Profile: ll You're now in 13th ...PhotosBlogLists Tools Help

: ll You're now in 13th red FiC BloG ll :

ll Turn TO FAKE ? with point of no-return ~ please comment after read ~ ll
Photo 1 of 6
More albums (1)
July 24

: : BlUE : : [ SF ]

» Title : : : BlUE : : [ShORT FiCTiON#REGRET Matsumoto's part]
» Cast : Matsumoto Jun
» Author :
KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
" ขอโทษนะครับ... ตรงนี้ว่างรึเปล่า ? " เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังขึ้นเบาๆ เรียกสติคนตัวเล็กข้างหน้าให้กลับสู่โลกของความเป็นจริงซักที
 
... นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่เป็นครั้งแรกที่กล้ามากพอ เพียงพอที่จะสบกับสายตาเหม่อลอยขุ่นมัวของคนๆนี้ ...
 
" คบกันได้มั้ยครับนิโนมิยะ... " ในที่สุดก็เอ่ยมันออกมา จะเพียงความเพ้อฝันหรืออะไรก็ช่างเถอะ จะทำให้ได้... จะทำให้รักกันให้ได้...
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
. . . สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา มีเพียงความเม่อลอย และรอยยิ้มจางๆเท่านั้น . . .
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว แต่ไม่ว่ายังไงก็จะทำให้รักให้ได้ . . .
 
. . . ไม่ใช่ไม่รู้สึกตัว ว่าต่อให้พยายามมากแค่ไหน ก็กอดเก็บเธอไว้ไม่ได้ . . .
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 " นี่จุนคุง.. "
" . . . "
" จุนคุง!!!!!!!! "
" ครับ !??! " เสียงทุ้มขึ้นจมูกตอบกลับมาอย่างตกอกจกใจ
.. เหม่อมองอะไรอยู่นะ. .. เหม่อมองคนตัวเล็กคนนั้นอยู่รึเปล่า ? ..
" เหม่ออะไรของเราน่ะ.. หนังสือหนังหาไม่อ่านหรอ ? เปิดหน้านั้นมา 3ชั่วโมงแล้วนะ !! " เสียงเจ้าของร้านกาแฟคุ้นหูที่ชายหนุ่มมักมาพักพงก่อนสอบเสมอๆ กร่นด่า..ไม่สิ! บ่นอย่างเป็นห่วงเหมือนทุกวัน แต่"จุนคุง"ที่ว่าก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเหมือนทุกวัน..
 
" ข้างนอกนั่นมีอะไรน่าสนใจหรอครับ ? " ในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา แต่ก็ไม่ใช่กับคนที่ต้องการสื่อสารด้วย... แบบนั้นจะได้อะไร ...
" จุนคุงสนใจอะไรล่ะ.. -คน- หรือ -วิว- "
" . . . " เด็กหนุ่มยังคงไม่ตอบอะไรเพียงยิ้มให้จางๆ ก่อนจะชายตากลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่เดิมเหมือนทุกวัน
.. 2 อาทิตย์แล้วนะ ผมมาที่นี่ 2อาทิตย์ และเห็นคุณอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิมทุกวัน.. ข้างนอกนั้น.. มันมีอะไรกัน ..
 
. . .
 
" โช.. . .. " เสียงพึมพำเบาๆจากคนที่เฝ้าสนใจ สายตาที่มักเหม่อลอยกลับเผยความไหวหวั่นระริก .. .. อะไรที่สำคัญกับนัยน์ตาสวยคู่นี้กัน ..
.. ร่างสูงค่อยๆเลียบเคียงไปกับหน้าต่างใหญ่บานเดียวกัน เห็นเพียงแค่เด็กหนุ่มท่าทางอายุน้อยกว่าตนเอง 2คน นั่งเคียงกัน ..ก็แค่นั้น..
 
. . . แค่นั้นสำหรับมัตซึโมโต้ . . .
. . . มันแค่ไหนของคนตัวเล็กตรงหน้านี้กันนะ . . .
 
. . .
 
" ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ ? " เอ่ยไปอย่างไม่ทันได้สติ ทำให้ตกใจในคำพูดของตัวเอง ผงะจนสบกับดวงตาอีกคนเข้าจนได้
" . . . "
" นะครับ ... " รุกไล่อีกคนด้วยสำเนียงอ่อนโยนให้อีกฝ่ายไว้ใจ แล้วถือวิสาสะนั่งเอาดื้อๆ ก่อนทันได้ปฏิเสธ
" ข้างนอกมีอะไรน่าสนใจหรอครับ " . . ไม่ได้คำตอบใดๆจากริมฝีปากบางนอกจากการถอนสายตาจากตัวเองไปยังงนอกหน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมายิ้มเบาบางให้กัน . .
" . ..เปล่าครับ.. . " น้ำเสียงเล็กใสไม่ต่างจากตัวเจ้าของ บวกรวมกับรอยยิ้มเงียบๆและดวงตาสีอ่อนที่หันมาสบกันอย่างไร้วี่แววหวาดกลัว ..
 
. . . บอกให้รู้กันโต้งๆไปเลยว่า - ผมไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นหรอกนะ - . . .
. . . แต่ถ้าจะตอบกลับให้รู้ว่า - สนใจไปแล้ว - จะปฏิเสธกันยังไง ? . . .
 
" มัตซึโมโต้ จุนครับ...  เรียก - จุน - ก็ได้นะครับ.. ."
" . . . " คนตัวเล็กไม่มีท่าทีใส่ใจนัก จนต้องเล่นจ้องตากันอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดอะไรออกมาซักที
" นิโนมิยะ คาซึนาริครับ "
" คาซึน... "
" ขอโทษนะครับ สะดวกให้เรียก --นิโนะ-- มากกว่า " ถูกโต้กลับมานิ่งๆก่อนจะมีโอกาสทวนชื่อคนตรงหน้า
 
. . . ยังไงก็ก้าวข้ามมันไปไม่ได้ . . .
 
. . .
 
" ว่างอยู่รึเปล่าครับ "
" ครับ " เสียงนุ่มเรียบดังขึ้นเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ..ไม่จำเป็น เพราะมันเป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน ..
" งั้นไปกับผมนะ " ลำแขนแกร่งฉุดให้อีกฝ่ายลุกขึ้นตามอย่างถือสิทธิ์
" . . . "
" ลุกสิครับ ! ก็คุณบอกเองว่าว่างไม่ใช่หรอ ? "
" ผมหมายถึงเก้าอี้ว่างครับ.. ไม่ใช่ผม "
" นิโนะ... "
" ครับ... " การเล่น20คำถาม ทำเอาคนตัวสูงอ่อนใจ จนต้องใช่น้ำเสียงอ้อนๆเรียกร้องอีกฝ่าย
" ไปกับผมนะครับ.. ไปเป็นเพื่อนผมหน่อย " คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากมองดูอีกฝ่ายเงียบๆแล้วลุกตาม ..
 
. . . นิโนะก็เป็นแบบนั้น ต่อให้ไม่ชอบใจก็ไม่พูดออกมา ได้แต่ยิ้มเงียบๆเท่านั้นเอง . . .
 
 
" มัตซึโมโต้ซัง... "
" จุน.. "
" มัตซึ.. "
" จุนครับ.. เรียกผมว่าจุนเถอะ.. นะนิโนะ "
" ... " น้ำเสียงลำบากใจ แม้จะเคยทำให้ใจอ่อนกันมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ของซักครั้งได้มั้ย ?
" ผมอยากให้นิโนะ เรียกผมแบบนั้น.. ให้นิโนะคนเดียว ..นะครับ " สายตาอ้อนวอนส่งไปเพื่อยืนยันคำอธิษฐานนั้น
" จุน... คุง .. "
" ฮ่ะ ฮะ ฮะ จุนเฉยๆสิครับ "
" ... "
" ... "
" .. . ...จุน . .... " เสียงตอบกลับมาแม้เพียงบางเบากับรอยยิ้มจางๆ ทำให้มีรอยยิ้มกว้างบนหน้าของคนพยายาม
 
.. หลายครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่าพยายามไปมากมายแค่ไหน และแม้คนตัวเล็กจะบ่งบอกชัดเเจ้งทางสายตาขนาดไหนว่าลำบากใจ แต่คงเพราะเห็นใจกัน ทำให้ตอบรับความหวังดีนั้นไปทุกครั้ง ..
 
.. ใจดีหรือใจร้ายกันนะ เห็นใจกันแบบนี้ มีแต่จะทำให้ความหวังเพิ่มมากขึ้นทุกที แล้วก็เจ็บทุกทีที่เห็นว่า " ไม่รักกัน " ..
 
" หลับรึยัง ? " คนตัวสูงมองใบหน้าอีกคนในอ้อมกอด ทำแบบนั้นทุกคืน เฝ้ามองริมฝีปากสวยที่มักคลี่ยิ้มอ่อนๆอยู่เสมอกับสายลมแผ่วเบา จมูกเล็กรั้นตามนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครขัดใจแต่ก็ไม่เคยพูดต่อว่าอีกฝ่ายกลับไปซักครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมเล็กนุ่มมือให้พ้นจากใบหน้าอ่อนใส ให้พ้นไปจากสายตาอ่อนโยนที่ส่งให้อีกฝ่ายไปไม่เคยขาด
" หลับแล้วหรอ... คาซึนาริ " เรียกเพราะใจหวัง..ซักวันใจดวงเล็กคนเห็นค่า คนตัวเล็กจะหันกลับมามอง
" เรียกว่า --นิโนะ--ได้มั้ย..จุน " เสียงแหบเล็กกังวาลขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่นในใจอีกคน
" ขอโทษนะนิโนะ นึกว่าหลับไปแล้ว นอนเถอะ... ผมจะอยู่เป็นเพื่อน " หนักแน่นในใจว่าไม่ได้รักกัน ขาดแค่ใจอีกดวงไม่เคยส่งความอ่อนโยนกลับมา ..ก็เท่านั้นเอง
 
.. จะต้องพยายามอีกเท่าไหร่ ถึงทำให้รักกัน ให้ความรักของนิโนมิยะ หล่อเลี้ยงให้ใจแกร่งของคนๆนี้ ซับสีเลือดซักที ..
.. แล้วต่อจากนี้.. จะต้องพยายามอีกแค่ไหน จะต้องส่งความรักผ่านอะไร ถึงจะไปถึงใจบอบบางของ --นิโนะ-- ซักที ..
 
" เสียใจด้วยครับ "
" เห...!?! อย่ามาล้อเล่นน่ะหมอ.. ไม่ขำนะ !!!!! " น้ำเสียงร้อนรนที่นิโนะไม่เคยได้ยินจากริมฝีปากแดงสดนี้ คำพูดสุภาพที่เคยได้ยินจนติดหู... หายไปไหนกันนะ..
 
" ทางเรา... พยายามสุดความสามารถแล้วครับ.. "
" .. .. .....ทำไม.. " น้ำเสียงแผ่วไม่หนักแน่นเหมือนที่ให้ยืนยันว่ารักนิโนมิยะมันดังขึ้น
" ทำไมล่ะหมอ... ถ้าเลือดไม่พอ จะเอาเลือดผมไปกี่ลิตรก็ได้ถ้าให้นิโนะ ถ้าหัวใจล้มเหลวก็เอาหัวใจผมไปใส่แทนก็ได้ถ้าทำให้นิโนะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผมจะปกป้องไม่ให้อะไรมาเข้าใกล้นิโนะได้ บอกผมสิ บอกมาเซ่!!!!!!!!!!!!!! จะให้ทำยังไงเค้าถึงจะไม่ไป หรือถ้าไปแล้วทำยังไงเค้าถึงจะกลับมา!!! บอกมาซิโว้ยยยยยยยย!!!!!!! " ร่างสูงที่เคยเป็นเหมือนเกราะกำบังคนตัวเล็กมันทรุดลงไปกอง มีเพียงแค่เข่าสองข้างที่รับน้ำหนักเอาไว้ก็เท่านั้น มือสองข้างที่เคยโอบกอดอีกคนให้อบอุ่นกำลังเหนี่ยวรั้งขาสองข้างของคนที่เป็นหมอเพื่อยึดเหนี่ยว.. ยึดเหนี่ยวหนทางเดียวที่จะทำให้คนที่รักกลับมา...คนที่รัก..ไม่ใช่คนรัก.. ... . .   .
 
 
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 . . . ต่อให้รักแค่ไหน . . . เธอก็ไม่ใช่ของผม . . .
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =
 
 
.. ผมรู้ดีว่า.. สายตาของคุณที่มองผมไม่ได้พิเศษเหมือนที่คุณมอง "โช" ..
.. ผมรู้ดีว่าที่คุณจับมือของผม เพราะคุณชินกับการจับมือเดินไปกับใครซักคนแม้ว่าคนๆนั้นจะไม่ใช่คนที่คุณต้องการ แม้ว่าคนๆนี้จะไม่ใช่ "โช" ..
.. ผมหนุนนอนบนตักของผมด้วยความคุ้นชินเหมือนที่คุณเคยหนุนตักอบอุ่นของเค้า แต่มันต่าง... ตรงที่คุณหนุนตักของชั้นพร้อมรอยน้ำตา แต่ริมฝีปากสวยนี้คลี่ยิ้มสดใสทุกครั้งบนตักของ "โช" ..
.. คุณดีดกีต้าร์เพลงเดียวกับที่คุณเล่นกับเค้าให้ชั้นฟัง แต่คุณหันไปมองท้องฟ้าสีส้มที่คุณชอบมากกว่ามองชั้น ทั้งๆที่ผมเคยฟังเพลงนี้พร้อมเสียงหัวเราะสดใสและใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อคุณเล่นเพลงนี้กับ "โช" ..
.. คุณไม่เคยเป็นตัวเเทนของเค้า เพราะคุณไม่เคยหันกลับมามองเพื่อหาภาพซ้อนของผมกับเค้า แต่คุณมองหาแค่ "โช" ..
 
.. ผมอยากเรียกคุณซักครั้งด้วยเสียงของผมว่า .."คาซึนาริ" ..
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = : : B l U E : : = = = = = = = =

: : DREAMLIFE 6: 13 : :

» Title :  DREAMLIFE 6:13
» Cast : KENtaro shibuya james LLOYD
» Author : Oblivion one @ http://spaces.msn.com/13thredmoon

------------------------------------------------------------------------------------------------- dreamlife 6: 13 --------------

 

R r r …

ครับ. . .

ยังอยู่ดีน่า. . . KAZ” ตอบกลับเสียงของเพื่อนเก่าที่ยังคงความเป็นห่วงเป็นใยไม่เปลี่ยน

ผมอยู่คนเดียวได้ ... ผมอยู่คนเดียว...ได้....จะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ พูดไปอย่างงั้น...

. . .

ผมอยู่ได้จริงๆ . . . ถึงจะยืนยันออกไป แต่ความอ่อนไหวก็ไม่เคยลดลง

ยังไง...ผมก็จะทำFAKE?ต่อไป . . . พวกวงsupportก็ยังอยู่ ผมไม่ได้ทำคนเดียวซักหน่อย. . . ทำเสียงติดตลก กลั้นยิ้มกับน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจนดูเว่อร์เกินจริงของเพื่อนคนนี้

ทีKAZยังเคยทิ้งผมไปเลย เรื่องแค่นี้. . .ผมไม่เป็นไร . .

 

. . .  เราสองคนเจาะคิ้วกันคนละข้าง . . ถ้าจูบกัน ห่วงที่คิ้วมันจะพันกันมั้ยนะ ? ? . . .

ประโยคแรกที่อ้าปากพูดออกไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักกันแท้ๆ

. . . ลองทำงานด้วยกันมั้ย เห็นพี่ฮิเดะชื่นชมนายเอาเรื่องเลยนี่ ลองมาทำด้วยกันมั้ยล่ะ ?? . . .

นั่นเป็นคำพูดที่ทำให้เราสองคนทำงานร่วมกัน

 

คุณจะยังจำคำพูดพวกนั้นได้บ้างรึเปล่า

. . . I N O R A N . . .

 

ต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้วหรอน้า . . . คำพูดติดตลกเปรยเบาๆผ่านริมฝีปากสวย ขาสองข้างเดินไปเปิดตู้เย็นขนาด 2 คิว หยิบขวดน้ำเปล่าเย็นเฉียบ ก่อนจะลำเลียงของเหลวพวกน้ำผ่านลำคอ อากาศช่วงหน้าร้อนนี่มันร้อนสะใจจริงๆ ร้อนเหมือนจะเผาทุกอย่าง แต่ในใจกลับเย็นอย่างกับหน้าหนาวที่ลอนดอน. .  ปวดใจทุกครั้งที่คิดถึง ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว ครอบครัวที่ไม่เหมือนครอบครัว เพื่อนซักคนก็ไม่มี ทำให้เข้าใจคำว่า ..คนเดียว..ได้ดีจริงๆ

ตอนที่ต้องมาอยู่ญี่ปุ่น. . . เป็นยังไงนะ. . . ควันสีเทาขมุกขมัวคละคลุ้งจากปลายนิ้วเรียว ขณะที่สมองยังคงแล่นกลับสู่อดีต แอบยิ้มจางๆให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงเพื่อนกลุ่มแรก KAZ masaru และครั้งแรกที่มีเพื่อนก็เพราะผู้ชายที่ชื่อ hide . . . . . . ก่อนที่ดวงตาคมจะอ่อนแสงลง ทั้งที่ริมฝีปากบางยังคงหยักยิ้ม

 

. . คนต่อมาที่ยอมลงให้ก็. . . INORAN สินะ . .

 

Deaeta koto   kitto subete de
Fureta kotoba kisetsu wo irotta to
“ Shinjiru koto wo   kimi ga oshite kureta ”
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Furi kaerazuni
Sabita keshiki no   mukou wo
Mitsumeteta mono-tachi wa Kagayaite
  tadori tsukeru hazusa
 
Nidoto wa nai   kono toki wo dakishimete
Shizuka ni hikari wa   taemanaku nagarete yuku
“ Aisuru koto wo   kimi ga oshiete kureta   to me ”
 
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Furi kaerazuni
Sabita keshiki no   mukou wo
Mitsumeteta mono-tachi wa
Kagayaite   tadori tsuku darou
Asa ga kuru mae ni   sotto nuke dashiteiku
Kagayaite   tadori tsukeru hazusa
Zutto soba ni ite   yume nara samenai de
Owaranai de
Life's like a dream
Sometimes I wonder when I'll be waking up
 
. . .สำหรับFAKE? ผมจะทำมันต่อไป แต่ได้โปรดอย่าโทษอิโนรันเลยนะครับ. . .
คำพูดที่พูดออกไปตามที่คิด เพราะไม่อยากให้คุณเป็นคนผิดในสายตาของใคร เพราะคุณเป็นคน..สำคัญ

: : 1st KISS : : [SF]

1st KISS
" จูบแรกของผมตอนป.4 ครับ "
" เห ? คนแบบไหนกันนะที่ได้จูบแรกจากจุนคุงไป "
" เป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก แก้มป่องตาโตสเปกผมเลย !  " เสียงทุ้มขึ้นจมูกดังตอบคำสัมภาษณ์จากนิตยสารที่มักถ่ายแบบให้ประจำดังขึ้นหลังการถ่ายรูป โดยที่สมาชิกคนอื่นๆก็ค่อยๆทยอยเดินเข้ามาทีละคนสอง
 
" แล้วโชคุงล่ะคะ ? จูบครั้งแรกเป็นยังไง ? "
" เอ๋ ............................. ? " ..จูบแรกของผม - ซากุไร โช - แห่งอาราชิ.. โอ๊ยยย.. อย่าไปพูดถึงเลยครับ เอ๋ ! ..ไม่ใช่ว่านานหรืออะไรแบบนั้นหรอกครับ ..
 
. . . ยังไม่เคยต่างหากเล่า ! ! ! . . .
 
.. สำหรับผมน่ะ คำว่า "จูบ " น่ะนะ ต้องกับคนที่รักสิครับ ! การแสดงอะไรนั่นมันก็แค่การแสดง ไม่ใช่จูบซักหน่อย เพราะงั้น ! ..
 
. . . ผมยังไม่เคยจูบเลยซักครั้ง ! ! ! . . .
 
 
. . . เศร้าจริงๆเลยน้าชีวิตหนุ่มหล่อ . . .
 
. . .
 
 + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - ^3^ 1st KISS  + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + - + -

: : I'm sorry : : [ SF MODE SK ]

I'm SORRY
» Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON]
» Cast : Sakurai Sho x Ninomiya Kazunari
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
ll WARNING ll
 
นี่อาจเป็นเรื่องเศร้าที่สุดที่เคยแต่งมา อยากให้ทำใจ และ. . . .ล้างเท้าให้สะอาด ก่อนอ่าน
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
" โถ่เว้ย ! นิโนมิยะ นายคิดว่านายเป็นใครกัน อย่ามาทำตัวงี่เง่าแบบนี้นะ ! " เสียงต่ำกร้าวตะคอกออกมาโดยไม่ใส่ใจต่อสถานที่และผู้รับฟังตรงหน้าแม้แต่น้อย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เค้าอยากจะทำ ด้วยความหวังว่าการแสดงความโกรธแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับสิ่งที่เค้าพูดมากขึ้นบ้าง แต่.. .
" . . . " ไม่มีแม้แต่เสียงพูด นอกจากเสียงสะอื้นแผ่วเบากับแผ่นหลังสั่นระริกให้เห็น ..แม้แต่หน้าก็ไม่มอง..
" บ้าบอแบบนี้คงไม่ต้องคุยกันแล้ว .. . " เสียงทุ้มหนักดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงทอดถอนใจหนักหน่วง
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
" วิ้ดวิ้วววว ! 'รุนหวัดทุกสรรพสิ่ง Super idol ไอบะจังมาแว้ววววววว " เสียงแหบแปร่งที่ระบุตัวคนพูดได้จากน้ำเสียงและสำเนียงดังขึ้นพร้อม
" พลั่ว ! "
" อั่ก ! " น่านนน.. เสียงกระทบกันอย่างร่าเริงของมือยาวกับแผ่นหลังเล็กของเพื่อนคนสนิท
" ว่าไง นิโนมิยะคุงงง ไม่คิดจะตอบรับเสียงชายหนุ่มเสน่ห์แรง ยอดยาหยีคนนี้หรอจ๊ะ " เสียงไม่ระบุสัญชาติยังคงดังต่อไป เรียกเอาความสนใจจากคู่สนทนาได้เป็นอย่างดีเพราะ
 
" มาเงียบๆไม่เป็นหรอ เห็นห้องซ้อมเป็นตลาดปลารึไงไอบะจัง ! " ช่าย.. เพราะคู่สนทนาน่าเอ็นดูคนนี้ก็ตอบกลับมาได้ร่าเริงสมวัยเช่นกัน
 
. . . 2 เสียง 2 คน สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ใส...กิ๊ง . . .
 
" แข็งแรงดีนะคนหนุ่มสาว "
" ฮ่า ! ผู้สูงอายุ มาแต่เช้าเชียว แต่ตาฟางขนาดมองไม่เห็นสุดหล่ออย่างชั้นที่นายขวางอยู่หรอลีดเดอร์.. "
 
. . . บรรยากาศสดใสสมวัยคนอ่าน (และคนแต่ง?) กรุ่นๆ อยู่ทั่วห้องซ้อมของ 5หนุ่ม อารัชชี่แมนเหมือนปกติ ยกเว้นก็แต่... . . .
 
" อ้าว ! โชจัง.. ปวดขี้หรอแก หน้าบูดเป็นตูดลิงเลย "
" เออ.. ตัวก็ใหญ่เป็นหมู ยังจะทำหน้าบูดอีกเหม่ง " เห็นมะ.. สดใส.. ขนาดทักเพื่อนยังมองไม่เห็นรังสีอมหิตเล้ย..
 
. . . เอ๋ ! รังสีอมหิต ม่าย ไม่ได้นะ ! มันไม่เหมาะกับห้องซ้อมวัยฉกรรจ์ มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันนะ !?! . . .
 
. . . อ๊ะ ! นั่นๆ ! คนตัวสูงผมน้ำตาลคนนั้นเข้าไปถามแล้ว แต่.. ไหงไปถามคนน่ารักคนนั้นซะล่ะ !?! . . .
 
" คาซึคุง.. โชจังเป็นไร ? "
" จะไปทราบได้ยังไงล่ะครับคุณผู้สื่อข่าวไอบะ มาซากิ " นั่นไง ! ก็ถามคนตัวเล็ก เค้าไปรู้ได้ยังไงว่าคนตัวใหญ่โมโหอะไร.. ?
" โกหกเห็นๆอ่ะน้องหมวย นายรู้แน่ๆ ! " ทำไมนายตัวสูงต้องไปคะยั้นคะยอคนน่ารักคนนี้ล่ะ 
" ก็มือนายที่จับแก้มลีดเดอร์น่ะ มันบับแรงขึ้นจนลีดเดอร์ตาเหลือกแล้วน่ะสิ "  อ๋อออ.. อย่างงี้นี้เอง
" ทะเลาะกันหรอ ตัวเล็ก " คนตัวสูงอีกคนก็เข้ามาแทคทีมด้วยแล้วล่ะ !
" เปล่า "
" โกหก แม้แต่เพื่อนก็จะปิดบังหรอ ? " อ๊ะ ! อย่าแกล้งคนตัวเล็กสิ หน้ามุ่ยหมดแล้วนะ !
" .. ก็ได้.. ทะเลาะ .. แต่หมอนั่นผิดนะ ชั้นเปล่า "
" เรื่องใหญ่หรอ ปกติไม่เห็นทะเลาะกันนาน "
" ไม่ใหญ่ แต่ไม่ยกโทษ "
" อ้าว... "
 
. . . ใช่ ! ไม่ยกโทษ ก็หมอนั่นยังไม่ได้ "ขอโทษ" ชั้นเลยนี่นา . . .
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
Ps . . . ก็บอกแล้วว่ามันเศร้า OOoo(T____T)ooOO
 
อ๊ะ ! ล้างเท้ารึยัง ถ้าล้างแล้วล่ะก็นะ..... ไล่เตะคนแต่งได้เลยคร้าบบบบ . . .. ฟิ้ว ~
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- // I'm SORRY // ------------------
 
จบซะเถอะแก *เสียงหักข้อนิ้วจากนิโนมิยะคุง*

: : I'm SORRY : : [1][SF]

» Title : : : I'm SORRY : : [ShORT FiCTiON]
» Cast : Matsumoto Jun x Aiba Masaki
» Author : KKAO@http://www.latormentalafamilia.com/ficblog/blog/kkao

---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----






ll ได้โปรดอย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่า - เสียใจ - จากชั้นเลยนะ ll





---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




" ขอโทษษษษษษษษษ นะๆๆๆ หมวยน้า.. ขอโทษจริงๆอ่ะ เมื่อเช้าตื่นสายไปหน่อยเลยไม่ทันได้หยิบมาให้ ขอโทษน้า " เสียงแหบที่คุ้นหูเพื่อนอีกสี่คนดังขึ้นไม่ขาด ขายาวๆเดินจ้ำตามคนตัวเล็กที่พยายามจะไล่ควายเข้าคอก มือเรียวพนมยกขึ้นยกลงไม่หยุด
" ก็บอกแล้วว่าให้เตรียมของที่ต้องใช้ไว้ตั้งแต่กลางคืน แล้วเมื่อวานชั้นก็ย้ำนักย้ำหนาแล้วนะไอบะจัง " คนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าก็ตวาดกลับไปมาล้งเล้งด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างกัน ทั้งที่จริงๆแล้วของที่เพื่อนสนิทยืมไปก็ไม่ได้ใช้ในการซ้อมวันนี้ซักหน่อย แค่แผ่นเกมส์ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานแล้วยังเคลียร์ไม่ผ่านก็เท่านั้นเอง ไม่รู้จะสำนึกผิดอะไรมากมาย... แต่ก็นิสัยคนตัวสูงคนนี้นี่น้า...@(^__________^ )@

" เฮ้ย ! แล้วจะเดินตามไปถึงไหน ไม่เอามาก็ไม่เอามา ไม่คิดจะซ้อมรึไง " ในที่สุดคนตัวเล็กก็หมดความอดทนเข้าซะแล้ว หันกลับมายืนประจันหน้าเท้าเอวเผื่อว่าตัวมันจะสูงขึ้น ทำเอาคนที่เดินตามอยู่หยุดขาตัวเองไม่ทันแทบจะล้มทับนิโนมิยะเข้า ถ้าไม่ติดว่ามีมือดีเข้ามาช่วยไว้ซะก่อน

" เอ้า ! จะล้มทับเพื่อนหรอคุณ ! " มือใหญ่ขวางเข้าที่หน้าท้องแบนราบแต่ไอ่การหยุดเดิน 120กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยฝ่ามือกลางหน้าท้องมันก็จุกเอาเหมือนกันนะ !
" จุนอ่า... " นั่นไง... เอามือกุมท้องแล้วตั้งท่าจะบ่นซะแล้ว แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าไม่ได้จุน ก็ล้มคะมำทับเพื่อนก็เลยต้องพูดออกไปว่า

" ขอโทษ.. "


..จริงๆแล้วมันต้องพูดคำว่าขอบคุณไม่ใช่หรอ ? ไอบะจัง ? .. (;^_____^ A


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" เฮ้ออออ.... " เสียงถอนหายใจหนักหน่วงแผ่วผ่านรูจมูก จนขนจมูกสั่นไหว ( บรรยายทำไม ? ) นิ้วเรียวสวยค่อยๆเอื้อมมา...แหย่รู้จมูกตัวเอง แคะเอาก้อนเขียวๆออกมา - -" ทำแบบนั้นซ้ำๆจน...

" พอซักทีเหอะลีดเดอร์ สกปรกอ่ะ " ร่างบอบบางข้างเคียงที่เฝ้าสังเกตสังกาอากัปกิริยาเหล่านั้นเริ่มทำหน้าเบะๆ แล้วก็หันไปตะกุยเสื้อร่างสูงข้างๆทุกครั้งที่ไอ่ก้อนเขียวๆออกมาก้อนหนึ่ง จนนับได้จะครบโหลเสื้อจุนแทบขาด จุนถึงตัดสินใจบอกความในใจออกไปซักที แล้วพยายามแกะเอามือเหนียวๆที่เกาะสีข้างตัวเองออกไปพร้อมๆกัน

" นายจะเกาะให้ได้อะไรขึ้นมาไอบะจัง ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องดู ชั้นก็เห็นลีดเดอร์แคะจมูกอย่างงี้ทุกวัน "
" ขอโทษอ่ะ "
" . . . "

"เฮ้ยย.. จะไปขอโทษมันทำไมไอบะจัง ไอ่จุนมันดุไม่เข้าเรื่อง ดูดิ๊เสื้อมันตัวละกี่แสนจะมาขาดเพราะนายเกาะล่ะก็ ไม่มีทางอ่ะ ผ้าอย่างหนา ศูนย์องศาคนใส่ยังอุ่น ! "
" อื่อ ขอโทษ "
" ขอโทษ "
" ขอโทษนะจุน "

.. และ ..

" ขอโทษอ่ะ "


... สรุปว่าตลอดบทสนทนานี้ นิโนมิยะที่นั่งห่างออกไปสองไมล์ทะเลนับคำว่าขอโทษของเพื่อนสนิทได้ 24ครั้ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ตัองขอโทษจริงๆแค่.... 3ครั้ง ส่วนที่เหลือคนที่คบกับไอบะ มาซากิมาเป็นสิบปีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า..มันจะขอโทษทำไม ? ..

" ทำอะไรอยู่ครับคาซึนาริ " น้ำเสียงอบอุ่นที่คนตัวเล็กคุ้นเคยดังขึ้นเบาๆข้างใบหู พร้อมมือใหญ่อบอุ่นลูบเส้นผมเบาๆอย่าคุ้นชิน บรรยากาศที่น่าโรแมนติก แต่...
" ทำเรื่องบ้าบอ " คนตัวเล็กมันโรแมนติกเป็นที่ไหนกันเล่า ! แต่ซากุไร โชไม่เคยท้อถอยเลยซักครั้ง มองตามไปที่มือเล็กจิ้มอยู่บนกระดาษ
" เห ? "
" วันนี้กี่ครั้งแล้วล่ะ ? "
" ตั้งแต่เช้าก็ 15 เมื่อกี้เพิ่มมาอีก 24 ตัดทอนจากที่ต้องใช้จริงไปอีก 6 ยอดเหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 33 ครั้ง นับเป็น 84.615 %ของวัน แล้วเป็น 78.894 % ของทั้งหมดที่ชั้นนับมาตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ต้องห่วงหรอกโชมันยังเคยมีวันที่ยอดฟุ่มเฟือยมากตั้ง 65 ครั้งหรือ 98.256% มาแล้วนะ " น้ำเสียงเล็กเรียบตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เพราะทั้งมือ ทั้งหูรอนับคำว่า -ขอโทษ- ของเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ต้นเดือน เพราะนับวันดูมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก แถมช่วงนี้ก็ว่างๆ เลยลองนับดู ส่วนไอ่ที่คิดเป็นยอดฉล่งเฉลี่ยนั่นมันแค่เพิ่มความแอดวานซ์ให้สมกับความเป็นนิโนมิยะก็เท่านั้นเอง... .

.. แต่ก่อนที่คาซึนาริของซากุไรจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงดังเพล้ง ! พร้อมภาพกระจกห้องซ้อมแต่ร้าวเป็นทางยาว เมื่อเหลือบไปทางซ้ายจะเห็นคนตัวสูงหนึ่งคนที่ถูกประคองโดยคนตัวสูงอีกคนหนึ่ง โดยคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำหน้าตกใจแทบสิ้นสติแล้วหันกลับมามองหน้าคนที่กระชับกอดตัวเอง ยิ้มแหยๆ และ.. .

" ขอโทษน้า จุน "


" เฮ้ออออออออออออ... .. " คราวนี้เสียงถอนหายใจหนักหน่วงเลยย้ายมาที่ร่างสูงแทนซะแล้ว

" ขอโทษจริงๆน้า.. "

.. แต่ถ้ามองดีๆ อีกหน่อยจะเห็นผู้ชายแก้มกลมที่อยู่นอกวงสนทนาหวานซึ้งเก็บกวาดเศษกระจกที่แอบแตกร่วงลงมาอย่างปลงๆว่า...

" ทำไมชั้นต้องเก็บให้ด้วยวะ หรือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าวง " ( T____T)

" อ๊ะ ! ขอโทษนะโอจัง เดี๋ยวชั้นเก็บเองๆๆ " นั่นเป็นสิ่งที่ซากุไรได้ยินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันมาเห็นคนรักที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ยิ้มมุมปากให้โชอย่างขันๆ พร้อมชูสองนิ้วทาบบนฝ่ามืออีกข้างเชิงว่า ...27แล้วล่ะ... !!


. . . เห็นเพื่อนสนิทตัวเองเป็นของเล่นไปซะแล้วล่ะ นิโนมิยะคุง . . . (;^____^ A


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----


" คาซึนาริครับ... " น้าเสียงทุ้มอุ่นเลียบเคียงขึ้นเหงาๆ เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเอาแต่จดๆคิดๆอะไรไม่รู้อยู่ในกระดาษ ทิ้งให้กาแฟที่อุตส่าห์สั่งมาให้เย็นชืดตกตะกอนไปหมดแล้ว แต่ถึงแบบนั้น.. .
" . . . "
" คาซึนาริ " ..ทำไมถึงไม่สนใจกันน้าทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไหร่คาซึนาริก็ได้ยินเสียงซากุไรเสมอนี่ !
" ... . คาซึ ... "
" อะไรโช นายเรียกชั้นมา 13ครั้งแล้วนะ จะให้ทำสถิติเหมือนของไอบะจังรึไง เพิ่มภาระกันนี่ ! แบบนี้ต้องเลี้ยงข้าวนะ ! " น้ำเสียงหาเรื่องเล็กน้อยตามนิสัยแว๊ดเข้า แต่ใบหน้าอ่อนใสเปื้อนยิ้มตรงหน้าก็ทำให้ซากุไรโกรธไม่ลง ถ้าไม่ติดประโยคถัดมามันคือ
" กลับบ้านเหอะ ชั้นอยากเอาสถิติที่ได้วันนี้คีย์เข้าคอม เดี๋ยวต้องเปรียบเทียบด้วยว่ามันเพิ่มจากเมื่อวานมากี่เปอร์เซนต์ " แค่ประโยคนั่นเท่านั้นแหละ ซากุไรก็นั่งทำตัวแข็งลากไปไหนก็ไม่ไป แสดงให้เห็นขีดสุดของอาการ -หัวล้านใจน้อย- ไม่สิ -หัวเหม่งใจน้อย-ขึ้นในทันควัน !
" โช.. ไม่กลับหรอ ?? เป็นอะไร ??? " และแน่นอน....คาซึนาริจับความรู้สึกใจน้อยพวกนั้น..ไม่ได้เลย !
" เป็นอะไร ?? เร็วหน่อยได้มั้ยชั้นนั่งคิดตั้งนานเชียวนะ เดี๋ยวถึงบ้านก็ลืมข้อมูลกันหมดพอดี ! " เห็นมั้ยเล่า ! แต่คาซึนาริจับไม่ได้จริงๆหรอ ? ไม่หรอก... ไม่งั้นซากุไร โชจะได้อมยิ้มจางๆกับประโยคถัดมาที่คาซึนาริมอบให้เบาๆข้างใบหูหรอว่า ...อย่าโกรธกันเลย รักโชที่สุดนะ...

.. แต่ก่อนที่บรรยากาศแสนหวานมันจะดำเนินต่อไป คนที่เริ่มหวานก่อนก็โพล่งขึ้นอย่างไมมีปี่มีขลุ่ย ..

" เฮ้ย ! " ..แต่อย่าลืมสิว่าริมฝีปากบางมันห่างจากใบหูโชไม่ถึง 5เซนติเมตร แล้วไอ่ความเข้มเสียงเฉียด 120เดซิเบลน่ะ ทำเอาแก้วหูแตกได้นะ !
" อะไรครับ ??? "
" โช ! ชั้นเป็นภาพหลอน "
" เห ? "
" มันยังหลอนอยู่... "
" คาซึนาริ ? เป็นอะไรรึเปล่า "
" . . . " ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมาให้เข้าใจกัน โชเลยตัดสินใจมองตาสายตานั่นเพื่อไปหยุดที่..
" คาซึ.. ผมก็เห็นภาพหลอน " หา ??? เฮ้ย ??? อะไร ???
" เห็นเหมือนกันรึเปล่าโช ? " ..เดี๋ยววว ! เห็นอะไรบอกกันด้วยดิ ...
" คิดว่าใช่นะ "
" นายเห็นมาซากิ... กับ.. ผู้หญิง เดินควงกันเหมือนชั้นรึเปล่าโช "
" .. . ...ครับ.. . .. "



.. เห ???????????????????????????????????????????????????? ...



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



... สิ่งที่เห็นอยู่ในสายตามันเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะมี เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่มาซากิก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ดวงหน้าหวานใสที่เคยสัมผัสกำลังหันเบนไปหาคนอื่นที่ตัวเองไม่รู้จัก ริมฝีปากหวานนุ่มกำลังหัวร่อต่อกระซิกกับใครคนอื่น มือบอบบางที่เคยกระชับโอบกอดกันกำลังจับมั่นไว้ที่มือใครอีกคน ทั้งที่ผ่านมา...จุนไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติอะไรเลย ! ..

. . . นี่มันอะไรกัน . . .

" กลับมาแล้ว ! " ฉับพลันที่สติถูกดึงกลับมาให้อยู่ในความเป็นจริง ได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างเข้าไม่ถึงทั้งที่ทุกเวลาเป็นเหมือนคนๆเดียวกัน
" จุนเป็นอะไรไป ? ดึกแล้วนะทำไมไม่นอนล่ะ นอนดึกมากเดี๋ยวไม่สบายเอานะ "
" มาซากิ "
" หืม ? "
" วันนี้...เอ่อ.. ไปไหนมาหรอ ? " เสี่ยงถามออกไปทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบพัง ความจริงบางอย่างกล้ำกึ่งอยู่ระหว่าความอยากและไม่อยากรับรู้
" ไปซื้อของมาน่ะ นี่ไง ! มีเสื้อเชิ้ตมาฝากจุนด้วยนะ ! " มือเรียวคว้าเอาเสื้อตัวสวยตัดเย็บประณีตออกมาคลี่ช้าๆ แล้วยื่นมาแทบชนหน้าอีกคนเพื่ออวดของฝากอย่างภาคภูมิใจ แต่จุนไม่ได้คว้าไปสำรวจความชอบของตัวเองแล้วบ่นว่าเปลืองทั้งๆที่ดูแลเสื้อทุกตัวที่มาซากิให้เป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้ง มือแกร่งคว้าจับมือเล็กผ่านเนื้อผ้าบางเบา กระชับจุบเบาๆบนมือของไอบะแล้วเสยตาขึ้นสบกันเบาๆจนใจดวงเล็กของมาซากิเต้นถี่แรงขึ้นวัดระดับได้7.5ริกเตอร์

" ขอโทษนะ ไม่ชอบหรอจุน "

" มีอะไรรึเปล่า ? เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่าจุน ? " น้ำเสียงห่วงใยดังขึ้นเบาๆพร้อมยอมเอนตัวเข้าซุกอกกว้างตามที่อ้อมแขนแกร่งนำพาอย่างไม่อิดออด
" ชั้นรักมาซากินะ "
" จุน ? "
" . . . "
" ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไงจุนก็ยังมีชั้นเสมอนะ " คำปลอบใจที่แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความอบอุ่นในวงแขนเล็กที่ไม่เคยเปลี่ยนไปทำให้หัวใจแข็งแร่งของจุนอ่อนยวบ ความสับสนลังเลจากสิ่งที่เห็นค่อยๆจางหายไปจนเหลือแค่ความคิดที่ว่า...คงมองผิดคนไป...


. . . .

... เสียงหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอทำให้มั่นใจได้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังหลับสนิท รอยยิ้มจางๆผลิบานอ่อนๆบนริมฝีปากแดงสดสวย ก้มลงจรดไปบนขมับอ่อนของคนข้างหน้าเบาๆอย่างรักใคร่ แอบอมยิ้มขำเมื่อนึกถึงใบหน้าแบบต่างๆที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์

. . . เอ้ยจุน ! เอ้ยโทษที ชั้นเผลอหยิบมาให้อ่ะ . . .

. . . จะคบกับชั้นจริงๆหรอ ชั้น..ขอโทษนะคือ ชั้นดีจริงๆหรอ ? . . .

..ในที่สุดร่างสูงก็อดไม่ได้ หลุดขำออกมาเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาซากิก็ต้องพูดคำว่า -ขอโทษ-ออกมาก่อน เพราะด้วยพื้นนิสัยซุ่มซ่ามเลยทำให้ต้องขอโทษบ่อยๆจนเกิดความเคยชิน แต่สงสัยจะหัวเราะดังไปล่ะมั้ง เพราะคนในอ้อมกอดเริ่มขยับตัวหยุกหยิกซะแล้ว..

" จุน ? "
" อ่ะ ! ขอโทษนะทำให้ตื่นรึเปล่า " เสียงอบอุ่นที่มาซากิคุ้นหูทุกเช้าดังขึ้นผิดเวลาแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ผิดแปลกไป แต่รู้สึกว่า...มันจะสั่นๆ ยังไงชอบกลนะ ? ...
" อะไรอ่ะจุน ? "
" เปล่า.. นอนต่อเถอะ " และแน่นอนที่ไอบะ มาซากิจะยอมทำตามมันง่ายๆโดยไม่โต้เถียง ก็เล่นตาจะปิดซะขนาดนั้น แถม... ริมฝีปากอุ่นยังคอยป้อนความหวานแบบปากต่อปากไม่หยุดแบบนี้ รู้สึกดีเกินไปแล้ว ! เอ๊ะ ! หลังจากนั้นน่ะหรอ ??? ไม่รู้สิ เค้าปิดไฟแล้วอ่ะ ไม่เห็นแฮะ เห็นแต่ก้อนกลมๆดุ๊กๆอยูบนเตียง แถมมีเสียงสั่นๆ พร่าๆ ออกมาด้วย ... ทำอะไรกันนะ ? ..


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



. . . มันคงจะจบลงด้วยดี แต่ก็เป็นได้แค่ "คง" เพราะ..มันไม่จบง่ายๆแค่ว่ามองผิดแน่ๆ . . .



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" คาซึนาริครับ ? "
" เอ่อ... คาซึ.. " ซุ่มเสียงอบอุ่นเรียกเตือนเบาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าอะไรก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากคนตัวเล็กเลย

" . . . "

.. แล้วอะไรที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองก็คือ..

" ขอโทษนะจุน "
" อ๊ะ ! เอ้ย ! ขอโทษ " ... นั่นไง ! ก็งานอดิเรกใหม่ในการนับคำขอโทษของไอบะ มาซากิ ที่หลุดขอโทษขอโพยมาจะครึ่งร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็ไม่มีวี่แววจะกลับลงไปจดเลยซักที ไหงว่าจะเอาให้ครบเดือนไง ???

" คาซึครับ.. "
" หือ ? อื่อ ! อะไรโช ? "
" วันนี้นับได้เท่าไหร่ครับ ? " นิ้วยาวจิ้มแปะลงบนแผ่นกระดาษที่ร่างเล็กมีไว้จดสถิติ ที่วันนี้มัน.. ว่างเปล่า..
" เอ๋ ! เฮ้ยยยย ! ลืมจดไปเลยอ่ะ ดูดิ๊ ! ไม่รู้จักเตือนกันเลยโช ไหนว่าจะเศรษฐศาสตร์ น่าจะรู้ถึงความสำคัญของการเก็บสถิติไม่ใช่หรอ ???? " ...เลยโดนเค้าโบ๊ยความผิดมาให้ซะเลยนะซากุไรคุง (;--_____-- A

" แล้ว..คาซึทำไมใจลอยอย่างงั้นล่ะครับ คิดถึงคนอื่นอยู่รึไง ? " ...เอ่ยๆ อย่าไปถามอะไรจุดชนวนแบบนั้นสิโชคุง
" อื่อ ! คิดถึงคนนั้นอยู่ " เห้ย ! แล้วไปตอบอย่างงั้นได้ยังง้าย คุณชายเค้าเลยออกอาการจะงอนๆอยู่รอมร่อแล้วน้า นิโนมิยะ
" คิดถึงมาซากิกับผู้หญิงคนนั้นไง โชไม่สงสัยมั่งหรอ ?? "
" ชั้นว่าชั้นคุ้นๆ... "

" ขอโทษนะ ! " เสียงแหบเรียกสติของคนตัวเล็กในพลัน ! ความสนใจทั้งหมดในห้องพุ่งไปที่ร่างบางที่ล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นพร้อมภาพอีกคนที่กำลังวิ่งเข้าไปทำหน้าที่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ( ซึ่งเป็นภาพที่ท้งห้องคุ้นเคยไปแล้ว ) และได้ยินเสียงเกือบลั่นของคนตัวเล็กว่า !

" เท่าไหร่แล้วโช ! เมื่อเช้านายนั่งนับมั่งป่ะ ??? "
" 27ครั้งครับ ตัดยอดใช้จริง 2ครั้ง เหลือคำขอโทษฟุ่มเฟือย 25ครั้ง ครับผม " ...น้ำเสียงโชยังอบอุ่นเสมอเมื่อครั้งพูดกับคาซึนาริ แต่เนื้อหาที่แกสองคนพูดกันมัน...ทะแม่งๆนะพ่อหนุ่ม -- --

... สรุปเห็นเพื่อนเป็นของเล่นทั้งคู่ไปแล้ว ...


. . .

" อ๊า... กินข้าวๆๆ หิวแล้วๆๆ ได้พักซักที " น้ำเสียงทรงพลัง(เฉพาะเวลากิน) ของหัวหน้าวงกังวานสดใสในร้านราเม็งเล็กๆหน้าสถานี ในเวลาสองทุ่มยี่สิบ ท่ามกลางบรรยากาศช้งเช้งของผู้คนในร้านแล้ว..เพื่อนๆในวงตัวเอง
" เฮ้ย ! รอเพื่อนก่อนดิ ไอ่จุนกับไอบะจังยังมาไม่ถึงเลย ! " เสียงที่เคยอบอุ่นของโชหายไปแล้ว... ทำไม ??? เพราะมันไม่ได้ใช้กับคาซึนาริไง !
" ไมช้านักอ่ะ ชั้นหิวแล้วนะ ! แล้วนิโนะจะเล่นอีกนานมั้ยเกมส์น่ะ รีบๆคิดหน่อยไม่ได้หรอว่าจะสั่งอะไร เด๋วพนักงานเค้ามาจะได้สั่งได้เลย "
" โอ้ย ! โวยวายจริง โชโทรไปถามหน่อยดิว่าเมื่อไหร่จะมารำคาญคนแก่ ! "เพราะเสียงจากหัวใจเรียกร้องให้ซากุไร โชทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น สายตาว่องไวปานลิงวอกของนิโนมิยะที่เพิ่งพ้นจากเกมส์ขึ้นมา 3.33 วินาทีก็เหลือบไปเห็น ...
" ฮ้า....... " และแน่นอนเป็นที่สุด คาซึนาริไม่เคยเปล่งเสียงได้เบาว่า 120เดซิเบล ทำเอาสิ่งมีชีวิตวงเดียวกัน และสิ่งมีชีวิตส่วนเกินอื่นๆในร้าน หันไปมองตาสายตาเล็กเป็นจุดเดียว !

... ภาพหลอน ! เดจาวู ! มินวู ! (ไม่เกี่ยว) ชางมิน ! ( ไม่เกี่ยวโว้ย ) ...

... ไอบะ มาซากิ กับผู้หญิง !!!!! ...


" เฮ้ย !! " อีกสองเสียงที่เหลือดังขึ้นไม่เบาไปกว่า 120เดซิเบลพร้อมๆกัน ทำเอาคนมาใหม่อุดหูแน่นแล้วเอ็ดขึ้นว่า
" จะบ้าหรอ ? ไม่มีมารยาท นี่มันร้านอาหารนะ แหกปากเสียงดังให้ได้อะไรขึ้นมา "

" จุน !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "

" อะไร !?! "
" เฮ้ย ! "
" อะไร ! " ในที่สุดมัตซึโมโต้ซังก็หมดความอดทนตวาดลั่นเข้าจนได้
" ทำไม ... เอ่อ.. ทำไมแกมาคนเดียวอ่ะ แล้วไอบะจัง ? " คนตัวเล็กที่ได้สติก่อนเพื่อนถามขึ้น พลางเอาตัวดันๆปิดๆช่องหน้าต่างขนาดกว้าง 0.6 เมตร สูงสุทธิจากพื้น 2 เมตร ทั้งที่น่าจะรู้ตัวซักทีว่ามันไม่มิด !
" มาซากิติดธุระ อาจจะมาช้า เค้าโทรมาบอกชั้นแล้ว แล้วนี่พวกนายเป็นอะไร หน้าตายังกะเป็นผี ทำไมเรตติ้งวงมันตกรึไง "
" แล้วนี่นายจะบังอะไรนิโนมิยะ ตัวมีอยู่แค่นี้ ไหนดูเด๊ะ มีไรวะ ? " ..มือใหญ่ที่ไม่ใช่มือซากุไรสัมผัสเข้ากับตัวนิโนมิยะ พลางดัน ดัน ดันๆๆๆๆ แต่ถึงอย่างนั้นซากุไร โชก็ไม่มีอารมณ์มานั่งหึงไม่เข้าเรื่อง เพราะถ้านิโนะหลุดออกมาจากหน้าต่างล่ะก็ วงอาจจะแตกก็ได้ !

" เฮ้ยๆๆ แฟนกรูๆ อย่าเอามือมาจับนะ " คุณชายรีบหาข้ออ้างที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อให้นิโนมิยะคงตำแหน่งปิดบังหน้าต่าง และเพื่อให้เนื้อตัวนิโนมิยะไม่ต้องมีใครคนอื่นมาแตะต้อง !

... และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ! อยู่ในวินาทีเดียวกับที่ชายแก้มกลมโอโนะ ซาโตชิ ฟาดชาชูราเม็งไปสามถ้วยแล้ว ! ...


. . .

" มาซากิ .. "

" . . . "

" . . . " นั่นเป็นคำพูดเดียวที่หลุดออกจากริมฝีปากสวยเมื่อนิโนมิยะไม่สามารถครองตำแหน่งนางงามหน้าต่างไว้ได้ ไม่มีอารมณ์ใดๆหลุดแสดงออกผ่านใบหน้าคมสัน

.. สองเท้าซอยถี่ ดวงตาพร่าเรือน จดจำรับรู้แค่ภาพของมาซากิที่กำลังหยอกล้อกับคนอื่น เป็นภาพเดียวกับที่เห็นเมื่อวันก่อน คราวนี้จะให้หลอกตัวเองไปอีกหรอว่ามองคนผิดไป ไม่ใช่มาซากิหรอก ในเมื่อรู้สึกตัวอีกทัก็วิ่งไปคว้าข้อมือบอบบางที่เคยทนุถนอมมากำไว้จนแน่น น้ำเสียงที่เคยทุ้มขึ้นจมูกน่าฟังกลายเป็นเสียงแหบแห้งจากลำคอแห้งผาก และเมื่อสุดท้ายเปล่งเสียงแหบนั้นออกไปว่า..มาซากิ.. คนที่คิดว่าอาจจะไม่ใช่มาซากิของจุนกลับหันกลับมาแล้วขานตอบชื่อตัวเองว่า..

" จุน "
" นี่มันอะไรกัน มาซากิ... " ดวงตาคมส่อแววตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่เรื่องของคนๆเดียว จิตใจที่เคยเข้มแข็งมันกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้
" เอ่อ... "
" โกหกใช่มั้ย ? ไม่ใช่ใช่มั้ย ? "
" จุน.. ฟังชั้นก่อน... "

" จุน ! "


. . .



" ชั้น.. . เสียใจเป็นนะมาซากิ " น้ำเสียงทุ้มปนสำเนียงสะอื้นเบาๆ ทำให้อีกคนตกใจแทบสิ้นสติอยู่เพียงตรงนั้น



. ..อะไรที่ให้จุนร้องไห้ ? ถ้าไม่ใช่ตัวเอง . ...



" จุน ชั้นขอ.. "

" ขอโทษอีกมั้ย ? "

" ขอโทษเหมือนทุกครั้ง " ก่อนที่ร่างบอบบางจะได้เอ่ยพูดจนจบประโยค คนตัวสูงก็ชิงตัดหน้ามันซะดื้อๆ ก่อนจะต่อความยาวจนอีกฝ่ายไม่สามารถแทรกได้แม้แต่เสียงหายใจ

" นายแอบกินพุดดิ้งในตู้เย็นของชั้นนายก็ขอโทษ "

" นายเอารองเท้าหลุยส์วิตตอง ชั้นไปเหยียบอึหมายนายก็ขอโทษ "

" นายลืมเอานิตยสารที่ชั้นซื้อไปตบแมลงสาบนายก็ขอโทษ "



" คราวนี้ล่ะ มาซากิ... นายยังจะพูดคำว่าขอโทษอีกรึเปล่า ให้ชั้นได้รู้ว่า ความรักของชั้นที่ให้นายไปมันไม่ได้มีค่าเกินกว่าพุดดิ้ง รองเท้าแตะ นิตยสาร หรือนิสัยซุ่มซ่ามอย่างอื่นของนาย ตอบมาเซ่ ! "



" จุน ! " ทันทีที่สบโอกาสเอ่ยคำพูดออกไป คือจังหวะเดียวกับที่จุนหันหลังกลับไปทางที่ไอบะ มาซากิไม่รู้จัก มือเรียวพยายามไขว่คว้าข้อมือของคนรักไว้แต่คงไม่ไวพอ เพราะจุนหนีไปแล้ว จุนหันหลังไปแล้ว ทั้งที่ทุกครั้งไม่เคยเลยที่จะเป็นแบบนี้ ...

... ร่างโปร่งบางหันกลับไปหาเด็กสาวข้างๆกัน ก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เพื่อหันกลับไปตามคนรักของตัวเองอย่างวุ่นวายใจ...

.. ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงแหลมสูงใกล้ระดับโซปราโน่ก็ดังเสียดขึ้นในระดับเฉียด120(อีกแล้ว) ดังขึ้นข้างๆชายหนุ่มใบหน้าคมสัน ..

" นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ



. . . ตัดฉากเถอะ . . .

---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----



" จุน !! เดี๋ยวรอก่อน "

" ฟังกันก่อนได้มั้ย ??? " จนในที่สุดเมื่อไอบะสามารถเดินตามมาทันแล้วคว้าเอาข้อมือแกร่งของจุนเอาไว้แล้วเอ่ยถามอย่างตัดพ้อถึงจะได้มีโอกาสมองเห็นใบหน้าคมที่แสนรักนั่นอีกครั้ง นัยน์ตาสีแดงดูบอบช้ำทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนรักของตัวเองเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทั้งที่จุนเป็นคนเข้มแข็งเสมอ ทั้งที่จุนเป็นคนปกป้องไอบะ มาซากิคนนี้มาตลอด ก็เพิ่งได้เห็นครั้งแรกว่าคนๆนี้ก็มีหัวใจที่เจ็บช้ำได้ไม่ต่างกัน ( ไม่มีใครเย็นชาเท่าคนแต่งอีกแล้ว... )

" จุน.. ฟังชั้นก่อนเถอะนะ " มือเรียวโอบเข้ากับเอวหนาของจุนเบาๆ สบตากันเบาๆ แล้วขอร้องอีกฝ่ายอย่างเบาๆไม่ต่างกัน

" . . . "

" .. ชั้นรักจุนนะ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย " ริมฝีปากอิ่มจูบปลายคางร่างสูงเบาๆเป็นเชิงอ้อน ดวงตาหวานสบเข้ากับตาคมอย่างอ้อนวอนโดยไม่สนใจต่อสายตาคนรอบข้าง ( ก็นี่มันข้างถนนนะ ) แต่อีกคนก็ไม่ได้ตอบรับความต้องการนั้นเพราะจุนไม่ได้พูดหรือเอ่ยเสียใดออกมานอกจากประทับจูบลงบนริมฝีปากอ่อนนั้นเบาๆ ( อย่างไม่อายใครเช่นกัน ) ก่อนจะเพิ่มความร้อนแรงให้อีกฝ่ายจนมาซากิเข่าแทนอ่อน ยืนแทบไม่อยู่นั่นแหละถึงจะยอมหยุด

" ทำไมถึงทำแบบนี้มาซากิ " สายตาตัดพ้อปนเว้าวอนของร่างสูงทำเอาใจดวงเล็กของไอบะ มาซากิสั่นไหว ใบหน้าอ่อนซับริ้วสีแดงดูน่ารีกจน...

" เอ่อ... ไปคุยกันที่บ้านแล้วกันเนอะ " จนร่างบางต้องเอ่ยปากยั้งเอาไว้ไม่งั้นคงได้อายมากกว่านี้ เพราะมัตซึโมโต้เริ่มไม่ฟังเอาแต่จ้องปากเค้าอยู่ได้ เดี๋ยวได้เสียสาวกันแถวนี้แน่ๆ ( ก็ยังต้องย้ำอีกทีว่านี่มันข้างถนน )



.. กว่าจะถึงบ้าน ..ต้องบรรยายมั้ย ? หรือตัดไปที่บ้านเลยดี ? ตัดไปเลยดีกว่าเนอะเพราะในรถเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรกันนอกจากนั่งเงียบๆ มองตากันหวานซึ้งให้คนแอบดูอิจฉาด้วยความถี่ 24ครั้งต่อนาที แต่เอี.... ไม่เห็นไอบะ มาซากิจะพูดคำว่า - ขอโทษ - ออกมาซักครั้งเลยนี้ ??? หรือจริงๆแล้วจะพูดทีไร มัตซึโมโต้ซังก็ทำท่าจะหันมาปิด"ปาก" ด้วย"ปาก" ซะทุกที ??

" จุน... "

" . . . " ถึงจะกลับมาที่บ้าน ถึงจะผ่านไป 32นาทีที่นั่งมาบนรถ จุนก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาให้ใจชื้นได้บ้างเลย จนร่างบอบบางเริ่มใจเสียเข้าจริงๆแล้ว จะบอกว่าเข้าใจผิดจนไม่ยอมยกโทษก็ไม่น่าใช่เพราะจูบเมื่อกี้ก็พอทำให้ใจพองๆขึ้นมาหน่อย แต่เงียบขนาดนี้.... จริงๆแล้วมันจะยังไงกันแน่วะ ???

" คิ้วขมวดทำไมมาซากิ หรือไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ? นั่นสินะ ก็ที่ชั้นเห็นมันก็ไม่น่าจะแก้ตัวอะไรได้อยู่แล้วนี่ " เสียงทุ้มเรียกสติของไอบะได้ในทันที แต่คำพูดแบบนั้น คนรักกันคงไม่อยากได้ยินนักหรอกนะ

" จุน !!!!! "

" ชั้นรู้ชื่อตัวเองดีไม่ต้องย้ำก็ได้ "

" ทำไมไม่ฟังกันบ้าง นายกำลังเข้าใจผิดนะ "

" เข้าใจผิดอะไรไอบะคุง ? หรือนายจะปฏิเสธว่านายลักลอบไปพบผู้หญิงคนนั้นโดยที่ปิดบังชั้นมาตลอด ? แบบนี้ชั้นควรเข้าใจว่ายังไงหรอ ? " ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ มือแกร่งคว้าหมับเข้ากับข้อมือบางอย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ กดริมฝีปากบดขยี้อย่างไม่ใคร่ใส่ใจต่อคำคัดค้าน

" อย่าจุน ! " มือเล็กพยายามจะยันร่างหนาของอีกฝ่ายให้ห่างออกเพื่อให้ตั้งสติรับฟังกันบ้าง แต่ดูท่าว่าการทำแบบนั้นมัตซึโมโต้ซังจะยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่น่ะสิ

" อ๊ะ ! อื่อ ! " ในเมื่อคนตัวสูงยังเอาแต่ใจย้ำรอยจูบไปจนทั่ว ลุกลามไล่ไปจนถึงซอกคอสีอ่อนจนกลายเป็นสีแดงกุหลาบ การกระทำที่น่าจะหวานแต่ในความรู้สึกของคนสองคนในตอนนี้มันขมจนไม่อยากรับรู้ถึงมันอีก



. . . ถ้าในที่สุดคนหนึ่งคนกำลังท้อแท้ที่จะพูดความจริงออกไป . . .

. . . และถ้าในที่สุดอีกคนก็กลัวเกินกว่าจะทนฟังเรื่องจริงที่ไม่แน่ใจที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดออกมาล่ะ . . .



" ขอร้องล่ะจุน.. ได้โปรด.. ฟังชั้นทีเถอะ " น้ำอุ่นไร้สีเอ่อท้นจากดวงตาคู่สวยที่ร่างสูงชอบมองนักหนา อ้อมแขนเล็กเรียวเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายให้ใกล้กันมากขึ้นแต่ไม่ใช่เพื่อให้จูบกันได้ถนัดขึ้น แต่เป็นการรั้งให้บ่าแกร่งอยู่ในระยะที่สามารถซบใบหน้านวลใสลงไปเพื่อกลั้นหยดน้ำใสได้ เสียงสะอื้นแผ่วเบากรีดหัวใจมัตซึโมโต้จนแทบแตก ความวู่วามใจร้อนที่ระอุอยู่เย็นลงกว่าครึ่ง จนมีสติพอรู้ว่าเกือบทำร้ายคนรักลงไปซะแล้ว

" มาซากิ "

" อย่าร้องไห้เลยนะ " มือใหญ่พ้นจากการทำร้ายข้อมือบอบบางมาโอบกระชับลำตัวบางๆของคนรักให้เข้าใกล้กันอย่างอบอุ่น นิ้วสากๆที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นรอยช้ำเมื่อครู้กำลังกรีดเอาน้ำตาที่ทำร้ายจิตใจตัวเองอยู่ให้หลบพ้นออกจากใบหน้าหวาน จูบเบาๆที่ข้างขมับอ่อนเป็นเชิงปลอบโยน

" ขอโทษนะมาซากิ " คว้าเอาศีรษะเล็กซบเข้าที่อกแกร่งพลางร้องขอให้อีกฝ่ายสงบลง

" ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะยอมฟังชั้นมั้ย ? "

" อืม "

" ถ้าชั้นหยุดร้องไห้ จุนจะไม่เรียกชั้นว่า -ไอบะคุง- แล้วเรียกชั้นด้วยเสียงของจุนว่า - มาซากิ - มั้ย ? "

" อืม... "

" บอกหน่อยได้มั้ยว่าจุนรักชั้น "

" . . . "

" โกรธกันจนไม่รักกันแล้วใช่มั้ยจุน "

" ชั้นรักมาซากิ... " อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดอีกคนจนแทบฝังเข้ากับอกแกร่งของตัวเองเพื่อย้ำให้มั่นใจในคำพูดที่ว่า -รัก-

. . .

" บอกให้ชั้นฟังได้มั้ยมาซากิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? "



. . . น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้ร่างบางๆ หัวใจบอบบางมั่นใจได้ว่าจุนจะฝังสิ่งที่เค้าพูด มั่นใจได้ว่าจุนกลับมาเป็นคนรักที่อบอุ่นของเค้าแล้ว . . .



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




.. จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นน่ะหรอ ??? นี่ไง ...

. . . กลับมาดูเพื่อนร่วมวงกันดีกว่า จะได้รู้ซะทีว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ! . . .

" นึกออกแล้ววววววว !!!!!!!!!! ไอ่นั่นไงโช !!!!! ไอ่หมอนั่นน่ะ !!!! " นิโนมิยะสะดุ้งสุดตัวให้กับความคิดของตัวเอง พลางกระโดดยึดเอาพนักเก้าอี้ตัวเองจนซากุไรหวั่นว่ามันจะหัวคะมำเอา ส่วนลีดเดอร์น่ะหรอ ???? ราเมงชามที่5ซะแล้วล่ะ

" ใครครับคาซึนาริ ??? " แน่นอนที่ซากุไรจะงงเป็นไก่ตาแตกในเมื่อสุดทางของนิ้วชี้นิโนมิยะมันชี้ไปที่ร่างบอบบางของเด็กผู้หญิงที่เพิ่งจากกับไอบะ มาซากิ แต่คำที่ใช้เรียกเด็กผู้หญิงว่า - หมอนั่น - ????

" จะเป็นคร้ายยยยย นายจำที่นั่งเจตไปแถลงข่าวไม่ได้หรอ ??? ที่ประเทศไทยน่ะ ตลอดทางที่ไอบะมันนั่งตัวลีบเกร็งเพราะนึกว่าสต๊าฟที่นั่งข้างๆเป็นผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมันเป็นกะเทย " แต่แทนที่น้องหมวยคนดีของเราจะได้พูดอะไรออกมา คุณโอโนะก็ขัดจังหวะความตกใจนั้นขึ้นมาก่อน

" เฮ้ยยยยยยยยยย " คราวนี้กลับเป็นเสียงของคุณชายซะเองที่เสียมารยาทแย่งซีนน้องหมวยเสียดดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจคนแต่งที่ลำเอียงแอบดันหมวยมาตลอดเรื่อง

" ไอ่คุณประเทืองซังน่ะหรอ... "

" ช่าย....คุณประเทืองที่พอไอบะจังรู้ว่าเป็นผู้ชายเท่านั้นแหละ นั่งคุยจนชั้นไม่ได้หลับได้นอนเลย " เอ่อ...ขอบคุณที่แถลงความให้แจ้งนะลีดเดอร์แต่ไม่เอาน้ำซุปกับเศษเนื้อที่มันกระเด็นแถมมาด้วยได้มั้ย ?? (;--__-- A

" แล้วทำไมไอ่คุณจุนมันหึงไม่เข้าเรื่องแบบนั้นวะ ? ทั้งที่ตัวมันเองก็ไปด้วยกันนั่งอยู่ใกล้ๆกันแบบนั้นน่ะ น่าจะจำได้มากกว่าเพื่อนนะ " คุณชายยังคงสอบถามเอาความต่อไป โดยหันไปปัดเนื้อปัดตัวให้เศษเนื้อจากปากคู่สนทนาให้คาซึนาริคุงอยู่อย่างเป็นห่วงเป็นใย และในที่สุด !!!! มิสเตอร์โอโนะ ซาโตชิก็ละจังหวะการกินเพื่อหันมาคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ให้เสร็จสิ้นการโดนขัดขวางการกินซะที ( เพื่อจะได้สั่งชามต่อไปอีก ทั้งที่เพื่อนยังไม่ได้กินซักเส้นเลย )



" ถามตัวแกสิ ก็นั่งไม่ได้ห่างกัน ทำไมถึงจำไม่ได้ เล่นหลับนิ่งกันหมดทิ้งให้ชั้นนั่งฟังไอบะจังสปี๊กอิงลิชอยู่คนเดียวตรงนั้นน่ะ ไอ่เพื่อนใจร้าย " ชายหนุ่มแก้มนุ่มส่งเสียงงอนเบาๆ หันมามองซากุไรตาละห้อยดูน่าสงสาร แต่! ความหวานของซากุไรผูกขาดอยู่ที่คาซึนาริคุงคนเดียว ก็เลย...

" เป็นบ้าอะไรลีดเดอร์ ทำหน้าเหมือนหมูถูกทิ้ง " ... ไอ่เพื่อนปากไม่ดี ใจร้ายยยยย T________T ...



. . . นี่ไงเรื่องที่เกิดขึ้น.. เข้าใจผิดทั้งนั้นเลยมัตซึโมโต้ซัง . . .



.. ตัดกลับมาที่คู่เอกอีกที ! ตัดบ่อยๆคนอ่านงงรึเปล่า ?? แต่ถ้าไม่ตัดเราจะเปลี่ยนเรื่องนี้กลายเป็นเมนโชโนะนะ ไม่ดีใช่มั้ย ?? งั้นกลับมาดูคู่น้องจุนกับไอบะจังต่อดีกว่าเนอะ ..



" เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละจุน "

" เค้าแค่บังเอิญมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็เลยอาสาเป็นไกด์ให้เท่านั้นเอง ใกล้จะวันเกิดนายแล้วด้วยชั้นเลยถือเอาโอกาสนี้หาซื้อของขวัญให้นายด้วย มีคนมาช่วยเลือกจะได้หาได้เร็วๆไง " ร่างบางอธิบายยาวๆยืดๆ จนอีกฝ่ายน่าจะง่วงจนเกือบหลับกับสุนทรพจน์ขนาด1000ตัวอักษรของคนรัก แต่ว่า... ตาที่มันโตอยู่แล้วกลับโตมากกว่าเดิม ปากที่เคยคลี่ยิ้มสดใสกำลังอ้าค้างอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก...

" หา ?????? " ..นี่คือคำๆเดียวที่มัซึโมโต้คิดออกสำหรับการตอบรับบทสนทนาที่เกิดขึ้น..

" นี่! ที่ชั้นบ้าหึงมาตลอดจริงๆแล้วมันแค่.... "

" ก็บอกให้ฟังเค้าก่อนไงจุนคุง --*-- " เสียงจากบุคคลที่สามดังขึ้นเรียกความสนใจของสองคนตรงหน้า

" คนแต่งน่ะเงียบไปเลย !!!!! "

" อ้าวเฮ้ย ! งี้ก็สวยดิ คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ ???? " ..สิ่งมีชีวิตขนาด 156ซม. กำลังถลกแขนเสื้อ ท้าเหยงๆอย่างไม่กลัว -ตาย-

" จุน.. อย่าไปพาลคนแต่งน่ะ เดี๋ยวมันแต่งให้ตายตอนจบอีก เผลอๆศพไม่สวยนะเว้ยยยย " ...อ้าว ไอ่นี่...นึกว่าจะช่วยกัน ...

" เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ! " สิ้นเสียงเฉยบขาดจากปากผู้เสียหาย (จุนคุงนั่นเอง) ทำให้ 2สิ่งมีชีวิตมองหน้ากันอย่างชั่งใจ ...

" มาซากิไง ! ให้ไอบะจังรับผิดชอบ "

" เฮ้ย ! ไหงงี้อ่ะ "

" โหย... ให้คนแต่งรับผิดชอบก็มีแต่สึกหรอเปล่า แกแหละดีแล้ว ! ยังไงมาซากิก็ของจุนอยู่ดีไม่เห็นเสียหายเลย ! เนอะ มัตซึโมโต้ซังเนอะ ! " ..นั่นอาจเป็นครั้งแรกในล้านครั้ง(ในฝัน) ที่เราสองคนใจตรงกัน เพราะ.....



" นั่นสิเนอะ ยังไงก็ต้องให้มาซากิรับผิดชอบ " ...เพราะคำตัดสินจากมัตซึจุนได้ลงมติเห็นชอบแล้วว่า...ไอบะจังต้องรับผิดชอบ... ส่วนรับผิดชอบยังไง วิธีไหน อะไรก็.... แหม... คนแต่งยังไม่บบรลุนิติภาวะ พูดไม่ได้หรอก เขินนนนนนน @(>. < ) @~~~~~~~~



. . .

" ถ้าเขินก็รีบไปซะสิ จบแล้วเรื่องนี้น่ะ แต่งเสร็จก็ไปซักทีนี่มันเรื่องในครอบครัว " นี่คือคำทิ้งท้ายของมัตซึโมโต้ซังที่คนแต่งได้มาพร้อม...เอ่อ...รอยเท้าที่ที่ประทับลงบนหัวคนแต่ง เอ่อ... ไปก็ได้ครับ ไปแล้วครับ ขอโทษครับ.....

... สุดท้ายแล้วคำว่าขอโทษที่ไอบะจังมักพูดอยู่เสมอก็ต้องกลายมาเป็นคำพูดของคนแต่งเองหรอเนี้ย....

ขอโทษนะมัตซึโมโต้คุงที่รบกวนเวลาครอบครัว

ขอโทษนะลีดเดอร์ที่กวนเวลากิน

ขอโทษนะน้องหมวยที่ไม่สามารถดันหนูจนตลอดรอดฝั่งได้ ( ยังไงน้องก็เป็นเมนในใจพี่ตลอดมาและตลอดไป แต่เว้นที่ให้อิคุตะคุงด้วยคนนี้เค้าเจ้าของใจคนแต่ง )

ขอโทษนะซากุไร ...ชั้นขอโทษนายทำไม ??? อุตส่าห์ให้รักกับหมวยเชียวนะ !!!!!!

ขอโทษนะคนอ่านที่แต่งอะไรก็ไม่รู้ดูเมาๆ

ขอโทษจริงๆครับ ...ที่พล่ามมามากมายทั้งที่ฟิคจบแล้ว...



บ้ายบายน้า.......



---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




อย่าเบื่อคำว่าเสียใจ ;good september


หมดคำถาม เหตุใดสายตาของเธอเหินห่าง ใจ2ใจเหมือนมีช่องว่าง มากมาย
ความต่าง มีมากไป ก็อาจมีหลายคราวที่อาจทำเธอร้องไห้ ก็ตัวฉันเองนั้นไม่เอาไหน

และทุกครั้ง... ตั้งใจให้รักนั้นดีดังเก่า ตั้งใจว่าจะไม่ทำเธอเศร้า เสียใจ
แต่ฉันอาจยังพลาดไป ผิดพลาดเพราะความต่างใน2ใจ ก้กลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว
วันเก่าเปนเช่นไร เธอลืมได้หรือไร ขาดเธอฉันเองขาดลมหายใจได้โปรดนะเธออย่าจากไปไหน....


ยังกลัว ว่าเธอจะไม่ฟังคำขอโทษ จากปากผู้ชายคนนึงว่าเขาเสียใจ
กี่ทีแล้วเราที่กลับมาเริ่มต้นใหม่ อย่าเบื่อที่ได้ยินคำว่าเสียใจ จากฉัน


---------------------------------------------------------------------------------------------------- Don't get tired with my apologized : : I'm sorry ----




จริงๆแล้วเพลงมันก็ซึ้งดีอ่ะนะ แต่... ทำไมแต่งออกมาแล้วเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ เง้อออออ OOoo(T___T)ooOO

ทำเพลงเค้าเสียรึเปล่าเนี้ย.... ขอโทษน้า... m( _ _ )m

จริงๆแล้วมันขำมั้ยนะ อยากให้อ่านแล้วขำกันแต่ไม่รู้ว่าจะฝืดรึเปล่า ยังไงก็.. หัวเราะกันเยอะๆนะ จะได้มีความสุขกันเยอะๆ (^_______^)

Ps. คิดถึงคนเย็นชาอีกแล้ว.... ไม่ดีเลยเจ็บที่หัวใจแบบนี้