สนิทเสียสักทีเดียว ถึงไม่ฝันแต่ก็ดูว่าหลับไม่ลึกพอจะให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลำแขนเล็กค้ำตัวเองให้ลุกขึ้นเดินลากขาเปลี้ยๆไปยังหน้าต่างบานใหญ่ข้างเตียง เปิดรับเอาแสงอาทิตย์จัดจ้ายามเช้าให้แทรกตัวผ่านอณูอากาศเข้ามาอย่างเต็มที่จนต้องหยีตามองลอดออกไป พิงตัวอยู่แบบนั้นซักพักก็เปลี่ยนใจ เดินกลับมาทำท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงตามเดิม

    " รัก..คาซึนาริ "

    .. เสียงแหบห้าวยังตามรังควาญไม่เลิกตั้งแต่เมื่อคืน ลิ้นเล็กคลอเคลียริมฝีปากแห้งผาก ชั่งใจว่าจะลุกไปกินน้ำดี หรือปล่อยมันเอาไว้ทั้งๆแบบนี้ดี แล้วก็ตัดใจช่างมันเสียแบบนั้น ..

    " เฮ้อ.. " ทอดถอนใจเหนื่อยหน่าย แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้งในท่าตะแคงคุดคู้กอดผ้าห่มนุ่ม ดวงตาสดใสหม่นหมองไปด้วยการร้องไห้ ปิดเปลือกตาซ้ำลงแผ่วเบาตั้งท่าว่าจะหลับไปอีกรอบ ..

    . . .

    แอ๊ดดดดดดดดดด . . .

    .. เสียงประตูห้องลั่นเบาๆ พร้อมเสียงฝีเท้าแผ่วๆ แต่มีระเบียบในจังหวะ ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมาอีกรอบ แต่ความเหนื่อยหน่ายมันมากเกินกว่าจะใส่ใจอะไร เพราะสุดท้ายคนที่เดินเข้ามาเหมือนเดิมทุกวันก็มีแต่ -หมอ- ..

    .. ไม่จำเป็นต้องตกใจ เสียใจ หรือสับสนอะไรอีก อย่างไรก็ดี.. ไม่มีที่ไป ..

    " นิโนะคุง ตื่นเถอะ กินข้าวเช้ากัน " น้ำเสียงใจดีกับวิธีเรียกที่ผิดแปลกไปทำให้อดสงสัยไม่ได้ ยืนตัวขึ้นมองไปทางต้นเสียงช้าๆ ปรากฏภาพไม่คุ้นตา

    " จุน ? " น้ำเสียงเล็กแหบจนเกือบผิดวิสัย ทำให้หมอใจดีที่นิโนมิยะติดอกติดใจหนักหนายิ้มให้อ่อนๆ เดินถือถาดข้าวต้มมาเอาใจถึงข้างเตียง
    " หมอล่ะ ? "
    " ไอบะคุง กลับไปพักผ่อนตั้งแต่เมื่อคืนตอนดึกแล้วล่ะ ตกใจหรอที่เป็นชั้น ? " ตาสวยทอประกายกังวลจนคาซึนาริไม่กล้าเอาความต่อ
    " กลัวรึเปล่า ? ให้เรียกไอบะคุงให้มั้ย ? " น้ำเสียงหวานอ่อนลงเล็กน้อย ซึ่งนิโนมิยะก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ส่ายหัวเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ท่าทีที่เงียบผิดวิสัยของนิโนะคุงที่เจอกันเมื่อวานก็ทำให้หมอคนสวยอดเป็นห่วงไม่ได้
    " เป็นอะไรรึเปล่า ? "
    " จุน.. พอมีเวลารึเปล่า ? " น้ำเสียงอ่อนล้าขาดห้วง รอยยิ้มระเรื่อแต่งแต้มตามนิสัย


    . . . พอกันทีกับความทรงจำว่างเปล่า ถ้ามันนึกไม่ออกซักที ชั้นก็จะยัดมันเข้าไปใหม่ ! ! ! . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    . . .


    " จุนว่างมั้ย ? ถ้าว่างช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ด้วยน้ำเสียงเชิงอ้อน
    " เหงาหรอ ? "
    " เปล่า.. ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร "
    " อ่ะ ! ก็ว่างนะ " หมอคนสวยของนิโนมิยะยิ้มให้อ่อนๆ
    " ผมมาตรวจนิโนะเป็นคนสุดท้าย จะได้ดูแลได้ใกล้ชิดไง "
    " ทำไมต้องใกล้ชิด ? หลงรักผมแล้วหรอ ? " นิโนมิยะหยอกล้อตามนิสัย ปากร้ายไปตามเรื่อง
    " ก็ไอบะคุงกำชับไว้นี่ครับ ทั้งหวงทั้งห่วงนิโนะคุงจะเป็นจะตาย " รอยยิ้มเผล่ล้อเลียนแต่งแต้มบนใบหน้าสวยหวาน ทั้งที่เป็นรอยยิ้มที่นิโนมิยะติดใจ แต่คนตัวเล็กกลับเงียบไปไม่เหมือนทุกที

    " จุน.. เล่าเรื่องหมอให้ฟังหน่อย.. "
    " เอ๊ะ ! มีอะไรรึเปล่า ? " น้ำเสียงหวานนุ่มหู ละเลียดซึมซับให้หัวใจอบอุ่น เกิดรอยยิ้มใสๆบนใบหน้าอ่อนวัย
    " ไหนๆก็ว่าง ..นะ " สำเนียงอ้อนๆ จนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอบะ มาซากิถึงรักนักรักหนา ทำให้หมอคนสวยยิ้มระเรื่อ ลากเก้าอี้สแตนเลสมุมห้อง มานั่งไขว่ห้างสง่าอยู่ข้างๆ
    " เอาไงดีล่ะ.. ไอบะจังเป็นคนใจดี.. นิโนะเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดนะ " ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก็วางทาบมือเรียวสวยบนกลุ่มผมนุ่มอ่อนโยน โยกศีรษะเล็กไปมาก่อนจะชักมันกลับมาประสานที่หน้าตักตามเดิม

    " ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆน้า... จริงๆแล้วต้องเป็นนิโนะคุงซะอีกที่เล่าให้ผมฟัง เพราะนิโนะเองต่างหากที่รู้จัก - ไอบะ มาซากิ - ดีที่สุด "
    " แต่ผมจำอะไรไม่ได้ "
    " ไม่แปลก... ถ้าคนความจำเสื่อมเกิดจำอะไรได้ง่ายๆขึ้นมาล่ะก็ พวกชั้นคงตกงาน " ..ดูเหมือนไม่ว่าเมื่อไหร่ มัตซึโมโตะก็ยังเรียกเสียงหัวเราะของนิโนมิยะได้เสมอ แต่มันคงไม่มากพอ..

    " . . . ไอบะ มาซากิเป็นใครกันแน่จุน ? เค้าเป็นอะไรกับผม ? " น้ำเสียงหม่นหมอง รอยยิ้มจืดจางไปจากใบหน้าใส ทำให้จุนต้องเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวตอบด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน

    " เค้าเป็นคนรักของนิโนะคุงน่ะ .. "

    " จำไม่ได้สินะ "
    " อื้ม.. นึกอะไรไม่ออก อาจจะคุ้นๆบ้างในความรู้สึกแต่.. "
    " ไอบะจังน่ะรักนิโนะมากนะ ทำทุกอย่างให้นิโนะตื่น ตอนดึกๆก็มาเฝ้านิโนะแทบทุกคืน " ..คงเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้ ที่ดวงตาอ่อนใสได้สบพอดีกับดวงตาหวานสวยอย่างจัง ..
    " . . . "
    " ไม่เป็นไรหรอก.. ยังไงเค้าก็รอนิโนะเสมอ "

    .. บางทีถ้าจุนพูดประโยคนี้มาเมื่อ 13ชั่วโมงที่แล้ว มันคงเป็นคำพูดที่ทำให้คาซึนาริอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก แต่ในตอนนี้..มันกลับทำให้หัวใจของนิโนมิยะเยือกแข็ง ..

    " บางที ที่วันนี้ไอบะจังไม่มาป้วนเปี้ยนกระดิกหางแถวนี้ อาจเป็นเพราะไอ่นี้ก็ได้ " มือเรียวยื่นกระดาษขนาดตามโมดุลามาตรฐานตีพิมพ์เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการให้คนป่วยได้อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วหยิกกัดเบาๆพอเรียกเสียงสดใสจากคนตัวเล็กว่า...ยังจำวิธีอ่านหนังสือได้มั้ยครับ คุณหนู...

    " เอกสารอนุญาต ? "
    " อื้ม ! กลับบ้านได้แล้วนะ "
    " . . . "
    " ถ้ากลับบ้าน นิโนะก็จะเจอของที่สัมพันธ์กับนิโนะอยู่เต็มไปหมด ดีใจมั้ย ? " หมอใจดียิ้มหวานๆให้คนป่วย แต่ก็อดสงสัยในท่าทางชะงักงันของแฟนคลับอันดับหนึ่งไปไม่ได้

    " จุน.. ผมจำอะไรไม่ได้ "
    " . . . "
    " แล้วผมจะกลับยังไงอ่ะ ? ผมไม่รู้ทางกลับบ้าน " สิ้นเสียงใส คุณหมอคนสวยก็ได้แต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งกับความน่ารักของนิโนมิยะ

    " ใครเค้าจะให้เรากลับเองกัน ? "
    " เดี๋ยวไอบะจังคงมารับแหละ.. จำไม่ได้ล่ะสิ ? เราน่ะอยู่กับไอบะจังไง "


    . . . ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม . . .


    .. บรรยากาศเริ่มคลายอึดอัดลงไปบ้าง แม้ว่าความขุ่นข้องใจของนิโนมิยะจะยังไม่หมดไป แต่น้ำเสียงสดใสเริ่มกลับมาสู่สภาพเกือบปกติในที่สุด ..

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    . . .

    .. ร่างสูงสันทัดยิ้มเยียบ พิงกำแพงข้างประตูห้องคนป่วยด้วยท่าทีผ่อนคลาย เดาะช่อดอกไม้สวยในฝ่ามือเป็นจังหวะเบาๆ สบตาเพียงครู่เดียวกับอีกคนที่เดินสวนมา ..

    . . . เหมือนไร้ความหมาย อาจไร้ หรืออาจมี . . .

    .. ละดวงตาคมกลับมามองช่อกุหลาบขาวในมือ แล้วคลี่ยิ้มอบอุ่น จนอีกคนอดถามออกมาไม่ได้ ..

    " กุหลาบขาว คิดว่าเหมาะหรอ ? "
    " ไม่รู้สิ.. แต่สำหรับชั้น ชั้นว่าเหมาะ .. "

    .. ร่างโปร่งบางเลิกคิ้วสูงเชิงสงสัย ทำให้ดวงตาอบอุ่นสะท้อนไฟเล็กน้อย กดมุมปากแน่นนิ่งไม่เปรยเสียงใดให้หลุดลอด แล้วเดินสวนทางไปโดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้อีกคนเดินกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมของตัวเองอีกครั้ง สองฝีเท้าประสานกันอย่างสงบ เป็นระเบียบหนักแน่น ตัดเด็ดขาดกับความสงัดเงียบของโรงพยาบาล ..

    . . . นิโนมิยะ คาซึนาริ ที่เป็นแค่ นิโนมิยะ คาซึนาริ . . .
    . . . ไม่ใช่ - คาซึนาริ - ของ ไอบะ มาซากิ . . .

    . . . แต่เป็นแค่ คาซึนาริที่ขาวสะอาดเหมือนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ไร้การครอบครองและตีตรา . . .

    . . . ไม่จำเป็นต้อง - แย่ง - เพราะตอนนี้ นิโนมิยะ ไม่ใช่ของ ไอบะ อีกต่อไป . . .


    . . .

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========


    .. แอ๊ดดดดดดดดดดด ..

    .. สิ้นเสียงประตูลั่น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเป็นผู้ชายอบอุ่นที่นิโนมิยะเจอเมื่อวาน หอบหิ้วช่อดอกไม้สวยอยู่ในมือ ก่อนยื่นให้อย่างเงียบเชียบแต่เพียบพร้อมด้วยความอ่อนโยนในสายตา ..

    " ว่าไงตัวเล็ก ? " น้ำเสียงอบอุ่นไม่ต่างจากเมื่อวาน ทำให้คนตัวเล็กยิ้มเผล่ สดใส
    " ให้ดอกไม้ทำไม ไม่ใช่ผู้หญิง ? " น้ำเสียงกระเง้ากระงอดลอดผ่านริมฝีปากเล็ก
    " ก็เห็นว่าเหมาะ ก็เลยให้ ไม่ได้หรอ ? " ซากุไรยิ้มตอบกลับไปจางๆ ขยี้หัวเล็กอย่าเอ็นดูก่อนจะลากเก้าอี้แสตนเลสตัวเดิมมานั่งข้างเตียงที่เดิม และท่าเดิม

    " มีอะไร ? ทำไมทำหน้าแบบนั้น ? " น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้ใจดวงเล็กอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทำให้หัวใจยังหวังได้ว่าพอมีที่พึ่งพิงอยู่บ้าง
    " โช.. เป็นเพื่อนกับชั้นมาก่อนหรอ ? "
    " หืม ? ..ก็เหมือนจะใช่นะ "
    " อะไรคือเหมือนจะ ? สรุปไม่ได้หรอว่าใช่หรือไม่ใช่ ? "
    " ก็ได้ทั้งสองอย่าง เพราะนิโนะเป็นเพื่อนชั้นก็ใช่ แต่อยู่แต่กับไอบะเลยไม่รู้ว่าสรุปจริงๆควรเรียกว่าเพื่อนรึเปล่า "
    " ชั้นกับหมอตัวติดกันหรอไง ? "
    " ฮ่ะ ๆ สรุปอยากรู้อะไร ? " ร่างสูงหัวเราะขำๆกับการตั้งแง่ของคนตัวเล็กที่ทำหน้าบู้ๆ ปากยื่นๆขัดใจ
    " ก็นึกอะไรไม่ออก เลยจะใส่เข้าไปใหม่ เลยอยากให้นายเล่าให้ฟัง... แค่นี้เอง แต่ถ้าไม่มีน้ำใจไม่ต้องก็ได้ "
    " ก็ไม่ใช่.. อยากรู้ก็จะบอก แต่ขอประเด็นด้วยไม่งั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง " น้ำสียงยียวนทำให้นิโนมิยะได้แต่กร่นด่าอย่างขัดใจว่า ..อะไรก็เล่าๆมาเหอะ..

    " ไอบะเป็นเพื่อนสนิทของชั้น อยู่มาวันนึงก็พานายมาที่คณะชั้น อุตส่าห์เดินหน้าบานตากแดดข้ามมาตึกเศรษฐศาสตร์เลยนะว่า...นี่ ! คนนี้แฟนชั้น ชื่อนิโนมิยะ คาซึนาริ น่ารักใช่มั้ย..แล้วก็ชมนายอย่างงั้นอย่างงี้ ทำให้เรารู้จักกันตั้งแต่วันนั้น " โชเล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆ จนร่างเล็กทำหน้าเบ้แล้วตอกกลับไปว่า.. ใส่รายละเอียดลงไปบ้างก็ได้นะไม่ต้องกลัวเปลืองทรัพยากรนักหรอก พ่อนักเศรษฐศาสตร์... ทำให้ซากุไรโชหัวเราะลั่น

    " หลังจากนั้น สิ่งที่ชั้นเห็นอยู่ทุกวันคือ นิโนะที่เดินข้างไอบะ ยิ้มให้แต่ไอบะ คุยเล่นแต่กับไอบะ เหมือนทั้งชีวิตมีแต่ไอบะ พอชั้นเข้าไปคุยด้วยก็เอาแต่ยิ้มจางๆกลับมาจนบางทีชั้นก็อยากทำศัลยกรรมให้ออกมาหน้าเหมือนไอบะ จะได้คุยกับนายได้บ้าง แต่ถ้าทำแบบนั้นมันเปลืองงบประมาณ "

    " จากนั้นนายก็ย้ายไปอยู่กับไอบะ ในที่ๆชั้นหานายไม่เจออีกต่อไป " ฉับพลันความเงียบชวนอึดอัดก็แผ่เข้ามาในบทสนทนาอย่างไม่น่าให้อภัย รอยยิ้มอบอุ่นของซากุไรหายไปชั่วครู่เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรอยยิ้มเหยียดนิ่ง แล้วกลับมาสู่สภาพอบอุ่นในนาทีถัดมา จนนิโนมิยะไม่ทันได้สังเกตเห็น
    " แต่ตอนนี้ก็หาเจอแล้ว " ถึงแม้คนตัวเล็กจะไม่เข้าใจมันดีนัก แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ..ใจเต้นแปลกๆ..จนไม่กล้าต่อความอะไร

    " แล้วเรื่องที่ชั้นจำอะไรไม่ได้ล่ะ ? " น้ำเสียงใสถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น
    " อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุ นิโนะหลับไปนานมาก คงเป็นเรื่องปกติที่จะลืมๆอะไรไปบ้าง ข้อนี้คงต้องถามหมอแล้วล่ะ "

    " มีเรื่องอะไรสงสัยอีกมั้ย ? "
    " อย่างที่นายบอก ไม่มีประเด็นก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง.. แล้วเรื่องชั้นกับหมอ พอรู้อะไรบ้างมั้ย ? " ..น้ำเสียงเล็กอ่อนลงเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงความหวั่นไหว
    " รู้เท่าที่บอก เห็นแค่นิโนมิยะตัวเล็กๆที่วิ่งไปวิ่งมา ข้างๆไอบะ มาซากิ "
    " ชั้นไม่ใช่หมานะ ! แล้วเรื่องอุบัติเหตุ.. ชั้นโง่ขนาดยืนให้รถชนเลยหรอ ? " มืออุ่นวางบนตำแหน่งหัวเดิมของนิโนมิยะที่เริ่มเลิกต่อต้านไปด้วยความเคยชิน ซึ่งโชก็ไม่ได้ต่อความอะไรมากมายได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าคลอบคลุมอย่างช้าๆ แต่ทำไมคาซึนาริถึงได้รู้สึกอบอุ่น ..

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    .. จวบจนโพล้เพล้ แสงสีส้มเริ่มทอดต่ำ เงาของคนสองคนที่กำลังเดินออกจากตัวอาคารทอดตัวยาวไปตามถนน มือใหญ่กระชับเข้าที่มือเล็กบอบบาง สองร่างเดินเคียงคู่กัน ..

    . . .


    .. มือหมอดูจะเย็นเยียบต่างไปจากทุกครั้ง หมอยังคงยิ้มเงียบๆไม่ต่างจากรอยยิ้มสุดท้ายของหมอเมื่อคืน ..หมอคงเจ็บ.. ผมคิด แต่ผมก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าต้องทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ..

    .. ความสูงของเราสองคนในความเป็นจริงแล้ว คงไม่ต่างกันมากนักประมาณ 10เซนต์ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ น่าจะเพราะปกติแล้วผมมักนั่งๆนอนๆ อยู่บนเตียงเสมอ ผมเลยรู้สึกว่าหมอสูงมากกว่าตอนที่รู้สึกอยู่ตอนนี้พอสมควร ..

    .. เราสองคนเดินไปขึ้นรถสปอร์ตสีดำทันสมัย ฉับพลันผมหันไปเห็นชายหนุ่มคุ้นตา กับรอยยิ้มคุ้นเคย และดูท่าทางไอบะคงจะสังเกตเห็นเค้าเช่นกัน ..

    " โช.. " น้ำเสียงเล็กเปรยแผ่วเบา อาจคิดไปเองแต่รู้สึกถนัดใจยังไงไม่รู้ว่ามืหมอที่จับกับมือของผม มันกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
    " คาซึนาริอยากให้โชไปด้วยรึเปล่า ? " น้ำเสียงซักถามเรียบนิ่ง ทำให้คาซึนาริหันกลับไปจับสังเกตไอบะ มาซากิให้ชัดขึ้น

    " หมอ.. โชกับหมอเป็นเพื่อนกันใช่รึเปล่า ? "
    " มีอะไรรึเปล่า ? "
    " เปล่า.. แค่อยากรู้.. ทำไมเพื่อนหมอต้องมาเยี่ยมผม ผมอยากรู้.. " น้ำเสียงเล็กไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ สบตากันหนักแน่น ทำให้ไอบะอึดอัดใจเล็กๆ

    " ..เราสองคนเคยรักกัน.. ข้อนั้นผมรู้แล้ว หมอไม่ต้องปิดบังให้อึดอัดใจอีก เพราะงั้นตัดประเด็นนี้ทิ้ง "
    " แต่ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่า เพื่อนหมอเกี่ยวอะไรกับผม หรือโชเกี่ยวกับเราสองคน ? " ..ยิงกลางเป้า ตีแสกหน้า.. นิสัยคาซึนาริคนเดิม แต่คาซึนาริคนเดิมรู้จักไอบะดี และรู้จักโชดี เพราะงั้นคาซึนาริคนเดิมไม่ชอบพูดเรื่องนี้ซ้ำซาก ..แต่ตอนนี้ไม่มีคาซึนาริคนนั้น..

    " กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันดีมั้ย " ไอบะตัดบทสั้นๆ จูงมือเล็กให้อีกคนเดินตามมาก่อนจะชะลอจังหวะก้าวลงให้คาซึนาริตามมาทัน เพื่อให้เดินเคียงกันไปขึ้นรถ ..แต่คนตัวเล็กก็ขืนตัวไว้แล้วปฏิเสธคำค้าน

    " หมอ.. ผมอึดอัดนะ " น้ำเสียงเล็กแข็งขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ ทำให้ไอบะได้แต่ส่ายหัวระอาใจตัวเอง ปลดปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระ มือแกร่งคว้าเอาไหล่ร่างเล็กแล้วกระชับแน่น มองตากันให้เข้าใจ
    " ให้พูดอะไร ? คาซึนาริก็รู้แล้วว่าเราเคยรักกัน แล้วโชก็เป็นเพื่อนชั้น คาซึนาริอยากรู้อะไรอีก ? "
    " เพื่อนหมอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ถามโช โชก็ไม่บอกอะไรนอกจากเป็นเพื่อนหมอ แต่เพื่อนหมอจะมาตีสนิทกับผมทำไมต่างหาก นั่นแหละประเด็น ! "
    " แล้วจะให้ชั้นทำยังไง ! ให้พูดว่าอะไร ? ตื่นมาก็จำกันไม่ได้ แล้วจะให้โพล่งออกไปหรอ ว่า -นี่ เรารักกันนะ- ชั้นรู้จักคาซึนาริดี ถ้าทำแบบนั้นคาซึนาริก็จะเถียงแล้วไม่ยอมฟังอะไรอีก แล้วไงต่อจำได้มั้ย ? อยู่ดีๆก็มีวันนึงเพื่อนชั้นก็เข้ามาในห้อง เอามือจับหัวคาซึนาริไว้ ทำท่าเหมือนสนิทสนมกันซะเต็มประดา จะให้พูดไปหรอว่า -อย่านะชั้นหึง- ? ทั้งที่คาซึนาริยังจำเรื่องของเราสองคนไม่ได้เลย แล้วยิ่งนานวันก็ถูกคอกันมากขึ้น แบบนี้จะให้พูดหรอว่า -เฮ้ย ! หมอนี่จะมาตีท้ายครัวชั้น เค้าจะมาแย่งคาซึนาริไป - ทั้งที่ยังไงซะ หมอนั่นก็เพื่อนชั้น แบบนี้หรอที่คาซึนาริต้องการ ? " คำพูดยาวเหยียดพร้อมสีหน้าไม่สู้จะดีนักของไอบะ ทำให้คาซึนาริได้แต่นิ่งอึ้ง
    " ขออย่าให้ชั้นต้องเหนื่อยใจไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ก็เริ่มเบื่อเรื่องนี้ไปแล้วทุกที "

    " คราวนี้จะกลับบ้านกันได้รึยัง ? " มือใหญ่ยื่นกลับไปอีกครั้ง รอให้มือเล็กบอบบางทาบทับกันอีกครั้ง แล้วดึงเร่งไปที่รถให้เร็วกว่าเดิม และรอยยิ้มอบอุ่นของหมอที่เกือบหายไปทั้งหมด

    . . .


    .. ความเงียบชวนอึดอัดกัดกร่อนหัวใจไปจนสุดทาง และแม้ว่าคนป่วยจะอยากซักอยากถามแค่ไหน ความง่วงงุนจากอาการเพลียแดดก็ทำให้ร่างเล็กผล็อยหลับไปในที่สุด ชะรอยทิ้งจังหวะให้คนขับหันกลับมามองใบหน้าอ่อนใสของคาซึนาริอย่างเต็มตา เอื้อมมือข้างที่ว่างเว้นจากกันปรับพวงมาลัยโฉบไล้ใบหน้าอ่อนเยาว์ โน้มตัวมามองคนตัวเล็กใกล้ๆจนแทบหายใจอากาศเดียวกัน ริมฝีปากอุ่นร้อนฉวยโอกาสลิ้มรสกลีบปากบางเฉียบอย่างเงียบงัน เรียวลิ้นชื้นเปิดช่องทางอย่างถือเอาวิสาสะ ควานค้นความหวานคุ้นลิ้นอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งหลักฐานเม็ดสีขาวขุ่น เฝื่อนคออย่างจงใจในช่องปากเล็ก ลิ้นเรียวดุนดันยาเม็ดนั้นให้คนตัวเล็กกลืนกินอย่างจำยอมทั้งที่คาซึนาริยังไม่ทันรู้สึกตัว จากนั้นจึงเว้นจังหวะให้ร่างเล็กผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ละริมฝีปากเชื่องช้าอ้อยอิ่ง ลอบมองในหน้าหวานใส แล้วสมทบทับซ้ำจูบลงไปบนริมฝีปากสวยบางเบา ..

    " .. เล่นเกมส์กันดีมั้ยคาซึนาริ เกมส์เหมือนที่คาซึนาริชอบ .. "

    . . .


    " อืม.. หมอ.. " เสียงแผ่วพร่าต่างไปจากทุกที พึงรู้สึกถึงความร้อนแปลกแยกต่างจากทุกครั้ง ..เกิดอะไรขึ้น ? ..

    " ร้อน... " ลิ้นเรียวเล็กคลอเคลียริมฝีปากบางของตัวเองช้าๆ ลมหายใจติดขัดถี่กระชั้นจนริมฝีปากอุ่นประกบทับนุ่มนวล ทำให้คาซึนาริดิ้นรนหลบหนีจากการลุกล้ำ ทั้งที่ร่างกายกำลังตอบสนองไปในทางตรงกันข้าม ภาพที่เห็นเหมือนเพดานห้องสีขาวคล้ายคุ้นตา แต่ที่แน่ๆไม่ใช่โรงพยาบาล สัมผัสที่แผ่นหลังรู้สึกเปลือยเปล่า แต่อ่อนนุ่มที่เบาะรองรับ..เตียง ? ห้องนอน ? ..

    " อ่ะ !.. อย่า.. " สะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นอุ่นชิ้นโฉบไล้แผ่วเบาผ่านใบหู มือใหญ่ลากไล้ทาบทับแผ่นอกบาง ปรากฏรอยแดงในทุกพื้นที่ที่มือนั้นลากผ่าน มือเล็กปัดป่ายเปะปะ ปฏิเสธสัมผัสทั้งหมดสุดแรง ที่ผลที่ได้ก็แค่จับผ่านทุกอย่างแผ่วเบา ยิ่งเร่งให้ร่างสูงตรงหน้าใจเต้นแรงกว่าเดิม ส่งผลให้การกระทำต่อมาร้อนแรงเร่งเร้า ริมฝีปากสีแดงสดกลืนกินซุกซ่อนที่ซอกคอเล็ก ผิวอ่อนนุ่มขาวใสสะท้อนตา มืออุ่นลากไล้ต่ำลงเรื่อยๆ ริ้วเรียวปลดกางเกงยีนส์ที่คาซึนาริเพิ่งใส่ไปเมื่อเช้าก่อนรับกลับบ้านให้หลุดร่วงเพียงครึ่งทาง เกาะเกี่ยวขอบบ็อกเซอร์ตัวโปรดของคนตัวเล็กให้ลดต่ำลงอย่างหมิ่นเหม่ เปิดให้เห็นแก่นกลางกายแค่เพียงสัมผัสผ่าน นวดคลึงเบาหนักสับกันผ่านเนื้อผ้าหยาบมือ ทำเอาเสียงเล็กสั่นพร่า ความร้อนที่สะสมจากฤทธิ์ยาเร่งให้ร่างกายต้องการ ทั้งที่ใจคัดค้าน ทะยานอยากปลดปล่อยอยู่ทุกวินาที จนไอบะรู้สึกชื้นที่ฝ่ามือซึมซาบผ่านเนื้อผ้าที่กั้นคาซึนาริอยู่

    " มะ.. หมอ..อย่า " แม้จะต้องการห้ามปรามอย่างสุดชีวิต แต่น้ำเสียงที่แปร่งออกมาช่างแผ่วเบาเสียแม้แต่ตัวเองก็แทบไม่ได้ยิน กลีบปากอุ่นยังคงสานต่อเจตนารมณ์เดิมด้วยลากจนต่ำลง หยอกเย้ายอดอกเล็กจนลำตัวบางสะดุ้ง มือแกร่งข้างที่ว่างเว้นจากการหยอกล้อก็โอบพยุงลำตัวเล็กให้รับสัมผัสอุ่นชื้นอย่างจงใจ จนเห็นได้ชัดว่าคนตัวเล็กที่ถูกทาบทับสั่นสะท้านอย่างหยุดไม่อยู่ ราวกับรู้ซึ้งถึงทุกตารางพื้นที่ของคนตัวเล็กดีเหลือเกิน ปลายเท้าเล็กจิกบนผืนเตียงอย่างกลั้นไม่ไหว

    " หมอ.. "
    " มาซากิ " น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ต่างจากทุกครั้งของคนตรงหน้าเรียกร้องเว้าวอน
    " เรียกชั้นว่า..มาซากิ.. " ฝ่ามืออุ่นทิ้งสัมผัสเชื่องช้าอย่างจงใจแกล้ง สบตาร่างเล็กตรงหน้าอย่างมีอำนาจ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหรี่ปรือแทบไร้สติ

    " มา..มาซากิ " ร่ำร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ใจไม่ต้องการแต่ทำไมมันทรมานเหลือเกิน ทั้งความร้อนความหวามวาบทำเอาคาซึนาริแสนรั้นกลายเป็นแค่เด็กน้อยในกำมือของไอบะ มาซากิอย่างช่วยไม่ได้ นิ้วเรียวปลดบอกเซอร์ของคนตัวเล็กให้หลุดลอดออกจากที่ๆควรจะอยู่โดยปกติ กอบกำคาซึนาริเอาไว้แทบทั้งหมด บีบเค้นคนตรงหน้าหอบจนตัวโยน

    " มาซากิ.. มาซากิ.. อ๊ะ ! " มือเปียกชื้นปล่อยทิ้งให้คาซึนาริอารมณ์ค้างไปอีกครั้ง ด้วยหันมาลูบไล้โคนขาด้านในอย่างหนักหน่วง ลิ้นอุ่นลากต่ำลงมาถึงช่องน้อย วนเวียนเชื่องช้าจนมือเล็กต้องกดให้ศีรษะร่างสูงลดต่ำลงเป็นเชิงบังคับทำให้ไอบะเสยตาขึ้นมองอย่างสมใจ แล้วละกลับไปสนใจร่างกายของคาซึนาริต่ออย่างไม่ลดละ ช่องปากอุ่นร้อนควบคุมร่างของคาซึนาริอย่างย่ามใจ

    " อ๊าาาาาาา... . . " คาซึนาริปลดปล่อยทั้งหมดที่มี หอบหิ้วเอาความร้อนจากพิษยาไปได้ไม่น้อย แต่ถ้ามันยังคงเหลืออยู่ล่ะ ..

    .. คนที่ชื่อมาซากิกลืนกินคราบคาวไปเกือบทั้งหมด ปล่อยให้ส่วนที่เหลืออาบไหลมุมปากบ้างเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วดูดกลืนคาซึนาริอีกครั้งอย่างเร่งเร้าทำให้อารมณ์ของคนตัวเล็กปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงเปียกชื้นตามผลพวงของการปลดปล่อยเมื่อครู่ลากวนปากทางนุ่มนิ่มก่อนจะดึนตัวเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว

    " ฮ้าาาาาา... . . " ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยนทั้งเสียววาบทั้งเจ็บปวดในคราวเดียว นิ้วเรียวยังคงฝังตัวแน่นอยู่ไม่ห่าง แล้วค่อยๆเคลื่อนไหวให้ความหวามหวานกระพือขึ้นอีกครั้ง จนช่องทางที่ไอบะ มาซากิต้องการก็พร้อมพอ ริมฝีปากอุ่นละจากแก่นกลางกลับไปประกบจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากบางเฉียบอีกหน คว้าควานหาความหวานจากคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ อ้อมแขนเล็กโอบกอดรอบคอคนที่ทาบทับตนอยู่อย่างไขว้คว้า ไอบะ มาซากิละจังหวะให้คาซึนาริหอบหายใจแค่ชั่วครู่ มองเห็นไอขาวขุ่นจากลมหายใจร้อนของคนตัวเล็กที่ลอดผ่านริมฝีปากเผยอแดง

    " คาซึนาริ.. " ลูบไล้แผ่นหลังบางเชื่องช้าใจเย็น ดึงรั้งกางเกงที่ค้างอยู่อย่างนั้นให้พ้นทาง แยกเรียวขาเล็กให้ห่างจากกัน แล้วแทรกกายดุดันอย่างไม่เกรงกลัวว่าร่างเล็กจะบุบสลาย กระแทกกระทั้นซ้ำๆจนสุดทาง ปลดปล่อยของเหลวขุ่นออกมาทั้งที่อยู่ในตัวอีกคน มือใหญ่ยังไม่ละหน้าที่ลูบไล้บีบเค้นจุดอ่อนไหวของคนตัวเล็กเชื่องช้าแผ่วเบา จนรู้สึกถึงแรงกระตุกเล็กๆ ที่ช่องทางอุ่นร้อน จนแน่ใจได้ว่า ค่ำคืนนี้คงไม่มีทางสิ้นสุดไปได้ง่ายๆ

    .. โดยไม่ทันได้สังเกตร่องรอยน้ำตาบางๆที่เกิดขึ้นแทบทุกเวลา ..

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .


    .. หมอเจ็บผมรู้..เจ็บที่คนรักกันจำกันไม่ได้ เจ็บที่ทำมาแทบตายสุดท้ายผมกลับมองไม่เห็นอะไรซักอย่าง บางทีมันอาจจะกลายเป็นความโกรธแค้นไปในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่คาดหวังให้มันกลายเป็นแบบนั้น .. แต่รู้อะไรมั้ย ? ผมเองก็เจ็บ .. จะเจ็บมากกว่าน้อยกว่าผมไม่รู้ แต่การที่ผมตื่นมาเจอหมอเป็นคนแรก ไว้ใจหมอเป็นที่สุดแต่ตอนนี้ความไว้ใจทั้งหมดกลับกลายเป็นความเคลือบแคลงหวาดหวั่น ทั้งที่มีแต่-หมอ- เชื่อแต่-หมอ-มาตลอด แต่ตอนนี้ผมกลับมี -ไอบะมาซากิ-มาแทน

    .. มันเหมือนไม่เหลือใคร ..

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    " อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " ริมฝีปากอิ่มของคนตัวสูงกว่าเผยเอาเสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอุ่นใจต่อกัน .. จนได้ยินเสียงเล็กใสของตัวเองดังชัดขึ้น หันกลับไปสบเข้ากับความฝันเดิมๆที่ต่างไปจากเดิม ความฝันเดิมๆที่เห็นความจริงชัดเจนขึ้น
    " อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ " ..มาซากิ.. ไอบะ มาซากิสินะ
    " สวยจังเลยนะ "

    .. รอยยิ้มจากการรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ล่องลอยอยู่ของคาซึนาริ ซ้อนทับกับรอยยิ้มสวยคลี่อ่อนบางจากคนตัวเล็กในความฝัน ..
    " ไม่เป็นไรหรอก ชั้นจะปกป้องคาซึนาริเอง " มือใหญ่อบอุ่นจับมือเล็กนุ่มนิ่มจนกระชับแน่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคง เมื่อหันไปมองก็เห็นคนที่เรียกว่า -หมอ- มาตลอด ทำให้รับรู้ได้ว่าจะเคียงข้างกันตลอดไป จำได้ว่าครั้งแรกๆที่เห็นมักจะด่าทอความฝันของตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ทำให้จำอะไรได้..แต่บางทีตอนนี้ อาจจะไม่แน่..

    .. หันกลับไปข้างหลังเพราะเสียงง้องแง้งไม่ขาด มองเห็นตัวเองกับไอบะ มาซากิหยอกล้อกันท่ามกลางบรรยากาศหวาน จนคาซึนาริอมยิ้มแสนหวานพิงขอบวงกบประตูเบาๆ ฉ่ำเพลินอยู่กับความคิดตัวเอง จากที่เคยคิดแค่ว่าคุ้นเคย กลับคิดไปว่าเป็นบรรยากาศที่แสนรัก แล้วริมฝีปากบางก็วาดยิ้มให้สดใสขึ้นเพียงเพราะมาซากิหันกลับมาสบตากัน ..

    " มานี่สิคาซึ.. อยากลองทำเค้กไม่ใช่หรอ ? "
    " อื้ม ! " สองขาเล็กก้าวเดินช้าๆกึ่งลังเล ยืนเทียบซ้อนกับคนตัวเล็กในความฝันที่หันมายิ้มให้กันจนอดสงสัยไม่ได้ และเข้าใจความหมายของรอยยิ้มจากคนตัวเล็กข้างหน้าในวินาทีถัดมา แล้วหันกลับไปยิ้มให้กับมาซากิอย่างเต็มใจ ..เป็นครั้งแรกที่นิโนมิยะ คาซึนาริทั้งความจริงและความฝันซ้อนทับเป็นคนเดียวกัน...

    .. รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าอ่อนใส แม้น้ำอุ่นเอ่อรื้นที่ดวงตา มือเล็กยกขึ้นปิดเสียงสะอื้นของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะปกปิดยังไง มาซากิก็มองเห็นมันอยู่ดี ..

    " ร้องไห้ทำไมกัน คาซึนาริ " คนตัวสูงที่ยืนเคียงข้างโอบคาซึนาริให้หันมาสบตากัน ริมฝีปากอุ่นจูบซับน้ำตาที่คาซึนาริไม่ชอบให้ใครเห็นออกไปจากใบหน้า แล้วประทับจูบหวานซ้ำลงบนริมฝีปากบางเล็ก จนคนตัวเล็กไม่ทันสังเกตเห็นว่าห้องครัวที่อบอุ่น แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งโล่งกว้างอย่างที่คาซึนาริและมาซากิมักขับรถเล่นเป็นประจำ
    " มองนั่นสิ.. " มาซากิโอบกระชับซ้อนหลังคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร่างพรายแสงดาว แต่คาซึนาริก็ทำได้แค่เพียงซุกซ่อนปกปิดน้ำตาของตัวเอง จนได้รับแรงกระชับกอดที่แน่นขึ้น จึงยอมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคนที่โอบกอดตนอยู่

    " อย่าร้องไห้เลยนะครับ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นใจดังเบาๆที่ข้างใบหู
    " อ้าว..เลยยิ่งร้องใหญ่เลย.. อย่างงี้จะเห็นดวงที่ชั้นอยากให้คาซึนาริดูมั้ยเนี่ย " ไอบะหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตาของคาซึนาริ

    " รักคาซึนารินะครับ "

    " คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! "
    " จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? "
    " ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม"


    " รัก..คาซึนาริ "

    . . .



    " มาซากิ.. " น้ำเสียงเล็กแผ่วราวกับล่องลอยอยู่ในความฝัน ดวงตาสุกใสหรี่ปรืออ่อนแรง ลืมตาตื่นจากความฝันที่เคยรังเกียจนักหนา ทั้งที่ในตอนนี้กลับคิดว่า..ถ้าความฝันมันทำให้จำมาซากิได้ ถ้าความฝันทำให้ไม่ต้องพลั้งพลาดไปทำร้ายมาซากิเข้า ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อยากจะจมอยู่ในความฝันไม่ให้สิ้นสุด ..นึกออกแล้ว.. จำความรู้สึกรักอบอุ่นที่ไอบะ มาซากิเคยให้จนเต็มหัวใจได้ด้วยหัวใจดวงเดิมของคาซึนาริ ดวงตาปลั่งช้ำรื้นเอ่อด้วยน้ำตาเม็ดใส เมื่อตระหนักถามตัวเองในวินาทีถัดมาว่า คนที่นอนอยู่ข้างกายตอนนี้เป็นใคร.. ใช่ไอบะ มาซากิคนเดิมหรือไม่ มาซากิคนเดิมที่ไม่เคยล่วงเกินกันหากคาซึนาริไม่อนุญาต มาซากิคนเดิมที่อ่อนโยนกับคาซึนาริจับหัวใจ.. ใช่คนเดียวกับที่ทำร้ายคาซึนาริเมื่อครู่หรือไม่ .. . .


    . . .

    " มาซากิ.. " คาซึนาริกระซิบบางเบากับสายลม พลิกตัวกลับแล้วซุกตัวให้จมกลับเข้าไปในอ้อมอกไอบะอีกครั้งเหมือนก่อนหน้า แต่ต่างที่ครั้งนี้คาซึนาริไม่ผลักไส น้ำตาที่คลอเต็มทิ้งตัวอย่างเงียบเชียบ เพราะใจดวงน้อยของคาซึนาริมองหา ไอบะ มาซากิคนเดิมไม่เจอ .. . .


    .. อยู่ด้วยกันนะคาซึนาริ ..


    .. อยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนในห้องนี้ แต่ครั้งนี้จะอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกไหน .. ความรู้สึกรักของชั้นที่มีต่อมาซากิคนเดิม แต่กลัวความคิดที่คาดเดาไม่ได้ของมาซากิในตอนนี้งั้นหรอ ? แล้วมาซากิล่ะจะอยู่กับชั้นด้วยความรู้สึกไหน ..

    .. ฉับพลันก่อนความคิดจะไปสุดทาง ก็กระจัดกระจายเมื่อคนข้างๆเริ่มยุกยิก ดวงตาคมเริ่มเผยรับแสงตะวัน คาซึนาริลบเอาความคิดไร้สาระประเภทที่ว่า..แกล้งหลับดีกว่า..ออกไปจากหัว เฝ้ามองอีกคนค่อยๆลืมตาตื่นทั้งๆที่ม่านน้ำตายังทิ้งรอยไม่ห่างจากดวงตาของคาซึนาริ ..

    " ตื่นแล้วหรอ ? ร้องไห้ทำไม ? " น้ำเสียงแหบทุ้มใจดีไม่ต่างจากทั้ง-หมอ- ทั้ง-มาซากิ- ทำให้คนตัวเล็กไม่แน่ใจ ทั้งที่รับรู้ได้โดยปริยายว่าเรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่ฝัน ไอบะใจร้ายคนนั้นมีอยู่จริง แล้วมาซากิคนนี้ล่ะ เป็นคนใจดี หรือใจร้าย ..
    " ไหนว่าอยากจะรู้ไงว่าจริงๆแล้วเรื่องราวเป็นยังไง เราสองคนเคยรักกันยังไง คาซึนาริอยากรู้ไม่ใช่หรอ ? หรือว่าตอนนี้คิดเสียใจที่รู้ ? " ไม่ปล่อยให้อีกคนอ่อนไหวนานนัก ไอบะก็โพล่งคำพูดเสียดแทงด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมา แล้วผุดลุกขึ้นพิงหัวเตียงโดยแนบเอาคนตัวเล็กให้นั่งซ้อนตักกันอย่างเบามือ อ้อมแขนแกร่งกักขังนิโนมิยะเอาไว้แนบตัวไม่ห่าง มือใหญ่สากลากเลียไปตามผิวนุ่มมือที่เต็มตื้นไปด้วยรอยแดงช้ำ รอยยิ้มเยียบผุดฝังอยู่ที่มุมปากของคนที่พร่ำบอกกันทุกวินาทีว่า ..รัก.. ริมฝีปากอุ่นจัดโฉบชิมเยื่ออ่อนช่วงโคนใบหูแกล้งเย้าให้คนตัวเล็กตื่นตัวอีกครั้งทั้งที่รอยเดิมจากเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย

    " วันนี้อยากจะไปโรงพยาบาลอีกมั้ย เหมือนเมื่อก่อนไง " ซุ่มเสียงแหบพร่าบอกกล่าวเรียบๆเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่มือใหญ่ลากไล้ต่ำลงจนคาซึนาริต้องตะปบไว้
    " อย่า.. "
    " ทำไม ? ปกติคาซึนาริไม่เคยปฏิเสธชั้นนี่.. " น้ำเสียงแข็งขืนบวกรวมกับมือแกร่งที่ยังไม่ละความพยายามเดิมทำให้คาซึนาริปวดที่หัวใจหนึบหนับ
    " แล้วจะไม่ไปโรงพยาบาลกับชั้นหรอ ? " พลันน้ำเสียงอ่อนหวานเว้าวอนกลับมาแทนที่ หัวใจคาซึนาริกระตุกวูบหันหน้ากลับไปสบตา เปิดโอกาสให้ริมฝีปากคนสองคนกลับมาบรรจบกัน ร่างสูงดูดกลืนความหวานละมุนในสัมผัสอย่างสาแก่ใจ ดูท่าว่าแรงขัดขืนที่นิโนมิยะเคยมีมันลดน้อยลงจนอดแปลกใจไม่ได้ รสชาติเค็มเฝื่อนคล้ายน้ำตาที่ไอบะกำลังรู้สึกทำให้ต้องผละออกมาค้นหากันด้วยสายตาแทน
    " รังเกียจกันมากหรอ ? เกลียดกันแล้วสินะคาซึนาริ " เปล่งเสียงถามออกไปเบาๆด้วยหัวใจอ่อนล้า เค่นยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง สบสายตาเว้าวอนของคนตัวเล็กอย่างชั่งใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายอะไรอยู่ดี ..

    . . . รังเกียจหรอมาซากิ เกลียดมาซากิแล้วรึยังน่ะหรอ ..เปล่าเลย ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตามันถึงไหลทั้งที่ปกติชั้นไม่ใช่คนขี้แย แต่มาซากิ.. . .

    " เกลียดกันแล้วก็ดีแล้ว.. เกลียดให้เหมือนที่ชั้นเริ่มจะเกลียดนายก็แล้วกันนะคาซึนาริ " น้ำเสียงเย็นชาชัดลึกเข้าไปก้องในหูของคนตัวเล็ก ดวงตาสวยเบิกกว้างอย่างเคว้งคว้างตกใจ มองหลับไปยังคนเคยรักกันอย่างค้นหา แต่อีกฝ่ายกลับผลุนผลันลุกขึ้นไปจากระดับสายตา . ..ปล่อยทิ้งให้คนตัวเล็กนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงน้ำจางๆมาจากในห้องน้ำ... .

    ... มาซากิคงอาบน้ำ .. นิโนมิยะคิดในใจ ค่อยๆยันตัวขึ้นจนรู้สึกปวดร้าวบริเวณช่วงล่างชัดเจนขึ้นจนต้องทรุดนั่งลงไปใหม่ ผุดลุกผุดนั่งวนไปวนมาอยู่แบบนั้น จนต้องใช้แรงฮึดครั้งสุดท้ายดึงตัวเองให้ลุกขึ้นเดินให้ได้ซักที ร่างเล็กพยุงตัวเดินโฉบผ่านเครื่องเรือนในห้องอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ความทรงจำที่เคยหลุดหายไปกลับมาจนชัดเจนอีกครั้ง มือเรียวเล็กค่อยๆลูบผ่านผ้าม่านสีอ่อนผืนบางอย่างบรรจง มองลอดออกไปจนเห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าจากข้างนอก

    . . . นี่ไงห้องใหม่ของเรา ! คาซึนาริจะได้เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้าด้วยนะ . . .
    . . . ทำยังกะมาซากิจะตื่นมาทันดูงั้นแหละ กว่าจะตื่นแต่ละทีก็สายจนต้องรีบไปทำงาน แบบนี้จะมีประโยชน์อะไร . . .
    . . . จำได้ว่าตัวเองในตอนนั้นเอาแต่ตั้งแง่ใส่มาซากิตลอด แต่มาซากิก็ไม่เคยหงุดหงิดใจ เอาแต่ยิ้มให้กันอย่างไม่รู้เบื่อ . . .

    .. ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนใสให้กับวันคืนแสนหวาน แต่ก็ชะงักลงเพราะรู้สึกถึงสายตาจ้องมองของอีกคนจากด้านหลัง ทำให้ตัดสินใจหันตัวกลับไปเผชิญหน้ากัน ..

    " ชั้นจะไปทำงาน ..คาซึนาริอยากไปด้วยมั้ย ? " น้ำเสียงทุ้มที่ถูกปรับให้ดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย คงเพราะความรู้สึก -รัก- ที่ทำให้ไอบะ มาซากิได้แต่ทำร้ายกันอย่างครึ่งๆกลางๆแบบนี้ สายตาคมมองเอื่อยสบสายตากับร่างเล็กตรงหน้าอย่างรู้สึกผิดครึ่ง เหนื่อยใจลังเลอีกครึ่ง ทำให้นิโนมิยะได้แต่ลังเลตามไปด้วย

    " ไม่ตอบแบบนั้น.. ไม่ไปสินะ "
    " . . . "
    " เอาเถอะ ไม่ก็ไม่ ไม่อยากบังคับ แต่ขออย่างนะคาซึ อย่าออกไปไหน ต่อให้ไปได้ก็เถอะ " ..ทันทีที่พูดจบ ไอบะก็หันกลับแล้วเดินออกไปจากห้องนอนเงียบๆได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆสองครั้งเป็นอันรับรู้ได้ว่าร่างสูงออกไปจากห้องนี้เรียบร้อยแล้ว ..

    . . . ต่อให้ไปได้ก็เถอะ . . .

    .. หมายความว่าไง ? .. คนตัวเล็กได้แต่สงสัยใจความของประโยคเมื่อครู่แล้วพูดทบทวนมันซ้ำๆว่า...แล้วทำไมจะไปไม่ได้ ? ... จนเข้าใจมันในที่สุดเมื่อนิโนมิยะตัดสินใจอาบน้ำล้างคราบรอยต่างๆออกจากตัว แล้วพบว่าในตู้เสื้อผ้าใบเดิมไม่มีเครื่องแต่งกายใดๆของนิโนมิยะอยู่เลยแม้แต่ชั้นใน ! .. เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างเล็กก็ได้แต่กลับไปทรุดตัวนั่งบนเตียงเหมือนเดิม มือเล็กกระชับผ้าเช็ดตัวให้ห่มคลุมร่างกายให้มากที่สุด พลางมองดูร่องรอยสีแดงที่ปรากฏประปรายตามผิวเนื้อให้เจ็บปวดที่ใจเล่นๆ ..

    . ..แกโง่เองคาซึนาริ คนที่ทำให้มาซากิหายไปก็คือตัวแกเอง แกมัวแต่สนใจอะไรอยู่..มัตซึโมโต้ จุน.. ซากุไร โช.. พวกเค้าเป็นใคร ? ..แกติดอกติดใจคนแปลกหน้าพวกนั้น แต่กลับผลักไสไอบะ มาซากิที่รักแกกว่าใคร.. .ทั้งหมดเพราะตัวแกเองคาซึนาริ.. .

    .. ร่างเล็กได้แต่จมกองน้ำตาอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจเวลาที่ผ่านเลยไปแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ภาพที่อบอุ่นของคนสองคนที่ตอนนี้หาไม่เจอเลยซักคน ..

    . . .


    .. แกร๊ก ..

    .. จังหวะไขกุญแจนอกห้องเรียกความสนใจจากร่างเล็กครู่หนึ่ง ทำให้อดแปลกใจไม่ได้ว่า..มาซากิกลับเร็วจัง..จึงหันออกไปสนใจกับแสงภายนอกที่ทำให้รู้ว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงทีเดียว แต่ก็ยังไม่เย็นขนาดเวลากลับบ้านปกติของมาซากิ หรือแม้แต่รอบเวลาเข้าเวรเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้น..ใครกันล่ะ ? .. แต่ต่อให้สงสัยแค่ไหน อยากรู้เพียงใด คาซึนาริคงไม่บ้าขนาดออกไปหาใครก็ไม่รู้ด้วยสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้แน่ๆ จึงได้แต่นั่งรอด้วยใจระทึกอยู่ภายในห้องนอนเงียบๆ จนประตูห้องนอนถูกเปิดขึ้น ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มอบอุ่นที่คุ้นตา

    " โช ? .. " ..เจ้าของชื่อที่เพิ่งถูกเอ่ยมาเมื่อครู่ค่อยๆเดินมาหยุดตรงหน้าห่างจากคาซึนาริเพียงไม่กี่ฟุต ทำให้คาซึนาริรู้สึกเหมือนถูกคุกคามขั้นรุนแรงจากสภาพเปลือย มือเล็กคว้าแน่นให้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก มืออีกข้างก็ลนลานหาเอาผ้าห่มผ้าปูเตียงมาปิดตัวเสียให้วุ่น จนร่างสูงที่มองอยู่ได้แต่ขำเบาๆ ยังผลให้ใบหน้าอ่อนใสซับสีแดงเข้มลามไปถึงใบหู แล้วหันกลับมามองซากุไรอย่างตื่นตระหนก..บางทีสิ่งที่สำคัญกว่าทำไมมาซากิถึงเปลี่ยนไป อาจเป็นต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไปต่างหาก ! .. .

    " ว่าไง ? ทำไมอยู่สภาพนี้ล่ะ ? " น้ำเสียงล้อเล่นของโชทำให้นิโนมิยะอดแปลกใจไม่ได้ ร่างหนาย่อตัวลงตรงหน้าระดับสายตาอยู่ไม่สูงไปกว่าหว่างขาคนตัวเล็กเท่าไหร่นัก แม้สายตาจะจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคาซึนาริก็เถอะ แต่..

    " โทษนะ ! ต่อให้อยากสุภาพแค่ไหน แต่วันนี้ชั้นอยากให้นายยืนค้ำหัวชั้นมากกว่า ! " ร่างเล็กตวาดลั่น หุบขาแน่นมองหน้ากันอายๆ จนซากุไรอดใจไม่ไหวต้องคว้าเอาศีรษะเล็กมาโยกเล่นอย่างอ่อนโยนใจดี
    " ยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมอยู่สภาพนี้ ? ไอบะแกล้งรึไง ? " น้ำเสียงอบอุ่นกับความคุ้นเคยในตัวโช ทำให้คาซึนาริหวั่นไหวไม่น้อย ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอบอุ่นของโช หรือความกดดันจากมาซากิกันแน่

    " โช... โชเคยบอกว่าชั้นเคยรักกับหมอใช่มั้ย ? "
    " อืม "
    " แล้วชั้นกับหมอก็ย้ายไปอยู่ในที่ที่นายหาไม่เจอใช่มั้ย ? "
    " . . . "
    " มันคือที่นี่สินะ.. งั้นชั้นคงไม่ต้องถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง หรือเข้ามาได้ยังไง มันคงไม่เกินความสามารถของนาย " คำตอบไร้ทิศทางของนิโนมิยะทำให้ซากุไรได้แต่มองสบตากลับไปอย่างนิ่งๆ แล้วเดินอ้อมมานั่งเคียงข้างกันบนเตียง

    " หนีมั้ย ? " คำถามแทงใจหลุดจากปากของร่างสูงทำให้คาซึนาริตาเบิกกว้างอีกครั้งของวัน
    " ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกไม่ดี เพราะงั้น..จะหนีมั้ย ? "
    " . . . "
    " หรือนิโนะจะนอนรอความตายอยู่นี่ ? " เสียงทุ้มทอดต่ำทำให้ร่างเล็กไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
    " มาซากิคงไม่เอาถึงตายหรอกน่า ! "

    " มาซากิ ? "
    " อืม.. มาซากิ " โชเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนิโนมิยะ หรือว่าบางที..


    " นิโนะจำได้แล้วหรอ ? "

    . . .



    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    ทู บี คอน

    Ps. ไม่สนุกขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย....

    KIOKU [ 2 ] - LAUNCH -

    » Title : KIOKU [ 2 ] - LAUNCH -
    » Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========



    . . . แอ๊ดดดดดดด . . .

    ..เสียงบานประตูลั่นเบาๆ ตามแบบโรงพยาบาลชั้นนำ แม้จะเบาแต่ก็ดึงสติคนตัวเล็กให้หลุดจากความคิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนความปวดหัวที่มีอยู่เป็นทุนเดิมบวกรวมกับชายแปลกหน้าที่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งที่จำไม่ได้ หรือจำได้ว่าไม่รู้จักก็ไม่รู้ที่ปรากฏตัวขึ้น ทำเอาคิ้วเรียวขมวดปมแน่น กระพริบตาถี่หนักขับไล่เหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามผลพวงแห่งความฝันที่กีดขวางสมรรถภาพการมองเห็นออกไปจนมองเห็นคนตรงได้ถนัดมากขึ้น เลาๆว่าเคยเห็น แต่ที่ไหน ? ในฝันอีกหรอ ?

    .. ฝันบ้าๆนี่จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหนวะ ตอนฝันล่ะเป็นตุเป็นตะทีตอนตื่นดันจำบ้าอะไรไม่ได้เลย ..

    " ใคร ? " เค้นเสียงแหบเล็กกร้าวออกไปอย่างหงุดหงิด แต่ไม่ได้ส่งผลให้คนตรงหน้าหงุดหงิดตามเลย เพราะหมอนั่นยิ้มเรียบๆ แล้วตอบกลับมาอย่างหนักแน่นจนน่ากลัวว่า

    " ซากุไร โช "

    . . .

    " หา? ขอโทษ แต่ผมไม่คิดว่าตอนนี้ผมรู้จักใคร" นิโนมิยะได้แต่หงุดหงิด แต่คนตัวสูงตรงหน้าก็ไม่ปล่อยให้ความขุ่นเคืองทวีมากขึ้นเท่าไหร่นัก ด้วยถือวิสาสะลากเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยมานั่งคร่อมพลางเท้าแขนกับพนัก จ้องหน้ากันเสียอย่างนั้น
    " เพื่อนของไอบะ มาซากิ คนนี้รู้จักรึเปล่าไอบะน่ะ? " น้ำเสียงทุ้มอุ่นพาลทำให้อุ่นใจแต่ยังไม่มากพอให้ไว้ใจได้ ดูหนักแน่นมีอำนาจพอๆกับความเป็นมิตรทำให้คนตัวเล็กคิดในใจว่า...ต่อให้หมอนี่โกหก ก็คงไม่มีทางจับได้แน่ๆ..
    " เพื่อนหมอ ? "
    " อื้ม.. เพื่อนหมอ เพื่อนสนิทด้วยนะ " รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมสันน่ามองไม่น้อย แต่นิโนมิยะก็เป็นได้แค่คนความจำเสื่อมที่ไม่คิดวางใจใคร
    " เพื่อนหมอ ก็ไปหาหมอสิ มาหาผมทำไม ? "
    " มาเยี่ยมไง ป่วยไม่ใช่หรอเราน่ะ ? " น้ำเสียงหนักแน่นทำให้ใจอีกคนพริ้วไหว เพราะมันดูมั่นคงต่างจากใจคนตัวเล็กที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยว มือใหญ่อบอุ่นวางทาบบนกลุ่มผมนุ่มอย่างถือวิสาสะทำให้นิโนมิยะได้แต่งงแล้วปล่อยให้คนเยี่ยมจับหัวเล่นอยู่อย่างนั้น ก่อนสติจะกลับมาเพื่อให้ทันปฏิเสธ ประตูบานเดิมก็เปิดมาอีกครั้งพร้อมคนที่นิโนมิยะคุ้นตาที่สุดเพราะตั้งแต่ตื่นจนหลับก็เจอแต่ -หมอ-

    " ฉีดยาอีกแล้วนะ คาซ.. โช ? " ไอบะเดินมาพร้อมเข็มฉีดยาหน้าตาเดิมๆ แฟ้มประวัติผู้ป่วยอันเดิมด้วยรอยยิ้มที่เหมือนเดิม แต่มันชะงักลงด้วยเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม
    " หมอ ? " คนตัวเล็กหันมาสบตาทั้งที่ยังมีมืออบอุ่นของอีกคนวางนิ่งอยู่บนหัว และผู้ชายที่ชื่อซากุไร โชที่ยืนยิ้มเรียบสนิท
    " หมอ.. นี่เพื่อนหมอรึเปล่า ? "
    " แล้วเพื่อนหมอมาหาผมทำไม ? หรือเค้าเป็นเพื่อนผมด้วย ? " คนตัวเล็กได้แต่ถามย้ำอย่างต้องการความมั้นใจ ในท่าทางที่เริ่มวางใจมากขึ้นเพราะ -หมอ- พยักหน้าตอบรับเกือบทุกข้อกล่าวหา ยกเว้นข้อสุดท้ายที่ไอบะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง..ได้แต่มองนิโนมิยะด้วยสายตาแปลกๆจับความไม่ได้ ก่อนจะหยุดสายตาตัวเองอยู่ที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนตัวเอง

    " โช.. ขอคุยด้วยหน่อย " น้ำเสียงราบเรียบเรียกเอาคนตัวสูงให้ชักมือออกจากหัวคนตัวเล็กแทบจะในทันที ก่อนจะเรียกหาเพื่อนร่วมงานคนสนิทให้มาจัดการกับคนป่วยแทนตัวเองอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนป่วยเอะใจนัก มองตามร่างคนสองคนเดินออกไปอย่างเงียบๆ แล้วสับกลับมามองหมออีกคนที่ไอบะ มาซากิวางใจ ..อย่างน้อยก็เพื่อนหมอ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..

    . . .

    " มัตซึโมโต้ซังครับ ต้องฉีดยาอีกแล้วหรอ ? " น้ำเสียงเล็กถามอย่างเกรงๆ น้ำเสียงไม่แข็งจนกระด้างแต่ไม่อ่อนจนรู้สึกว่ายอมความ ทำให้คนตัวสูงอีกคนยิ้มสวยหวานกลับมา พลางเอานิ้วชี้จิ้มหน้าตัวเองจนเกือบทะลุโดนตาตัวเอง ทำให้คนป่วยหลุดหัวเราะคิกคักน่ารักออกมาจนได้
    " หืม ? "
    " ระวังหน่อยหมอเดี๋ยวตาบอดจะโดนไล่ออกเอานะ.. ก็หน้าอกหมอ มีป้ายชื่อ มันเขียนว่า – มัตซึโมโตะ จุน – ไม่ใช่ชื่อหมอหรอ? หรือแอบปลอมตัวเข้ามา ? "
    " ก็เปล่า.. แค่แปลกใจนึกว่าจะจำกันได้ " หนุ่มหน้าหวานยิ้มแหยๆให้อย่างตลกๆ ทำให้คนป่วยหัวเราะอีกจนได้
    " เรารู้จักกันหรอ ? หมอก็ด้วย เพื่อนหมอก็ด้วย มัตซึโมโต้ซังก็ด้วย หรือจริงๆแล้วผมเป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาล ?" นิโนมิยะหยอกล้ออย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกพาลนึกแปลกใจว่า..มีคนรู้จักโผล่ขึ้นมาอีกแล้ว..
    " ฮะ ฮะ เปล่า ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรอก แต่ผมเคยเห็นนิโนะน่ะ เอ้ายื่นแขนมา จะได้ฉีดยาให้เสร็จ ! " สั่งคนป่วยยิ้มๆให้พอรู้สึกว่าเป็นมิตร แทงเข็มเล็กลงไปไม่ลึกนักก่อนจะฉีดเอาสารเคมีเข้าเส้นเลือดคนป่วยอย่างชำนาญในอาชีพ ทำเอาคนตัวเล็กหน้าเบ้ไปสามวิก่อนจะยิ้มเผล่เมื่อหมอใจดีเอาเข็มออกไปแล้ว ตั้งท่ากอดหมอนชวนคุยอย่างไม่นึกระแวง
    " เคยเห็นที่ไหน ? ไหนว่าไม่รู้จัก ? เรียกผมว่า –นิโนะ- ด้วย ปกติผมให้เรียกแบบนั้นหรอ ? " รอยยิ้มใสผุดขึ้นจากแก้มเปล่งใส ทำให้คนตัวสูงอีกคนเอามือยีหัวคนตัวเล็กเล่นหลังจากเก็บอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ข้างเตียงมานั่งไขว่ห้าง ประสานมือบนตักมองดูคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู
    " เคยเห็นที่นี่นี่แหละ นิโนะมาเยี่ยมไอบะจัง เลยเจอกันแต่ไม่บ่อยหรอก เพราะนิโนะไม่ค่อยชอบยุ่งกับใครนอกจากไอบะจังน่ะ "
    " งั้นมัตซึโมโต้ซังก็ไม่ได้สัมพันธ์กับผมน่ะสิ ? "
    " เห ? "
    " ก็หมอบอกว่าความจำจะกลับมาเร็วขึ้นถ้าเจออะไรที่สัมพันธ์กับตัวเอง " เจ้าของเสียงเล็กใสยิ้มเงียบๆอย่างเหงาๆ แต่แทนที่คนที่มองอยู่จะติดใจในน้ำเสียงกลับเหวี่ยงประเด็นออกไปจนคนตัวเล็กหันกลับมาทำหน้างงๆ แล้วก็งงหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่ชักอยากสนิทด้วยทำหน้าเศร้าออกมา
    " นิโนะไม่กลัวหรอ ? "
    " ไม่กลัวหรอว่าอาจจะมีอดีตบางอย่างที่นิโนะไม่อยากจำได้อยู่น่ะ "
    " . . . "
    " . . . "
    " มัตซึโมโต้ซัง ? " แม้จะยังสงสัยอยู่ แต่นิโนมิยะก็เลือกที่จะปลอบดวงตาเหงาของเพื่อนใหม่ก่อน แต่นิโนะจำไม่ได้ว่าปกติต้องง้อใครยังไง ปลอบใจใครแบบไหน จึงทำได้เพียงลุกขึ้นมาตีลังกากลับหัว จนหัวชนขอบเตียงดังโป๊ก! ให้คุณหมอคนสวยหลุดหัวเราะใจดีออกมาอีกครั้ง พร้อมพร่ำบอกด้วยน้ำเสียงสั่นกลั้นขำว่า...ต่อให้ทำให้หัวสะเทือนอีกรอบความจำก็ไม่กลับมาหรอก เจ็บตัวเปล่าน่ะ...

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .


    น้ำเสียงคิกคักหลุดลอยออกมาจากห้องคนป่วยที่คุ้นตา ทำให้ไอบะยิ้มออกมาเรียบๆอย่างอ่อนโยน พลางคิดในใจว่า ดีแล้วที่เป็นมัตจัง คาซึนาริจะได้ยิ้มได้ แล้วค่อยต่อบทสนทนาที่ขาดหายไปตั้งแต่เมื่อครู่
    " บอกแล้วไม่ใช่หรอ ? ว่ายังไงคาซึนาริก็เป็นของชั้น นายจะยุ่งทำไม ? "
    " ก็ห่วง.. " น้ำเสียงทุ้มกว่า ตอบกลับไปสั้นๆอย่างพยายามใจเย็น
    " . . . "
    " ไอบะ.. นิโนะเป็นแบบนี้ ไม่ให้ห่วงหรอ ? แล้วแกที่เป็นแบบนี้ไม่ให้ห่วงหรอ ? "
    " ชั้นที่เป็นแบบนี้ ? แบบไหน ? " ร่างสูงคว้าสิ่งเสพติดใกล้มืออัดควันเข้าปอดอย่างคุ้นเคย
    " ผอมจนเป็นก้าง สูบบุหรี่จัด เดินแทบไม่เป็นจังหวะแบบนี้ จะปกป้องนิโนะได้ยังไง ? แล้วนี่อะไร แค่เห็นคนอื่นเข้าใกล้นิโนะหน่อยก็ควันออกหู เลือดขึ้นหน้า แบบนี้ "
    " แล้วไงโช ? แกจะปกป้องแทนชั้นหรอ ? สิทธิ์อะไร ? " น้ำเสียงขุ่น ตาเรียวขวางกล่ำไปด้วยอารมณ์กั้นขวางความคิดของอีกฝ่ายเอาไว้นิ่ง
    " ทำไม ? ชั้นไม่มีสิทธิ์หึงหรอ ? ไม่ใช่แกหรอที่ชั้นควรจะหึงที่สุด ? ซากุไร โชที่เคยบอกกับชั้นว่า..ขอโทษที่ชั้นรักคนของนาย.. หรือว่าไม่ควรสูบบุหรี่แม้ว่าคนที่ชั้นเพียรพยายามรักษาแทบตายอยู่ทุกวันจะตื่นมาเพื่อถามชั้นว่า..ชั้นเป็นใคร.. ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ คาซึนาริจะมีแต่มาซากิเสมอ ตอบมาสิโช ! ตอบมาเซ่ ! " มือเรียวกระชับมั่นหน้าปกเสื้อของเพื่อนสนิท กระแทกอารมณ์ออกไปอย่างไม่ยั้ง จนโชได้แต่พูดออกไปช้าๆอย่างใจเย็นว่า.. ชั้นก็แค่ห่วงนายสองคน...เชื่อใจชั้นบ้าง.. ซึ่งก็ได้ผลตามที่ต้องการเมื่อไอบะ มาซากิสงบลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างไว้เชิงว่า
    " ในฐานะเพื่อนนะโช.. ชั้นขอให้แกอย่าเข้าใกล้คาซึนาริอีก " น้ำเสียงเด็ดขาดของไอบะได้ ทำให้โชได้แต่สะอึกและมองเพื่อนรักของตัวเองอย่างตัดพ้อ..
    " ไอบะ... "
    " . . . "
    " ขอแค่เยี่ยมก็พอ แกก็รู้.. "
    " .. จึ๊ ! .. รู้อะไรโช.. รู้ว่าแกก็รักคาซึนาริ ไม่ต่างจากชั้น ? แบบนั้นยิ่งไม่ควรเข้าใกล้ไม่ใช่หรอ ? " หมอหนุ่มได้แต่ทอดใจอย่างเหนื่อยหน่าย นั่นก็คนรัก นี่ก็เพื่อน...ทำไมชีวิตวุ่นวายนัก !..
    " . . . "
    " ก็ได้... ยอมแล้ว.. แค่เยี่ยมนะ ถ้ารู้ว่านายหันมาตีท้ายครัวชั้นเมื่อไหร่ ไม่ต้องได้เกิดแน่โช.. " จบบทสนาด้วยอ่อนใจ (ใจอ่อน?) เดินไปตบบ่าเพื่อนรัก ก่อนจะสวนเข้ามาทางที่เดินจากมาเมื่อครู่

    .. ทำให้ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของคนตัวเล็กชัดขึ้น ..
    .. ทำให้รอยยิ้มราบเรียบของเพื่อนชัดเจนขึ้น ..

    . . .



    " อ้าวหมอ ? กลับมาแล้ว เบี้ยวงานหรอ ? เดี๋ยวฟ้องร้องนะ ! " คนป่วยยังกอดหมอนหัวเราะคิกคักเหมือนเดิม ก่อนจะยิ้มเผื่อแผ่ไปให้เพื่อนหมอด้วย แล้วจึงหันมาตีซี้กับคุณหมอคนสวยเหมือนเดิม ทำให้"หมอ" เอามือยีหัวคนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว ..ปากร้ายเหมือนเดิม..

    .. จนเวลาล่วงเลย ท้องฟ้าอ่อนใสคล้อยกลายเป็นสีส้มจางๆ ทำให้คุณหมอมัตซึโมโต้ที่คนตัวเล็กติดใจนักหนาได้สติก้มลงมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ก่อนจะเอ่ยขอตัวลา คนป่วยได้แต่ยิ้มลาอย่างเงียบหงอยเพราะโดนขโมยหัวใจ(?)

    " อ้อ! นิโนะคุง เรียกผมว่าจุนก็ได้นะ ไม่อยากให้เรียกนามสกุลเลย มันแก่.. " คนตัวบางหันกลับมาบอกยิ้มๆ จนคนตัวเล็กผงกหัวแทบหลุด ก่อนจะเดินหัวเราะขำๆออกไปเงียบๆ ทำให้ไอบะอดสงสัยจนต้องถามไปงงๆไม่ได้..
    " คุ้นกันแล้วหรอ ? "
    " เห? หมอคนสวยน่ะหรอ ? ก็ใจดี "
    " แหม ..ตื่นมาก็เจอแต่ชั้นคงเบื่อหน้ากันแล้วสิ "
    " ..อย่ามาน้อยใจน่าหมอ ? แหยงว่ะ " ตอบหน้าเบะๆ ทำเอาคนตัวสูงนิ่งค้างไป..แหยงหรอ...
    " ... "
    " หมอ ? เป็นไร ? ซีเรียสหรอ ? เฮ้ยโทษ แซวเล่นเฉยๆ "
    " แหม.. แต่ก็นะ ทั้งสวยมั้งใจดี หมอไม่สนหรอ ? จีบเด่ะ ! "
    " ไม่ละ.. ไม่รักให้จีบได้ไง ? หรือเราอยากจีบ ? อย่านะเดี๋ยวชั้นอกหัก " คนตัวสูงพูดทีเล่นทีจริงพลางยิ้มให้อ่อนๆตามนิสัย หรือเพราะอ่อนใจอยู่ก็ไม่รู้ ทำให้คนตัวเล็กอดแหย่กลับตามนิสัยไม่ได้

    " อกหักได้ไง ? ไหนว่าไม่รัก โกหกอ่ะดิ "
    " คนนั้นน่ะไม่รัก แต่คนนี้น่ะ..รัก.. " น้ำเสียงแผ่วท้ายประโยค ถูกถ่ายทอดพร้อมสายตาจริงจัง ทำให้คนป่วยที่เคยเป็นคนรู้ใจและรู้ทันมาซากิมาตลอด เข้าใจความหมายของมันในทันที

    .. ภาพของค่ำคืนกระจ่างดาวผุดขึ้นในความคิดเสียงเรียกคุ้นหูกลับไม่ทันได้นึกเอะใจ เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ที่ใส่ใจอยู่..

    .. รักคาซึนารินะ ..

    " โทษนะหมอ.. ผมอยากอยู่คนเดียว .. " เสียงใสของคาซึนาริ แผ่วลงตามความรู้สึก ทำให้ไอบะ มาซากิได้แต่มองอย่างทอดอาลัย แล้วเดินหันหลังจากไปอย่างไม่ใยดีหัวใจตัวเอง

    . . .



    .. ตอนนี้นึกได้แค่ว่า อาจจะเกี่ยวกับอดีตที่หายไป แต่คำว่า"รัก" มันหนักเกินไป ไม่ว่าจะเคยรักหรือไม่ แต่ตอนนี้ ไอบะ มาซากิ เป็นแค่ใครก็ไม่รู้ อย่างนี้จะให้ไว้ใจได้ยังไง ..

    " โทษนะ แต่ผมบอกว่าอยากอยู่คนเดียว " พลันเสียงเล็กโพล่งออกมาอย่างไร้อารมณ์ท่ามกลางความเงียบสงัด ทำให้คนที่สังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง ลุกขึ้นจากโซฟามุมห้อง เดินเข้าหาคนตัวเล็กเพื่อลดระยะห่าง
    " ก็เห็นว่าบอกหมอ ไม่ได้บอกชั้น " เพื่อนหมอเอ่ยขึ้นเรียบๆยิ้มๆ ทำให้คนป่วยหันขวับไปมองอย่างขัดใจ
    " คนเดียวก็คือคนเดียว หรือคุณไม่ใช่คน ? " น้ำเสียงเล็กกร้าวถามหาคำตอบอย่างหาเรื่อง ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วมันจะไม่ใช่ประโยคคำถามก็เถอะ
    " ... "
    " ว่าไง ? หรือคุณไม่ใช่คน ? ผมไม่ได้ไล่แต่หมอ แต่หมายถึงทุกสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า – คน - ที่นอกจากผม "
    " .. งั้นวันนี้ชั้นเป็นผี ดีมั้ย ? จะได้อยู่ในนี้ได้ " คำถามที่คาซึนาริมองว่ากวนประสาทที่สุดของวันผุดจากปากใครก็ไม่รู้ที่คาซึนาริไม่รู้จัก ทำให้ได้แต่เข่นเคี่ยวขัดใจ มองหน้าหาเรื่องกันตรงๆเป็นเชิงว่า..แล้วนายจะอยู่ให้ได้อะไร ?..

    " ก็แค่คิดว่า เวลาแบบนี้ไม่อยากให้อยู่คนเดียว "
    " เวลาแบบไหน ? นี่มันจะหมดเวลาเยี่ยมแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมถึงไม่ควรได้อยู่คนเดียว ในเมื่อมันเป็นเวลาพักผ่อน ? " คนตัวเล็กโต้กลับอย่างได้ใจ เหมือนมั่นใจอยู่เสมอว่า...ยังไงเรื่องเถียง ด่า บ่น ชั้นชนะใสอยู่แล้ว.. จนเริ่มเอะใจเอาว่า..หรือจริงๆนิสัยชั้นเป็นแบบนี้..

    " เวลาที่คนความจำเสื่อมถูกบอกรักไง ? ควรปล่อยไว้คนเดียวหรอ ? " คนตัวสูงตอบกลับเรียบๆ พลางยิ้มอ่อนๆ
    " แล้วทำไมถึงไม่ควร ? โดนบอกรักก็ดีแล้ว เนื้อหอมไง ไม่รู้จักหรอ ? "
    " แล้วไม่สับสนหรอ ? อยู่ดีๆก็ถูกใครก็ไม่รู้บอกรัก ? " ซากุไรไม่ใส่ใจการยอกย้อนของคนตัวเล็กมากนัก ยังไงก็ดี..นิสัยนิโนมิยะเป็นแบบนี้

    " ทำไมจะไม่รู้ หมอไง เพื่อนนาย หรือนายก็ไม่รู้จักเค้า ? " นิโนมิยะที่เริ่มรู้สึกตัวว่าถูกอ่านทางได้ลางๆ ได้แต่กลบเกลื่อนไปตามเรื่อง แต่ซากุไร โชที่นิโนมิยะคิดว่าไม่รู้จัก ท่าทางจะรู้จักนิโนมิยะมากโขอยู่
    " แน่นอน ชั้นรู้จักไอบะ มาซากิ และนิโนะล่ะ รู้จักรึเปล่า หรือรู้จักแต่ -หมอ- " น้ำเสียงทุ้มต่ำสงบนิ่ง กระทบใจบอบบางของนิโนมิยะเต็มๆ จนคนตัวเล็กได้แต่หลบตากัดปากตัวเอง ..คาซึนาริเอ๊ย ! ถ้าถูกอ่านใจได้ เกราะป้องกันตัวก็ลดไปกว่าครึ่งแล้ว !..

    " แล้วนายจะทำไม ? " เสียงเล็กเขียวได้แต่กดต่ำลงพอให้รู้ว่าไม่พอใจ
    " ก็บอกแล้วว่า -ห่วง- "

    " ไว้ใจได้หรอ ทีหมอนายยังบอกว่าไม่น่าไว้ใจ "
    " ไม่ได้บอกว่าไว้ใจหมอไม่ได้ แค่ถามว่าไม่สับสนหรอกหรอที่อยู่ดีๆก็เจอแบบนี้ ? ตัวก็เล็กทำไมดุนัก ? " คนตัวสูงเริ่มแสดงท่าทีอ่อนโยนเหมือนปลอบใจ เพื่อให้วางใจกัน

    " ถ้าสับสนแล้วนายจะทำไม ? " คนตัวเล็กตอบเรียบๆ ดวงตาหม่นเสมองออกไปทางหน้าต่าง มองดูเหม่อลอยหวั่นไหว
    " นายกับชั้นรู้จักกันรึเปล่า ชั้นเองก็ยังไม่รู้ แม้แต่หมอเอง ชั้นก็ไม่ได้รู้อย่างอื่น รู้แค่ว่าเค้าใจดี แบบนี้ ..เชื่อใจใครได้หรอ ? " หันมาสบตากันแผ่วเบา จนรับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวของอีกคน จนพาลคิดไปว่า..ทำไมไอบะไม่เคยสังเกตนะ..

    " เคยบอกไอบะหรือเปล่า ? " คนตัวสูงเอื้อมมือใหญ่ลูบศีรษะได้รูปของนิโนมิยะ โยกไปมาแล้วยิ้มให้อุ่นใจ
    " บอกอะไร ? "
    " จำไม่ได้นะว่า นิโนะเป็นคนหัวช้า .. ไม่ได้ไม่เข้าใจไม่ใช่หรอ ? " คนตัวเล็กได้แต่สบตานิ่ง แม้แววตาไหวพริ้วเกินใจ
    " จำเป็น ? "
    " อะไรจำเป็น ? จำเป็นต้องบอกหรือ จำเป็นต้องเข้าใจ ? "
    " ถึงผมจะจำคุณไม่ได้ หรืออาจจะไม่รู้จักกัน แต่ผมว่าโหงวเฮ้วคุณไม่น่าโง่ " นิโนมิยะยังยอกย้อนรวนไม่เลิก ทำเอาคนตัวสูงหัวเราะอ่อนๆอย่างเอ็นดู

    " ก็ไม่ได้ว่าจำเป็นขนาดหัวเด็ดตีนขาด แค่อยากรู้เฉยๆ " น้ำเสียงอบอุ่นหนักแน่น ไม่มากไม่น้อยไปกว่า”หมอ” ทำให้ความวางใจไล่เคียงกัน บางทีอาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็ได้ ตามความคิดและหลักทฤษฎีเท่าที่คาซึนาริจะคิดออก ..ถึงจะติดใจอยู่ไม่น้อย ว่าประจวบเหมาะกันเกินไปรึเปล่า?..


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .


    .. แม้เสียงฝีเท้าเงียบสงัด แต่เสียงเล็กน้อยนั่นก็ตัดฉับเด็ดขาดกับช่องทางเงียบสงบ ทางเดินแบบดับเบิ้ลโหลด คอริดอร์ อาบแสงนิออนขาวเย็นชา ยะเยือกโดดเดี่ยวเกินกว่าจะปล่อยให้ภาพชายหนุ่มภูมิฐานเป็นเพียงภาพประกอบทัศนวิสัยที่ไม่น่าสนใจ เมื่อมันย้ำชัดในสายตาบางคู่ที่คอยสังเกตทุกอย่างของคาซึนาริไม่ห่าง รอยยิ้มอบอุ่นของคนที่ชื่อว่าเพื่อนสนิทตอกซ้ำในจิตใจที่กำลังเปราะบางเหลือเกินอย่างไอบะ มาซากิ ..

    . . .

    .. ฉับพลันในความคิด เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็พบเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลข้อมูลเดิมกระจ่างชัดในสายตา เหลือบเห็นแก้วกาแฟใบโปรดที่คาซึนาริ เคยซื้อให้เมื่อหลายปีมาแล้วอยู่ด้านขวามือ ข้างในยังพอมีกาแฟเย็นชืดหลงค้างอยู่ คงเพราะเมื่อกลางวันอยู่ในห้องคาซึนารินานกว่าทุกวัน จนลืมเอาถ้วยไปเก็บล้าง แต่ทันทีที่คิดถึงคาซึนาริในวันนี้ ใบหน้าคมสันของเพื่อนรักอย่างซากุไร โชก็ผุดขึ้นตามมาเป็นลำดับขั้น กำมือแน่นจนสั่นปูดโปนด้วยข้อนิ้วขาว ริมฝีปากเม้มเน้น ก่อนต้องสะดุ้งสุดตัว ความคิดกระจัดกระจายด้วยเสียงประตูห้องพักลั่นตามมา ..

    " เฮ้ย ! ไอบะวันนี้ก็เข้าเวรหรอวะ ? ขยันจัดนักนะแก " น้ำเสียงเป็นมิตรมาพร้อมเสมอด้วยสีหน้าล้อเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหน้านายแพทย์แผนกเดียวกันอย่างโอโนะ ซาโตชิ ..ที่เจ๋งขนาดทุกคนต้องเรียกเขาว่า.. – ลีดเดอร์ ! –
    " ก็เปล่า กลับบ้านก็ไม่มีกิ๊ก เปลี่ยวเกินไม่อยากกลับ ลีดเดอร์ไม่เห็นใจผมหรอ ? " นายแพทย์มือหนึ่งแซวกลับยิ้มๆ ลุกขึ้นหยิบแก้วใบเดิมที่มองอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่ ไปจัดการล้างเพื่อชงแก้วใหม่ ทั้งที่สายตายังจมกับความรู้สึกเดิมๆเหมือนที่มองมันในตอนแรก

    .. ถึงจะรู้ว่านั่นเป็นการแสดงความห่วงใยที่โชเคยชิน แต่ชั้นไม่มีทางชินกับมันแน่ถ้ามันเป็นการแสดงความห่วงใยของนายต่อ –คาซึนาริ- ..

    " เอ้อ.. แล้วแฟนแกเป็นไงมั่ง ? เห็นว่าตื่นมาแล้ว สมหวังดิ "
    " ไม่รู้สิ... " ร่างสูงโปร่งยิ้มเรียบ แม้จะแฝงด้วยความอบอุ่นที่คุ้นตาเมื่อเอ่ยถึงคนป่วยกิตติมาศักดิ์ แต่คราวนี้ความอบอุ่นนั้นมันมาพร้อมรอยร้าวเล็กๆที่ไม่อาจมองข้าม...หากสังเกตเห็น...
    " อ้าว... "
    " ช่างมันเหอะลีดเดอร์ ! ทำไม ? ถ้าผมไม่สมหวังลีดเดอร์จะตีแสกหน้าผมหรอ ? หรือจริงๆแล้วแอบชอบกันอยุ่ ??? " ร่างโปร่งสันทัด ถามล้อๆ แกล้งบิดตูดส่ายไปมาให้หัวหน้าแอบน้ำลายบูด อยากอ๊อกเล่นก่อนจะรีบส่ายให้เร็วขึ้น(?) เมื่อเห็นแพทย์รุ่นน้องคนสนิทเดินกลับมาจากไปทานมื้อดึกเปิดประตูเข้ามา..- -“ ทำเอาคุณหมอคนสวยทำหน้าเหยเกไม่รู้จะขำดีหรือบอกให้หยุดดี

    " ว้าว! มัตจัง ช่วงนี้กินมื้อดึกบ่อยนะ ระวังอวบอ้วนนะจ๊ะ ! " น้ำเสียงยียวนตามแบบของลีดเดอร์ที่เคารพนับถือเอ่ยล้อเลียนอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา ก่อนจะตั้งคำถามให้สงสัยกันเล่นๆว่า
    " แกสองคนนี่ ช่วงนี้เข้าเวรดึกกันบ่อยนะแก กลัวอดเงินหรอ ? " และ...
    " พอเหอะ! ทุเรศสายตาว่ะไอบะ "
    " โหยยย.. ‘ไร ลีดเดอร์ เนี่ยบุญตาเชียวนะ นอกจากมัตจังกับลีดเดอร์แล้ว ในโรง’บาลเนี่ย ไม่เคยมีใครได้เห็นนะเว้ย ! " หมอใจดียังเล่นไม่เลิกทำเอาทั้งหัวหน้าทั้งรุ่นน้องได้แต่มองหน้ากันเอือมๆ อมยิ้มส่ายหน้ากลับไปทำงานของตัวเองต่อ โดยมีเสียงแหบห้าวรังควาญไม่เลิกว่า...เอ๊ะ! หรือจริงๆไม่อยากดูแต่อยากจับ !?!...

    .. แม้ว่าห้องพักจะอยู่กันสามคน แต่ใจทั้งสามคนกลับไปกันคนละทิศละทาง บ้างก็คิดถึงงาน บ้างก็คิดถึงคนรัก บ้างก็คิดถึง...ข้าวหน้าเนื้อหลังเลิกงาน.. ดูเหมือนไอบะ มาซากิจะเป็นหนึ่งคนที่รอดพ้นจากคำว่า –บ้างาน- ในปัจจุบัน ในเมื่อเค้าเลือกที่จะเดินออกจากห้องพักไปโดยทิ้งใบประวัติคนไข้ที่มักติดมืออยู่เป็นประจำให้กับรุ่นน้องในแผนกพร้อมคำกำชับ


    " มัตจัง.. ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบาย ฝากนี่ด้วยนะ "
    " เห? ประวัติของนิโนะคุงนี่ครับ ? "

    " อื่อ "
    " หยิบผิดใบรึเปล่าหมอ ? " หมอคนสวยที่นิโนะคุงติดอกติดใจเอ่ยถามล้อเลียน และไอบะท่าทางจะชินกับคำล้อเลียนแบบนั้นอยู่บ้าง เพราะทุกคนรู้เสมอว่า นิโนมิยะ คาซึนาริ เป็นคนที่ไอบะ มาซากิไม่เคยพลาดสายตา ! ...

    " เปล่า.. ก็ถูกแล้ว ช่วยดูให้หน่อย หรือว่าไม่มีฝีมือ ? " ทิ้งท้ายด้วยสำนวนยอกย้อนไม่ผิดกับคนรักตัวเลยแม้แต่น้อย จนรุ่นน้องได้แต่ยิ้มอ่อนๆ อย่างไม่ขัดใจ แล้วเพ่งมองตามนายแพทย์มือหนึ่งที่ลับสายตาออกไปจากประตูห้องพักแพทย์... ไปประจักษ์ต่อสายตาที่ห้องพักผู้ป่วย

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .


    .. คาซึนาริที่หลับใหลไปอย่างสงบ คงฝันดีไม่น้อยเมื่อสังเกตจากริมฝีปากบางที่คลี่ยิ้มอ่อนๆ ต่างจากทุกคืนที่ผ่านมา จนคนที่เฝ้ามองอยู่ทุกคืนอดสงสัยในความเอ็นดูไม่ได้ว่า..วันนี้มีอะไรดีๆเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กหนอ .. แต่แล้วริ้วความเหนื่อยอ่อนก็แล่นซับผ่านมาในทันทีที่คิดได้ว่า.. วันนี้มีเรื่องดีๆเพราะซากุไร โชรึเปล่า.. แต่ก็ขัดอคติตัวเองด้วยความคิดที่ว่า...เพราะวันนี้คาซึนาริได้คุยกับมัตจังต่างหาก...

    " ท่าทางคงติดใจใช่เล่นน้า " นิ้วเรียวไล้ผ่านแก้มใสบางๆ คลี่ยิ้มอบอุ่นเมื่อคิดถึงเรียกหัวเราะคิกคักน่ารักเวลาที่คาซึนาริเจอคนหรือของถูกใจ แอบบิดจมูกเล็กรั้นอย่างหมั่นเขี้ยวจนคนหลับครางอู้อี้ขัดใจออกมา

    " มัตจังเป็นคนดี อยากให้คาซึนาริชอบ " รอยยิ้มชวนอุ่นใจยังคงผลิบานต่อไป เสียงทุ้มเบาด้วยไม่หวังให้รบกวนคนป่วยดังขึ้นเลาๆ เหมือนปกติทุกคืนที่ผ่านมา

    " แต่ไม่ชอบที่คาซึนาริให้ชั้นไปชอบมัตจัง " ก่อนจะถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อนึกถึงน้ำเสียงและคำตอบของคาซึนาริที่ได้ยินคำว่า –รัก- จากปากของไอบะ มาซากิ

    " . . . "

    " มาคุยกับคาซึนาริทุกวันตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง แต่คาซึนาริก็เอาแต่กรนคร่อกๆให้ชั้นฟัง แบบนี้โกรธได้มั้ย ? " น้ำเสียงห้าวสั่นครือจับทิศทางไม่ได้
    " ทั้งที่คาซึนาริเคยบอกให้ชั้นพาไปให้ไกลจากโช แต่วันนี้คาซึนาริยิ้มให้โชเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. ชั้น..หึงได้มั้ย ? " มือแกร่งสั่นไหวตามอารมณ์ที่ก่อกำเนิด

    " . . . " น้ำตาหยดใส ไร้สีสันเอ่อท้นคลอเบ้าตาโหลลึกของคนอ่อนแอ ไร้ซึ่งหนทาง..

    " ชั้นรักคาซึนาริ "

    " ชั้นดีใจที่ตัวเองรักคาซึนาริ "

    " แต่...ชั้นไม่เคยเหนื่อยที่จะรักคาซึนาริเหมือนวันนี้ "
    " ทั้งที่ชั้นรักคาซึนาริเท่าเดิม แต่ทำไมชั้นเหนื่อยกว่าเดิม " น้ำเสียงยังสั่นครือ น้ำตาที่คลอเต็มหน่อย ทิ้งตัวอาบสองแก้มอย่างไร้เยื่อใย มือใหญ่กำแน่นจนข้อขาวปูดโปน เหมือนอดกลั้นน้ำตาให้ไหลย้อนกลับไป แต่น้ำตากลับไม่หยุดไหล มีเพียงความเจ็บปวดชิงชังเท่านั้นที่ไหลย้อนกลับไปยังหัวใจ

    " ถ้าเกลัยด.. จะยังเหนื่อยอยู่รึเปล่า "

    " ถ้าชั้นเกลียดคาซึนาริ จะยังต้องเจ็บปวดอยู่มั้ย.. " ริมฝีปากสีเข้มด้วยนิโคตินเม้มเน้นอย่างสะกดกลั้น ฝ่ามือใหญ่คลี่ออกเพื่อกลับมาสัมผัสพวงแก้มอ่อนนุ่ม

    " ถ้าชั้นเกลียด...คาซึนาริ.. " ร่างสูงโปร่งโน้มตัวลงต่ำจนริมฝีปากอุ่นร้อนสั่นครือ สัมผัสแผ่วเบาบนกลีบปากเย็นเฉียบของคาซึนาริที่รักมั่น หยดน้ำใสร่วงหล่นไร้เสียงจากตาเรียวสวย กระทบเปลือกตาอ่อนบางของคนตัวเล็ก

    . . .



    .. ดวงตาอ่อนใสกระพริบถี่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมภายนอก เผยเห็นนัยน์ตาสีอ่อนงดงาม สะท้อนประกายแสงจันทร์ หรี่ปรือไร้สติ จนสะดุดดุ้งด้วยภาพคนคุ้นเคยที่ปรากฏใกล้สายตาเกินกว่าที่เจ้าตัวคิดว่าควรจะเป็น ..

    " หมอ..! "

    .. น้ำเสียงเล็กสั่นสะท้านด้วยตกใจ ดึงเอาสติคนหวั่นไหวให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะปล่อยให้ความหดหู่เจ็บช้ำกลับเข้ามาในความรู้สึก เมื่อเสียงเล็กสั่นก้องคาใบหูจากคนรัก ..

    " ทำบ้าอะไร ! " คว้าเอาหมอนใกล้ตัวขว้างใส่ร่างสูงเต็มแรงเพื่อป้องกันตัว ลำแขนเล็กยันตัวเองขึ้นนั่งคล้ายจะหนีห่างไปจากกัน .. มือเรียวกำหมัดแน่น ข้อแขนเล็กง้างสูงด้วยตั้งใจประทุษร้ายคนตรงหน้า

    .. ภาพที่เห็นตรงหน้า ทำเอาความอดทนที่เคยมี ความตั้งใจที่เคยตั้งมั่น ว่าจะรอให้คาซึนาริจำได้ รอให้คาซึนาริรักกันอีกครั้งของไอบะ มาซากิพังทลาย .. ดวงตาแดงก่ำวาววับน่ากลัว ริมฝีปากแดงสดโฉบชิมความหวานจากริมฝีปากเล็กอย่างถือเอาวิสาสะ มือแกร่งคว้าเอามือเล็กให้หยุดดิ้นรนปกป้องตัวเอง กดทับแน่นฝังข้อมือบอบบางจมลงกับเตียงนอน ถอนจูบนิ่งเงียบไร้คำตอบแก่สายตาบอบช้ำของคนที่เคยรักกัน มองซ้ำลึกเข้าไปในดวงตาสับสนหวาดกลัว ก่อนจะกดริมฝีปากอุ่นซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างเบาบางคล้ายอบอุ่น ลิ้นเรียวไล้เลียริมฝีปากบางที่ถูกเจ้าของกัดเม้ม ไม่ดึงดัน ไม่ยัดเยียด น้ำตาที่เพิ่งหยุดไปเมื่อครู่สมทบซ้ำ รื้นขึ้นใหม่ หยุดตัวเองด้วยเสียงสะอื้นไห้ไม่ต่างจากคนตัวเล็กตรงหน้า ย้ำชัดให้หัวใจใกล้กันว่า...รัก....


    " รัก..คาซึนาริ "


    ... สองสายตายังคงสบกันราบเรียบ คนหนึ่งเต็มไปด้วยความสับสนอ่อนไหว อีกคนเต็มไปด้วยความยะเยือกเย็นในหัวใจ ก่อนทันได้รู้ตัว ไอบะ ก็ยิ้มให้จางๆแล้วหันหลังกลับไปเงียบๆไม่ต่างจากครั้งที่เข้ามา ทิ้งให้มือเล็กจับแน่นที่หน้าอกตัวเองอย่างขวัญเสีย แววตาเจ็บปวดสับสนเด่นชัดไม่ต่างจากหัวใจดวงเล็กที่กำลังบีบรัดจนเจ็บแน่นไปหมด ลิ้นเรียวเล็กคลอเคลียริมฝีปากตัวเองแผ่วเบาก่อนเม้มแน่น ฟันซี่เล็กระเอียดกดทับริมฝีปากล่างอย่างไม่ใยดี นัยน์ตาแดงก่ำคลอหน่อยด้วยหยดน้ำใส สะอึกสะอื่นร่ำไห้อย่างไม่มีใครปลอบโยน ..

    . . . ไม่เข้าใจไปหมด . . .

    . . . สับสนไปหมด . . .

    และ


    . . . เจ็บปวดไปทั้งหมด . . .

    " คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! "
    " จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? "
    " ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม"

    " คาซึจำได้แล้วหรอ ? "

    " รัก..คาซึนาริ "



    . . . นี่มันบ้าอะไร ! . . .

    .. ดวงตาอ่อนใสที่เต็มตื้นด้วยหยดน้ำตา กระพริบถี่หนัก ก่อนจะสูดหายใจให้เต็มปอด แล้วเงยหน้าขึ้นให้หยุดสะอึกอื้น ปิดเปลือกตาหนักอึ้งหยุดพักสายตา ปิดกั้นไม่ให้มีใครมาทำร้ายความทรงจำที่ว่างเปล่านี้ได้อีก ..

    ..ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง จนต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความปวดหัวที่ถาโถมเข้ามาจากจากร้องไห้และฝืนตัวรื้อฟื้นอดีต เผื่อว่าทุกอย่างจะกลับมา เผื่อว่าความสับสนจะหายไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงมาปวดร้าวที่สมอง เจ็บจุกแน่นหน้าอกเพราะแรงสะอื้น และรับรู้ได้เต็มแรงว่า..ไม่มีอะไรดีขึ้น..

    .. น้ำเสียงหวานใสที่เพิ่งได้ยินเมื่อตอนกลางวันกลับมาทำให้ใจดวงเล็กขุ่นเคืองมากขึ้น จนน่าหวั่นใจ ..

    . . . นิโนะไม่กลัวหรอ ?ไม่กลัวหรอว่าอาจจะมีอดีตบางอย่างที่นิโนะไม่อยากจำได้อยู่น่ะ . . .

    .. หรือจริงๆแล้ว ทุกอย่างมันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี ..

    .. คิดได้เพียงแค่นั้น ทุกอย่างก็ดับวูบเข้าสู่นิทรารมณ์ในฉับพลัน ..


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    ทู บี คอน

    Ps. ยืดไปรึเปล่า หรืองง ? ตัดไปตัดมาจนเรื่องไม่ค่อยไปไหน จะพยายามให้มันเดินหน้าเร็วๆแล้วจบเร็วๆนะครับ ยังไงก็เรื่องแรก อยากไปให้สุดไม่อยากทิ้งไว้กลางคัน m( _ _ )m

    Ps. ขอโทษคนที่อ่านไปแล้วด้วย แต่เพราะเห็นว่ามีคนบอกว่า ลงเวอร์ชั่นเต็มไปเลยดีกว่า มาลงแบบ2.0 2.1ไรงี้มันกดดัน เลยเอามาลงใหม่ แบบนี้ดีกว่าใช่มั้ย ? (^_________________^)

    คราวหน้าคราวหลังจะระวังให้มากกว่านี้ครับผม

    แล้วแอบมีคนคิดถึงกัปปิตัน ..คือ..ลีดเดอร์ไม่ได้ให้ขวัญถุงคนแต่งไงเลยได้ออกช้า (^o^)/

    ส่วนคนที่คอมเม้นท์ไปแล้ว อ่านอีกรอบจะเม้นท์ให้อีกรอบรึเปล่านะ ? เม้นท์อีกเหอะ ถือว่าเม้นท์เวอร์ชั่นเต็มไง *หัวเราะเลวๆ*
    คราวที่แล้วเม้นท์เวอร์ชั่นย่อย 55+

    แต่ไม่ต้องห่วง คนแต่งอ่านทุกเม้นท์อย่างแน่นอนครับ ทั้งเก่าใหม่ กี่ชีวิต จำไว้หมดแหละ (^____________^)v

    ยังไงก็สู้ๆครับ
    สู้ๆไปด้วยกัน
    แล้วคนแต่งก็จะสู้ๆต่อไป ตราบเท่าที่คนอ่านยังสู้ด้วย 55+ *ออดอ้อนเข้าไป*

    KIOKU [ 1 ] - INCIDENT -

    » Title : KIOKU [ 1 ] - INCIDENT -
    » Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . . แอ๊ดดดดดดด . . .


    เสียงประตูแผ่วเบาไม่แม้แต่จะรบกวนคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าคนบนเตียงกำลังหลับลึก ไม่...แม้แต่ฝัน..

    ปรากฏเพียงร่างระหงส์งามสง่าไม่แพ้ใครยืนประจันหน้ากับคนที่กำลังหลับไหล มือเรียวยังถืออุปกรณ์สื่อสารไฮเทคสมตัวคนใช้เหมือนก้าวแรกที่เข้ามา น้ำเสียงแหบทุ้มกล่าวรับคำกับเครื่องมือชิ้นเล็กอย่างเบาๆแต่หนักแน่นไปด้วยว่ามุ่งมั่น

    " อืม... ชั้นทำตามที่นายบอกแล้ว "
    " . . . " เสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงเบางบางไม่ต่างกัน สั่งความเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
    " ยาตัวนั้นที่นายบอกให้ใช้จนเค้าตื่นขึ้นมาอย่างที่ต้องการ แล้วทำไม ? โกงกันรึเปล่า ? "
    " . . . "
    " อาการข้างเคียง ? ไหนว่าไม่มีไง ไหงตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ ? "
    " . . . "

    ..ปลายสายตัดบทเพียงสั้นๆก็จะวางสายไป ทำให้คนที่ยังถือโทรศัพท์ค้างไว้ ได้แต่ครางขัดใจในลำคอดังจิ๊จ๊ะ ก่อนจะหันมาสนใจกับคนบนเตียงเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา

    " หึ . . . " เสียงรำพึงในลำคอระหงส์ ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนเอื้อนเอ่ยแผ่วเบาด้วยแน่ใจว่าไม่มีทางที่ใครจะได้ยิน
    " ในที่สุดก็ตื่นมาซักทีสินะ นิโนมิยะ.. " ตาคมโตราบเรียบแฝงแววคิดร้ายอย่างเปิดเผย คิ้วคมเข้มขมวดมุ่น ริ้วความเกลียดชังซับผ่านทุกอณูของใบหน้าสวย เอื้อมมือสัมผัสแผ่วตามบนกลุ่มผมนุ่ม กดไล้ตามขมับบาง ปัดเป่าเบาบางให้เส้นผมสีอ่อนหลบเลี่ยงจากหน้าผากเนียนใส

    " จะโกรธเกลียดกันกลับมาก็ได้นะ " นิ้วเรียวไล้ผ่านแก้มนวล ลากผ่านจมูกเล็กรั้นตามนิสัยเจ้าของ อ้อยอิ่งเกลี่ยไปมาบนริมฝีบางบางใสได้รูป ก่อนจะเลื่อนไล้มาหยุดที่ลำคอเล็ก !!!

    " ถ้าจะโทษก็โทษที่นายรักคนผิดก็แล้วกัน !!!!!!! " มือนุ่มกดนิ่งที่คอหอยคนที่ยังไม่ทันรู้สึกตัว จนคนตัวเล็กเริ่มดีดดิ้นด้วยความอึดอัดจึงหยุดการกระทำนั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปยังจุดเดิมที่ตนเองเดินผ่านเข้ามา


    " ชั้นเกลียดนาย... "






    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . . กึก กึก กึก . . . เสียงฝีเท้าถี่ระเบียบด้วยไร้การรบกวน บ่งบอกถึงอาการหมกมุ่นในจิตใจคนเดินเป็นอย่างดี คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้าง หมกมุ่นในหัวสมองกับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆทุกวันที่เข้าเยี่ยมคน"เคย"รักกัน

    ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก

    ...คาซึนาริจำคนที่อยู่ด้วยกันทุกวันไม่ได้...
    ...คาซึนาริจำคนที่กอดกันทุกคืนไม่ได้...

    ...คาซึนาริจำไอบะ มาซากิไม่ได้...

    " ฟู่.... " เสียงทอดถอนจากหนักหน่วงจากความหนักอึ้งในใจของนายแพทย์หนุ่มดังแผ่วๆในห้องพักรวม เดินตัวเหี่ยวพร้อมเสียงกระทบปนทิ้งขว้างของแฟ้มประวัติคนไข้ที่ไอบะมักหวงนักหวงหนาทำเอาชายร่างสูงอีกคนอดตกใจ และเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

    " มีอะไรรึเปล่าครับ ไอบะคุง ? "
    " . . . "
    " ไอบะคุงครับ ? "
    " อ๊ะ ! มัตซึโมโต้คุง.. วันนี้เข้าเวรบ่ายหรอครับ ? ทำไมยังไม่กลับอีก ? " แสดงความเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นตามปกติวิธี
    " เปล่าครับ.. แลกเวรน่ะ ว่าแต่ไอบะคุงไหวรึเปล่าครับ ? " น้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดของผู้ร่วมงานทำเอานายแพทย์หนุ่มลำบากใจไม่น้อย ก่อนเปรยยิ้มบางๆผ่านริมฝีปากตามนิสัย

    " ว่าแต่คนไข้กิตติมาศักศักดิ์ของไอบะซัง เป็นไงบ้างแล้วล่ะครับ ? ได้ข่าวว่าตื่นมาแล้ว ? " ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มสวยอย่างเป็นมิตร เปลี่ยนเรื่องคุยที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายอารมณืดีขึ้นบ้าง
    " แล้วนี่ไปเยี่ยมเค้ามารึยังล่ะครับ ขาดเฝ้าแม้แต่วันเดียวเดี๋ยวอกจะแตกเอานะครับ " เอ่ยแซวอย่างรู้ใจ แต่สงสัยชายหนุ่มคงคาดการณ์ผิดไปซะแล้ว..
    " . . . "
    " ไอบะคุงครับ ? " คิ้วเรียวของเพื่อนร่วมงานเลิกขึ้นสูงอย่างใส่ใจ เมื่ออีกฝ่ายได้แต่ตอบกลับมาเพียงสายตาเหม่อลอย

    " . . . "
    " ฮาโหล ไอบะคุง ??? ไหวมั้ย ? " คนข้างเคียงยังคงเซ้าซี้เป็นห่วงจนสามารถเรียกสติคนตรงหน้าได้สำเร็จซักที

    " ขอโทษนะมัตจัง ขอผมคิดอะไรคนเดียวหน่อยนะ " ตัดบทกันดื้อๆด้วยเรียกชื่อเล่นที่คุ้นเคยกันสองคนเพื่อกันไม่ให้เพื่อนร่วมงานคนสนิทน้อยใจ ทั้งที่ริ้วความกังวลยังไม่จางหายจากใบหน้าสวย ที่ตอบกลับมาเบาๆเพียง..อื้ม...แล้วจากไป คิ้มคมขมวดแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดกังวลใจ ทำไมถึงเป็นแบบนี้..

    . . .

    " อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " จำได้แม่นถึงเสียงเรียกของตัวเองที่มีต่อคนคุ้นเคย และเสียงเล็กที่ขานรับอย่างคุ้นหูของคาซึนาริ
    " อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ "

    .. จนถึงวันที่คิดว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิต วันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้คาซึนาริต้องเข้าโรงพยาบาล วันที่ต้องดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้คาซึนาริกลับมาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ พยายามคิดแทบตายให้คาซึนาริตื่นมาอยู่ด้วยกันอีกซักครั้ง ด้วยความหวังริบหรี่จากผลการตรวจว่าอาจจะตื่นขึ้นมาได้อีกแม้จะเลือนลางเต็มทีแต่ก็เรียกได้ว่ามีโอกาส แต่สุดท้ายความหวังที่ริบหรี่แบบนั้นยังมีจริง คววามหวังที่ทำให้รู้ว่าวันนั้นไม่ได้เลวร้ายที่สุด วันนี้ต่างหาก ..
    .. ภาพของคาซึนาริยังวนเวียนอยู่ในหัวซ้อนทับกันระหว่าง รอยยิ้มที่มีเพียงไอบะ มาซากิคนเดียวที่ได้เห็นกับแววตาแข็งกร้าวไม่ได้ใจของนิโนมิยะ คาซึนาริที่เพิ่งตื่นมาเจอหน้ากันเมื่อวาน ..

    " คุณเป็นใคร ? แล้วที่นี่ที่ไหน ? "

    " ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก "

    ...

    " นี่มันบ้าอะไรวะ !! ".. รอยยิ้มขื่นผุดอย่างจงใจ มือเรียวกำหมดแน่นอย่างสะกดกลั้นความรู้สึก ..
    " ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้ ทำไมแม้แต่ชั้นนายยังลืมล่ะคาซึนาริ ! "

    ...ไอบะ มาซากิ นายเเพทย์อันดับหนึ่ง ...
    ...ไอบะ มาซากิ นายแพทย์หนุ่มหล่อที่ใครๆก็รักและเคารพ ...
    ...ไอบะ มาซากิ นายแพทย์ที่ช่วยให้คนทั้งโลกหายป่วยได้ ยกเว้นคนรักของตัวเอง ...

    " หมอ... เราสองคนรู้จักกันหรอ ? " คนตัวเล็กที่คุ้นตาถามพลางกินข้าวต้มคนป่วยพลาง ปฏิเสธแทบเป็นแทบตายว่าไม่ยอมให้ป้อน น้ำเสียงเล็กแม้จะอ่อนลงบ้างเล็กน้อยแต่อาการเถียงและตั้งแง่ยังคงอยู่ มันเป็นนิสัยของคาซึนาริที่เริ่มจะเปิดใจ แต่ก็ยังไม่เปิดดี ทั้งๆที่คนๆนี้คือ...มาซากิ..
    " คาซึจำได้แล้วหรอ ? " เปล่งเสียงเสี่ยงดวงถามออกไป ถ้ามันจริงคงดีใจ แต่ก็ต้องสลดไปในนาทีถัดมา
    " เปล่า.. แค่สงสัย "
    " . . . "
    " อย่ามาซึมเป็นหมาหงอยน่าหมอ.. ผมไม่ผิดซักหน่อย ! คนน่าสงสารก็ผม ก็จำไม่ได้ให้ทำยังไง ? "
    " ก็คาซึนาริถามว่า.. "
    " ใช่! ถาม! ถามเพราะหมอเรียกผมด้วยซื่อต้น ถามเพราะหมอมาเฝ้าผมเช้าเย็น ถามเพราะบรรยากาศมันคุ้น แต่นึกไม่ออกให้ทำไง !?! " เสียงเล็กแข็งขึ้นตามความยาวของรูปประโยค ท่าทางเริ่มอารมณ์เสียจนไอบะต้องยอมแพ้
    " ไม่ออก ก็ไม่ออก.. ไม่เห็นต้องด่ามา 3กิโลแบบนี้ก็ได้ นิสัยเหมืนเดิมเป๊ะเลย " คุณหมอบ่นกลับค่อยๆ ทิ้งประโยคสุดท้ายให้แผ่วเบาจนแทบเงียบ แล้วยื่นข้าวให้คนไข้อภิสิทธิ์กินเอง ด้วยประโยคหงุดหงิดของคนป่วยว่า..ยังไงก็ไม่ให้ป้อน ผมไม่ใช่เด็กอมมือ..

    " ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยล่ะหมอ ? " เสียงเล็กอ่อนลงทั้งน้ำเสียงและระดับความดัง ประทุษร้ายควางเงียบให้หายไป เรียกเอาสติตัวเองให้กลับมาจากความว่างเปล่าของความทรงจำ

    " มันไม่มีทางทำให้ความจำมันกลับมาเร็วขึ้นเลยหรอหมอ ? " จำได้ว่าตัวเองตอบกลับไปให้แน่ชัดย้ำให้เจ็บมากกว่าเดิมว่า
    " ... ตามหลักแล้ว ทฤษฎีบอกว่าถ้าเราเห็นของหรือคนที่เราเคยผูกพันธ์ด้วย มันจะลิ้งค์ให้ความจำในส่วนนั้นค่อยๆกลับมา.. " เพื่อให้คาซึนาริถามกลับมาให้เจ็บใจเล่นว่า

    " งั้นใครหรืออะไรที่มีความสัมพันธ์กับผมล่ะหมอ ? " ... ไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าอะไร เพราะทั้งหมดที่คาซึนาริเคยสัมพันธ์ด้วย มีแค่ชั้น...

    " โธ่เว้ยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!! "





    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    " นี่ไงห้องของเรา คาซึนาริ " อีกแล้วหรอ ? ฝันอีกแล้ว.. ก็เห็นเหมือนเดิมทุกที ห้องสีขาวโล่งดูสะอาดตา ของตกแต่งดูดีจนคิดได้ว่าเจ้าของห้องคงมีฐานะพอควร ทีอย่างงี้ล่ะเห็นชัด แต่ที่อยากเห็น อยากรู้จริงๆคือ ความอบอุ่นที่สัมผัสอยู่ตอนนี้มันมาจากใครต่างหาก.. พยายามแทบตายเพื่อจะหันไปมองเจ้าของเสียง ก็เห็นแค่โครงหน้าลางๆ ดูไม่ออกเลยซักนิดว่าหน้าตาเป็นยังไง

    " อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ " นั่นไง...ก็ถามมาแบบนี้ซ้ำๆกันทุกคืน แล้วก็จะได้ยินเสียงตัวเองตอนกลับไปว่า
    " จะดีหรอมาซากิ ? " ..เห??? ...ไม่เหมือนเดิมนี่ ปกติต้องพูดว่า... อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ ... ไม่ใช่หรอ ?
    " เค้าจะตามมามั้ย ? ชั้นรักมาซากิ ชั้นไม่อยากรักเค้า " เฮ้ย! ใคร ? อะไร ? แต่ไม่ทันได้อ้าปากถามอะไร คนที่ยืนอยู่ข้างกันเหมือนทุกครั้งกลับชิงตัดหน้ามาก่อนว่า..

    " ไม่เป็นไรหรอก ชั้นจะปกป้องคาซึนาริเอง " ..จึ๊!.. คนตัวเล็กที่มองดูความฝันตัวเองอยู่ห่างๆได้แต่ส่งเสียงครางจิ๊จ๊ะขัดใจ พลางคิดในใจว่า..ทำไมต้องตัดบทก่อนชั้นรู้เรื่องทุกที..

    " มัวแต่ตัดบทกันอยู่อย่างงี้ ต่อให้เก็บมาฝันต่อกันทุกคืน มันก็ไม่ช่วยให้ชั้นจำอะไรได้มากขึ้นหรอกนะเว้ย " คนที่รู้แล้วว่าตัวเองชื่อคาซึนาริเอาแต่สบถอย่างหัวเสีย เสยผมงุ่นง่านไปมา ก่อนจะกลับไปเพ่งความสนใจกับภาพของตัวเองกับคนร่างสูงที่ยังเดินจับมือกันข้างหน้าเดินเข้าครัวไปช่วยกันทำกับข้าว จนได้ยินเสียงง้องแง้งของทั้งคู่ดังแผ่วมาตามสายลมหวาน นิโนมิยะก็ได้แต่ยืนพิงวงกบประตูคอยดูความฝันตัวเองอยู่ห่างๆ พาลคิดในใจแค่ว่า...บรรยากาศแบบนี้มันคุ้นเคย...

    " แค่คุ้นแต่นึกไม่ออกมันจะช่วยอะไร ? " บ่นเบาๆพอได้ยินซักพักจึงได้ยินเสียงทุ้มๆตามมาจากข้างหลังทำให้ต้องหันกลับไปดู
    " มองนั่นสิ ! " สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่คนอื่นไกล ก็แค่ชายร่างสูงที่เห็นว่าอยู่เคียงข้างคาซึนาริที่อยู่ในฝันทุกคืน
    " อ้าว ? ไหงไปอยู่นั่นก็เมื่อกี้ยังอยู่น...เฮ้ย! " น้ำเสียงเล็กกลับชะงักไปเมื่อหันกลับไปในทิศทางเดิมที่คิดว่าเป็นครัว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันกลายเป็นทุ่งโล่งกว้าง ว่างเปล่า

    " คาซึนาริทำไมไปอยู่ตรงนั้นล่ะ " ราวกับสบสายตาร่างสูง หันนิ้วชี้เข้าหาตัวเองพลางทำหน้าเหลอหลตามนิสัย แต่ก็ได้ยินเสียงเล็กแผ่วๆจากด้านข้างของตัวเอง และเจ้าของเสียงที่เพิ่งเลยผ่ายตัวเองไปตอบกลับ
    " ก็หนาว... ไม่อยากเดิน "
    " โธ่ ! มานี่ " คนตัวสูงเดินมาซ้อนหลัง อ้อมกอดแกร่งโอบคนตัวเล็กซุกอก ช้อนคางคาซึนาริคนนั้นให้เงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่ที่ประดับพราวด้วยดาวสวย แต่แทนที่คนตัวเล็กจะมองฟ้ากลับมองหน้าคนที่ซ้อนหลังตัวอยู่ซะงั้น
    " หืม ? " คนตัวสูงครางรับเสียงหวาน ยิ้มหวานจนบรรยากาศหวานไปหมด แต่มันคงไม่มากไปกว่านี้อีกแล้วเพราะมาซากิดันพูดประโยคที่หวานที่สุดออกมา
    " รักคาซึนารินะ " จนได้เห็นรอยยิ้มสวยหวานของคาซึนาริไปด้วย



    . . .

    " อืม... " เสียงสัญญาณพอให้รู้ว่าคนตัวเล็กบนเตียงได้สติกลับมาแล้ว
    " ฝันอีกแล้ว... " นิโนมิยะถามตัวเองเพียงเบาๆก่อนจะลูกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน นิ้วเล็กกุมบีบขมับบางแน่น แล้วค่อยๆนวดคลึงเบาๆ บรรเทาอาการปวดหัวที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งที่ตื่น

    " แอร์เย็นจะตาย ทำไมเหงื่อยังออกอีกนะ ? เหนื่อยด้วย.. ไม่ได้ฝันว่าวิ่งมาราธอนซักหน่อย.. " บ่นพลางเหม่อมองไปนอกหน้าต่างพักสายตา พลางคิดถึง"หมอ" ที่มักจะมาเฝ้าอยู่เกือบตลอด จำได้ว่าเมื่อกี้ก่อนนอนกลางวันไปก็เพิ่งเจอ

    .. คิดถึงสิ่งที่คุยกันก่อนหมอจะปล่อยให้นอนพัก
    จำได้ว่า..หมอบอกว่าความจำจะกลับมาถ้าเจออะไรที่สัมพันธ์กับตัวเองในอดีต..
    จำได้ว่า..หมอน้อยใจเพราะจำอะไรไม่ได้..
    จำได้ว่า..ไอ่การป้อนข้าวเช้าเย็นแบบนี้มันคุ้นเคย..

    ..แต่ไม่ช่วยให้จำอะไรได้..

    . . . หมอแม่งบ้า . . .

    ..แต่ก่อนที่คนป่วยจะสาบแช่ง"หมอ"ไปมากกว่านี้ก็สะดุ้งสุดตัวด้วยเสียงรบกวน


    . . .

    . . . แอ๊ดดดดดดด . . .

    ..เสียงบานประตูลั่นเบาๆ ตามแบบโรงพยาบาลชั้นนำ แม้จะเบาแต่ก็ดึงสติคนตัวเล็กให้หลุดจากความคิดของตัวเอง แต่ดูเหมือนความปวดหัวที่มีอยู่เป็นทุนเดิมบวกรวมกับชายแปลกหน้าที่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งที่จำไม่ได้ หรือจำได้ว่าไม่รู้จักก็ไม่รู้ที่ปรกฏตัวขึ้น ทำเอาคิ้วเรียวขมวดปมแน่น กระพริบตาถี่หนังขับไล่เหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามผลพวงแห่งความฝันที่กีดขวางสมรรถภาพการมองเห็นออกไปจนมองเห็นคนตรงได้ถนัดมากขึ้น เลาๆว่าเคยเห็น แต่ที่ไหน ? ในฝันอีกหรอ ?

    .. ฝันบ้าๆนี่จะตามหลอกหลอนกันไปถึงไหนวะ ตอนฝันล่ะเป็นตุเป็นตะทีตอนตื่นดันจำบ้าอะไรไม่ได้เลย ..

    " ใคร ? " เค้นเสียงแหบเล็กกร้าวออกไปอย่างหงุดหงิด แต่ไม่ได้ส่งผลให้คนตรงหน้าหงุดหงิดตามเลย เพราะหมอนั่นยิ้มเรียบๆ แล้วตอบกลับมาอย่างหนักแน่นจนน่ากลัวว่า

    " ซากุไร โช "

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    ทูบีคอนครับ

    Ps. น่าเบื่อรึเปล่า ? ยืดไปมั้ย ? งงมั่ยอ่ะ ?
    ติชมตามสบายเลยครับผม ฟิคยาวเรื่องแรก ช่วยๆกันนะๆๆๆ น้า... คนอ่านใจดี้ใจดี นะ นะ นะ (^_________________^)
    เอ่ย ! พูดจริงๆนะ ติชมตามสบายจริงๆ จะได้เอาไปปรับปรุง แค่อย่าให้ถึงขั้นแช่งชักหักกระดูกคนแต่งก็พอ หุ หุ นะครับ นะ นะ แต่เห็นจำนวนคอมเม้นท์ตอนที่PRELUDEก็แอบใจแป้ว.. จะไหวมั้ยเนี่ยเรื่องนี้ (T__T)

    สำหรับคำถามของคุณ aichan kioku แปลว่า ความทรงจำครับผม จากที่เปิดดิกดูแล้ว เป็นรสนิยมในเรื่องเปิดดิกตั้งชื่อครับ (^___^)
    แล้วก็ขอบคุณทุกคำชมสำหรับเฮดและบีจีมากๆเลยครับ (^___^)~ ภูมิใจเล็กๆเนอะของแบบนี้ มีใครได้ฟังเพลงที่ตั้งไว้รึเปล่า? แอบอยากอวด งุ งุ >w<~
    ส่วนเนื้อเรื่องว่าคาซึนาริเป็นแฟนกับไอบะจริงรึเปล่า หรือสรุปคู่ใครก็...อ่านเอาดีกว่าเนอะ (^____^) *หัวเราะเลวๆ*
    เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณเชคกะแคทด้วยครับที่วิจารณ์ให้ แล้วก็ขอบคุณพี่เนยที่สอนวิธีแต่งฟิคให้ด้วย ขอบคุณมากๆนะเอ็ง

    พูดมากเนอะ นานๆจะได้ออกมาพูดอะไรซักทีขอยาวๆได้มั้ยอ่ะ ? กบว.เค้าจะว่ามั้ยอ่ะ ? เอาเป็นว่าช่วยเม้นท์หน่อยเหอะนะ ง้อแล้วนะตัว *ยื่นนิ้วก้อย* นะ นะ นะ (^_______^)v

    KIOKU [ 0 ] - PRELUDE -

    » Title : KIOKU [ 0 ] - PRELUDE -
    » Cast : [ ? ] x Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    “ ขอโทษนะ.. แต่ยังไงชั้นก็จะทำ “ เสียงทุ้มนุ่มดังผะแผ่วข้างใบหู จริงๆแล้วมันอาจจะดังมากก็ได้ แต่ไม่ค่อยได้ยินเลย ฝันหรอ?
    “ ยังไงชั้นก็จะทำให้ได้.. ขอโทษนะคาซึนาริ “ ใครกันน่ะ? แล้วคาซึนาริคือใคร? ทำอะไร?
    .. แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากถามไป ภาพสลัวตรงหน้ากลับกลายเป็นแสงจัดแสบตา ตามด้วยเสียงลมหวีดหวิว พอรู้สึกตัวอีกทีห้องกว้างโล่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มองเห็นชายหนุ่มสูงโปร่งสายตายืนเคียงกับตัวเอง? ไม่รู้เหมือนกัน..อาจจะไม่ใช่ตัวเอง แต่หน้าเหมือนกันเหลือเกิน แต่อาจจะใช่ก็ได้..

    “ อยู่ด้วยกันนะ..คาซึนาริ “ ริมฝีปากอิ่มของคนตัวสูงกว่าเผยเอาเสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอุ่นใจต่อกัน ..พูดกับผมหรอ.. ผมคือ --คาซึนาริ—งั้นหรอ..
    “ อื้ม.. จะอยู่กับมาซากิ “ ...นี้มันเสียงผมเองนี่.. ดูท่าคนๆนี้จะชื่อ --มาซากิ—สินะ แล้วห้องนี้เป็นห้องของ”เรา”หรอ
    “ สวยจังเลยนะ “
    .. คนที่ชื่อ – มาซากิ – หันมายิ้มให้บางๆ มองเห็นร่องรอยของความยินดีในตาคู่นั้น อบอุ่นจนอยากจะมองไปนานๆ แต่ความมืดมิดพลันปรากฏตัวดึงเอาความหนาวเหน็บเข้าแทนที่ ภาพตรงหน้าถูกตัดหายไปในพริบตา ลองกระพริบตาถี่ๆดูหลายครั้งเพื่อให้เห็นภาพอบอุ่นเมื่อครู่ให้ชัดขึ้น แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นชายสวมสูทท่าทางมีราคาคนหนึ่งเท่านั้น ท่าทางชายคนนี้กำลังอ้อนวอนอะไรซักอย่าง แต่ผมได้ยินไม่ค่อยถนัดนักเห็นเพียงริมฝีปากอ้าเปิด-ปิด ตัวเองได้แต่ตะโกนออกไปจนอื้ออึงในหูเพื่อสอบถาม แต่ทุกความพยายามกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อไม่มีคำตอบใดให้อุ่นใจได้เลย

    .. ทันใดนั้นภาพทั้งหมดก็ตัดสับไป-มาจนจับใจความไม่ได้ ติดๆดับๆเหมือนโทรทัศน์ใกล้ชำรุด แล้วค่อยๆดับไปพร้อมเสียงทุ้มอุ่นเหมือนเสียงแรกที่ได้ยิน ..

    “ ยังไงก็จะทำ ต่อให้ต้องทำร้ายคาซึนาริ ก็จะทำ ถ้ามันทำให้คาซึนาริรักชั้น “

    . . .

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    “ โอ๊ย !!!!!!! “ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กแสดงความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนเปิดเปลือกตาหนักอึ้งจะค่อยๆเปิดอย่างช้าๆ แล้วกระพริบถี่ๆในวินาทีถัดมา จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝี่เท้าถี่หนักวิ่งเข้ามาใกล้ แล้วตะโกนจนแสบหู
    “ คาซึนาริ ! ตื่นแล้วหรอ ! “
    “ ใคร ? “
    “ เอ๊ะ ! “
    “ คุณเป็นใคร ? แล้วที่นี่ที่ไหน ? “ เสียงแหบเล็กของคนที่นอนอยู่บนเตียงถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะยันตัวเองขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
    “ จำชั้นไม่ได้หรอ ? คาซึนาริ ? “
    “ ไม่รู้... ผมนึกไม่ออก “ สิ้นเสียงเล็ก มือป้อมเจ้าของเสียงก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ....ปวด....
    “ ชั้นมาซากิไง ! ไอบะ มาซากิ แล้วนี่คือโรงพยาบาลที่ชั้นทำงานไง... จำไม่ได้หรอ ? “ คนที่ยืนอยู่ข้างเตียงมีสีหน้าสลดลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมคลี่ยิ้มสดใส

    .. นั่นเป็นบทสนาแรกเท่าที่จำความได้.. เปล่า.. เราสองคนไม่ได้รู้จักกันแต่อ้อนแต่ออกหรอก แต่เพราะผมจำอะไรก่อนหน้านี้ไม่ออกเลยต่างหาก ..

    “ แล้วผมเป็นใคร ? คาซึนารินี่ชื่อผมหรอ ? “
    “ ผมรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล แต่ผมเป็นใคร และมาที่นี่ได้ยังไงต่างหาก ! “ น้ำเสียงเล็กแม้จะยังดูอ่อนแรงอยู่ แต่ก็แฝงแววตั้งแง่ต่ออีกฝ่ายอยู่กลายๆ ...แต่ถึงอย่างนั้นชายตรงหน้าก็ยังคงไม่ได้สร้างความกระจ่างใดๆให้เลย เค้าเพียงแค่พูดว่า

    "ไม่ต้องห่วงนะ. . .เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม" พร้อยรอยยิ้มใจดี... เท่านั้นเอง...

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    .. ถ้าหากว่ามีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกันในร้านกาแฟเล็กๆหน้าโรงพยาบาลในช่วงเวลาบ่ายมันก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก ถ้าไม่เพียงแต่บนโต๊ะระหว่างเค้าสองคนไม่ได้มีเอกสารใดๆอันเป็นสัญญาณว่าเค้ามาเพื่อตกลงเซ็นสัญญากัน หรือสายตามุ่งมั่นของชายหนึ่งคน ทั้งที่อีกคนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ยี่หระในสิ่งใด
    " - คาซึนาริ นิโนมิยะ ประสบอุบัติเหตุทำให้กลายเป็นเจ้าชายนิทราเป็นเวลา 3ปี พร้อมทั้งการกระทบกระเทือนทางสมองทำให้สูญเสียความทรงจำไปบ้าง – นี่คือข้อมูลจากประวัติคนไข้ " เสียงแหบห้าวตอบกลับเพื่อนสนิทเบาๆก่อนจะต่อด้วยประโยคที่ว่า
    " - และสรุปได้ในตอนนี้ว่าคาซึนาริสูญเสียความทรงจำไปจริง แต่ยังไม่มีการตรวจโดยละเอียดว่าจะสูญเสียความทรงจำไปเป็นการถาวรเลยรึเปล่า - คือข้อมูลจากคนรักของเค้าอย่างชั้น. . . แล้วชั้นก็ยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่า...นายต้องการรู้อะไรกันแน่โช. . . " กล่าวเนือยๆอย่างไม่รีบร้อนนัก เหมือนกำลังรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายมากกว่าพูดในสิ่งที่น่าสนใจ ตาเรียวเงยขึ้นสบกับตาคมของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยิ่งทำให้อีกฝ่ายร้อนใจ
    " แกคิดว่าอย่างงี้ดีแล้วหรอวะ " เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นถามเพื่อนสนิทอย่างขัดใจ...คงเพราะสับสน.. แต่จะมีอะไรให้สับสน เพราะทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยซักนิด
    " ทำไม ? "
    " แกรักหรือเกลียดนิโนมิยะกันแน่ ไอบะ " ยิ่งน้ำเสียงไอบะเรียบเฉยแค่ไหน ความร้อนรนในใจโชยิ่งมากขึ้น และดูเหมือนยิ่งโชร้อนรนเท่าไหร่ ไอบะก็ดูจะอารมณ์ขุ่นมากขึ้นเท่านั้น..
    " แกจะทำไมโช ..ไม่ว่าจะรักหรือเกลียด. .- คาซึนาริ - ก็เป็นของชั้น " สายตาที่กำกับความหมายของคำพูดตัวเอง กึ่งท้าทายกึ่งสั่งสอนอีกฝ่ายเรียบนิ่ง ก่อนจะดึงตัวเองออกจากบทสนานั่นด้วยการลุกขึ้นเดินหนีไปดื้อๆ

    .. ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิท ..

    . . .


    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    . . .

    . . . ไม่มีอะไรที่ผมรู้เกี่ยวกับตัวผมเลย แม้แต่ชื่อ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้พื้นฐานประเภทภาษาต่างประเทศ วิธีเล่นไพ่นกกระจอก หรือวิธีเล่นเกมส์กดที่ผมรู้อยู่ตอนนี้มาจากไหน . . .แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจ ก็คือ... ผมเป็นคน มีเลือด มีเนื้อ มีชีวิต ที่อยู่ดีๆก็ตื่นมาบนเตียงสีขาวในโรงพยาบาล ไม่ใช่หุ่นแอนดรอยด์ ที่ตื่นมาบนแท่นสแตนเลสเท่านั้นเอง. . .

    . . .มันไม่ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นนักหรอกนะ. . .

    ========================================================: : = k - i - o - k - u = : :===========

    ที บี คอน...คอน...คอน...อยากดูคอนอาราชิ ( ไม่เกี่ยวววววววววว OoooT_______TooOO )

    To B CONTINOUE ครับ

    ปล. ตัดไปตัดมาทำให้อ่านแล้วงงรึเปล่า ?