Profile: ll You're now in 13th ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    24 July

    : : I'm SORRY : : [1][SF]

    » Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON]
    » Cast : Matsumoto Jun x Aiba Masaki
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----






    ll ได้โปรดอย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่า - เสียใจ - จากชั้นเลยนะ ll





    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




    " ขอโทษษษษษษษษษ นะๆๆๆ หมวยน้า.. ขอโทษจริงๆอ่ะ เมื่อเช้าตื่นสายไปหน่อยเลยไม่ทันได้หยิบมาให้ ขอโทษน้า " เสียงแหบที่คุ้นหูเพื่อนอีกสี่คนดังขึ้นไม่ขาด ขายาวๆเดินจ้ำตามคนตัวเล็กที่พยายามจะไล่ควายเข้าคอก มือเรียวพนมยกขึ้นยกลงไม่หยุด
    " ก็บอกแล้วว่าให้เตรียมของที่ต้องใช้ไว้ตั้งแต่กลางคืน แล้วเมื่อวานชั้นก็ย้ำนักย้ำหนาแล้วนะไอบะจัง " คนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าก็ตวาดกลับไปมาล้งเล้งด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างกัน ทั้งที่จริงๆแล้วของที่เพื่อนสนิทยืมไปก็ไม่ได้ใช้ในการซ้อมวันนี้ซักหน่อย แค่แผ่นเกมส์ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานแล้วยังเคลียร์ไม่ผ่านก็เท่านั้นเอง ไม่รู้จะสำนึกผิดอะไรมากมาย... แต่ก็นิสัยคนตัวสูงคนนี้นี่น้า...@(^__________^ )@

    " เฮ้ย ! แล้วจะเดินตามไปถึงไหน ไม่เอามาก็ไม่เอามา ไม่คิดจะซ้อมรึไง " ในที่สุดคนตัวเล็กก็หมดความอดทนเข้าซะแล้ว หันกลับมายืนประจันหน้าเท้าเอวเผื่อว่าตัวมันจะสูงขึ้น ทำเอาคนที่เดินตามอยู่หยุดขาตัวเองไม่ทันแทบจะล้มทับนิโนมิยะเข้า ถ้าไม่ติดว่ามีมือดีเข้ามาช่วยไว้ซะก่อน

    " เอ้า ! จะล้มทับเพื่อนหรอคุณ ! " มือใหญ่ขวางเข้าที่หน้าท้องแบนราบแต่ไอ่การหยุดเดิน 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยฝ่ามือกลางหน้าท้องมันก็จุกเอาเหมือนกันนะ !
    " จุนอ่า... " นั่นไง... เอามือกุมท้องแล้วตั้งท่าจะบ่นซะแล้ว แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าไม่ได้จุน ก็ล้มคะมำทับเพื่อนก็เลยต้องพูดออกไปว่า

    " ขอโทษ.. "


    ..จริงๆแล้วมันต้องพูดคำว่าขอบคุณไม่ใช่หรอ ? ไอบะจัง ? .. (;^_____^ A


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



    " เฮ้ออออ.... " เสียงถอนหายใจหนักหน่วงแผ่วผ่านรูจมูก จนขนจมูกสั่นไหว ( บรรยายทำไม ? ) นิ้วเรียวสวยค่อยๆเอื้อมมา...แหย่รู้จมูกตัวเอง แคะเอาก้อนเขียวๆออกมา - -" ทำแบบนั้นซ้ำๆจน...

    " พอซักทีเหอะลีดเดอร์ สกปรกอ่ะ " ร่างบอบบางข้างเคียงที่เฝ้าสังเกตสังกาอากัปกิริยาเหล่านั้นเริ่มทำหน้าเบะๆ แล้วก็หันไปตะกุยเสื้อร่างสูงข้างๆทุกครั้งที่ไอ่ก้อนเขียวๆออกมาก้อนหนึ่ง จนนับได้จะครบโหลเสื้อจุนแทบขาด จุนถึงตัดสินใจบอกความในใจออกไปซักที แล้วพยายามแกะเอามือเหนียวๆที่เกาะสีข้างตัวเองออกไปพร้อมๆกัน

    " นายจะเกาะให้ได้อะไรขึ้นมาไอบะจัง ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องดู ชั้นก็เห็นลีดเดอร์แคะจมูกอย่างงี้ทุกวัน "
    " ขอโทษอ่ะ "
    " . . . "

    "เฮ้ยย.. จะไปขอโทษมันทำไมไอบะจัง ไอ่จุนมันดุไม่เข้าเรื่อง ดูดิ๊เสื้อมันตัวละกี่แสนจะมาขาดเพราะนายเกาะล่ะก็ ไม่มีทางอ่ะ ผ้าอย่างหนา ศูนย์องศาคนใส่ยังอุ่น ! "
    " อื่อ ขอโทษ "
    " ขอโทษ "
    " ขอโทษนะจุน "

    .. และ ..

    " ขอโทษอ่ะ "


    ... สรุปว่าตลอดบทสนทนานี้ นิโนมิยะที่นั่งห่างออกไปสองไมล์ทะเลนับคำว่าขอโทษของเพื่อนสนิทได้ 24ครั้ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ตัองขอโทษจริงๆแค่.... 3ครั้ง ส่วนที่เหลือคนที่คบกับไอบะ มาซากิมาเป็นสิบปีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า..มันจะขอโทษทำไม ? ..

    " ทำอะไรอยู่ครับคาซึนาริ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คนตัวเล็กคุ้นเคยดังขึ้นเบาๆข้างใบหู พร้อมมือใหญ่อบอุ่นลูบเส้นผมเบาๆอย่าคุ้นชิน บรรยากาศที่น่าโรแมนติก แต่...
    " ทำเรื่องบ้าบอ " คนตัวเล็กมันโรแมนติกเป็นที่ไหนกันเล่า ! แต่ซากุไร โชไม่เคยท้อถอยเลยซักครั้ง มองตามไปที่มือเล็กจิ้มอยู่บนกระดาษ
    " เห ? "
    " วันนี้กี่ครั้งแล้วล่ะ ? "
    " ตั้งแต่เช้าก็ 15 เมื่อกี้เพิ่มมาอีก 24 ตัดทอนจากที่ต้องใช้จริงไปอีก 6 ยอดเหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 33 ครั้ง นับเป็น 84.615 %ของวัน แล้วเป็น 78.894 % ของทั้งหมดที่ชั้นนับมาตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ต้องห่วงหรอกโชมันยังเคยมีวันที่ยอดฟุ่มเฟือยมากตั้ง 65 ครั้งหรือ 98.256% มาแล้วนะ " น้ำเสียงเล็กเรียบตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เพราะทั้งมือ ทั้งหูรอนับคำว่า -ขอโทษ- ของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ต้นเดือน เพราะนับวันดูมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก แถมช่วงนี้ก็ว่างๆ เลยลองนับดู ส่วนไอ่ที่คิดเป็นยอดฉล่งเฉลี่ยนั่นมันแค่เพิ่มความแอดวานซ์ให้สมกับความเป็นนิโนมิยะก็เท่านั้นเอง... .

    .. แต่ก่อนที่คาซึนาริของซากุไรจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงดังเพล้ง ! พร้อมภาพกระจกห้องซ้อมแต่ร้าวเป็นทางยาว เมื่อเหลือบไปทางซ้ายจะเห็นคนตัวสูงหนึ่งคนที่ถูกประคองโดยคนตัวสูงอีกคนหนึ่ง โดยคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำหน้าตกใจแทบสิ้นสติแล้วหันกลับมามองหน้าคนที่กระชับกอดตัวเอง ยิ้มแหยๆ และ.. .

    " ขอโทษน้า จุน "


    " เฮ้ออออออออออออ... .. " คราวนี้เสียงถอนหายใจหนักหน่วงเลยย้ายมาที่ร่างสูงแทนซะแล้ว

    " ขอโทษจริงๆน้า.. "

    .. แต่ถ้ามองดีๆ อีกหน่อยจะเห็นผู้ชายแก้มกลมที่อยู่นอกวงสนทนาหวานซึ้งเก็บกวาดเศษกระจกที่แอบแตกร่วงลงมาอย่างปลงๆว่า...

    " ทำไมชั้นต้องเก็บให้ด้วยวะ หรือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าวง " ( T____T)

    " อ๊ะ ! ขอโทษนะโอจัง เดี๋ยวชั้นเก็บเองๆๆ " นั่นเป็นสิ่งที่ซากุไรได้ยินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันมาเห็นคนรักที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มมุมปากให้โชอย่างขันๆ พร้อมชูสองนิ้วทาบบนฝ่ามืออีกข้างเชิงว่า ...27แล้วล่ะ... !!


    . . . เห็นเพื่อนสนิทตัวเองเป็นของเล่นไปซะแล้วล่ะ นิโนมิยะคุง . . . (;^____^ A


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----


    " คาซึนาริครับ... " น้าเสียงทุ้มอุ่นเลียบเคียงขึ้นเหงาๆ เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเอาแต่จดๆคิดๆอะไรไม่รู้อยู่ในกระดาษ ทิ้งให้กาแฟที่อุตส่าห์สั่งมาให้เย็นชืดตกตะกอนไปหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้น.. .
    " . . . "
    " คาซึนาริ " ..ทำไมถึงไม่สนใจกันน้าทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่คาซึนาริก็ได้ยินเสียงซากุไรเสมอนี่ !
    " ... . คาซึ ... "
    " อะไรโช นายเรียกชั้นมา 13ครั้งแล้วนะ จะให้ทำสถิติเหมือนของไอบะจังรึไง เพิ่มภาระกันนี่ ! แบบนี้ต้องเลี้ยงข้าวนะ ! " น้ำเสียงหาเรื่องเล็กน้อยตามนิสัยแว๊ดเข้า แต่ใบหน้าอ่อนใสเปื้อนยิ้มตรงหน้าก็ทำให้ซากุไรโกรธไม่ลง ถ้าไม่ติดประโยคถัดมามันคือ
    " กลับบ้านเหอะ ชั้นอยากเอาสถิติที่ได้วันนี้คีย์เข้าคอม เดี๋ยวต้องเปรียบเทียบด้วยว่ามันเพิ่มจากเมื่อวานมากี่เปอร์เซนต์ " แค่ประโยคนั่นเท่านั้นแหละ ซากุไรก็นั่งทำตัวแข็งลากไปไหนก็ไม่ไป แสดงให้เห็นขีดสุดของอาการ -หัวล้านใจน้อย- ไม่สิ -หัวเหม่งใจน้อย-ขึ้นในทันควัน !
    " โช.. ไม่กลับหรอ ?? เป็นอะไร ??? " และแน่นอน....คาซึนาริจับความรู้สึกใจน้อยพวกนั้น..ไม่ได้เลย !
    " เป็นอะไร ?? เร็วหน่อยได้มั้ยชั้นนั่งคิดตั้งนานเชียวนะ เดี๋ยวถึงบ้านก็ลืมข้อมูลกันหมดพอดี ! " เห็นมั้ยเล่า ! แต่คาซึนาริจับไม่ได้จริงๆหรอ ? ไม่หรอก... ไม่งั้นซากุไร โชจะได้อมยิ้มจางๆกับประโยคถัดมาที่คาซึนาริมอบให้เบาๆข้างใบหูหรอว่า ...อย่าโกรธกันเลย รักโชที่สุดนะ...

    .. แต่ก่อนที่บรรยากาศแสนหวานมันจะดำเนินต่อไป คนที่เริ่มหวานก่อนก็โพล่งขึ้นอย่างไมมีปี่มีขลุ่ย ..

    " เฮ้ย ! " ..แต่อย่าลืมสิว่าริมฝีปากบางมันห่างจากใบหูโชไม่ถึง 5เซนติเมตร แล้วไอ่ความเข้มเสียงเฉียด 120เดซิเบลน่ะ ทำเอาแก้วหูแตกได้นะ !
    " อะไรครับ ??? "
    " โช ! ชั้นเป็นภาพหลอน "
    " เห ? "
    " มันยังหลอนอยู่... "
    " คาซึนาริ ? เป็นอะไรรึเปล่า "
    " . . . " ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมาให้เข้าใจกัน โชเลยตัดสินใจมองตาสายตานั่นเพื่อไปหยุดที่..
    " คาซึ.. ผมก็เห็นภาพหลอน " หา ??? เฮ้ย ??? อะไร ???
    " เห็นเหมือนกันรึเปล่าโช ? " ..เดี๋ยววว ! เห็นอะไรบอกกันด้วยดิ ...
    " คิดว่าใช่นะ "
    " นายเห็นมาซากิ... กับ.. ผู้หญิง เดินควงกันเหมือนชั้นรึเปล่าโช "
    " .. . ...ครับ.. . .. "



    .. เห ???????????????????????????????????????????????????? ...



    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



    ... สิ่งที่เห็นอยู่ในสายตามันเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะมี เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่มาซากิก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ดวงหน้าหวานใสที่เคยสัมผัสกำลังหันเบนไปหาคนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก ริมฝีปากหวานนุ่มกำลังหัวร่อต่อกระซิกกับใครคนอื่น มือบอบบางที่เคยกระชับโอบกอดกันกำลังจับมั่นไว้ที่มือใครอีกคน ทั้งที่ผ่านมา...จุนไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติอะไรเลย ! ..

    . . . นี่มันอะไรกัน . . .

    " กลับมาแล้ว ! " ฉับพลันที่สติถูกดึงกลับมาให้อยู่ในความเป็นจริง ได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างเข้าไม่ถึงทั้งที่ทุกเวลาเป็นเหมือนคนๆเดียวกัน
    " จุนเป็นอะไรไป ? ดึกแล้วนะทำไมไม่นอนล่ะ นอนดึกมากเดี๋ยวไม่สบายเอานะ "
    " มาซากิ "
    " หืม ? "
    " วันนี้...เอ่อ.. ไปไหนมาหรอ ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบพัง ความจริงบางอย่างกล้ำกึ่งอยู่ระหว่าความอยากและไม่อยากรับรู้
    " ไปซื้อของมาน่ะ นี่ไง ! มีเสื้อเชิ้ตมาฝากจุนด้วยนะ ! " มือเรียวคว้าเอาเสื้อตัวสวยตัดเย็บประณีตออกมาคลี่ช้าๆ แล้วยื่นมาแทบชนหน้าอีกคนเพื่ออวดของฝากอย่างภาคภูมิใจ แต่จุนไม่ได้คว้าไปสำรวจความชอบของตัวเองแล้วบ่นว่าเปลืองทั้งๆที่ดูแลเสื้อทุกตัวที่มาซากิให้เป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้ง มือแกร่งคว้าจับมือเล็กผ่านเนื้อผ้าบางเบา กระชับจุบเบาๆบนมือของไอบะแล้วเสยตาขึ้นสบกันเบาๆจนใจดวงเล็กของมาซากิเต้นถี่แรงขึ้นวัดระดับได้7.5ริกเตอร์

    " ขอโทษนะ ไม่ชอบหรอจุน "

    " มีอะไรรึเปล่า ? เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่าจุน ? " น้ำเสียงห่วงใยดังขึ้นเบาๆพร้อมยอมเอนตัวเข้าซุกอกกว้างตามที่อ้อมแขนแกร่งนำพาอย่างไม่อิดออด
    " ชั้นรักมาซากินะ "
    " จุน ? "
    " . . . "
    " ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงจุนก็ยังมีชั้นเสมอนะ " คำปลอบใจที่แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความอบอุ่นในวงแขนเล็กที่ไม่เคยเปลี่ยนไปทำให้หัวใจแข็งแร่งของจุนอ่อนยวบ ความสับสนลังเลจากสิ่งที่เห็นค่อยๆจางหายไปจนเหลือแค่ความคิดที่ว่า...คงมองผิดคนไป...


    . . . .

    ... เสียงหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอทำให้มั่นใจได้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังหลับสนิท รอยยิ้มจางๆผลิบานอ่อนๆบนริมฝีปากแดงสดสวย ก้มลงจรดไปบนขมับอ่อนของคนข้างหน้าเบาๆอย่างรักใคร่ แอบอมยิ้มขำเมื่อนึกถึงใบหน้าแบบต่างๆที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์

    . . . เอ้ยจุน ! เอ้ยโทษที ชั้นเผลอหยิบมาให้อ่ะ . . .

    . . . จะคบกับชั้นจริงๆหรอ ชั้น..ขอโทษนะคือ ชั้นดีจริงๆหรอ ? . . .

    ..ในที่สุดร่างสูงก็อดไม่ได้ หลุดขำออกมาเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาซากิก็ต้องพูดคำว่า -ขอโทษ-ออกมาก่อน เพราะด้วยพื้นนิสัยซุ่มซ่ามเลยทำให้ต้องขอโทษบ่อยๆจนเกิดความเคยชิน แต่สงสัยจะหัวเราะดังไปล่ะมั้ง เพราะคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวหยุกหยิกซะแล้ว..

    " จุน ? "
    " อ่ะ ! ขอโทษนะทำให้ตื่นรึเปล่า " เสียงอบอุ่นที่มาซากิคุ้นหูทุกเช้าดังขึ้นผิดเวลาแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ผิดแปลกไป แต่รู้สึกว่า...มันจะสั่นๆ ยังไงชอบกลนะ ? ...
    " อะไรอ่ะจุน ? "
    " เปล่า.. นอนต่อเถอะ " และแน่นอนที่ไอบะ มาซากิจะยอมทำตามมันง่ายๆโดยไม่โต้เถียง ก็เล่นตาจะปิดซะขนาดนั้น แถม... ริมฝีปากอุ่นยังคอยป้อนความหวานแบบปากต่อปากไม่หยุดแบบนี้ รู้สึกดีเกินไปแล้ว ! เอ๊ะ ! หลังจากนั้นน่ะหรอ ??? ไม่รู้สิ เค้าปิดไฟแล้วอ่ะ ไม่เห็นแฮะ เห็นแต่ก้อนกลมๆดุ๊กๆอยูบนเตียง แถมมีเสียงสั่นๆ พร่าๆ ออกมาด้วย ... ทำอะไรกันนะ ? ..


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



    . . . มันคงจะจบลงด้วยดี แต่ก็เป็นได้แค่ "คง" เพราะ..มันไม่จบง่ายๆแค่ว่ามองผิดแน่ๆ . . .



    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



    " คาซึนาริครับ ? "
    " เอ่อ... คาซึ.. " ซุ่มเสียงอบอุ่นเรียกเตือนเบาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากคนตัวเล็กเลย

    " . . . "

    .. แล้วอะไรที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองก็คือ..

    " ขอโทษนะจุน "
    " อ๊ะ ! เอ้ย ! ขอโทษ " ... นั่นไง ! ก็งานอดิเรกใหม่ในการนับคำขอโทษของไอบะ มาซากิ ที่หลุดขอโทษขอโพยมาจะครึ่งร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็ไม่มีวี่แววจะกลับลงไปจดเลยซักที ไหงว่าจะเอาให้ครบเดือนไง ???

    " คาซึครับ.. "
    " หือ ? อื่อ ! อะไรโช ? "
    " วันนี้นับได้เท่าไหร่ครับ ? " นิ้วยาวจิ้มแปะลงบนแผ่นกระดาษที่ร่างเล็กมีไว้จดสถิติ ที่วันนี้มัน.. ว่างเปล่า..
    " เอ๋ ! เฮ้ยยยย ! ลืมจดไปเลยอ่ะ ดูดิ๊ ! ไม่รู้จักเตือนกันเลยโช ไหนว่าจะเศรษฐศาสตร์ น่าจะรู้ถึงความสำคัญของการเก็บสถิติไม่ใช่หรอ ???? " ...เลยโดนเค้าโบ๊ยความผิดมาให้ซะเลยนะซากุไรคุง (;--_____-- A

    " แล้ว..คาซึทำไมใจลอยอย่างงั้นล่ะครับ คิดถึงคนอื่นอยู่รึไง ? " ...เอ่ยๆ อย่าไปถามอะไรจุดชนวนแบบนั้นสิโชคุง
    " อื่อ ! คิดถึงคนนั้นอยู่ " เห้ย ! แล้วไปตอบอย่างงั้นได้ยังง้าย คุณชายเค้าเลยออกอาการจะงอนๆอยู่รอมร่อแล้วน้า นิโนมิยะ
    " คิดถึงมาซากิกับผู้หญิงคนนั้นไง โชไม่สงสัยมั่งหรอ ?? "
    " ชั้นว่าชั้นคุ้นๆ... "

    " ขอโทษนะ ! " เสียงแหบเรียกสติของคนตัวเล็กในพลัน ! ความสนใจทั้งหมดในห้องพุ่งไปที่ร่างบางที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นพร้อมภาพอีกคนที่กำลังวิ่งเข้าไปทำหน้าที่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ( ซึ่งเป็นภาพที่ท้งห้องคุ้นเคยไปแล้ว ) และได้ยินเสียงเกือบลั่นของคนตัวเล็กว่า !

    " เท่าไหร่แล้วโช ! เมื่อเช้านายนั่งนับมั่งป่ะ ??? "
    " 27ครั้งครับ ตัดยอดใช้จริง 2ครั้ง เหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 25ครั้ง ครับผม " ...น้ำเสียงโชยังอบอุ่นเสมอเมื่อครั้งพูดกับคาซึนาริ แต่เนื้อหาที่แกสองคนพูดกันมัน...ทะแม่งๆนะพ่อหนุ่ม -- --

    ... สรุปเห็นเพื่อนเป็นของเล่นทั้งคู่ไปแล้ว ...


    . . .

    " อ๊า... กินข้าวๆๆ หิวแล้วๆๆ ได้พักซักที " น้ำเสียงทรงพลัง(เฉพาะเวลากิน) ของหัวหน้าวงกังวานสดใสในร้านราเม็งเล็กๆหน้าสถานี ในเวลาสองทุ่มยี่สิบ ท่ามกลางบรรยากาศช้งเช้งของผู้คนในร้านแล้ว..เพื่อนๆในวงตัวเอง
    " เฮ้ย ! รอเพื่อนก่อนดิ ไอ่จุนกับไอบะจังยังมาไม่ถึงเลย ! " เสียงที่เคยอบอุ่นของโชหายไปแล้ว... ทำไม ??? เพราะมันไม่ได้ใช้กับคาซึนาริไง !
    " ไมช้านักอ่ะ ชั้นหิวแล้วนะ ! แล้วนิโนะจะเล่นอีกนานมั้ยเกมส์น่ะ รีบๆคิดหน่อยไม่ได้หรอว่าจะสั่งอะไร เด๋วพนักงานเค้ามาจะได้สั่งได้เลย "
    " โอ้ย ! โวยวายจริง โชโทรไปถามหน่อยดิว่าเมื่อไหร่จะมารำคาญคนแก่ ! "เพราะเสียงจากหัวใจเรียกร้องให้ซากุไร โชทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น สายตาว่องไวปานลิงวอกของนิโนมิยะที่เพิ่งพ้นจากเกมส์ขึ้นมา 3.33 วินาทีก็เหลือบไปเห็น ...
    " ฮ้า....... " และแน่นอนเป็นที่สุด คาซึนาริไม่เคยเปล่งเสียงได้เบาว่า 120เดซิเบล ทำเอาสิ่งมีชีวิตวงเดียวกัน และสิ่งมีชีวิตส่วนเกินอื่นๆในร้าน หันไปมองตาสายตาเล็กเป็นจุดเดียว !

    ... ภาพหลอน ! เดจาวู ! มินวู ! (ไม่เกี่ยว) ชางมิน ! ( ไม่เกี่ยวโว้ย ) ...

    ... ไอบะ มาซากิ กับผู้หญิง !!!!! ...


    " เฮ้ย !! " อีกสองเสียงที่เหลือดังขึ้นไม่เบาไปกว่า 120เดซิเบลพร้อมๆกัน ทำเอาคนมาใหม่อุดหูแน่นแล้วเอ็ดขึ้นว่า
    " จะบ้าหรอ ? ไม่มีมารยาท นี่มันร้านอาหารนะ แหกปากเสียงดังให้ได้อะไรขึ้นมา "

    " จุน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "

    " อะไร !?! "
    " เฮ้ย ! "
    " อะไร ! " ในที่สุดมัตซึโมโต้ซังก็หมดความอดทนตวาดลั่นเข้าจนได้
    " ทำไม ... เอ่อ.. ทำไมแกมาคนเดียวอ่ะ แล้วไอบะจัง ? " คนตัวเล็กที่ได้สติก่อนเพื่อนถามขึ้น พลางเอาตัวดันๆปิดๆช่องหน้าต่างขนาดกว้าง 0.6 เมตร สูงสุทธิจากพื้น 2 เมตร ทั้งที่น่าจะรู้ตัวซักทีว่ามันไม่มิด !
    " มาซากิติดธุระ อาจจะมาช้า เค้าโทรมาบอกชั้นแล้ว แล้วนี่พวกนายเป็นอะไร หน้าตายังกะเป็นผี ทำไมเรตติ้งวงมันตกรึไง "
    " แล้วนี่นายจะบังอะไรนิโนมิยะ ตัวมีอยู่แค่นี้ ไหนดูเด๊ะ มีไรวะ ? " ..มือใหญ่ที่ไม่ใช่มือซากุไรสัมผัสเข้ากับตัวนิโนมิยะ พลางดัน ดัน ดันๆๆๆๆ แต่ถึงอย่างนั้นซากุไร โชก็ไม่มีอารมณ์มานั่งหึงไม่เข้าเรื่อง เพราะถ้านิโนะหลุดออกมาจากหน้าต่างล่ะก็ วงอาจจะแตกก็ได้ !

    " เฮ้ยๆๆ แฟนกรูๆ อย่าเอามือมาจับนะ " คุณชายรีบหาข้ออ้างที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อให้นิโนมิยะคงตำแหน่งปิดบังหน้าต่าง และเพื่อให้เนื้อตัวนิโนมิยะไม่ต้องมีใครคนอื่นมาแตะต้อง !

    ... และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ! อยู่ในวินาทีเดียวกับที่ชายแก้มกลมโอโนะ ซาโตชิ ฟาดชาชูราเม็งไปสามถ้วยแล้ว ! ...


    . . .

    " มาซากิ .. "

    " . . . "

    " . . . " นั่นเป็นคำพูดเดียวที่หลุดออกจากริมฝีปากสวยเมื่อนิโนมิยะไม่สามารถครองตำแหน่งนางงามหน้าต่างไว้ได้ ไม่มีอารมณ์ใดๆหลุดแสดงออกผ่านใบหน้าคมสัน

    .. สองเท้าซอยถี่ ดวงตาพร่าเรือน จดจำรับรู้แค่ภาพของมาซากิที่กำลังหยอกล้อกับคนอื่น เป็นภาพเดียวกับที่เห็นเมื่อวันก่อน คราวนี้จะให้หลอกตัวเองไปอีกหรอว่ามองคนผิดไป ไม่ใช่มาซากิหรอก ในเมื่อรู้สึกตัวอีกทัก็วิ่งไปคว้าข้อมือบอบบางที่เคยทนุถนอมมากำไว้จนแน่น น้ำเสียงที่เคยทุ้มขึ้นจมูกน่าฟังกลายเป็นเสียงแหบแห้งจากลำคอแห้งผาก และเมื่อสุดท้ายเปล่งเสียงแหบนั้นออกไปว่า..มาซากิ.. คนที่คิดว่าอาจจะไม่ใช่มาซากิของจุนกลับหันกลับมาแล้วขานตอบชื่อตัวเองว่า..

    " จุน "
    " นี่มันอะไรกัน มาซากิ... " ดวงตาคมส่อแววตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่เรื่องของคนๆเดียว จิตใจที่เคยเข้มแข็งมันกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้
    " เอ่อ... "
    " โกหกใช่มั้ย ? ไม่ใช่ใช่มั้ย ? "
    " จุน.. ฟังชั้นก่อน... "

    " จุน ! "


    . . .



    " ชั้น.. . เสียใจเป็นนะมาซากิ " น้ำเสียงทุ้มปนสำเนียงสะอื้นเบาๆ ทำให้อีกคนตกใจแทบสิ้นสติอยู่เพียงตรงนั้น



    . ..อะไรที่ให้จุนร้องไห้ ? ถ้าไม่ใช่ตัวเอง . ...



    " จุน ชั้นขอ.. "

    " ขอโทษอีกมั้ย ? "

    " ขอโทษเหมือนทุกครั้ง " ก่อนที่ร่างบอบบางจะได้เอ่ยพูดจนจบประโยค คนตัวสูงก็ชิงตัดหน้ามันซะดื้อๆ ก่อนจะต่อความยาวจนอีกฝ่ายไม่สามารถแทรกได้แม้แต่เสียงหายใจ

    " นายแอบกินพุดดิ้งในตู้เย็นของชั้นนายก็ขอโทษ "

    " นายเอารองเท้าหลุยส์วิตตอง ชั้นไปเหยียบอึหมายนายก็ขอโทษ "

    " นายลืมเอานิตยสารที่ชั้นซื้อไปตบแมลงสาบนายก็ขอโทษ "



    " คราวนี้ล่ะ มาซากิ... นายยังจะพูดคำว่าขอโทษอีกรึเปล่า ให้ชั้นได้รู้ว่า ความรักของชั้นที่ให้นายไปมันไม่ได้มีค่าเกินกว่าพุดดิ้ง รองเท้าแตะ นิตยสาร หรือนิสัยซุ่มซ่ามอย่างอื่นของนาย ตอบมาเซ่ ! "



    " จุน ! " ทันทีที่สบโอกาสเอ่ยคำพูดออกไป คือจังหวะเดียวกับที่จุนหันหลังกลับไปทางที่ไอบะ มาซากิไม่รู้จัก มือเรียวพยายามไขว่คว้าข้อมือของคนรักไว้แต่คงไม่ไวพอ เพราะจุนหนีไปแล้ว จุนหันหลังไปแล้ว ทั้งที่ทุกครั้งไม่เคยเลยที่จะเป็นแบบนี้ ...

    ... ร่างโปร่งบางหันกลับไปหาเด็กสาวข้างๆกัน ก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เพื่อหันกลับไปตามคนรักของตัวเองอย่างวุ่นวายใจ...

    .. ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงแหลมสูงใกล้ระดับโซปราโน่ก็ดังเสียดขึ้นในระดับเฉียด120(อีกแล้ว) ดังขึ้นข้างๆชายหนุ่มใบหน้าคมสัน ..

    " นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ



    . . . ตัดฉากเถอะ . . .

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



    " จุน !! เดี๋ยวรอก่อน "

    " ฟังกันก่อนได้มั้ย ??? " จนในที่สุดเมื่อไอบะสามารถเดินตามมาทันแล้วคว้าเอาข้อมือแกร่งของจุนเอาไว้แล้วเอ่ยถามอย่างตัดพ้อถึงจะได้มีโอกาสมองเห็นใบหน้าคมที่แสนรักนั่นอีกครั้ง นัยน์ตาสีแดงดูบอบช้ำทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนรักของตัวเองเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทั้งที่จุนเป็นคนเข้มแข็งเสมอ ทั้งที่จุนเป็นคนปกป้องไอบะ มาซากิคนนี้มาตลอด ก็เพิ่งได้เห็นครั้งแรกว่าคนๆนี้ก็มีหัวใจที่เจ็บช้ำได้ไม่ต่างกัน ( ไม่มีใครเย็นชาเท่าคนแต่งอีกแล้ว... )

    " จุน.. ฟังชั้นก่อนเถอะนะ " มือเรียวโอบเข้ากับเอวหนาของจุนเบาๆ สบตากันเบาๆ แล้วขอร้องอีกฝ่ายอย่างเบาๆไม่ต่างกัน

    " . . . "

    " .. ชั้นรักจุนนะ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย " ริมฝีปากอิ่มจูบปลายคางร่างสูงเบาๆเป็นเชิงอ้อน ดวงตาหวานสบเข้ากับตาคมอย่างอ้อนวอนโดยไม่สนใจต่อสายตาคนรอบข้าง ( ก็นี่มันข้างถนนนะ ) แต่อีกคนก็ไม่ได้ตอบรับความต้องการนั้นเพราะจุนไม่ได้พูดหรือเอ่ยเสียใดออกมานอกจากประทับจูบลงบนริมฝีปากอ่อนนั้นเบาๆ ( อย่างไม่อายใครเช่นกัน ) ก่อนจะเพิ่มความร้อนแรงให้อีกฝ่ายจนมาซากิเข่าแทนอ่อน ยืนแทบไม่อยู่นั่นแหละถึงจะยอมหยุด

    " ทำไมถึงทำแบบนี้มาซากิ " สายตาตัดพ้อปนเว้าวอนของร่างสูงทำเอาใจดวงเล็กของไอบะ มาซากิสั่นไหว ใบหน้าอ่อนซับริ้วสีแดงดูน่ารีกจน...

    " เอ่อ... ไปคุยกันที่บ้านแล้วกันเนอะ " จนร่างบางต้องเอ่ยปากยั้งเอาไว้ไม่งั้นคงได้อายมากกว่านี้ เพราะมัตซึโมโต้เริ่มไม่ฟังเอาแต่จ้องปากเค้าอยู่ได้ เดี๋ยวได้เสียสาวกันแถวนี้แน่ๆ ( ก็ยังต้องย้ำอีกทีว่านี่มันข้างถนน )



    .. กว่าจะถึงบ้าน ..ต้องบรรยายมั้ย ? หรือตัดไปที่บ้านเลยดี ? ตัดไปเลยดีกว่าเนอะเพราะในรถเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรกันนอกจากนั่งเงียบๆ มองตากันหวานซึ้งให้คนแอบดูอิจฉาด้วยความถี่ 24ครั้งต่อนาที แต่เอี.... ไม่เห็นไอบะ มาซากิจะพูดคำว่า - ขอโทษ - ออกมาซักครั้งเลยนี้ ??? หรือจริงๆแล้วจะพูดทีไร มัตซึโมโต้ซังก็ทำท่าจะหันมาปิด"ปาก" ด้วย"ปาก" ซะทุกที ??

    " จุน... "

    " . . . " ถึงจะกลับมาที่บ้าน ถึงจะผ่านไป 32นาทีที่นั่งมาบนรถ จุนก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาให้ใจชื้นได้บ้างเลย จนร่างบอบบางเริ่มใจเสียเข้าจริงๆแล้ว จะบอกว่าเข้าใจผิดจนไม่ยอมยกโทษก็ไม่น่าใช่เพราะจูบเมื่อกี้ก็พอทำให้ใจพองๆขึ้นมาหน่อย แต่เงียบขนาดนี้.... จริงๆแล้วมันจะยังไงกันแน่วะ ???

    " คิ้วขมวดทำไมมาซากิ หรือไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ? นั่นสินะ ก็ที่ชั้นเห็นมันก็ไม่น่าจะแก้ตัวอะไรได้อยู่แล้วนี่ " เสียงทุ้มเรียกสติของไอบะได้ในทันที แต่คำพูดแบบนั้น คนรักกันคงไม่อยากได้ยินนักหรอกนะ

    " จุน !!!!! "

    " ชั้นรู้ชื่อตัวเองดีไม่ต้องย้ำก็ได้ "

    " ทำไมไม่ฟังกันบ้าง นายกำลังเข้าใจผิดนะ "

    " เข้าใจผิดอะไรไอบะคุง ? หรือนายจะปฏิเสธว่านายลักลอบไปพบผู้หญิงคนนั้นโดยที่ปิดบังชั้นมาตลอด ? แบบนี้ชั้นควรเข้าใจว่ายังไงหรอ ? " ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือแกร่งคว้าหมับเข้ากับข้อมือบางอย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ กดริมฝีปากบดขยี้อย่างไม่ใคร่ใส่ใจต่อคำคัดค้าน

    " อย่าจุน ! " มือเล็กพยายามจะยันร่างหนาของอีกฝ่ายให้ห่างออกเพื่อให้ตั้งสติรับฟังกันบ้าง แต่ดูท่าว่าการทำแบบนั้นมัตซึโมโต้ซังจะยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่น่ะสิ

    " อ๊ะ ! อื่อ ! " ในเมื่อคนตัวสูงยังเอาแต่ใจย้ำรอยจูบไปจนทั่ว ลุกลามไล่ไปจนถึงซอกคอสีอ่อนจนกลายเป็นสีแดงกุหลาบ การกระทำที่น่าจะหวานแต่ในความรู้สึกของคนสองคนในตอนนี้มันขมจนไม่อยากรับรู้ถึงมันอีก



    . . . ถ้าในที่สุดคนหนึ่งคนกำลังท้อแท้ที่จะพูดความจริงออกไป . . .

    . . . และถ้าในที่สุดอีกคนก็กลัวเกินกว่าจะทนฟังเรื่องจริงที่ไม่แน่ใจที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดออกมาล่ะ . . .



    " ขอร้องล่ะจุน.. ได้โปรด.. ฟังชั้นทีเถอะ " น้ำอุ่นไร้สีเอ่อท้นจากดวงตาคู่สวยที่ร่างสูงชอบมองนักหนา อ้อมแขนเล็กเรียวเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายให้ใกล้กันมากขึ้นแต่ไม่ใช่เพื่อให้จูบกันได้ถนัดขึ้น แต่เป็นการรั้งให้บ่าแกร่งอยู่ในระยะที่สามารถซบใบหน้านวลใสลงไปเพื่อกลั้นหยดน้ำใสได้ เสียงสะอื้นแผ่วเบากรีดหัวใจมัตซึโมโต้จนแทบแตก ความวู่วามใจร้อนที่ระอุอยู่เย็นลงกว่าครึ่ง จนมีสติพอรู้ว่าเกือบทำร้ายคนรักลงไปซะแล้ว

    " มาซากิ "

    " อย่าร้องไห้เลยนะ " มือใหญ่พ้นจากการทำร้ายข้อมือบอบบางมาโอบกระชับลำตัวบางๆของคนรักให้เข้าใกล้กันอย่างอบอุ่น นิ้วสากๆที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นรอยช้ำเมื่อครู้กำลังกรีดเอาน้ำตาที่ทำร้ายจิตใจตัวเองอยู่ให้หลบพ้นออกจากใบหน้าหวาน จูบเบาๆที่ข้างขมับอ่อนเป็นเชิงปลอบโยน

    " ขอโทษนะมาซากิ " คว้าเอาศีรษะเล็กซบเข้าที่อกแกร่งพลางร้องขอให้อีกฝ่ายสงบลง

    " ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะยอมฟังชั้นมั้ย ? "

    " อืม "

    " ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะไม่เรียกชั้นว่า -ไอบะคุง- แล้วเรียกชั้นด้วยเสียงของจุนว่า - มาซากิ - มั้ย ? "

    " อืม... "

    " บอกหน่อยได้มั้ยว่าจุนรักชั้น "

    " . . . "

    " โกรธกันจนไม่รักกันแล้วใช่มั้ยจุน "

    " ชั้นรักมาซากิ... " อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดอีกคนจนแทบฝังเข้ากับอกแกร่งของตัวเองเพื่อย้ำให้มั่นใจในคำพูดที่ว่า -รัก-

    . . .

    " บอกให้ชั้นฟังได้มั้ยมาซากิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? "



    . . . น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้ร่างบางๆ หัวใจบอบบางมั่นใจได้ว่าจุนจะฝังสิ่งที่เค้าพูด มั่นใจได้ว่าจุนกลับมาเป็นคนรักที่อบอุ่นของเค้าแล้ว . . .



    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




    .. จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นน่ะหรอ ??? นี่ไง ...

    . . . กลับมาดูเพื่อนร่วมวงกันดีกว่า จะได้รู้ซะทีว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ! . . .

    " นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ

    " ใครครับคาซึนาริ ??? " แน่นอนที่ซากุไรจะงงเป็นไก่ตาแตกในเมื่อสุดทางของนิ้วชี้นิโนมิยะมันชี้ไปที่ร่างบอบบางของเด็กผู้หญิงที่เพิ่งจากกับไอบะ มาซากิ แต่คำที่ใช้เรียกเด็กผู้หญิงว่า - หมอนั่น - ????

    " จะเป็นคร้ายยยยย นายจำที่นั่งเจตไปแถลงข่าวไม่ได้หรอ ??? ที่ประเทศไทยน่ะ ตลอดทางที่ไอบะมันนั่งตัวลีบเกร็งเพราะนึกว่าสต๊าฟที่นั่งข้างๆเป็นผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมันเป็นกะเทย " แต่แทนที่น้องหมวยคนดีของเราจะได้พูดอะไรออกมา คุณโอโนะก็ขัดจังหวะความตกใจนั้นขึ้นมาก่อน

    " เฮ้ยยยยยยยยยย " คราวนี้กลับเป็นเสียงของคุณชายซะเองที่เสียมารยาทแย่งซีนน้องหมวยเสียดดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจคนแต่งที่ลำเอียงแอบดันหมวยมาตลอดเรื่อง

    " ไอ่คุณประเทืองซังน่ะหรอ... "

    " ช่าย....คุณประเทืองที่พอไอบะจังรู้ว่าเป็นผู้ชายเท่านั้นแหละ นั่งคุยจนชั้นไม่ได้หลับได้นอนเลย " เอ่อ...ขอบคุณที่แถลงความให้แจ้งนะลีดเดอร์แต่ไม่เอาน้ำซุปกับเศษเนื้อที่มันกระเด็นแถมมาด้วยได้มั้ย ?? (;--__-- A

    " แล้วทำไมไอ่คุณจุนมันหึงไม่เข้าเรื่องแบบนั้นวะ ? ทั้งที่ตัวมันเองก็ไปด้วยกันนั่งอยู่ใกล้ๆกันแบบนั้นน่ะ น่าจะจำได้มากกว่าเพื่อนนะ " คุณชายยังคงสอบถามเอาความต่อไป โดยหันไปปัดเนื้อปัดตัวให้เศษเนื้อจากปากคู่สนทนาให้คาซึนาริคุงอยู่อย่างเป็นห่วงเป็นใย และในที่สุด !!!! มิสเตอร์โอโนะ ซาโตชิก็ละจังหวะการกินเพื่อหันมาคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ให้เสร็จสิ้นการโดนขัดขวางการกินซะที ( เพื่อจะได้สั่งชามต่อไปอีก ทั้งที่เพื่อนยังไม่ได้กินซักเส้นเลย )



    " ถามตัวแกสิ ก็นั่งไม่ได้ห่างกัน ทำไมถึงจำไม่ได้ เล่นหลับนิ่งกันหมดทิ้งให้ชั้นนั่งฟังไอบะจังสปี๊กอิงลิชอยู่คนเดียวตรงนั้นน่ะ ไอ่เพื่อนใจร้าย " ชายหนุ่มแก้มนุ่มส่งเสียงงอนเบาๆ หันมามองซากุไรตาละห้อยดูน่าสงสาร แต่! ความหวานของซากุไรผูกขาดอยู่ที่คาซึนาริคุงคนเดียว ก็เลย...

    " เป็นบ้าอะไรลีดเดอร์ ทำหน้าเหมือนหมูถูกทิ้ง " ... ไอ่เพื่อนปากไม่ดี ใจร้ายยยยย T________T ...



    . . . นี่ไงเรื่องที่เกิดขึ้น.. เข้าใจผิดทั้งนั้นเลยมัตซึโมโต้ซัง . . .



    .. ตัดกลับมาที่คู่เอกอีกที ! ตัดบ่อยๆคนอ่านงงรึเปล่า ?? แต่ถ้าไม่ตัดเราจะเปลี่ยนเรื่องนี้กลายเป็นเมนโชโนะนะ ไม่ดีใช่มั้ย ?? งั้นกลับมาดูคู่น้องจุนกับไอบะจังต่อดีกว่าเนอะ ..



    " เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละจุน "

    " เค้าแค่บังเอิญมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็เลยอาสาเป็นไกด์ให้เท่านั้นเอง ใกล้จะวันเกิดนายแล้วด้วยชั้นเลยถือเอาโอกาสนี้หาซื้อของขวัญให้นายด้วย มีคนมาช่วยเลือกจะได้หาได้เร็วๆไง " ร่างบางอธิบายยาวๆยืดๆ จนอีกฝ่ายน่าจะง่วงจนเกือบหลับกับสุนทรพจน์ขนาด1000ตัวอักษรของคนรัก แต่ว่า... ตาที่มันโตอยู่แล้วกลับโตมากกว่าเดิม ปากที่เคยคลี่ยิ้มสดใสกำลังอ้าค้างอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก...

    " หา ?????? " ..นี่คือคำๆเดียวที่มัซึโมโต้คิดออกสำหรับการตอบรับบทสนทนาที่เกิดขึ้น..

    " นี่! ที่ชั้นบ้าหึงมาตลอดจริงๆแล้วมันแค่.... "

    " ก็บอกให้ฟังเค้าก่อนไงจุนคุง --*-- " เสียงจากบุคคลที่สามดังขึ้นเรียกความสนใจของสองคนตรงหน้า

    " คนแต่งน่ะเงียบไปเลย !!!!! "

    " อ้าวเฮ้ย ! งี้ก็สวยดิ คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ ???? " ..สิ่งมีชีวิตขนาด 156ซม. กำลังถลกแขนเสื้อ ท้าเหยงๆอย่างไม่กลัว -ตาย-

    " จุน.. อย่าไปพาลคนแต่งน่ะ เดี๋ยวมันแต่งให้ตายตอนจบอีก เผลอๆศพไม่สวยนะเว้ยยยย " ...อ้าว ไอ่นี่...นึกว่าจะช่วยกัน ...

    " เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ! " สิ้นเสียงเฉยบขาดจากปากผู้เสียหาย (จุนคุงนั่นเอง) ทำให้ 2สิ่งมีชีวิตมองหน้ากันอย่างชั่งใจ ...

    " มาซากิไง ! ให้ไอบะจังรับผิดชอบ "

    " เฮ้ย ! ไหงงี้อ่ะ "

    " โหย... ให้คนแต่งรับผิดชอบก็มีแต่สึกหรอเปล่า แกแหละดีแล้ว ! ยังไงมาซากิก็ของจุนอยู่ดีไม่เห็นเสียหายเลย ! เนอะ มัตซึโมโต้ซังเนอะ ! " ..นั่นอาจเป็นครั้งแรกในล้านครั้ง(ในฝัน) ที่เราสองคนใจตรงกัน เพราะ.....



    " นั่นสิเนอะ ยังไงก็ต้องให้มาซากิรับผิดชอบ " ...เพราะคำตัดสินจากมัตซึจุนได้ลงมติเห็นชอบแล้วว่า...ไอบะจังต้องรับผิดชอบ... ส่วนรับผิดชอบยังไง วิธีไหน อะไรก็.... แหม... คนแต่งยังไม่บบรลุนิติภาวะ พูดไม่ได้หรอก เขินนนนนนน @(>. < ) @~~~~~~~~



    . . .

    " ถ้าเขินก็รีบไปซะสิ จบแล้วเรื่องนี้น่ะ แต่งเสร็จก็ไปซักทีนี่มันเรื่องในครอบครัว " นี่คือคำทิ้งท้ายของมัตซึโมโต้ซังที่คนแต่งได้มาพร้อม...เอ่อ...รอยเท้าที่ที่ประทับลงบนหัวคนแต่ง เอ่อ... ไปก็ได้ครับ ไปแล้วครับ ขอโทษครับ.....

    ... สุดท้ายแล้วคำว่าขอโทษที่ไอบะจังมักพูดอยู่เสมอก็ต้องกลายมาเป็นคำพูดของคนแต่งเองหรอเนี้ย....

    ขอโทษนะมัตซึโมโต้คุงที่รบกวนเวลาครอบครัว

    ขอโทษนะลีดเดอร์ที่กวนเวลากิน

    ขอโทษนะน้องหมวยที่ไม่สามารถดันหนูจนตลอดรอดฝั่งได้ ( ยังไงน้องก็เป็นเมนในใจพี่ตลอดมาและตลอดไป แต่เว้นที่ให้อิคุตะคุงด้วยคนนี้เค้าเจ้าของใจคนแต่ง )

    ขอโทษนะซากุไร ...ชั้นขอโทษนายทำไม ??? อุตส่าห์ให้รักกับหมวยเชียวนะ !!!!!!

    ขอโทษนะคนอ่านที่แต่งอะไรก็ไม่รู้ดูเมาๆ

    ขอโทษจริงๆครับ ...ที่พล่ามมามากมายทั้งที่ฟิคจบแล้ว...



    บ้ายบายน้า.......



    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




    อย่าเบื่อคำว่าเสียใจ ;good september


    หมดคำถาม เหตุใดสายตาของเธอเหินห่าง ใจ2ใจเหมือนมีช่องว่าง มากมาย
    ความต่าง มีมากไป ก็อาจมีหลายคราวที่อาจทำเธอร้องไห้ ก็ตัวฉันเองนั้นไม่เอาไหน

    และทุกครั้ง... ตั้งใจให้รักนั้นดีดังเก่า ตั้งใจว่าจะไม่ทำเธอเศร้า เสียใจ
    แต่ฉันอาจยังพลาดไป ผิดพลาดเพราะความต่างใน2ใจ ก้กลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว
    วันเก่าเปนเช่นไร เธอลืมได้หรือไร ขาดเธอฉันเองขาดลมหายใจได้โปรดนะเธออย่าจากไปไหน....


    ยังกลัว ว่าเธอจะไม่ฟังคำขอโทษ จากปากผู้ชายคนนึงว่าเขาเสียใจ
    กี่ทีแล้วเราที่กลับมาเริ่มต้นใหม่ อย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่าเสียใจ จากฉัน


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




    จริงๆแล้วเพลงมันก็ซึ้งดีอ่ะนะ แต่... ทำไมแต่งออกมาแล้วเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ เง้อออออ OOoo(T___T)ooOO

    ทำเพลงเค้าเสียรึเปล่าเนี้ย.... ขอโทษน้า... m( _ _ )m

    จริงๆแล้วมันขำมั้ยนะ อยากให้อ่านแล้วขำกันแต่ไม่รู้ว่าจะฝืดรึเปล่า ยังไงก็.. หัวเราะกันเยอะๆนะ จะได้มีความสุขกันเยอะๆ (^_______^)

    Ps. คิดถึงคนเย็นชาอีกแล้ว.... ไม่ดีเลยเจ็บที่หัวใจแบบนี้


    : : KONSEKI : : [SF]

    » Title : : : KONSEKI : : [SF #REGRET Sakurai's part]
    » Cast : Sakurai Sho x [Ninomiya Kazunari]
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------


    หมายเหตุ :: เรื่องนี้เป็นซากุไรพาร์ทของREGRET เพราะฉะนั้นขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านREGRETก่อนอ่านพาร์ทนี้ครับผม

    ขอความกรุณาด้วยครับ m( _ _ )m



    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------



    " โชคุง.. . "
    " กลับกันเถอะนะ! วันนี้เสร็จธุระเร็วมากกกกกกกกกก ฮะ ฮะ ฮะ เหนื่อยมากใช่มั้ยล่ะ !?! อยากกินอะไรรึเปล่าจะทำให้ ? " เสียงใสๆของคนรักที่ทั้งพูดทั้งหัวเราะรวบเข้าไปในประโยคเดียวแสดงถึงความสดใสร่าเริง ทำให้อดหัวเราะตามไปไม่ได้
    " โทมะอยากกินอะไรล่ะ ? จะทำเองเลยหรอ ? ไหนว่าเหนื่อย ? หรืออยากให้ผมทำให้เหนื่อยกันหืม ? "
    " บ้า !!! "

    . . . สองคนเดินเคียงกันไปเหมือนหลายวันที่เคยเวียนผ่าน แต่..ใจยังคงคุ้นเคยกับเสียงเบาบางที่เรียกหา " โช ". . .
    . . . กระชับมือบอบบางอ่อนนุ่มกว่าใคร ทั้งที่ใจถวิลหามือเล็กป้อมปลายนิ้วด้านด้วยสายกีต้าร์ . . .

    . . . ท้องฟ้าสีส้ม... ไม่เคยสวยได้เท่า... ยามมองพร้อม "คาซึนาริ" . . .


    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

    “ นี่! เรานิโนมิยะ คาซึนาริ ขอนั่งข้างๆนะ ว่างอยู่ใช่รึเปล่า ? ” เสียงแสบใสสมวัยของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นข้างหู... คนๆนี้จะกลายเป็นเพื่อนใหม่ของเรารึเปล่านะ...

    " โช.. หนุนตักแกได้ป่ะ ..? " เสียงเล็กที่เพิ่งจะคุ้นเคยไม่นาน กลับกลายเป็นสำเนียงอ้อนๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...

    . . . คาซึนาริ . . .

    ...เราจำชื่อนี้จนขึ้นใจได้เมื่อไหร่กัน เสียงของเราคุ้นเคยกับคำๆนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... . .

    " คาซึนาริยังไม่กลับบ้านหรอ หรือรอใครมารับ " เสียงแหบห้าวตามแบบเด็กผู้ชาย เรียกชื่อที่มีแต่เค้าที่ได้เรียก
    " เปล่า.. "

    . . . ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่อบอุ่นทุกครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่า เราเป็นคนเดียวที่มีโอกาสได้เอ่ยเสียงคำๆนี้ คำว่า "คาซึนาริ". . .
    . . . ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ็บปวดทุกครั้ง เมื่อนัยน์ตาเหงาเศร้าหันมาสบกัน แล้วปฏิเสธทุกความหวังดีของเราด้วยคำว่า "เปล่า" . . .

    . . . ทำไมเหงาอย่างนั้นนะสายตา . . .

    " กลับด้วยกันมั้ย คาซึนาริ ? " เสี่ยงอีกครั้งได้มั้ยหัวใจ ถ้าจะถูกปฏิเสธอีกครั้ง ใจยังจะทนได้มั้ย...
    " ได้หรอ. . .โช " ได้สิ... คำๆนี้ติดอยู่ในใจ ก่อนจะยื่นมือใหญ่รอรับอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้อุ่นใจต่อกัน.. . .

    . . . ถ้าใจคนเรา เล็กเท่ากำปั้น.. ใจคาซึนาริคงเล็กนิดเดียว . . .
    . . .และถ้ามือของเด็กชายคนนี้ใหญ่พอจะกอบกุมมือเล็กนี้ได้.. คนที่ชื่อ"ซากุไร โช"คนนี้ จะโอบกอดใจดวงน้อยของคนตัวเล็กไว้ได้รึเปล่า. . .
    . . . จะ "รัก" คาซึนาริได้รึเปล่า . . .
    . . . และใจบอบบางของคาซึนารื จะรับความรักของซากุไร โช... ได้รึเปล่า . . .

    .. สองมือกอบกุมกันไว้ให้อบอุ่นใจ รอยยิ้มใสๆผุดขึ้นยามเมื่อสบตา เดินเคียงข้างกันไม่ห่าง บรรยากาศรอบข้างไม่เคยเปลี่ยนไป เหมือนความอบอุ่นในใจที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง... . .

    " คาซึนาริชอบท้องฟ้าหรอ ? "
    " อื้ม.. . " น้ำเสียงเล็กดูจะตั้งอกตั้งใจตอบคำถาม ทำเอาเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าหันกลับไปมองอีกฝ่ายอย่างจงใจ
    " หืม.. ? "
    " . . . "
    " . . . "
    " จะถามว่าทำไมน่ะหรอ ? ไม่มีเหตุผลหรอกรู้แต่ว่าชอบ " พอตอบเสร็จริมฝีปากบางก็เม้มเข้าเป็นเส้นตรงเห็นเป็นลักยิ้มตรงแก้มใสเปล่งเสียงหัวเราะคิกคักน่ารัก จนไม่อยากถอนสายตา

    " งั้น.. ."
    " หืม.. ? "
    " . . . งั้น.. "
    " งั้นชั้นจะให้คาซึนาริดูท้องฟ้าจนพอใจก่อนกลับบ้านทุกวันเลยดีมั้ย ? " เอ่ยคำสัญญาออกไปทำให้คนที่หัวเราะอยู่เมื่อครู่หันมามองกันด้วยสายตายินดี แล้วยิ้มจนแก้มบุบไปอีกรอบ

    " แต่ชั้นคงให้คาซึนาริดูได้แค่ท้องฟ้าสีส้มนะ เพราะตอนกลางวันคงไม่มีเวลามาดูกัน เราดูได้แค่ท้องฟ้าตอนเย็นที่เป็นสีส้มๆเท่านั้นเอง " แม้จะมีเงื่อนไขบ้างแต่คาซึนาริที่อยู่ข้างกันก็ได้แต่อมยิ้มยินดีแล้วซุกหาอ้อมอกซากุไร โชเป็นเชิงอ้อน
    " อื่อ.. ไม่เป็นไร อยากดูท้องฟ้ากับโช " ริ้วสีแดงจางๆซับบนแก้วนวลของคนตัวเล็ก ..น่ารักน่าทะนุถนอม..


    . . . แก้วตาดวงน้อย ไร้รอยเหงาไปในที่สุด เพียงเพราะคนที่เคียงข้างคือ "โช". . .

    . . . สมใจแล้วสินะ ซากุไร. . .

    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

    . . .

    " .. . ...อืม... .. " แสงแดดอบอุ่นยามเช้าลอดผ่านม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาคม ปลุกเจ้าของห้องให้ทันได้สติ
    " . . . "

    " ฝันไปหรอกหรอ.. . . " เสียงแหบแห้งเหมือนทุกเช้าเปรยขึ้นบางเบา..

    ..ทำไมถึงฝันเหมือนเดิมทุกวัน..

    ..ทำไมน้ำตาถึงไหลทุกครั้งที่ฝัน..

    .. . .และทำไม.. รอยยิ้มของคาซึนาริ ถึงเป็นไปได้แค่ความฝัน. . .

    " โชคุงงงงงงงงงงง " เสียงหวานใสสะท้อนดังจากในห้องครัวเรียกเอาสติของคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงกลับมาที่ตัว ทำให้น้ำตาของซากุไร โชถูกเก็บกลับเข้าที่ ทำให้ความทรงจำหายไปอีกครั้งในกาลเวลา
    " ครับ ?? " ตอบรับน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะเดินออกมาหาคนตัวเล็กอีกคนที่กำลังง่วนกับการจัดข้าวเช้าบนโต๊ะ
    " เช้านี้มีอะไรให้กินเอ่ย ?? "
    " . . . . "
    " ว่าไงครับโทมะ ? "
    " .. ...อื้ม ! เปล่า ทานข้าวเช้าเลยมั้ย ? " ปลายเสียงเบาเงียบลงเล็กน้อยผิดวิสัยคนตรงหน้าทำให้คนที่พึ่งตื่นผิดสังเกตเอาเล็กน้อย
    " มีอะไรรึเปล่า ? "
    " . . . "
    " . . . ไม่มีอะไรหรอกโชคุง ทานข้าวเถอะ.. " คนตัวเล็กตัดบทกดไหล่คนตัวสูงกว่าให้ลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเหมือนทุกเช้า ภาพความสดใสตรงหน้าซ้อนทับกับใบหน้าอ่อนใสของใครอีกคน ดวงตาเปล่งประกายให้ความรู้สึกต่างจากร่องรอยความเหงาเศร้าที่เคยเห็น .. อยากเห็นรอยยิ้มของคาซึนาริ อีกซักครั้ง ..

    " โชคุงงานหนักหรอ ? " เสียงใสถามขัดความเงียบระหว่างทานข้าว
    " หืม ? "
    " ก็เห็นขอบตาคล้ำเหมือนคนนอนไม่พอ ไหวรึเปล่า ? "
    " เอ๋ ? เปล่านี้ " ทิ้งท้ายคำตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่คนข้างหน้าเคยชินที่สายตา
    " นี่โชคุง ผมมีคนอยากแนะนำให้รู้จักล่ะ ! เค้าเป็นนักดนตรีอยู่บริษัทเดียวกับผม นิสัยดีนะ ตัวเล็กๆ .. .. .. . . "

    ..." คาซึนาริ! นี่ไอบะจัง เพื่อนห้องเดียวกับพวกเรา เค้านั่งอยู่ตรงโน้นอ่ะ รู้จักกันไว้นะ " เสียงสะท้อนของตัวเองในอดีตซ้อนทับกับเสียงเจื้อยแจ้วของอีกคน
    ..." คาซึ! เดี่ยวกลางวันนี้นายไปกินข้าวคนเดียวได้ป่ะ? ชั้นจะไปเล่นกับไอบะจังอ่ะ " ทำให้ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดตรงที่เดิมกลับมาอีกครั้ง จำได้ว่าหลังจากนั้นคาซึนาริก็หันไปคบกับเด็กห้องข้างๆ ตาสีอ่อนบอบบางทอแววหม่นเศร้าลงเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน และมองไม่เห็นซากุไร โชในดวงตาคู่นั้นอีกเลย ..

    ... " คาซึนาริ ! จะไปไหนวะ ? " ...
    ... " ไปหาโอโนะ ห้อง2 " ...

    . . . มองไม่เห็นคาซึนาริที่เรียกหา "โช" อีกเลย . . .

    . . . พูดออกไปไม่ได้หรอก.. ต่อให้"รัก"ก็พูดออกไปไม่ได้ . . .
    . . . เพราะคาซึนาริไม่ต้องการ"รัก"ของซากุไร โช . . .

    " เอ้ย ! แกสองคนจะตัวติดกันไปถึงไหนวะ เป็นแฟนกันหรอนิโนมิยะ ! " .. เสียงสนับสนุนจากเพื่อนในห้องตะโดนขึ้นท่ามกลางความโหวกเหวก ทำให้ใจคนคนหนั่งสั่นไหว ทำให้ดวงตาของใครอีกคนไหวระริก ซากุไร โชได้แต่เฝ้ารอคำตอบด้วยใจระทึกรีบหันไปสบกับตาสีอ่อนสวยที่ทอประกายเหงาเศร้ากว่าทุกครั้งที่ได้เห็น .

    . .ทำไม. . .

    " ไม่ล่ะ.. ไม่คิดจะรักผู้ชายด้วยกัน " น้ำเสียงเล็กตอบแผ่วเบาตามนิสัย ก่อนมือเล็กจะออกแรงส่งให้ลำตัวบอบบางก้าวผ่านวงกบหน้าต่างห้องเรียนที่เชื่อมต่อคาซึนาริกับท้องฟ้าสีส้มที่คาซึนาริชอบมองอยู่เสมอๆ ทำให้ใจอีกคนที่เฝ้ารอคำตอบสลาย

    . . . ไม่รู้หรอกว่าทำไมตาของคาซึนาริถึงเหงามากขึ้น ไม่สนแล้ว เพราะใจตัวเองตอนนี้มันแตกไปแล้ว ไม่เหลือเป็นก้อนเนื้อให้รู้สึกอะไรอีกแล้ว . . . และอีกครั้งที่จะไม่เหลือใจให้เจ็บ ..

    " คาซึ ทำไมนายให้โอโนะยืมไปล่ะ ทีชั้นยังไม่เคยได้แตะมันเลยนะ !?! " ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย.. ปิ๊กกีต้าร์ที่นายเคยรักและหวงเป็นที่หนึ่งไม่ว่าใครนายก็ไม่เคยยอมให้แตะ แม้แต่ชั้น.. .. ทำไมล่ะคาซึนาริ .. ไม่มีซากุไร โชคนนี้ในสายตานายอีกแล้วหรอ ? ..เย็นชาเกินไปรึเปล่า.. สุดท้ายแล้วทั้งมือทั้งใจของคนๆนี้มันก็แค่เศษดินเศษหญ้าของนายสินะ ขอโทษที่ชั้นเป็นท้องฟ้าให้นายไม่ได้ ถ้าแบบนี้ชั้นจะไม่มาอยู่ให้รกสายตานายเลย ลาก่อน..คาซึนาริ

    " เฮ้ยยยยย !!!!!! " เสียงโหวกเหวกของคนในกลุ่มกำลังถามและรุมประนามความบ้าระห่ำของเพื่อนสนิทที่เมาคัตเตอร์กรีดที่หลังมือของตัวเอง
    " ไอ่บ้าบ่ะ แกเป็นไรวะ กรีดทำบ้าอะไร !?????! " ตอนแรกสุดเคยคิดว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เง่าเกินทน แต่นานเข้าผ่านไปตัวเองกลับตกลงใจทำในเรื่องเดียวกัน แน่นอนว่าเหตุผลมันมี แต่มันคงเป็นเหตุผลที่อ่อนไปหน่อยสำหรับคนทั่วไป เหตุผลง่ายๆที่ว่า...ให้มันเจ็บที่อื่นซะบ้าง จะได้รู้ว่าอวัยวะส่วนอื่นก็เจ็บได้ นอกจาก -หัวใจ-

    " ไอ้โช ! แกไปบ้ากรีดตามไอบะมันทำไมวะ!???????????????????! "
    " แกเป็นอะไร พูดออกมาดิ ! ทำไมต้องทำแบบนั้น "
    " ไอบะ แกใช่มั้ยที่ทำให้ไอโชมันเป็นแบบนี้ "
    .. หลายเสียงหลายความคิดของเพื่อนในกลุ่มอาจจะสะเทือนใจกันไปบ้างแต่คงไม่มากเท่าเสียงของ...คาซึนาริ...

    เพี๊ยะ !!!!!! เสียงกระทบกันของฝ่ามือบอบบางกับใบหน้าคมสัน น้ำอุ่นรื้นขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงมาตามแก้มอ่อนใสทำเอาคนใจแข็งสั่นไหว

    " นายเป็นบ้าอะไรวะโช โง่ขนาดต้องเอามีดกรีดมือตัวเองเลยรึไง " เสียงที่เคยสดใส สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ตวาดออกมาเสียงดังลั่น

    ... จะมาสนใจกันทำไมล่ะ คาซึนาริ ... นายไม่สนใจจะรักผู้ชายไม่ใช่หรอ แล้วจะมาแสดงความห่วงใยอะไรกันตอนนี้ กลับไปห่วงท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ไม่มีชั้นเป็นส่วนประกอบดีกว่ามั้ย ทิ้งกันเอาไว้ อย่ามาให้ความหวังกันอีก ..มันเจ็บ.. เจ็บจนชา เจ็บจนไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้อีก ...

    " ไม่เกี่ยวกับนาย นิโนมิยะ " ชั้นจะลบคำว่า"คาซึนาริ"ออกไปจากหัวใจให้หมด พอกันที...


    . . .

    " คุง.... โชคุง... โชคุง ! "
    " ครับ !? "
    " เหม่ออะไรน่ะ " เสียงหวานของโทมะเรียกเอา"โชคุง" กลับคืนสู่ปัจจุบัน
    " จะไปทำงานไหวหรอ ? นอนพักก่อนมั้ย ? "
    " เอ๊ะ ? อ๋ออ.. ไม่เป็นไร ว่าแต่โทมะเถอะ ใครกันหรอคนที่จะแนะนำให้รู้จัก ? " เสียงอุ่นทุ้มทอดสายสนทนาเนืองๆพอให้รู้ว่ายังสนใจกันอยู่
    " ไม่ได้ฟังกันเลยหรอ ? ใจร้ายที่สุดเลย " คนตัวเล็กตัดพ้อพอน่ารักก่อนจะขยายความให้อีกคนได้รู้ถึงสิ่งที่เค้าจะพูด
    " เค้าชื่อนิโนมิยะ... นิโนมิยะ คาซึนาริ... ตัวเล็กนิดเดียวเอง น่ารักมากเลยนะ "

    " คาซึนาริ ! " น้ำเสียงทุ้มที่แตกพร่าอย่างไม่อาจสะกดกั้นอารมณ์ทำให้คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มหยันตัวเอง
    " อื้ม ! นิโนมิยะ คาซึนาริ.. "

    " . . . "

    " . . . "

    " . . . "

    " โชคุงกำลังคิดถึงนิโนะคุงอยู่ล่ะสิ " ...รู้ดี...ทุกวันทุกคืน โชคุงนึกถึงใคร.. ใครที่ทำให้โชคุงนอนไม่หลับ นอนไม่พอ.. มีแค่ - คาซึนาริ - เท่านั้นเอง


    " ไม่ใช่หรอกนะ... ตอนแรกที่ผมได้ยินชื่อก็คิดอยู่เหมือนกัน แถมเล่นกีต้าร์เหมือนกันด้วย แต่ไม่ใช่หรอก.. แค่ชื่อเหมือนน่ะ " สิ้นเสียงหวานนัตน์ตาคมของโชก็สลดลงพลัน .. ปาฏิหารไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆเสมอไป

    ... สองคนยังนั่งทานเข้าด้วยกันคล้ายทุกวัน ทุกวันที่มีโทมะกับ"โชคุง" ทุกวันที่ในหัวของ"โชคุง"มีแค่ -โช-กับ-คาซึนาริ- ...

    " โชคุงรักนิโนะคุงหรอครับ " น้ำเสียงหวานที่เคยสดใสกลับดูแผ่วไปในความรู้สึก...
    " หืม ? "
    " . . . "
    " คิดอะไรน่ะเรา เรื่องมันผ่านไปนานแล้วนะ " คงด้วยพื้นนิสัยเป็นเพียงชายอบอุ่น นิ้วเรียวยาวจึงไล้เรียงแก้มอ่อนใสของคนตัวเล็กให้รับรู้ถึงความอบอุ่น...แต่บางที..คงามอบอุ่นที่"โชคุง"แสดงออกมา มันกลับยิ่งทำให้คนข้างหน้าใจสั่นไหว

    " . . . "

    .. สบตาแผ่วเบา ริมฝีปากเม้มแน่น กดทับทุกความรู้สึก น้ำตาเม็ดสวยคลอหน่อยในดวงตา เพราะยังไม่ถึงเวลาจะทิ้งตัว ..

    .. น้ำเสียงที่เคยหวานใสกลับเปลี่ยนคล้ายรสขม ขื่นใจคนฟัง ขื่นคอคนพูด กลั้นใจครั้งสุดท้ายก่อนเอ่ยคำลา ..


    " เรื่องมันผ่านมานานแล้วงั้นหรอครับ... "


    " งั้นเรื่องมันผ่านมานาน และโชคุงก็นอนไม่หลับมานาน มันเป็นเรื่องบังเอิญหรอครับ... "

    " และเรื่องมันผ่านมานาน แต่ใจโชคุงไม่เคยมีผม มันเป็นเรื่องบังเอิญหรอครับ... "

    " . . . "

    " ทั้งๆที่เรื่องมันผ่านมานาน ท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปทุกวัน แต่ใจโชคุงไม่เปลียนแปลงไปเลยซักนิด...ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรอครับ... "



    " . . . "



    " ผมมีอย่างนึงอยากจะให้โชคุงเพราะมันมีคนฝากมาให้เมื่อไม่นานมานี้ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นจริง แต่ความรู้สึกของโชคุงที่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญคงให้คำตอบกับผมได้.. "

    " นี่ครับ " เสียงหวานสั่นครืออย่างไร้ทิศทาง นิ้วมือบอบบางสั่นระริก ยื่นกระดาษโน้ตสีอ่อนใบเล็กซึ่งถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจบรรจงนัก

    . . .





    " . . . "
    " โกหกให้มั้ยโทมะ.. เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นโทมะแค่แกล้งล้อเล่นใช่มั้ย ? บอกชั้นสิ !! "


    .. นิ้วมือเรียวที่เคยใช้ประคองอีกฝ่ายที่บอบบางกำลังบดขยี้ชิ้นกระดาษเย็นชาจนแทบสลาย ดวงตาคมทอประกายหวาดหวั่นเศร้าหมองแทนที่ความอบอุ่นลึกซึ้งเมื่อยามสบตา สองขายาวก้าวไปให้เร็วที่สุดเท่าที่แรงส่งจะมี ทิ้งให้โทมะนั่งพับเข่าเพียงลำพังบนพื้นพรมห้อง ห้องที่เคยอยู่กันด้วยสองชีวิตหนึ่งใจ แต่ตอนนี้ไม่เหลือแม้ใจใครซักคน น้ำตาที่ไม่ต้องเคยมีกลับล้นทะลักอย่างห้ามไม่อยู่...นี่ไงคำตอบของโชคุงที่ผมรู้ตัวดีแต่เลือกที่จะปฏิเสธมันมาตลอด...

    .. เสียงฝีเท้าหนักหน่วงไร้จังหวะ สับสนดิ้นรนไม่มั่นคงไม่ต่างจากที่ใจกำลังรู้สึก ถึงซักทีเถอะ ขอร้องล่ะ...ให้ชั้นได้มีโอกาสพูดคำนั้นออกมา มือสองข้างตระกรองกอดร่างแทบไร้วิญญาณ เกือบสิ้นลมหายใจของร่างบอบบางที่ใจเฝ้าหา..

    " ตื่นมาสิคาซึนาริ "
    " ตื่นมาฟังคำขอโทษของชั้น "
    " ตื่นมามองท้องฟ้าสีส้มที่นายชอบกันชั้นสิ "

    " ตื่นมามองชั้นด้วยสายตาเรียบเฉยเหมือนที่นายทำก็ได้ "



    " ขอร้องล่ะ จะยังไงก็ได้ แค่ตื่นมาก็พอ....คาซึนาริ "





    . . .



    .. สองร่างเคียงข้างกันคล้ายอบอุ่น แสงจันทร์ยวงส่องสกาวแสงสดใส อกกว้างอ้อมแขนแกร่งพันธนาการอีกฝ่ายไว้ ดวงตาคมลอบมองอีกฝ่ายแผ่วเบา ริมฝีปากสีแดงชาดโบฉิมรสหวานจากแก้มนวลด้วยไร้เสียง หัวใจตระหนัก"รัก" ไม่เคยจาง รอเพียงซักวันจะได้เอ่ยมันออกมา ...

    .. แต่สุดท้ายคงไม่มีทางมีวันนั้นอีกต่อไป "รัก...คาซึนาริ" ..


    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------


    " นิโนมิยะ คาซึนาริประสบอุบัติเหตุเป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล๐๐๐ เค้าต้องการกำลังใจจากนาย ขอร้องล่ะนิโนะต้องการคุณจริงๆ ...มัตซึโมโต้ จุน "



    end.


    -------------------------------------------------------------------------------------# k o n s e k i #---------------------

    Ps. ไม่เศร้าหรอกเนอะ

    : : 1st SMILE : : [SF]

    » Title : : : 1st SMILE : : [ShORT FiCTiON# 1st SERIES]
    » Cast : MATSUMOTOxAIBA MASAKI or AIBAxMATSUMOTO ?
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------





    FaN FiCTiON เรื่องนี้ ขออุทิศแด่... ผู้ชายเริงร่าอย่างไอบะ มาซากิ
    และผู้ชายยิ้มสวยอย่างมัตซึโมโต้ซัง v(^____________^)v



    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    . . ทำไมถึงยิ้มร่าได้ขนาดนั้นนะ. . น่ารำคาญชะมัด !!!! . .

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    “ฮิ้วววววว... ทุกคน มาทำงานกันแต่เช้าดีนะ สดใสสมใจวัยฉกรรจ์มากทุกชีวิต !” เสียงดังกังวาลของผู้ชายตัวเล็ก The super LEADER แห่งอาราชิ ดังขึ้นอย่างสดใสในห้องประชุมหมายเลข3 ของบริษัทJ-strom เรียกความสนใจจากอีก4คนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
    “เอาล่ะ! นี่ตารางงานรวมๆนะ ดูดีๆ ลองเทียบกับตารางเดี่ยวของตัวเอง แล้วพูดมาซะดีๆว่า มาโกะมาโกะคราวนี้ ไผว่างงงงงงงง!!!!!” อ๊ะแหม.... คิดว่าทุกคนหรอที่จะหลบงาน ลีดเดอร์ลองสังเกตดีๆสิ เอ๊ะๆๆๆ อ๊ะ! นั่นไงๆ

    “ชั้นเอง ชั้นเอง ชั้นว่างๆ จะทำๆ นะๆๆๆๆ ลีดเดอร์” เห็นมะอย่างน้อยก็มีหนึ่งชีวิตที่เสนอตัวเสนอใจเสนอจิตเรียกร้องอยากทำขนาดนี้ แล้วก็...
    “ให้ชั้นคู่กับมัตซึจุนนะ!!!~ @(^_____________^)@” แล้วก็ลากเพื่อนมาอีกคนด้วย โดยไม่ทันได้สังเกตเล้ยยย ว่าตาคมๆของคนที่นายลากมามัน...ละห้อยละเหี่ยขนาดไหน

    . . . ทำไมต้องชั้นว้า~ . . .

    และดูมันจะละเหี่ยหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆในทันทีที่เห็นว่าโอจังสุดที่รักเริ่มใจอ่อนแล้วด้วยอีกต่างหาก
    Oooo(TT__TT)ooOO
    “นะๆๆ เห็นมั้ยลีดเดอร์ จุนคุงของลีดเดอร์ไม่เห็นปฏิเสธอะไรเลย นะๆๆ ไม่ดีใจหรอที่มีคนเต็มใจทำงานขนาดนี้โดยไม่ขอขึ้นเงินด้วยนะ !!~ ลองคิดดูนะถ้าเป็นนิโนะมันต้องบอกว่า...เงินก็ได้เท่ากัน ทำไมชั้นต้องลำบากกว่าพวกแกด้วยล่ะ.. ใช่ม้า~ เพราะงั้น ชั้นไปเอง !!! ^____^” หนุ่มร่างบางยังคงชักเมื่อน้ำแยงซีเกียงมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆโดยการหาพรรคหาพวก หรือหาเรื่องไปตามเรื่องตามราว จนในที่สุดลีดเดอร์ก็ยอมตกลงจนได้...ยัตต้า~ ...แต่ทำไมกันนะ ตามคมๆคิ้วเข้มๆมันทวีความอึ้ง ทึ่ง เหวอ ละเหี่ย ละห้อยหนักกว่าเดิมอีก ไปกับเพื่อนกันฝูงมันต้องร่าเริงสิแก !

    . . . ทำไมผมต้องดูแลเด็กที่แก่กว่าตัวเองเกือบปีด้วยล่ะวะครับ. . .

    . . . แต่แล้วสายตาละห้อยนั้นก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มไม่ระบุสัญชาติ เมื่อคนตัวบางหันกลับมายิ้มให้เมื่อตกลงกับลีดเดอร์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว. . .

    . . .รู้สึกผิดชะมัด. . .

    . . .เฮ้อออ. . .

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    “มัตซึจุน... ทำไมทำหน้าเซ็งจิตเยี่ยงนั้นล่ะ เห็นแล้วเครียดแทนเลย” พี่ใหญ่ของวงทักขึ้นเบาๆ พร้อมการตบบ่าเบาๆทักทายคนร่างสูงตรงหน้า
    “เฮ้ยยย....” โอ๊ะ !?!
    “โหยยยย... โอจัง ทำไมมาเงียบๆอ๊ะ ตกใจหมดเลย ” —“— อ้อ...พ่อหนุ่มเค้าตกใจ เราอย่าไปตกใจกับเค้าเลย ดูต่อดีกว่า เนอะๆ
    “อ้าว.. ขอโทษแต่ไม่ชั้นไม่ได้มาเงียบๆนะ นายน่ะเหม่อเองต่างหาก --“--ว่าแต่เหม่อไร คิดไรอยู่? เพื่อนเพิ่นทักไม่ได้ยินแบบนี้เนี่ย”
    “เอ๊ะ.. อ๋อ เปล่า...”
    “มีไรก็บอกได้นะ! ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ ได้ขี้ก็ยังดี” ..เดี๋ยว! ลีดเดอร์ ทำไมต้องขี้ !?!
    “...ได้ระบายไง เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจกันหรอ?? โง่นี่~ “ . . .ขอบใจนะลีดเดอร์ -----“------

    ..คำตักเตือนของพี่ใหญ่ทำให้น้องเล็กพยักหน้าหงิกหงัก . . แต่น้ำท่วมปากแบบนี้ก็พูดอะไรไม่ออกนี่นา..
    . . .จะให้บอกหรอว่ารำคาญเพื่อนร่วมวงอย่าง ไอบะ มาซากิ โหยยย เดี๋ยวคนแก่ก็คิดมากเอาเปล่าๆ. . .

    . . .หนักใจชะมัด. . .

    . . .เฮ้ออออออออออ. . .

    “เอ้อออ... ว่าแต่ช่วงนี้หน้าเครียดๆนะ อยากแก่เร็วหรอ? คิ้วขมวดแบบนี้น่ะ”..ก็แล้วจะให้บอกหรอว่าเป็นเพราะไอบะจังของลีดเด..อ..ร์
    “มิน่าล่ะ. . ไอบะจังบ่นว่าเป็นห่วง ชั้นก็เพิ่งสังเกตวันนี้แหละว่าคิ้วนายขมวดขนาดนี้..” . . เห. . ไอบะจังอ่ะนะ . . เป็นห่วง อย่ามาล้อเล่นน่ะ! ก็หมอนั่นน่ะแหละที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้นะลีดเดอร์ เล่นมาเกาะผมเช้า-เย็นแบบนี้เนี่ยยยยย !!!!!!!! ลองคิดดูเซ่

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    “อ๊า...อรุณสวัสดิ์ โดเมียวจุน! “ . . . ไม่เอาชื่อนี้ได้มั้ย –“—
    “นี่มัตซึโมโต้ซางงงงงง... คราวหน้านายขอร้องลีดเดอร์ให้ช่วยจัดการช่วง A no ให้หน่อยเด้!~ ถ้านายช่วยนะ รับรอง ! ลีดเดอร์ต้องยอมแน่ๆ นะสุดหล่อนะ ^________^” . . .แกก็ทำเองเด่ะ ไอ่super idol!
    “นี่จุน~ นิโนะแกล้งชั้นอีกแล้วอ่ะ นายจัดการให้หน่อยดิ นะ นะๆๆ น้า~” . . . ถ้าชั้นไปจัดการมันให้แก มันก็จัดการชั้นกลับดิวะ เรื่องอะไรของชั้นกันเล่า! ! !
    . . .แล้วก็. . .
    “มัตซึจุน”
    “มัตซึจุน”
    “มัตซึจุน”
    . . .หรือไม่ก็. . .
    “จุนคุง”
    “จุนคุง”
    . . .และ. . .
    “จุนคุง คราวหน้าไปออกโลเกะกันนะ”
    .
    .
    .
    . . .ดูมันดิคู้ณณณณณณ. . .

    . . . โฮ...ไม่เอาแล้วได้มั้ย ไอ่เสียงแหบเป็ดเนี่ย. . .

    . . .ซวยชะมัด. . .

    . . .เฮ้ออออออออออออออ. . .

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    . . .คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับนัก. . .
    . . .ผมทำให้ลีดเดอร์เป็นห่วง. . ทำให้ไอบะจังที่ทำให้ผมหน้าหงิกอยู่นี่เป็นห่วง. . .
    . . .เพราะผม. . .ทำให้ทุกคนปั่นป่วนรึเปล่านะ. . .
    . . .เหนื่อยใจชะมัด. . .
    . . .เฮ้ออออออออออออออ. . .



    ..หลังจากนั้นหลายวันผมได้วันหยุดยาวๆมา 2-3 วัน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้ กิน นอน เที่ยวให้หายเหนื่อยบ้าง. . . ก็รู้สึกดีนะ. . .แต่พอคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้แล้วก็เล่นเอาผมยิ้มไม่ออกไปเลย
    ..เรื่องไอบะจังที่เข้ามาป้วนเปี้ยนให้ลำบากใจนั่นก็มีส่วน แต่เรื่องโลเกะต่างหากล่ะ ที่ผมหนักใจที่สุด.. ต้องไปที่ๆไม่เคยไปแบบนั้น จะไหวมั้ยนะ งานหนักๆแบบนี้ไอบะจังจะไหวหรอ เกิดไม่สบายขึ้นมามันจะแย่น้า~.. . หรือจะเข้าบริษัทไปถามรายละเอียดอีกทีดีนะ.. โอ้ยยย..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว. . .

    . . .เฮ้ออออออออออออออ. . .(ยังถอนหายใจอยู่อีกนะจุนคุง...)

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    ..อ่ะ.. วันนี้แล้วสินะ ที่ต้องไปออกโลเกะ.
    “ของครบมั้ยนะ? มาเลทไปรึเปล่า ? ไม่มั้งเนอะ ?” หนุ่มน้อยเนอะแนะกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อย(^____^) ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ.. และ
    “มัตซึจุนนนนนนนน” นั่นไง...มันมาอีกแล้ว. .ยิ้มมาด้วย TT_______TT
    . . ไอบะจังน่ะเหมือนพวกมีออร่า... ร่าเริงทั้งวันไม่พอ มันลากคนอื่นไปเริงร่ากะมันด้วย ต่อให้ไม่อยากก็ฝืนไม่ไหว เวลาที่เค้ายิ้มให้นะ.. เป็นอันต้องยิ้มตามทุกคน ต่อให้ไม่อยากก็เหอะ.. ผมเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปทุกครั้ง ไม่รู้ทำไม. .

    . . . รู้สึกผิดชะมัดเลย. . .

    . . . เฮ้ออออออออออออออออออออ. . .

    “มัตซึจุน. . .ไม่สนุกหรอ?? หน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว. . .” เสียงแหบที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของอีกคนพร่าลงทุกที. .. อาจเพราะรอยยิ้มที่ปรากฏบนในหน้าคมมันดูแปร่งๆล่ะมั้ง. . .
    “หงุดหงิดใจอะไรรึเปล่า??” คนตัวบางพยายามยิ้มให้อีกครั้ง พร้อมน้ำเสียงห่วงใย เผื่อว่าอีกคนจะสามารถยิ้มได้ในที่สุด. .
    “เปล่า. . “เสียงขึ้นจมูกตอบห้วนๆ ก่อนจะยื่นมือใหญ่ออกไปขยี้หัวคนข้างๆอย่างใจดี จนหัวทองๆนุ่มๆนั่นแทบเสียทรว ทั้งที่กว่าจะเซ็ตได้ต้องใช้เวลาตั้ง 5นาทีแน่ะ. . .นานนะ !!!!

    . . .พยายามยิ้มตอบกลับไปด้วยเหมือนถูกบังคับจากรอยยิ้มคนข้างหน้า.. มันยิ้มตามโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่อยากยิ้ม แต่ก็ยิ้มไม่รู้ทำไม. . .

    . . .รู้สึกผิดนะที่ทำแบบนี้. . .

    . . .เฮ้ออออออออออออออออออออออ. . .

    . . .ผมควรจะเคลียร์กับเค้าไปเลยดีมั้ยนะ. . .
    . . .ความรู้สึกผิดแบบนี้. . .
    . . .ไม่อยากให้มันเพิ่มขึ้นอีกเลย. . .
    . . .สารภาพมันออกไปได้มั้ยนะ. . .


    “ไอบะจัง. . .” เสียงทุ้มเบาลงเล็กน้อยกับสายตาเหม่อลอย ดึงอาคนที่ยิ้มให้อีกฝ่าย หันมาสนใจในบทสนาที่กำลังจะเกิดขึ้น..
    “อย่ายิ้มได้มั้ย. . .”

    “. .เอ๊ะ !?!~ “
    “ ชั้นเหนื่อย. . .”

    “ เห็นนายยิ้มทีไร ชั้นต้องยิ้มกลับไปทุกที” เสียงทุ้มนิ่งลง ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนๆ
    “รอยยิ้มของนาย มันเหมือนคำสั่งให้ร่างกายชั้นยิ้มตอบกลับไป ทั้งที่จริงๆแล้วชั้นไม่อยากยิ้มก็ตาม” เสียงถอนหายใจหนักๆ กับไหล่ที่ลู่ลงเป็นสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก่อนที่ลำแขนเล็กจะห่อหุ้มอีกฝ่ายเอาไว้ซุกในอก ก้มลงหอมผมนุ่มอีกคนหนักๆราวกับย้ำให้รู้ว่า. . .ไม่เป็นไร. . .

    “ไม่ดีหรอ? ยิ้มเยอะๆจะได้มีความสุขไง? จุนไม่ชอบหรอ?”
    “เหนื่อยต่างหากล่ะ. . .ยิ้มทั้งๆที่ไม่อยากยิ้ม. . บางทีก็ต้องยิ้มให้นายทั้งๆที่จริงๆแล้วรำคาญจนอยากจะไล่ให้ไปไกลๆ. . . แบบนี้มันเหนื่อย. . .มันรู้สึกผิด. . .”

    . . .รู้สึกผิดบาปที่ต้องโกหกกันแบบนี้ รู้สึกผิดที่รำคาญนายทั้งๆที่นายกำลังยิ้มให้ชั้นอย่างอ่อนโยน... ชั้นไม่อยากรู้สึกแบบนั้นนะ.. มาซากิ. . .

    “รำคาญชั้นหรอ? ใจร้ายนะเรา”
    “ก็เดี๋ยวนี้ มาซากิชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนบ่อยๆนี่...ชั้นเหนื่อย..ไม่อยากดูแลเด็ก..”

    . . .ถึงน้ำเสียงจะยังคงดูเหนื่อยอ่อน แต่แววหยอกล้อที่แฝงมา ทั้งที่มันเคยหายไปเมื่อนานมาแล้วก็กลับมาแล้ว.. คงเพราะได้ระบายความอัดอั้นออกมาบ้าง หรืออาจเพราะการกระทำของอีกฝ่ายที่ทำให้ผู้ชายตัวสูงรู้สึกอุ่นใจและรับรู้ได้ในความรู้สึกว่า”ไม่เป็นไร”ก็เป็นได้. .แต่จะอะไรก็เถอะ. . สำเร็จแล้วนะ ไอบะจัง. . .

    “แต่ก็ดูแล แต่ก็ยิ้มนี่. . . ถึงจะยิ้มแบบแสยะบ้าง ยิ้มเศร้าๆบ้างก็ยังดี. . “
    “ดียังไง? ดีที่ชั้นรำคาญนายหรอมาซากิ”
    “เปล่า.. .. ดีที่นายยิ้มยังไงล่ะ”

    . . .นายรู้ตัวรึเปล่าจุน. . ว่านายเอาแต่คิ้วขมวดมาตั้งแต่นิโนะขึ้นเครื่องไปLA จนมันกลับมาแล้ว คิ้วนายก็ยังขมวดอยู่. . ชั้นรู้ว่านายห่วง. . ว่านิโนะจะทำไหวรึเปล่าตัวคนเดียว. . นายห่วงอาราชิที่เหลือแค่4คนแบบนี้. . .ชั้นรู้ดี.. เพราะนายเป็นคนที่ห่วง”อาราชิ”มากที่สุด. . . แต่ชั้นก็อยากให้นายรู้เหมือนกันว่า. . .

    “ชั้นเป็นห่วงจุน” เสียงแหบกังวาลขึ้นเบาๆข้าวหูอีกคน ทำให้คนที่ซุกอยู่กับอกบางยิ้มอ่อนๆออกมา ก่อนจะพัฒนาไปเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ
    “ชั้นไม่อยากให้เด็กเป็นห่วงนะมาซากิ..” ตาคมเงยขึ้นสบกับแววตาอ่อนใสของอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น. .ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มบางๆให้อย่างจริงใจ. . .เอ๋!?!. . .รู้ได้ยังไงว่าจริงใจน่ะหรอ? ก็ตาคมๆนั้นมันยิ้มออกมาด้วยน่ะสิ. . ^___________^

    “เอ๊ะ! นายเด็กกว่าชั้นนะ” อ้าว...ไหงรอยยิ้มมันย้ายไปอยู่บนหน้าหล่อ แล้วคิ้วขมวดๆมาอยู่ที่คนตัวบางแทนซะล่ะ????
    ...อ๊ะ... อ๋อออออออออ...ก็ผมสีทองๆของคนตัวบางมันยุ่งเหยิงไปหมดด้วยน้ำมือคนตัวสูงอีกคนซะแล้วน่ะสิ.. ก็คนตัวบางๆคนนี้อุตส่าห์ตื่นเร็วกว่าเดิม5นาทีเพื่อมาเซ็ตผมเชียวนะ!! คนตัวสูงใจร้ายยย TT__TT


    “ขอบใจนะมาซากิ”


    น้ำเสียงอุ่นๆดังขึ้นเบาๆพร้อมรอยยอ้มและเสียงหัวเราะของทั้งสองคนหลังจากสิ้นสุดสงครามเล่นหัวกันไปแล้ว

    . . .ยิ้มซักทีนะ มัตซึจุน. . .
    . . .สำเร็จแล้วสินะ. . .ไอบะจัง. . .

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    . . .เย็นวันนั้นไอบะจังบอกผมว่า นั่นเป็นรอยยิ้มจริงๆครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลย. . .
    . . .แล้วยังบอกผมอีกว่า..แฟนๆมักจะบอกว่าชอบรอยยิ้มของผมที่สุด เพราะผมยิ้มสวย. ..ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจริงรึเปล่า แต่ผม..ชักจะอยากยิ้มบ่อยๆแล้วสิ...
    . . . แต่ว่า. . .

    “มัตซึจุนลองเล่นนี่ได้ป่ะ???”
    “มัตซึจุนช่วยทำนี่หน่อยดิ. . .”
    “แว้กกกกกก... พรุ่งนี้ชั้นต้องไปเจอกับแรดล่ะ มันจะขวิดชั้นมั้ยอ่ะแก. . .(TT___TT)”
    . . และ. . .
    “มัตซึจุน”
    “มัตซึจุน”
    “มัตซึจุน”
    . . .และ. . .
    “มัตซึจุน”

    . . .ไม่เอาแล้วโว้ยยย . . .ย . . .ยยยย. . .
    . . .ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรของแกกันเล่ามาซากี๊~~~~~~~. . .
    . . .มันเหนื่อยนะ !!! . . .

    “ ก็จุนยิ้มสวยนี่ ยิ้มดิๆๆ แต่พรุ่งนี้แกต้องไปดูแรดกับชั้นนะ เร็วเด่ะจู้นนนนนนนนน”

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------

    จบเหอะ. . .

    ปล.มัตซึจุน ยิ้มสวยจริงๆนะ v(^___________^)v

    -------------------------------------------------------------------------------------------------@ 1st SMILE @---------------------------------------------
    end

    : : REGRET : : [SF]

    » Title : : : REGRET : : [ShORT FiCTiON]
    » Cast : Ninomiya Kazunari
    » Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
    -------------------- : : REGRET : : ---------





    จะผิดรึเปล่านะ... ถ้าคนที่ผมรัก ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างๆผมตอนนี้

    “นิโนะ..หิวรึเปล่า เอาอะไรมั้ย ?” น้ำเสียงห่วงใยที่คอยดูแลกันไม่ห่าง
    “ผมรักนิโนะนะ” มือที่จับกันไว้ เหมือนเครื่องยืนยันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
    “ผมก็รักจุน”

    . . . โกหกออกไปซะแล้ว. . . . ขอโทษนะ. . .



    ======================================: : REGRET : :==========
    : :6 ปีที่แล้ว : :

    “นี่! เรานิโนมิยะ คาซึนาริ ขอนั่งข้างๆนะ ว่างอยู่ใช่รึเปล่า ?”
    “อืม! เอาดิ”
    . . . นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักกับเค้า เพื่อนคนแรกที่ผมเจอตอนม.ต้นปีหนึ่ง. . .

    ...จับมือกันไว้นะ...
    ...นอนตักแกได้ป่ะ ? ?...
    . . . 2เส้นเสียงสดใส กระเง้ากระงอดกันไม่ห่าง ก่อนพระอาทิตย์จะจางหาย เราสองคนจูงมือเคียงคู่กันเสมอ...

    “คาซึ.. ชั้นเจอรุ่นพี่คนนึงน่ารักมากเลยว่ะ ชื่ออิมาอิ อยู่ชมรมศิลปะ”
    “แหม.... ชั้นชักอยากเข้าชมรมนี้แล้วสิน้า~....”
    “ คาซึเข้าชมรมนี่ด้วยกันป่ะ ? จะได้อยู่ด้วยกันไง”
    “ไม่อ่ะ... นายไปเหอะ ชั้นจะเข้าชมรมดนตรีว่ะ”
    “อ้ออออออออ...เรื่องถนัดนายนี่นา งั้นไว้ตอนเย็นรอชั้นด้วยนะ เดี๋ยวกลับบ้านพร้อมกัน”
    . . . น้ำเสียงกระตือรือร้น อย่างที่ผมไม่เคยได้ยิน พูดเรื่องเดิมๆของคนเดิมๆซ้ำๆกันทุกวัน.. ชักอิจฉารุ่นพี่คนนี้ซะแล้วสิ. . .
    . . . ชมรมดนตรีหรอ..ไม่ได้อยากเข้าซักหน่อย ชั้นเล่นกีต้าร์คนเดียวแกก็รู้ ชั้นแค่ไม่อยากเห็นแกอยู่กับคนอื่นนี่ เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจหรอ . . .
    . . . กลับบ้านด้วยกันงั้นหรอ แกรู้มั้ยว่าหลังจากวันนั้น เราสองคนแทบไม่ได้กลับบ้านด้วยกันอีกเลยด้วยซ้ำ. . .

    . . .แม้แต่กินข้าว ชั้นยังต้องกินคนเดียวเลย เพราะแกอยากเจอรุ่นพี่น่ารักคนนั้นของแกไง. . .

    . . .งี่เง่าชะมัด. . .



    ======================================: : REGRET : :==========
    : : 5 ปีที่แล้ว : :

    “คาซึ...ได้อยู่ห้องเดียวกันอีกแล้วเนอะ นายนั่งไหนอ่ะ ได้นั่งด้วยกัน” หมอนั่นเข้ามาทักผมตั้งแต่ผมเปิดประตูห้องเรียนด้วยซ้ำ
    “นี่! นั่งนี่ได้ป่ะ ชั้นอยากนั่งหลังๆหน่อย คาซึอยากนั่งติดหน้าต่างนี่” ลำแขนแกร่งไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าแรงมันเยอะกว่าผม ทั้งดึงทั้งลากถู่ลู่ถูกังผมไปยังที่นั่งที่เค้าอยากนั่ง เพื่อให้เรานั่งข้างกันอีกครั้ง
    . . . ม.2แล้ว เรายังนั่งข้างกันทุกคาบเรียนเหมือนเดิม เดินจูงมือกันไม่ห่างเหมือนทุกครั้ง ถึงมันจะน้อยลงไปแล้วกันเถอะนะ. . .

    “คาซึนาริ! นี่ไอบะจัง เพื่อนห้องเดียวกับพวกเรา เค้านั่งอยู่ตรงโน้นอ่ะ รู้จักกันไว้นะ”
    “คาซึ! เดี่ยวกลางวันนี้นายไปกินข้าวคนเดียวได้ป่ะ? ชั้นจะไปเล่นกับไอบะจังอ่ะ”
    . . . นายรู้รึเปล่าว่าหลังจากนั้น นายก็เอาแต่เล่นกับไอ่หน้ากระต่ายนั่นตลอดเวลา. . .

    “คาซึนาริ.... ชั้นขอโทษ ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวอีกแล้ว แกหันมาคุยกับชั้นเหมือนเดิมเหอะ” ผมจำได้ไม่ชัดว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น จำได้ลางๆแค่ว่าเค้าร้องไห้ในวันที่ผมเหนื่อยเกินกว่าจะสนใจความกลมเกลียวของหมอนั่นกับไอบะจังของเค้า
    “ช่างเหอะ.. ชินแล้ว” ผมตอบกลับไปด้วยเสียงสะอื้นไม่ต่างกัน และสิ่งที่ตามมาจากคำตอบของผมคือคำสัญญาจากเค้าว่าจะไม่ห่างกันไปไหนอีก
    . . . แต่ผมคงดีใจกว่านี้ถ้าไม่เพราะ 2วันหลังจากนั้น เค้าก็กลับไปอยู่กับไอบะจังของเค้าอีก . . .

    “คาซึนาริ ! จะไปไหนวะ ?” เสียงแหบทุ้มดังโหวกเหวกท่ามกลางกลุ่มเพื่อนฝูงที่มักจะรายล้อมเค้าไว้เสมอ ทำให้สายตาของทุกสิ่งมีชีวิตตรงนั้น พุ่งมาที่ผมเป็นตาเดียว
    “ไปหาโอโนะ ห้อง2” ผมตอบกลับไปเรียบๆตามประสา ก็ปกตินีที่ผมจะไปเล่นที่ห้องข้างๆ
    “อีกแล้วหรอ” เสียงห้าวนั่นเบาบางลง แต่ผมไม่ทันได้สังเกตเห็น
    . . .เออ อีกแล้ว เหมือนที่แกอยู่แต่กับไอบะจังกับกระดานวาดรูปของแกอีกแล้วไงล่ะ . . .

    ...ช่วงหลังๆผมค่อยๆสนิทกับโอโนะ ซาโตชิห้องข้างๆมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหมอนั่นคุยง่าย และอีกอย่าง... มันทำให้ผมไม่ต้องเห็นตอนที่เค้าคนนั้นยิ้มระรื่นอยู่กับคนอื่น...

    . . . ปีนี้เราแทบไม่ได้เดินจับมือกันในตอนเย็นอีกแล้ว อีกอย่างปีนี้เป็นปีสุดท้ายของรุ่นพี่อิมาอิที่น่ารักของหมอนั่นแล้วนี่ เค้าเลยอุทิศตัวอยู่ชมรมจนดึกเกือบทุกวัน. . .
    . . . เค้าเลือกที่จะเอาเวลาที่มือของเราที่เคยจับกันไว้ไปจับอุปกรณ์ทาสี เพื่อให้รุ่นพี่ดีใจ ในขณะที่ผมได้แต่มองพระอาทิตย์ที่เคยมองกันสองคน เพียงคนเดียว . . .
    . . . ปีนี้เราแทบไม่ได้กินข้าวกลางวันด้วยกัน เพราะเค้าอยากเล่นบาสกับไอบะจังของเค้ามากกว่ากินกับผม. . .




    ======================================: : REGRET : :==========
    : : 4 ปีที่แล้ว : :

    . . . ผมกับเค้ายังเรียนอยู่ห้องเดียวกันอีกครั้ง แต่ไม่ได้นั่นข้างกันอีกแล้ว. . .
    . . . เค้านั่งกับไอบะจังของเค้า ในขณะที่ผม...นั่งคู่กับใครก็ไม่รู้ที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน. . .
    . . . ส่วนโอโนะคุง ย้ายไปเรียนคนละตึก . . .

    ... แต่ด้วยความที่ผมสนิทกับคนยาก ผมเลยเลือกที่จะเดินข้ามตึกไปทุกครั้งที่พัก แทนที่จะหันมาคุยกับไอ่คนข้างๆผม...
    ...วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ จนถึงวันที่ผมไม่แน่ว่า หัวหมอนั่นกระแทกกับพื้นห้องน้ำตอนอาบน้ำเมื่อเช้ารึเปล่า...
    “คาซึนาริ สร้อยนายสวยจัง” นั่นไง ผมบอกแล้วว่าต้องหัวกระแทกมาแน่ๆ ผ่านมาเป็นชาติ เพิ่งมาคุยกับผมเนี่ย
    “ชอบก็เอาไปดิ เบื่อเมื่อไหร่ก็เอามาคืนแล้วกัน” เอ๊ะ....ผมให้เค้าง่ายไปงั้นหรอ ไม่หรอก...ผมเชื่อว่าหมอนั่นจะเห็นความสำคัญของมันไม่ต่างจากผม แต่รู้อะไรมั้ย..ผมคิดผิดล่ะ...

    “ขอโทษนะ คาซึนาริ... ชั้นเห็นพี่เค้าชอบเลยให้ไปก่อน แล้วค่อยซื้ออันใหม่มันให้นายแทน อีกอย่างชั้นไม่รู้นี่นาว่าสร้อยเส้นนั้นของนายจะเป็นของหายากขนาดนั้น...”
    นั่นล่ะ 1เดือนหลังจากที่สร้อยของผมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมัน ก่อนจะกลายสภาพเป็นของรุ่นพี่อิมาอิคนดีที่กลับมาเยี่ยมโรงเรียนเมื่อ2วันที่แล้ว
    . . .ผมเสียใจ . . .

    “คาซึ ทำไมนายให้โอโนะยืมไปล่ะ ทีชั้นยังไม่เคยได้แตะมันเลยนะ !?!” หมอนั่นโวยวายกับผมหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมให้โอโนะคุง ยืมปิ๊กกีต้าร์อันโปรดของผมไป
    ....แหงล่ะ... ถ้าให้มันยืมแล้วมันเอาไปให้คนอื่นอีก ผมคงต้องเจ็บใจซ้ำสองแน่ ไม่เอาหรอก....
    . . . แต่ผมลืมมองสายตาเจ็บปวดที่หมอนั่นมองมาที่ผม ที่คนที่แตะต้องของสำคัญของผมเป็นคนอื่น ไม่ใช่เค้า . . .

    “เฮ้ยยยยย !!!!!! ไอ่บ้าบ่ะ แกเป็นไรวะ กรีดทำบ้าอะไร !?????!” เพื่อนในกลุ่มของผมโวยวายเมื่อเห็นแผลที่หลังมือของไอ่กระต่ายป่านั่น
    แน่นอน ไอบะเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของผม ถึงแม้เราจะไม่สนิทกันก็เหอะ แต่ผมมันเพื่อนน้อย เลยคบมันแต่กลุ่มเดิมๆ และแน่นอน หลังมือไอบะ ไม่ใช่หลังหัวผม ผมเลยไม่ค่อยเดือดร้อนกับมันเท่าไหร่ ถ้าไม่เพียงว่าหลังจากนั้นไม่นานไอ้รื่องนี้ก็ทำให้ผมต้องมาเดือดร้อนกับมันจนได้ เพราะ...
    “ไอ้โช ! แกไปบ้ากรีดตามไอบะมันทำไมวะ!???????????????????!”
    ....ใช่ ผมเดือดร้อนเพราะเค้าเองก็เริ่มกระบวนการทำร้ายตัวเองตามไอบะจังของเค้าไปซะแล้ว...
    . . . ผมเสียใจอีกแล้ว. . .
    เพี๊ยะ !!!!!! เสียงกระทบกันของฝ่ามือบอบบางกับใบหน้าคมสัน สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของมือเรียวนั่นเล็กน้อย มันเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับใจดวงเล็กที่เท่าฝ่ามือนั่นกำเอาไว้ เพราะ.....มันเจ็บจนชา..... น้ำอุ่นรื้นขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงมาตามแก้มอ่อนใส
    “นายเป็นบ้าอะไรวะโช โง่ขนาดต้องเอามีดกรีดมือตัวเองเลยรึไง” เสียงที่เคยสดใส สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ตวาดออกมาเสียงดังลั่น มือเรียวที่กระทบใบหน้าอีกฝ่ายเมื่อครู่ กำลังกอบกระชับปกเสื้อของคนตรงหน้าไว้แน่น แต่คำตอบที่ได้รับ ทำให้แรงนั่นเหือดหาย

    “ไม่เกี่ยวกับนาย นิโนมิยะ”
    . . . น้ำเสียงที่เย็นชา กับวิธีเรียกชื่อที่หมางเมิน ผมไม่เคยได้ยินมันมาก่อนจาก.... โช .... . . .
    . . . ผมเสียใจที่สุด. . .

    . . .จบปีนั้น เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันอีกเลย.. อย่าว่าแต่กินด้วยกันสองคนเลย แม้แต่จะกินพร้อมกันทั้งกลุ่ม โชก็เลือกที่จะอยู่กับไอบะมากกว่าพวกเรา . . .
    . . .มากกว่าผม. . .



    ======================================: : REGRET : :==========: : 3 ปีที่แล้ว : :

    . . . เราทั้งคู่ขึ้นม.ปลาย กลุ่มเราแตกเป็นสองห้อง แต่ก็ยังกินข้าวกลางวันด้วยกันอยู่ดี. . .
    ...แต่ผมกับโชก็แทบไม่ได้เจอหน้ากัน เค้ากลับมากินข้าวกับกลุ่มเหมือนเดิม แต่ผมหนีไปกินกับโอโนะคุงแทน...

    . . .มือของผมเริ่มจับไว้มั่นกับมือของโอโนะคุง มากกว่ามือของโช. . .
    . . .เสียงของผมเริ่มคุ้นชินกับการเรียกหา “ซัตจัง” ชื่อเล่นของโอโนะคุง มากกว่าเรียกหา “โช”. . .



    ======================================: : REGRET : :==========
    : : 2 ปีที่แล้ว : :

    . . . กลุ่มของเรายังคงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม. . .
    . . .และผม..ก็ยังกินข้าวกับโอโนะคุงเหมือนเดิม. . .

    . . . เราไม่เจอกัน . . .



    ======================================: : REGRET : :==========
    : : ปีที่แล้ว : :

    ...โอโนะคุงยังเป็นคนที่อยู่ข้างผมเหมือนเดิม แต่ในระหว่างปิดเทอมที่แล้ว ผมเริ่มรู้จัก “จุน” และคบกันด้วยเหตุผลที่ว่า ผมว่างอยู่และไม่ได้รักใคร เพราะฉะนั้นคบกันก็ไม่เสียหาย ...

    . . . ทั้งที่จริงๆแล้วผมรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ใช่ผมไม่รักใคร แต่ผมแค่ไม่อยากยอมรับว่ารัก และไม่อยากจะนึกถึงความรักนั่นต่างหาก. . .

    ...ผมจึงใช้ทุกวันอยู่ในโลกที่มีแค่ตัวผมเอง ซัตจัง และจุน .. อ่อ..อยู่กับวงดนตรีที่ผมต้องประกวดในปีนี้ด้วย..

    “นิโนะคุง” วันเดิมๆของผม ถูกขัดขึ้นด้วยใบหน้าหวานใส ของนักร้องนำวงผมเอง
    “ว่าไง โทมะจัง” โทมะจังเป็นคนสดใสร่าเริง น่ารัก ใครๆก็รัก ขนาดผมเองยังเอ็นดูไม่ต่างจากน้องชาย ถ้าเทียบกับเค้า ผมก็....
    “ผมชอบโชคุง” เห!?! อะไรนะ??
    “ผมชอบโชคุง ขอโชคุงให้ผมนะ”
    “เห!?! โชน่ะหรอ เอาไปสิ ไม่ใช่ของผมซักหน่อย” น้ำเสียงปนกลั้วหัวเราะของผมทำให้โทมะจังยิ้มอ่อนกลับมา แหงล่ะ.. 2 ปีแล้วที่ผมแทบไม่ได้คุยกับโชเลย ไม่ขำก็บ้าแล้ว
    ... แต่จริงๆแล้ว ผมควรจะเอะใจกับคำถามเมื่อกี้อีกซักหน่อย ...
    .... หลังจากนั้น เค้าสองคนก็คบกัน ....
    .... โทมะจังน่ะน่ารัก เรียนเก่ง เหมาะกับซากุไรโชทุกอย่าง ทั้งเก่งทั้งเพียบพร้อมทั้งคู่ ถ้าเทียบกันสองคนนี้ ผมเองก็เป็นแค่เด็กผู้ชายติดเกมส์เก็บตัวก็เท่านั้นเอง ....

    “คาซึนาริ” เสียงทุ้มคุ้นหูที่แปร่งกว่าเดิมเล็กน้อยดังขึ้น อาจเพราะผมไม่ได้ยินมันมานานมากแล้ว กับชื่อเรียกที่ปกตินอกจากคาซึโกะแม่ผมแล้ว ผมก็ไม่ให้ใครเรียกอีก ทำให้ผมเงยหน้าจากโน้ตเพลงและกีต้าร์ตัวโปรดแทบจะในทันที
    “นั่งด้วยได้มั้ย?” เสียงทุ้มนั่นยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ เวลาเรียกผมด้วยคำว่า...คาซึนาริ...
    ...ความบังเอิญหรอ..ที่ทำให้วันนี้ผมกลับบ้านเย็น ทำให้ได้พบกับเค้า....
    ...ความบังเอิญหรอ..ที่เค้าถือแก้วโกโก้ที่เราสองคนเคยชอบ แต่ผมเลือกกินมันไปนานแล้ว มา2แก้วในมือ....
    ...และความบังเอิญอีกแล้วหรอ...ที่เราสองคน สองปีในโรงเรียนนี้ ไม่เคยเจอหน้ากันเลย..นอกจากวันนี้..
    “...เอาสิ...”
    “คาซึนาริรอใครหรอ ? ทำไมวันนี้กลับเย็น เห็นปกติช่วงหลังๆนี้รีบกลับบ้านนี่นา”
    “เปล่า...นั่งเล่นเฉยๆ นายล่ะ รอโทมะจังหรอ?”
    “...เปล่า..”
    ....หลังจากนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย โกโก้แก้วตรงหน้าเค้าหมดไปในที่สุด แต่เราสองคนก็ยังคงคุยกันต่อไปอย่างนั้น....
    “ไม่กินหรอ คาซึนาริ” เสียงอุ่นๆนั้นถามขึ้นเรียบๆ ทำให้ผมละสายตาจากท้องฟ้าสีส้มนอกโรงอาหารนั่นกลับมามองหน้าเค้า แต่คงเพราะเค้ามองมาทางนี้ตั้งแต่แรกแล้วเลยทำให้เราสบตากันพอดีที่ผมหันกลับไป
    “..................” ผมไม่ได้ตอบอะไร และผมคิดว่าเค้าคงไม่คาดหวังที่จะได้ยินคำตอบที่ว่า

    ...ชั้นเลิกกินโกโก้ไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกัน เพราะชั้นไม่อยากต้องมานั่งคิดถึงนายทุกครั้งที่กินมัน...

    ..และคงเพราะผมไม่ได้ตอบอะไร เค้าจึงไม่สร้างบทสนทนาอะไรขึ้นมาอีกเลย ผมจึงเก็บของก่อนจะบอกลาแล้วเดินออกมาอย่างเงียบๆ โดยทิ้งคน1คน แก้วที่เหลือน้ำแข็งก้นแก้วเล็กน้อยหนึ่งแก้ว และแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำขุ่นๆสีน้ำตาลที่ระดับน้ำปริ่มๆจนหกออกมาแล้วบ้างเล็กน้อยเอาไว้ โดยไม่ได้หันกลับไปมองอีก...

    . . . วันนั้นผมไม่ได้มองย้อนกลับไป. . .
    . . . หลังจากวันนั้น เราสองคนก็ยังเจอกันน้อยครั้งเหมือนเดิม. . .
    . . .เรายังยิ้มให้กันจางๆ และปล่อยให้ช่องว่างขนาดใหญ่ เชื่อมเราทั้งคู่เอาไว้เหมือนหลายปีที่ผ่านมา . . .


    -------------------- : : REGRET : : ---------
    . . . จนถึงวันนี้ ผมกับโชไม่เคยเจอกันอีกเลย เราเรียนกันคนละคณะ คนละมหาวิทยาลัย . . .

    . . . คนที่อยู่ข้างผมยังเป็นจุน . . . . . . . . . . . . . . .แต่ผมอยากอยู่ข้างโช
    . . .มือที่ประคองมือผมไว้คือมือของจุน. . . . . . .แต่ผมอยากจับมือของโช
    . . .คนที่กอดผมไว้ทุกคืน ก็คือจุน. . . . . . . . . . . .แต่ผมอยากกอดโช

    . . .จุนดูแลผมไม่ห่าง ไม่ต่างจากที่โชเคยทำ. . . จะมากกว่าก็ตรงที่จุนบอกรักผมเสมอ . . .
    . . .ในขณะที่โชไม่เคยบอกรักผม และผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าเคยรักผมบ้างมั้ย . . .
    . . .ผมเองก็ไม่เคยบอกรักโช. . .
    . . .แต่ . . .
    . . .ผมรักโช. . .

    . . .ตอนนี้ผมเหนื่อย. . .และผมอยากฝันถึง. . .
    . . .โช. . .



    . . .เพราะความเป็นเด็ก จึงทำให้เราสองคนทำร้ายกันซ้ำๆ. . .อย่างไม่ทันรู้ตัว . . .
    . . .ผมเสียใจ. . .ที่โชเคยทำให้ผมเจ็บปวด. . .
    . . .แต่ผมเสียใจที่สุด. . .ที่ผมเองก็ทำร้ายโชไม่ต่างกัน. . .

    . . .ผมขอโทษ. . .

    -------------------- : : REGRET : : ---------


    end. . .